EXPERIENCED IN DECEMBER 2010

posted on 17 Nov 2011 16:59 by filmsick
 
THE MAID (SEBASTIAN SILVA/2009/ CHILE +MEXICO)


ถ้าไม่นับตอนจบแบบที่ทำให้มันกลาเป็นหนังในทำนอง คนใจดำเรียนรู้ชีวิต ค้นพบความงามของมันอย่าเสร้าๆ เราพบว่า THE MIAD เป็นหนังที่ทั้งสนุกสนานกึ่งน้ำเน่า (เนื้อหาว่าด้วยการตบกันในขบวนการคนใช้ มีฉากจิกหัวตบจริงอะไรจริง) จนสามารถเอามารีเมคเป็นหนังไทยฉายหลังข่าวได้ และในขณะเดียวกันมันก็เปิดประเด็น ‘ความเป็นอื่น’ของมนุษย์กับการทำงานได้แบบเสตปเมพ เพราะเวลาเราพูดเรื่องความเป็นอื่นของแรงงานกับการผลิต เรามักพูดถึงเรื่องราวในโรงงานมากกว่า แต่อะไรจะให้สภาวะก้ำกึ่งระหว่างการเป็นส่วนหนึ่งและการเป็นแรงงานรับจ้างเท่ากับการทำงานภายในบ้าน เท่ากับอาชีพคนใช้เป็นไม่มี 


หนังพูดถึงยายแม่บ้านใจดำที่เป็นแม่บ้านอยู่บ้านหรูมายี่สิบปี เลี้ยงลูกของคุณนายมาสี่คน หลังๆเธอเม้งกับลูกสาวคนโต แล้วก็ชอบแสดงอำนาจแบบคนใช้ๆในบ้าน จนคุณนายจะหาคนมาช่วยเธอ เธอยิ่งใจดำแสดงอำนาจมากขึ้นไปอีก ถือว่าอยู่มาก่อน เด็กๆก็รักเคารพ ในทางหนึ่งเธอเหมือนคนในครอบครัวนี้ (จนคุณนายไม่สามารถกล่าออกปากไล่เธอออกจากงานได้) แต่ในขณะเดียวกันเธอก็มีสถานะเป็นแค่คนรับใช้ เธอจึงเป็นคนแบบที่ ถูกทำให้แปลกแยกกับการงานของตนอย่างกล้ำกลืนฝืนทน เธอกลายเป็นคนเจ้าระเบียบ (ถึงขนาดไล่ล้างห้องน้ำหลังคนใช้ใหม่อาบน้ำเสร็จทุกครั้ง) แต่แข็งเกร็งไร้อารมณ์ บางทีก็แอบยิ้มหัวให้กับเด็กๆ แต่เล่นมากก็ไม่ได้ เพราะเป็นแค่คนใช้ อาการอิหลักอิเหลื่อองเธอคือภาพของมนุษย์ที่อยากเป็นส่วนหนึ่ง แต่ถูกทำให้แปลกแยกับงานที่ทำตลอดเวลา ที่แสบทรวงคือเธอถึงกับทิ้งครอบครัวจริงๆที่ต่างจังหวัดของเธอมารับใช้บ้านนี้ (ฉากวันเกิดจึงอิหลักอิเหลื่อมากๆ เพราะพวกเขาจัดงานวันเกิดให้เธอ แต่พอเลิกงานเธอเป็นคนล้างจาน เก็บโต๊ะ!) เธอไม่ค่อยคุบกับแม่ตัวเอง ถูกการงานทำให้เป็นคนใจจืดต่อคนอื่นๆ จนคนใช้ราใหม่ที่เป็นสาวต่างจังหวัดลั้นลา ทำให้เธอเปิดหัวใจ
 
จริงๆมันมีฉากเก๋ๆมากมายเลยล่ะ อีกฉกที่ชอบมากคือเธอดูเหมือนจะเกลียดอีลูกสาวคนโตของบ้าน แต่พอเธอเป็นลมสลบแล้วคนในบ้านกอบเธอส่งโรบาลกล้องมันจะโฟกัสหน้าเด็กผู้หญิง ซึ่งไม่รุ้ว่าจะสะใจ หรือจะเป็นห่วงดี รู้สึกว่าซีนนี้เมพมาก
 
