HOUSE (NOBUHIKO OBAYASHI/1977/JAPAN) บ้านผีสิง!!!
posted on 17 Feb 2009 01:23 by filmsick in sickfilm
โอชาเรมีแม่ใหม่!
แม่เลี้ยงของเธอเป็นหญิงสาวหน้าตาดีที่พันผ้าพันคอซึ่งปลิวไสวอยู่ตลอดเวลา พ่อบอกเธอว่า ไม่ดีหรือจ้ะที่ต่อไปจะได้มีคนติดกระดุมเสื้อแขนเสื้อให้พ่อลูกจะได้ไม่เหนื่อย -กระดุมคอเสื้อเล่าคะ เธอถาม!
และด้วยนึกน้อยใจในโชคชะตาที่นางแม่เลี้ยงคนสวยจะแย่งความรักของพ่อไปจากเธอ เธอกล่าวชักชวนบรรดาเพื่อนสาวทั้งเจ็ด ไปเที่ยวบ้านคุณป้าที่เป็นคฤหาสน์อยู่บนเนินเขา เพื่อนสาวทั้งเจ็ดของเธอก็มีทั้ง สาวแว่นหนอนหนังสือ สาวน้อยนักดนตรี (ปรากฏตัวในฉากแรกพร้อมกับกีตาร์) สาวน้อยหน้าหวานช่างสังเกต สาวอ้วนนักกิน หรือ สาวจอมยุทธ์ ที่มีอิทฤทธิ์ในการเหาะเหินเดินอากาศ (เอ่อ กล่าวตามจริงคือการกระโดดน่ะ) และเพื่อนคนอื่นๆ มุ่งหน้าเดินทางไปยังชนบท โดยไม่ได้ดรู้เลยจะพาตัวเองไปติดกับคุณป้ามหาภัย และบ้านกินคนของเธอ ซึ่งมีนางแมวผีเป็นตัวเชื่อมโยง!
ฟังดูเหวอ
เอ๋อ เพี้ยน แต่นี่คือหนังเปิดตัว ของNOBUHIKO OBAYASHIผู้กำกับที่ต่อมาโด่งดังกับหนังอย่างSADA
ก่อนจะมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ OBAYASHI เริ่มต้นจากการเป็นคนทำงานทีวี กำกับมิวสิควีดีโอ และโฆษณาดังๆ
(ในสมัยนั้นโฆษณาตัวสำคัญของเขามีพรีเซนเตอร์ระดับALAIN DELON และ CHARLES BRONSON กันเลยทีเดียว) เขาได้ไอเดียในเรื่องบ้านกินคนมาจากลูกสาวจากนั้นก็นำมันมาขยายจนกลายเป็นHOUSE
ขึ้นมา
ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนคือนิยามที่เราอาจจะพอบอกได้เวลาเราพูดถึงหนังเรื่องนี้ เพราะ HOUSE เป็นส่วนผสมของหนังกึ่งการ์ตูน ที่เป็นเสมือนการปะทะสังสรรค์ของการ์ตูนสยองขวัญแบบ อุเมซึ คาสึโอ กับการ์ตูนตาหวาน ( แบบเจ้าสาวซาตาน) และอิทธิพลจากหนังผีโบราณของญี่ปุ่นที่เน้นการเขียนฉาก จัดวางองค์ประกอบศิลป์อันมลังเมลือง (ลองนึกถึงหนังแบบKWAIDAN) การประสมกลมกลืนอันอิหลักอิเหลื่อ และตามใจตนเอง อย่างยิ่งนี้ อาจไม่ได้ให้ผลที่เป็นขั้นสุดยอด แต่กลับสร้างรสชาติแปลกประหลาดแปร่งเพี้ยนชนิดที่ไม่อาจหาพบได้ง่ายนักทั้งจากหนังญี่ปุ่นร่วมยุค หรือกระทั่งในยุคปัจจุบัน ก็ตาม
