posted on 23 Dec 2009 01:45 by filmsick in alienation
เธอคือหญิงคนเที่ยวของเกาะแห่งไกลนั้น เขาเป็นนายทหารผู้มาใหม่
รับผิดชอบกองกำลังราวหนึ่งหมู่ซุ่มซ้อมพวกทหารให้พรักพร้อม
เปลือยออกเรียงแถวกันอยุ่กลางแสงแดด ตะโดนเสียงดำ วิ่งกันเป็นเป็นกระบวน
ซักซ้อมการสวนสนามและจัดแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เธอร่างท้วม และออกจะเพ้อฝัน
หญิงคนหนึ่งอ่านอนาคตของเธอจากใบชา และพบเห็นการมาถึง ค่ำคืน ความมืด มงกุฏ
และกางเขน
กางเขนเช่นเดียวกับแขนที่กางออกของนายทหารที่เต้นรำอย่างเมามายอยู่ในร้านเหล้ายามค่ำคืน ที่ที่เธอพบเขา ก่อนจะมีเรื่องกับหนุ่มชาวบ้าน
ซึ่งหนึ่งในนั้นคือชายคนรัก กล่าวให้ถูกกว่าคือ แมงดาของเธอ
คืนนั้นเองทั้งคู่ตกหลุมรักกัน ความรักร้อนแรงเกินห้ามอกหักใจ
ความรักแบบที่เหลือบแลเพียงชั่วครู่ก็รู้ว่ามีแต่เดินไปสู่โศกนาฏกรรม
เรื่องเล่าสุดแสนสามัญไม่ยากเกินคาดเดา
แต่กลับห่างไกลอย่างยิ่งกับสิ่งที่คาดเดาได้ นี่คือภาพยนตร์ของALEXIS
DAMIANOS ชื่อผู้กำกับอาจไม่คุ้นหู
แต่ว่ากันว่าสำหรับภาพยนตร์จากกรีซนี่คือหนังเรื่องสำคัญประจำทศวรรษที่ 70's
ที่ทุกองค์ประกอบของหนังล้วนถูกนำเสนออย่างรุนแรงทางอารมณ์ยิ่ง
รุนแรงเช่นเดียวกับชีวิตรักของEVDOKIA กับทหารหนุ่มผู้ซึ่งไฟรักแผดเผาจนต้องลอบหนีไปหาหล่อน
ทั้งคู่ซ้อนมอเตอร์ไซคล์ไปไหนต่อไหน ปวิ่งไล่จับกันในป่า
ปีนภูเขาไปโล้ชิงช้าน่าหวาดเสียวที่ริมหน้าผา ก่อนจะตกลงใจแต่งงานกันอย่างรวดเร็ว EVDOKIA
ชวนคนทั้งหมู่บ้านมาร่วมยินดี
หากเจ้าบ่าวกลับหายตัวไปในวันงาน กว่าเขาจะมาถึงเธอก็กราดเกรี้ยวเกินเยียวยา เธอไล่ตะเพิดเขาไป
โดยฟังว่าเขาถูกจับกุมคุมขังเรื่องที่เขาหนีอ ออกมาหาเธอกลางดึก
แต่ก็คืนดีกันในท้ายที่สุด แต่แม้ทั้งคู่จะตกร่องปล่องชิ้นกัน
คนอื่นๆก็ยังคงมองเธอเป็นเพียงนางโสเภณีอยู่ดี เขาพาเธอขี่มอเตอร์ไซค์ลไปเที่ยวทะเล
ไอ้พวกเพื่อนทหารก็มาก้อร่อก้อติกจนเกือบมีเรื่อง
ยิ่งพอเธอยักคิ้วหลิ่วตาให้เขาก็ยิ่งเป็นฟืนเป็นไฟถึงกับจอดรบลากเธอมาตบตี ก่อนจะไปเริงเล่นกันที่ชายหาดลึกลับนอกเมือง
ความสัมพันธ์ลุ่มๆดอนๆของเขาและเธอเป็นไปเช่นนั้น รักกัน ชังกัน
ไม่ไว้ใจกัน อยู่ด้วยกันก็มีแต่ทะเลาะกัน แต่ก็ไม่อาจแยกขาดจากกันได้
ไฟรักร้อนแรงแผดเผาจนทั้งคู่แทบลูกไหม้ โหมซ้ำด้วยไฟของสังคมที่ยังคงซุบซิบนินทาลับหลัง
