see-it-and-die


หลังจากเหตุการณ์ 11 กันยายนประเทศอเมริกาก็ไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก
เช้าวันนั้น เครื่องบินโดยสารสองลำ ถูกสลัดอากาศจี้แล้วพุ่งเข้าชนตึกแฝดที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการค้าโลก
ทุกสิ่งทุกอย่างล่มสลายลงในชั่วเพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมง
ทั้งชีวิตของผู้คน ตึกรามบ้านช่อง และ สันติภาพของโลกทั้งใบที่อาจไม่เคยมีอยู่จริง

ลานากลับเข้ามาในอเมริกาภายหลังเหตุการณ์นั้นผ่านพ้น
หลังจากติดตามแม่ไปยังที่ต่างๆรอบโลก
เธอหลับตาขอบคุณพระเจ้าที่พาเธอกลับมายัง-บ้านเกิด- อีกครั้ง
แม้จะเป็นบ้านเกิดที่เธอไม่เคยคุ้นเธอก็ยินดี
เธอมาอาศัยอยู่กับคณะมิชชันนารีผู้เอื้อเฟื้อ
คอยช่วยเหลือคนจรจัดข้างถนน ไปพร้อมๆกับตามหา ลุงพอล ญาติคนเดียวที่เธอเหลืออยู่

หลังเหตุการณ์ 11 กันยา ลุงพอลของเธอเร่ร่อนไปตามท้องถนน
กินนอนในรถตู้คันเก่าโทรม ที่เต็มไปด้วยเครื่องมือสังเกตการณ์ กล้องวิดีโอ วิทยุสื่อสาร และปืนหนึ่งกระบอก
ลุงพอลเชื่อว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศชาติยังคงลอยนวลอยู่ที่ไหนสักแห่งในประเทศนี้
และหน้าที่ของเขาคือคอยสอดส่องดูแลผู้คนของเขา
ลุงพอลเคยไปรบในเวียตนาม เชื่อมั่นอย่างมากว่ากำลังทำเพื่อชาติ แม้จะเหนื่อยยากทุกข์ทน
ร่อนเร่ไปตามที่ต่างๆเพียงลำพัง เขาก็ไม่ย่อท้อ

ลุงพอลติดตามชายชาวอาหรับผู้หฯงที่หอบหิ้วหกล่องบอแรกซ์ เดินไปไหนมาไหน
จากการสืบค้นโดยแหล่งข่าวที่เป็นช่างซ่อมรถ บอแรกซ์เอาไปทำระเบิดได้
ลุงพอลจึงเชื่อฝังจิตฝังใจว่าชายคนนั้นกำลังจะก่อการร้าย

ลาน่าตามหาจนพบเบอร์โทรของลุงพอลแต่เขาไม่สนใจเธอ
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่ของเธอตายแล้ว
แม้เขาจะชืดเฉยเย็นชา ลานาก็อยากพบเขาสักครั้ง

จนกระทั่งวันหนึ่ง ชายชาวอาหรับเข้าไปขออาหารจากมิชชันนารีชักพาสองลุงหลานให้มาพบกัน
ก่อนที่จะต้องเร่ร่อนไปตามท้องถนน ใจกลางประเทศ
ค้นหาความหมายของ-ตัวตน ของประเทศที่ในที่สุดก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

.................................................