หนังมีทั้งการถ่ายแบบ ใช้ภาพแบบสปอตไลท์ (จู่ๆหนังก็ดำมืดทั้งจอเหลือวงแคบๆสำหรับส่วนที่ต้องการเน้น ) ใช้ฉ่กหลังที่วาดเอา จัดแสงอย่างไร้ความเป้นธรรมชาติ หนังมีงานสเปเชียลเอฟเฟคต์แบบกระจอกงอกง่อย มีการตัดต่อแบบsupreme jump cut ตัดไปมาในฉากเดียวจนไม่รู้ว่าใครอยู่ตรงไหนทำอะไรอยู่ มีการจัดแสงแบบหิล์มนัวร์ และในฉากหลอนเฮี้ยน หนังมีกระทั่งการยัดลายเส้นการ์ตูนเข้ามาเฉยๆโดยไม่สนใจอะไรอีกต่อไป
หนังไม่รีรอที่จะบอกว่าคุณป้ามหาภัย(ที่มาในรูปของหญิงชราใจดีนั่งรถเข็นอาศัยในคฤหาสน์บนเนินเขาเพียงลำพัง
แถมยังเลี้ยงน้องแมวขนฟู และแว้บไปไหนมาไหนได้อย่างรวดเร็วอีกต่างหาก!) คือผีร้ายที่คอยล่อลวงเด็กๆ
หลังจากสุขสันต์กับคฤหาสน์เก๋ไก๋ (ในฉากหลังแบบภูเขาสวิตเซอร์แลนด์
ซึ่งวาดด้วยมือ) พวกเธอก็ค่อยๆถูกสังหารไปทีละคนด้วยวิธีการพิสดาร
เช่นการตัดหัวไปแช่ในบ่อน้ำแทนแตงโม แล้วหัวนั้นยังพูดได้มาไล่งับก้นของสาวน้อยอีกนางหนึ่ง
หรือการตายจากการถูก เอ่อ ฟูกทับ
ถูกเปียโนขเมือบเป็นชิ้นส่วน หรือกระทั่งถูกโคมไฟเพดานงับจนสิ้นชีพ!!!
หนังมีทั้งตัวละครแบบสาวน้อยจอมยุทธ์นุ่งสั้นที่ใช้พลังคาราเต้สู้ผี สาวน้อยหน้าหวานที่เห็นผีแต่แอ๊บแบ๊วจนไม่มีใครเชื่อ หรือแมวน้อยนนุมที่กลายเป็นแมวผีในรูปการ์ตูน หรือกระทั่งน้องโอชาเรที่โดนผีคุณป้าเข้าสิง (เธอตายโดยการที่ใบหน้าแตกสลายกลายเป็นไฟ !!!
เล่าแล้วเหวอ แต่ขอบอกตัวหนังนั้นเหวอกว่านั้น !!!!!!!!!!
แม้ว่า
HOUSE จะไม่ใช่หนังจำพวกที่จำเป็นต้องตีความกันอย่างหนักหน่วง
(ที่จริงมันออกจเป็นงานโชว์พาว แบบมีเท่าหร่ใส่หมดแมกซ์ของผู้กำกับมากกว่า)
แต่นี่คือหนังที่มีพลังสูงแบบไม่เกรงใจไม่ถนอมมือ
ก่อบรรยากาศพิลึกพิลั่นประหลาดล้ำแบบที่หาชมไม่ได้ง่ายๆนัก
กราบขอบพระคุณมาดาม MdS ที่อัดหนังเรื่องนี้จากการฉายช่องเจ็ดตอนดึกๆเมื่อหลายปีที่แล้วมาเก็บไว้ทำให้ผมมีบุญตาได้ชมครับ
อ่านเพิ่มเติม(และโหลดหนังทั้งเรื่อง ถ้าเนตเร็ว )ได้ในลิงค์ด้านล่างครับ
http://slashandburn.typepad.com/slash_and_burn/2007/06/three-from-nobu.html
http://pauldurango.blogspot.com/2009/01/nobuhiko-obayashi-hausu-1977-movie.html
แต่มันไม่แค่นั้นน่ะสิเพราะนี่คือหนังของ CHRSTOPH SCHLINGENSIEF ผู้กำกับ ผู้กำกับละครเวที นักแสดง และนักเขียน ตัวป่วนของวงการหนังเยอรมันร่วมสมัย งานของSCHLINGENSIEF ไม่เคยธรรมดา บ่อยครั้งมันเป็นหนัง(หรือละครเวที) การเมืองที่ด่าตรง ด่าแรง และฉาวโฉ่ หนังของเขาอาจมีโปรดักชั่นไม่งามตาแต่มาแบบ ‘คนเล็กไม่กรงใจนรก' ชาวเยอรมันเรียกเขาว่า ‘ตัวอื้อฉาว' (SCANDAL MAKER)และเขาไม่เคยแคร์!