กระทั่งนายทหารหนุ่มเริ่มหมดความอดทน เขาหนีเธอไปเกาะอื่น
ตอนนั้นเองเจ้าแมงดาที่ยังคงอาวรณ์จนแอบลอบติดตามเธอเสมอก็กลับมา เธอออกขายตัวอีกรอบ
แม้เพียงแค่ใช้ปากกลางถนนเปลี่ยวกับตาแก่หงำเหงอะ
มันก็ทำให้เขาอดรยทนไม่ได้เมื่อกลับมา ยิ่งรักยิ่งถลำลงในห้วงรัก ความรักอันผิดทำนองคลองธรรมของธรรมของเขาและเธอนั้นไม่อาจยอมให้เกิดขึ้นได้ในสังคมเล็กๆแห่งนี้
ภายใต้เนื้อหาที่คุ้นเคยสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างออกไปคือการสร้างอารมณือันปั่นป่วนรุนแรงในทุกอณูของเนื้อหนัง
เริ่มตั้งแต่ทัศนียภาพของเกาะแก่งห่างไกลที่ทุกอย่างล้วนอวลไปด้วยฝุ่นทราย บ้านของEVDOKIA
อยู่ริมขิบของหมู่บานซึ่งก่ออิฐฉาบปูนอย่างเรียบง่ายราวกับผุดขึ้นมาจากลานทราย
ซึ่งผงฝุ่นพัดปลิวราวกับสุดขอบโลก บรรยากาศของลานฝึกทหารโล่งเตียนล้อมรั้วลวดหนาม
บรรดาทหารหนุ่มกระทืบเท้าลงบนพื้นสีขาวซีดๆอวลฝุ่น กลางบรรยากาศแห้งแล้งหงอยเหงา
บรรดาตัวละครกลับสาดซัดพายุอารมณ์อย่างไม่ยั้งมือ ทุกคนในเรื่องเพราะจะตะโดนใส่กัน
ตบตี ฉุดกระชากลากถูแสดงอารมณ์อย่างไม่ปิดบังราวกับเป็นตัวละครที่มาจากหนังของ Rainer
Werner Fassbinder ก็มิปาน หนำซ้ำ การตัดต่อของหนังก็เล่นกับอารมณ์รุนแรงทุกห้วงขณะ
หนังตัดภาพสามสี่ภาพซึ่งไปม่ต่อเนื่องกันมาปะทสังสรรค์กัน
เทคนิคที่ชวนให้นึกถึงถึงการตบโต๊ะปังกลางห้องสมุดที่เงียบเชียบ เรื่องเดินหน้าไปเรื่อยๆพลันแทรกภาพจากอีกที่ตัดสลับไปมา
ทำให้ทุกอย่างดูรุนแรงมากขึ้นไปอีก
ความรักของหญิงชายคู่นี้นั้นผิดทำนองคลองธรรมอย่างไร มองผาดเผินมันก็แค่น่ารบกวนใจในแง่ความรักต่างชนชั้นเท่านั้น
แต่ลึกลงไปใต้เปลือกผิวมันยังยอกย้อนซ้อนมายาคติจำนวนมากไว้อีกหลายเท่า เพราะ EVDOKIA
ที่จริงแล้วไม่ได้ถือครองตำแหน่ง
หญิงงามที่รอนายทหาร (คนนอก /คนเมือง/คนขาว/เจ้าอาณานิคม สุดแล้วแต่ท่าจะแทนค่าเติมคำลงในช่องว่าง)
ถ้าเธอจะมีอะไรคล้ายกันคือเธอถือครองตำแหน่งหญิงงาม
แต่เป็นหญิงงามเมืองของผู้ชายบนเกาะต่างหาก แน่นอนว่าสถานะโสเภณีของเธอนั้นจัดได้ว่าอยู่ลำดับชั้นต่ำสุดของสังคม
พอแก่ปลดระวางก็เป็นยายโสเภณีเพิ้งขี้เมา (หญิงนางเดียวที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนของเธอ)
ในขณะเดียวกัน นายทหารถือครองฐานะผู้บุกรุก