อีกซีนที่เมพมากๆ คือเธอไปไล่ล้างห้องน้ำ หลังจากคนใช่้ใหม่อาบน้ำเสร็จ ยายคนใชเห็นเธอมาล้างห้องน้ำ แทนที่จะโกรธ ก็เข้าไปกอดเธอเลย คือมันทั้งเศร้าแล้วก็สมเพช แบบว่า มึงเป็นไรมากมั้ย 

แต่ที่เมพสุดๆคือเธอจะชอบล๊อคประตูบ้านเวลาคนใช้อีกคนออกไปหน้าบ้าน ทำสำเร็จมาหลายรอบ พอรอบหลังสุด ยายคนใช้ใหม่ เคาะแล้วเธอไปม่เปิด ชีก็เลย แก้ผ้าอาบแดดในสวนเลย 
 
 
ILLUMINATION (KRZYSTOF ZANUSSI /1973/POLAND) 

 
 
ไอ้ 8 นิ้ว (ดอกดิน กัญญามาลย์ /2521/ไทย )
 
 
 
ภูติพิศวาส (ประทีป โกมลภิส /2507)

อันนี้สิหนังเมจิคัล เรียลลิส์มแบบไทยๆของจริง ผีอยู่กัยคนรักกับผีกันเป็นเรื่องเป็นราว! พระเอกเป็นเด็กหนุ่มมาสอบกฎหมายที่ธรรมศาสตร์ แล้วไปอาศัยวัดอยู่ สัปเหร่อก็เตือนว่าระวังผีจะมาดูดเลือด ปรากฏว่าเพื่อนโดนดูดเลือดตายไปสองคน แต่พระเอกรอด นางเอกเป็นปี ถูกบังคับให้มาดูดเลือดคน มาขอนอนกับพระเอก เพื่อจะดูดเลือด แต่พระเอกไม่ยอม แถมช่วยขุดศพนางเอกมาไว้ที่บ้านเอาลุงสัปเหร่อมาด้วย ตกกลางคืนนางเอกจะมาหามารนนิบัติ จนลุงสัปเหร่อฆ่าผีเจ้านายนางเอกหมด แต่รักก็ไม่สมหวังเพราะหระเอกถูกจับหมั้นกับแม่บุหงา ไว้แล้ว เรื่องตอนหลังเลยเปลี่ยนจากหนังผีเป็นหนังชิงรักหักสวาท เพราะนางเอกได้กลายเป็นคนจากผลการภาวนาของพระเอก แต่พระเอกดันต้องไปแต่งกับแม่บุหงา (เรื่องจริงคืออีนี่ทำของใส่พระเอก) นางเอกก็คอยปรนนิบัติแม่ผัวจนเป็นที่รัก ลุงสัปเหร่อก็ช่วยคลายมนต์ให้พระเอกจนกลับมาครองรักกันอย่างเป็นสุข ว้าววววววววว
พลอตหรูอลังการ เช่นไร หนังก็ไปสุดทางเช่นนั้น เพชรา ทำท่าทางเป็นนางเอกเต็มที่ ปรียาก็เล่นเป็นนางร้ายแบบแรงสุดๆ ตัวประกอบพีคทุกตัว ชอบทุกอย่างในหนังเรื่องนี้พีคจริงๆๆๆๆๆๆๆ
 
THE SOCIAL NETWORK (DAVID FINCHER/2010/ US)

you're CEO now , and yes you're a bitch! 