ในงานแต่งงานใหญ่ของหมู่บ้านเล็กๆ พิธีสมรสของลูกสาวผู้ใหญ่บ้าน กับหนุ่มหล่อ เกิดอาเพทเหตุร้ายขึ้นอย่างรุนแรง เริ่มจากบรรดาแม่ครัวที่เห็นข้าวเป็นหนอนเต็มกาละมัง จากนั้นฝั่งเจ้าสาวก็ออกอาการคุ้มคลั่ง เห็นมาลัยกลายเป็ฯงูยักษ์ เห็นเจ้าบ่าวเป็นหน้าผี ลมหรือก็กรรโชกแรงจนขบวนขันหมากพังครืนลงต่อหน้าต่อตา ชาวบ้านวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น จ้างหมอผีมาปัดเป่าวิญญาณร้าย หมอพีก็โดนซะน่วม ก่อนจะหมดลม หมอผีก็กล่าวแค่ว่า คุณไสยนี้มาจากฝั่งตะวันตก เจ้าบ่าวก็เอะใจทันทีว่าเป็นฝีมือของMIRNA คนรักเก่าที่เขาทิ้งมาแต่งงานกับลูกสาวผู้ใหญ่
ม่ฟังความอันใดต่อไป ชายหนุ่มเกฯฑ์คนทั้งหมู่บ้านไปจัดการกับนางแม่มดMIRNA พอไปถึงบ้านที่เธออาศัยอยู่กับแม่ผู้แก่เฒ่าก็จิกหัวลากตัวหล่อนออกมา มวลชนคลั่งแค้นลุกฮือขึ้นเผาบ้านทั้งๆที่แม่ของเธอติดอยู่ข้างใน ไม่มีการสอบสวน ทกุคนพากันปักใจเชื่อว่าเธอคือต้นเหตุแห่งความชั่วร้าย จับเธอโยนลงเหวลึกหมายให้ตกตายไปเสีย
ฟังพลอตเรื่องชวนให้นึกถึงหนังไทยโบราณ แต่นี่คือหนังสยองขวัญ ปี 1979 จากบ้านใกล้เรือนเคียงประเทศอินโดนีเซีย ที่ใช้พลอตแบบเดิม เสริมเติมบรรยากาศร้อนชื้นแบบเอเซียอคาเนย์ คุณไสยโบราณเก่าแก่ลึกลับ ประสมกับเอฟเฟคต์ยุคกก่อนจะมีซีจี หุ่นยาง เลือดปลอม และมุมกล้องทำให้หนังสยองขวัญคัลท์แตกเรื่องนี้เต็มไปด้วยอารมณ์พิลึกพิลั่น ที่ทั้งสยองทั้งฮา
แต่ที่โหดเหี้ยมที่สุดในเรื่องนี้กลับไม่ใช่ MIRNA แต่เป็นสังคมชนบทที่ส่งข่าวกันแบบปากต่อปาก ความตายของmIRNA เกิดจากมวลชนไร้สติ ขณะเดียวกัน พอชายแปลกหน้ามาที่หมู่บ้าน ชาวบ้านก็เริ่มมีใจให้ศาสนา ก่อนจะซุบซิบกันว่าเห็นชายแปลกหน้าพบปะนางปีศาจที่ริมแม่น้ำ ข่าวซูบซิบกระพือไวทุกหย่อมหญ้า และชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนแปลงท่าที MIRNA เองหลังจากสังหารโหดคนรักเก่าที่ทำลายชีวิตเธออย่างย่อยยับ ด้วยการให้เจ้าหนุ่มฉีกหัวตัวเองต่อหน้าสาธรณชน เธอก็รู้สึกทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง จนในที่สุดเจ้าแห่งมนต์ดำปรากฏตัว MIRNA พบว่าตนเองถูกหลอกใช้ และต้องต่อกรกีบอาจารย์ของตนเอง เพื่อปกป้องหมู่บ้านที่ทำลายเธอ !