หากในหนังแสดงให้เห็นว่าการบุกรุกของเขาที่แท้ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย
พวกเขาแค่เอาเกาะนี้เป็นที่ฝึกระเบียบของเหล่าทหาร
นายทหารมีหน้าที่ฝึกฝนร่างกายขงบรรดาทหารให้พร้อมเพรียงเป็นหนึ่งเดียว
(ส่วนนี้ชวนให้นึกถึงหนังที่มาทีหลังอย่างBeau Travail ของCalire Denis อย่างยิ่ง) นายทหารครอบครองร่างกายของลูกหมู่
(และครอบครองร่างกายของชาวเกาะคือแผ่นดินในแง่ที่ว่าเขาเป็นตัวแทนรัฐ
หากการครอบครองของเขาก็เป็นไปเพียงเพื่อครอบครองและจัดระเบียบ)
ระเบียบของเขาใช้ไม่ได้กับความรักอันรุนแรงไร้ระเบียบเหตุผลของเขากับEVDOKIA ที่จริงแล้ว EVDOKIA ก็เคยถูกครอบครอง
จากบรรดาชายชาวเกาะ การเป็นโสเภณีทำให้เธอเป็นร่างที่พร้อมจะพถูกครอบครอง
กระทั่งนายทหารชิงตัวเธอไปครอบครองจริงๆซ้ำยังไม่ใช่การครอบครองแบบลับๆอย่างการหนีเมียมาเที่ยวเธอ
หากเป็นการครอบครองที่ถูกต้องตามกฏหมาย นั่นคือการแต่งงาน (ในแง่หนึ่งการแต่งงานก็คล้ายกับเป็นการปักปันเขตแดนโดยรัฐลงบนเกาะห่างไกล
)
และนายทหารพยายามฝึกร่างกายของเธอให้อยู่ในรูปรอยโดยการจงรักภักดีต่อเขาเพียงผู้เดียวและเลิกสำส่อนเสียที
กล่าวให้ง่ายการฝึทหารนับว่าใกล้เคียงที่สุดกับชีวิตแต่งงานของทั้งคู่!
ดังนั้นเหตุการณ์ในฉากไคลแกมกซ์ของหนังจึงไม่ใช่การหึงหวงกันทั่วไปหากมีนัยยะสะท้อนถึงการเอาคืนกับอำนาจรัฐ
แต่ไม่ใช่จากประชาชนหากเป็นของนายทุน(แมงดา)ผู้ครอบครองประชาชน(แผ่นดิน/ร่างกาย ของ EVDOKIA)
หล่อนเกิดมาเป็นหญิงคนเที่ยวและจำต้องทำหน้าที่เช่นนั้นไปชั่วนิรันดร์
ที่แท้แล้วนางโสเภณีต่างหากที่เป็นเสาค้ำชุมชนนี้ไม่ให้ร่วงหล่นลง ในฉากสุดท้ายของหนังภาพเศราของEVDOKIA จ้องมองแสงไฟขณะถูกบังคับให้ขึ้นรถจึงเป็นความเศร้าของแผ่นดิน
/ร่างกายซึ่งอยู่ใต้บงการของเจ้าของ(ที่อาจทึกทักความเป็นเจ้าของเอาเองก็ได้)
ซึ่งอาจเป็นใครสักคนที่เราไม่ต้องรู้จักหน้าค่าตาเลยทีเดียว
หมายเหตุ: ชื่อบทความมาจากชื่อหนังสือซึ่เงขียนโดย มิเชลล์ ฟูโกต์และแปลโดย ทองกร
โภคธรรม
posted on 22 Dec 2009 00:34 by filmsick
1.มือและลึงค์
ขาที่ถ่างกว้างออก
ลึงค์อันมหึมาและทรวงอกอันกลมมนจนผิดรูปบนร่างของเธอนั้นจมอยู่ในส่วนที่แสงส่องไม่ถึง
ขณะที่มืออันยืนยาวออกไปนอกหน้าต่างของเขานั้นห้อยค้างอยู่กลางแสงยามสายซึ่งสลัวเลือนประหนึ่งส่องลอดผ้าลูกไม้ที่กรองซับเอาแสงไปเสียครึ่งหนึ่งก่อนจะสาดลงมาบนโลก เช่นเดียวกันกับมือ ลึงค์ของเขาก็อยู่ในแสงแดด