ขอเลือกซีนที่ชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้มาเป็นรูปประกอบ เนื่องจากข้าพเจ้าไม่ใช่คนแบบ ซัคเกอร์เบิร์ก และพยายามหลีกเลี่ยงคนแบบซักเกอร์เบิร์กมาโดยตลอด ดังนั้นข้าพเจ้าจึงหาสนใจใคร่รู้ในชะตากรรมของหมอไม่ อย่างไรก็ดี มันเป็นหนังดีดูสนุกครึกคืรื้น และเแสดงให้เห็นว่า FIncher เป็นผู้กำกับแบบหวือหวา (หลังจากถกกับเจ้าสำนักเมื่อวานนี้ ขอยืนยันว่า ผมยังโปรชัยมาลาน แต่ลดระดับFincher ลงมาหน่อยยึง) อย่างไรก็ดี หนังที่ดีที่สุดของFincher ในสายตาข้าพเจ้าคือ Zodiac (และยังชอบ Seven ที่สุด)
 
 
PITFALL ( HIROSHI TESHIGAHARA /1962/JP)

หนังยาวเรื่องแรกของเทชิกาฮาระ ก่อนทำนางแห่งเนินทราย เรืองนี้เป็นหนึ่งในสี่เรื่องที่เขียนบทโดย Kobo Abe หนังยังไม่ได้ลงลึกกับโลกหลอนหรือภาวะภายในของตัวละครเท่าเรื่องต่อๆมา แต่ไปเน้นที่พลอตซับซ้อน กับประเด็นทางการเมืองแทน ซึ่งทำให้หนังสนุกเร้าใจมาก แต่ไม่ได้น่าติดใจเท่าเรื่องต่อๆมา
 
พระเอกเป็นแรงงานเหมืองรับจ้างลูกติด อุตส่าห์หนีจากเหมืองนึงไปอีกเหมืองนึงเพื่อชีวิตที่ดีกว่า อยู่ดีๆก็มีคนเรียกให้ไปทำงานพิเศษให้แผนที่มาเสร็จสรรพ ปรากฏว่าถูกหลอกไปฆ่า พระเอกตายตั้งแต่ครึ่งชั่วโฒงแรก จากนั้นพลอตซับซ้อนเรื่องเกี่ยวกับความชั่วร้ายในใจมนุษย์ถึงค่อยๆปรากฏโดยมีตัวลูกพระเอกคอยจ้องมอง ที่เหวอมากๆก็คือหนังมีโลกของผีซ้อนอยู่ในโลของคนอีกที ชอบโลกของผีในหนัง(ที่ผีทำท่าว่าทำอะไรสักอย่างแต่ไม่มีสิ่งที่ทำมีแต่ทา่าทาง) กับบรรยากาศของเหมือนร้าง ทุ่งหญ้าสูงท่วมหัว (ซึ่งเป็นยบรรยากาศที่โดดเด่นในเวลาต่อมา ของหนังของเขา 

ประเด็นทางการเมืองน่าสนใจดีเพราะพระเอกเป็นแรงงานตัวเล็กที่ตายไปเฉยๆ เพื่อเป็นแพะในคดีความขัดแย้งขแงคนงานในสหภาพแรงงาน ที่ถูกหลอกล่อให้ทำลายกันเอง (ถึงที่สุดคนงานย่อมต้องพังพินาศ ) โดยฆาตกรตัวจริงเป็นใส่สูทสีขาวทั้งชุด
 
ฉากนึงที่ชอบมากๆคือพระเอกไปเจอคนตาย แล้วคนตายถามพระเอกว่า กินข้าวหรือยัง พระเอกว่ายัง ไอ้คนนั้นบอกว่า ซวยแล้วมึง ถ้ามึงไม่กินข้าวก่อนตาย หลังจากตายไปแล้วมึงจะหิวไปชั่วนิรันดร์
 
 
A SLEEPING MAN (KOHEI OGURI /1996/JP)