ซึ่งอาบไล้ร่างเปลือยเปล่าหลังเสร็จกิจธุระทางเพศ
นักท่องเที่ยวสักคนเดินตัดถนนมา มองจากชั้นแปดของโรงแรมเมอร์แชนท์
นักท่องเที่ยวดูเล็กจ้อยราวคนแคระ เจ้าคนแคระโง่ซึ่งหยิบกล้องขึ้นมาประทับเล็ง
โดยอัตโนมัติเขาหดมือกลับดึงบานหน้าต่างงับปิดราวกับหวาดกลัวว่าจะถูกบันทึกภาพไว้
ต่อให้เป็นภาพที่แทบจะมองไม่เห็นมือซึ่งไม่สามารระบุได้กระทั่งว่าเป็นมือของเพศหญิงหรือชาย
2.คืนที่เขาพบกับโจนิ มิทเชลล์
เขาพบโจนิ มิทเชลล์ นั่งดื่มเบียร์ดำเดียวดายอยู่ข้างถนน
เขาเดินมาทั้งวันเสียจนเมื่อยล้า สองเท้าบวมพองราวกับจะปริแตกออก
เหงื่อซึ่งระเหยไปในอากาศกลางคืนทิ้งความเหนียวกนับไว้ตามเนื้อตัว ขณะเขาเดินผ่านเกสท์เฮาส์แห่งหนึ่งซึ่งเปิดชั้นล่างเป็นบาร์
อากาศกลางคืนยังคงร้อนอ้าว
หญิงผู้นั้นนั่งไขว่ห้างอยู่ที่โต๊ะฝั่งซ้ายมือ
แทบเรียกได้ว่าจมอยู่ในความมืด ไหล่ซึ่งแผ่กว้าง
ผมสีทองในชุดกระโปรงติดกันสีดำและเสื้อแขนกุด
ดวงตาซึ่งหรี่ปรืออย่างคนสันโดษที่สอดสายตามองปัจจุบันด้วยอดีต
เทียบเคียงและเรียนรู้ บางทีคำพูดติดปากของเธอในตอนนี้อจจะเป็นคำว่า ‘นี่ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว' มือซึ่งคีบบุหรี่เท้าค้างเหม่อจ้องอย่างไร้จุดหมาย
ภาพประทับเหมือนกับที่เขาพบเห็นบนปกซีดีอัลบั้ม โบธ ไซด์'ส นาว ที่วางแผงในปี 2001
เธอร้องเพลงของตัวเธอเองที่เคยร้องไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งยังสาวอีกครั้ง
และนำมันมาใช้เป็นชื่ออัลบั้ม ตอนเป็นเด็กสาวเธอคยมีเสียงแหลมสูงสะพายกีตาร์และร้องบอกกล่าวว่าเมื่อเธอได้เห็นบางสิ่งจากทั้งสองด้านเธอได้ค้นพบว่าเธอไม่ได้ค้นพบอะไรอีกต่อไป
หลายสิบปีส่วงผ่าน เสียงของเธอกลายเป็นทุ้มนุ่ม
เธอร้องมันอีกครั้งด้วยการเรียบเรียงใหม่ ความเข้าใจไม่ทำให้เศร้าอีกต่อไป
เธอร้องเพลงนั้นซ้ำ ไม่เจือน้ำเสียงความละห้อยอีกแล้ว เวลาทำให้เธอค้นพบอีกด้านของโจนิ
มิทเชลล์ โจนิ
มิทเชลล์ผู้ซึ่งตอนนี้เมื่อเขาเดินผ่านหล่อนแล้วหันกลับไปมองก็ดูไม่คล้ายโจนิ
มิทเชลล์อีกต่อไ เป็เพียงฝรั่งแก่ๆ ที่นั่งดื่มเบียร์เดียวดายในความมืด
3.ปืนยาว
ปากของกระบอกปืนยาวทุกลำล้วนชี้ตรงไปทางทะเล ตัวปืนนั้นผลิตในอังกฤษ
แต่ตอนนี้มันต่างเรียงตัวไปทางทิศเดียวกันอยู่บนเรือสำเภาที่แล่นออกจากปีนัง
มุ่งตรงไปยังภูเก็ต พร้อมกับจดหมายจากกัปตันฟรานซิส ไลท์ เราไม่อาจจินตนการใดๆถึงเนื้อความในจดหมาย
เยื่อใยซึ่งหลบเร้นอยู่ระหว่างตัวอักษร
ไม่สามารถจินตนาการภาพใหญ่โตโอ่โถงของเรือสำเภา
ไม่อาจกระทั่งจินตนาการถึงฟองคลื่นสักหยด ในห้วงสมุรอันราบเรียบของทะเลอันดามัน
โลกในยุคต้นรัตนโกสินทร์สะบั้นสายสัมพันธ์กับเราผ่านทางการไหลทบของกาลเวลา
เราอยู่ในยุคที่ไม่สามารถสืบย้อนไปได้กระทั่งสองรุ่นก่อนหน้าของบรรพบุรุษของเราเอง
หล่นร่วงอยู่กลางปัจจุบันขณะอันเป็ฯผลพวงของอดีตซึ่งเรามองไม่เห็น
และเข้าใจว่าไม่เกี่ยวข้องกัน
จดหมายถูกพับอย่างเรียบร้อยในซองประทับตราครั่งปิดผนึก ทะเลสีครามของโลกซึ่งได้จบสิ้นไปหากยังดำรงคงอยู่ ปืนยาวซึ่งในที่สุดก็สาบสูญไป หลังจากใช้รบกับพม่าในระหว่างสงครามเก้าทัพยามพม่าล้อมเมืองถลาง
เขม่าปะทุแตกของกระสุนนัดแรกสาบสูญไปก่อนใครเพื่อน
เลือนจางราวกับไม่ได้มีอยู่มาตั้งแต่ต้น
4.ส่าหรีสีน้ำทะเล
หญิงในชุดส่าหรีสีน้ำทะเลนั้นปรากฏขึ้นครั้งแรกในความฝัน
ความฝันแรกเมื่อผมย่างเท้าเข้ามาถึงเมืองนี้
ก่อนจะม่อยหลับไปบนรถตู้ขณะข้ามสานจากฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธ
ผมไม่แน่ใจว่าในความฝันั้นคือบ้านสักหลังบนถนนดีบุก ในภูเก็ต
หรือถนนในปีนังที่ผมยังไม่เคยพบเห็น นางยืนอยู่ในระยะไกล
มองเห็นได้เพียงส่าหรีสีน้ำทะเลซึ่งพะเยิบไหวหระหนึ่งมีชีวิตของมันเอง
นางผู้ชราซึ่งอยู่ไกลเกินกว่าที่ผมจะอธิบายรูปทรงของนางได้
ที่รู้สึกได้ก็เพียงการจ้องมองตรงมาของนาง จาสุดขอบซุ้มประตูโค้งซึ่งทอดเชื่อบ้านทุกหลังสุดถนน
นางจ้องมองมานั้นแน่แท้ ยินนิ่งประหนึ่งร่างทั้งร่างสลักเสลาจากหินสีน้ำทะเล
แล้วห่มคลุมด้วยส่าหรี ในความฝันผมเดินตรงไปหานาง
คุ้นเคยราวกับเคยพบมาก่อนที่ไหนสักแห่ง
แต่ยิ่งเดินเข้าใกล้ร่างของนางยิ่งไกลออกไป ราวกับการเดินไปข้างหน้าคือการเดินถอยหลัง
ร่างหนังยังคงนิ่งขึง ชายส่าหรีสะบัดไหวไกลออกไป
ไกลออกไปกระทั่งกลายเป็นเพียงจุดวูบวาบสีฟ้า ตอนนั้นเองที่ผมตื่นขึ้น
5. แฝด
ให้มันเริ่มต้นจากห้องซึ่งมีแสงสาดส่องห้องหนึ่งในบรรดาห้องมากมายซึ่งเรียงรายไปบนชั้นแปดของบลอคบีของอาคารแข็งเกร็งที่เหยียดยืดขึ้นไปบนฟ้า
เรียงรายเป็นแผงลดกลั่นกันไปตรงตีนเขา
เธอทั้งคู่เคลื่อนเข้าหากันราวกับมีแรงดึงดูด
ร่างของทั้งคู่สั่นน้อยๆด้วยความประหม่าในกันและกัน