ไม่รู้จะอธิบายหนังยังไงดี ขอเรียกว่าเป็นหนังแบบเมจิคัล เรียลิืส์มของญี่ปุ่นแล้วกัน จะบอกว่ามันเป็นหนังแบบSHARA ก็ได้ แต่มันน้อยกว่า SHARA เยอะเลย มันมีความเหวออะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด แต่มันก็ไม่ได้บอกอะไรเลย ตัวละครก็ไม่มีแรงบันดาลใจอะไร ไม่มีความขัดแย้งอะไรถูกนำเสนออย่างโจ่งแจ้ง แต่ก็ไม่ใช่หนังตามติดชีวิตเรื่อยเปื่อย ป่าในหนังเรื่องนี้มหัศจรรย์พอๆกับหนังพี่เจ้ย แต่เป็นป่าคนละจักรวาลกับป่าของพี่เจ้ย ดูเหมือนทุกอย่างที่เหนือจริง พิลึกพิลั่นเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ปะปนและแนบเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตคนในเมืองจนแยกไม่ออก
 
หนังมีตัวละครมากมายหลายตัวทั้งสาวนักร้องชาวปินอยที่คิดถึงบ้าน ผู้ชายที่เกิดอุบัติเหตุแล้วเป็นเจ้าชายนิทรา ช่างไฟ สารพัดช่างเพื่อนสนอทของเขา เด็กหนุ่มเพี้ยนๆเหวอๆประจำเมือง เด็กมัธยมที่ซ้อมละครตลอดเวลา คนที่ไปอาบน้ำในโณงอาบน้ำ อาอี๊ชาวเกาหลีที่โรงฝากจักรยาน หลานอาอี๊ที่ไปขลุกอยู่กับตาแก่ที่กังหันน้ำ แล้วยังมีป่า เหมือนเมืองจะแนบอยู่กลางป่าลึกลับ ที่มีเจ้าป่าเจ้าเขามากมาย แต่ก็ไม่มีใครอะไรกับมัน ตัวละครก็ไม่ได้คืบหน้าอะไรไปไหน ใช้ชีวิตเรื่อยเฉื่อยในเมืองกับเรื่องไร้ความตื่นเต้นใดๆ ถ้าจะมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้น มันก็เกิดไป หนังตัดสลับชีวิตกับภาพป่า หรือภาพจากเรื่องเล่าสักเรื่องของใครสักคนโดยไม่ต้องอธิบายอะไร คนที่หลับก็หลับไปเรื่อยๆเช่นนั้น ไม่ตื่นขึ้นและไม่รู้ว่าทำไม ฤดูก็ป่านจากหน้าหนาวเป็นหน้าร้อน ทารกก็เติบโตขึ้น (ชอบฉากที่แม่พาทารกไปอาบน้ำในโณงอาบน้ำแล้วบอกว่า ดูสิ สิบเดือนจากท้องจนคลอด เด็กทารกนี่ผ่านประวัติศาสตร์ของการวิวัฒนาการมาเลยทีเดียวนะ)

ใครอ่าจจะเล่าอะไรสักเรื่องแล้วมันก็ค่อยๆถูกลืมไป เหมือนป่าที่อาจจะมีอะไรโผล่ขึ้นมาเฉยๆ หรือมีต้นไม้ล้มไปต่อหน้าต่อตายังกับว่าป่ามีชีวิต แต่มันก็เป็นไปเช่นนั้นโดยไม่มีการบอกเล่าอะไร บางทีหนังก็ไปถ่ายอะไรก็ไม่รู้เช่นคู่รักต่างภาษาที่ขับรถมาเลิกกันบนสะพาน (เหมือนสาวเจ้าจะเป้นชาวปินอยแบบตัวเอก) มีต้นไม้ที่งอกออกมาจากพื้นห้องทะลุผนังหลังจากที่มันถูกตัดไปแล้วตั้งสามสิบปี มีกระแสลมหมุนในบ้านที่เป้นการลาลับของวิญญาณ หรือแมลงที่บินออกมาจากปากคนที่กำลังหลับ มีการเคาะเรียกขวัญตะโกนตามวิญญาณที่หลุดลอย และมีละครโนะที่เล่นกันในป่า แต่ทั้งหมดไม่มีอะไรอธิบายได้เลย ความมหัศจรรย์ หรือพิลึกพิลั่นใดๆก็ตาม มันเกิด