เพราะแม้จะเติบโตมาด้วยกันตลอดชีวิต แต่เธอทั้งคู่ไม่เคยชิดใกล้กันขนาดนี้มาก่อน
ริมผีปากของเธิประกบเข้าหากัน จูบกันและกันอย่างแผ่วเบา
รอยจูบซึ่งจะติดตัวเธอทั้งคู่ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต
เธอสะดุ้งน้อยๆเมื่อเธออีกคนสัมผัสหน้าอกของเธอ หน้าอกกลมกลึงซึ่งยังคงปวดแปลบจากรอยมีด
มันเป็นครั้งแรกที่เธอยอมให้เธอรุกล้ำ
กลางแสงแดดบ่ายที่ร้อนเร่าและเศร้าสร้อย
ตอนนี้เราทั้งคู่เหมือนกันแล้ว ในที่สุดฉันได้กลายเป็นอย่างพี่ เธอรำพึงในใจรู้สึกลึกล้ำยามถูกสัมผัสตอนลึงค์เบื้องล่าง
รู้สึกราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันกับอีกเธอ
ทรวงอกซึ่งกลมมนหันเข้าหากันเพยิบไหวตามการหอบหายใจหนักหน่วง
ราวกับหัวใจทั้งคู่เต้นในจังหวะเดียวกัน เธอเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงสัปดาห์
ยังคงปวดแปลบที่ตรงนั้นตรงนี้ซึ่งหมอได้ลงมือตกแต่งมันเสียใหม่
บัดนี้เธอกลายสภาพจากพี่น้องไปเป็นฝาแผดซึ่งมีหน้าตาเหมือนกัน
เว้นแต่เพียงลำลึงค์ของเธอซึ่งเธอขอร้องไม่ให้เธอทำ
สัตว์ประหลาดจากโลกดึกดำบรรพ์กำลังละลายเข้าหากันในแสงแดดบ่ายอันแรงร้อน แสงสุกสว่างซึ่งสีขาวของมันบดบังดวงตาเรา
จนไม่อาจแยกได้ว่าใครคือคนไหนอีกต่อไป
ในความสัมพันธ์ชิดใกล้อันถูกทำให้วิปริตผิดทำนองคลองธรรมนั้นเอง
เธอได้ค้นพบความอบอุ่นอันลึกล้ำ การชำแรกที่นุ่มนวลของอีกร่างหนึ่งของเธอ
ความอบอุ่นซึ่งเธอไม่เคยได้สัมผัสต้องมันอีกหลังความตายของแม่
6.วิญญาณในภาพถ่าย
สมุดบันทึกนั้นเขียนด้วยปากกาหมึกซึมซึ่งค่อยๆซึมลงไปเป็นเนื้อเดียวกับกระดาษ
ตัวหนังสือภาษาจีนอันอ่อนจางเรียงเป็นระเบียบอยู่ในสมุดบันทึก
ซึ่งที่จริงแล้วน่าจะเป็นสมุดบัญชีมากกว่า ตัวเลขเรียงลำดับอยู่ทางข้างขวา
และรายการข้อความสั้นๆทางด้านซ้าย และยังมีรูปถ่ายอีกใบ
รูปถ่ายซีดจางของก๋งกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่เหลือเค้าใดๆให้สืบค้น
รูปซึ่งละลายหลอมติดกับสมุดบัญชีเก่าคร่ำ
หลักฐานบิ้นสุดท้ายว่าแกเคยทำกิจการเดินเรือค้าขายระหว่างภูเก็ตและปีนัง
เรือซึ่งค่อยๆผุพังลงในหล่มโคลนพร้อมกับการแตกกระสานซ่านเซ้นของครอบครัว
สมุดบันทึกนี้ระเห็จมาอยู่ในห้องเก็บของของแม่ และเขาค้นพบมันเข้าโดยบังเอิญ
ทึกทักเอาว่าสถานที่นั้นคือแผ่นดินอันเป็นฝาแฝดของบ้านเกิดของเขา