wim wenders เป็นผู้กำกับชาวเยอรมัน เขาเติบโตมาพร้อมกับความหลงใหลในความเป็นอเมริกัน ภาพยนตร์ ดนตรี ไล่เรื่อยไปจนถึงภูมิประเทศ ภาพยนตร์หลายๆเรื่องของเขาสะท้อน ทั้งความรัก และความแปลกแยกที่เขามีต่อประเทศอเมริกา ทัศนียภาพทะเลทรายเวิ้งว้าง ผู้คนแปลกแยกเร่ร่อนไปไม่รู้จบ จิตวิญญาณแหว่งวิ่นแหลกสลาย ในปี 1987 เขาทำหนังเรื่อง paris , texas เล่าเรื่องชายผู้มีดวงวิญญาณแตกสลาย นามทราวิส ในตอนท้ายเรื่อง ทราวิสเดินจากทุกผู้คนไปอีกครั้งหนึ่งทั้งๆที่เขาน่าจะมีชีวิตอยู่ได้ บทจบที่ทำร้ายทั้งตัวละครและคนดู วิม เวนเดอรส์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ทราวิส เป็นเสมือตัวละครทุกตัวในหนังเรื่องก่อนหน้าของเขา ตัวละครชายผู้ทุกข์ทนแปลกแยก และไม่อาจเข้ากันได้กับทั้งผู้อื่นและจิตวิญญาณภายในของตน การเดินจากไปของทราวิสเป็นการสิ้นสุดของบางสิ่ง บางอย่าง และเขาจะไม่ทำภาพยนตร์แบบนั้นอีกแล้ว เขาได้ปลดปล่อยคนเยี่ยงทราวิสออกไปชั่วนิรันดร์

หลังจากนั้นเขาไปทำภาพยนตร์อันลือลั่นและเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อเมืองเบอร์ลิน บ้านเกิดของเขา ต่อ มนุษย์ และ ต่อโลกทั้งใบ ภาพยนตร์ที่เล่าผ่านมุมมองของเทวดาผู้เฝ้าสงสัยถึงความยิ่งใหญ่แห่งความเป็นมนุษย์ เทวดาผู้มีปีกแห่ปรารถนาภาพยนตร์ที่มีชื่อว่า wings of desire

และในคราครั้งนี้ผ่านไปเกือบยี่สิบปี ตัวละครเยี่ยงทราวิสได้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ในนามของพอล ชายผู้โดดเดี่ยวเปลี่ยวร้าง อยู่ท่ามกลางทัศนียภาพแปลกแยก ตัวละครที่เป็นเสมือตัวแทนของจิตวิญญาณอเมริกัน ในหนังของเขาเสมอมา ( จะว่าไปแล้วก็ตลกดี เพราะบุคลิกของพอลในเรื่องนอกจากจะทำให้นึกถึง ทราวิส ในparis, texas มันทำให้นึกถึง อีก หนึ่งทราวิส จาก taxi driver ของ martin scoresese ชายขับแทกซี่อดีตทหารจากสงครามเวียตนามผู้เปลี่ยวเหงา ผู้เชื่อว่าเขากำลังทำให้โลกสะอาดขึ้น )

พอลหวาดระแวงทุกผู้คน กระทั่งถุงชอปปิ้งมีราคาที่ถูกวางทิ้งไว้ก็แทบจะทำให้เขากระโดดลงไปตรวจสอบ
เขานอนไม่หลับและต้องกินยาหลายชนิดเพื่อบรรเทาอาการ
ตึงเครียด ตื่นตัวตลอดเวลา ท่ามกลางข่าวสารถาโถม
วิทยุรายงานข่าวคำปราศรัย ของจอร์จ บุช มีให้ได้ยินอยู่ตลอด
สิ่งที่พอลเป็น ไม่ได้ต่างอะไรกับสิ่งที่อเมริกันชนเป็นภายหลังเหตุการณ์ 11 กันยานั้น

และหากพอลเป็นตัวแทนจิตวิญญาณอเมริกันชนละก็
ลานาคงเป็นตัวแทนของ วิม เวนเดอร์ส เอง
คนต่างชาติ -ผู้เป็นอื่น- ในประเทศนี้
คนที่มองดูในฐานะของเพื่อนร่วมโลก และเข้าอกเข้าใจรากเหง้าของปัญหา
เมื่อไปพ้นจากอคติมืดบอดของตนเอง
ลานาช่วยเหลือผู้คนข้างถนน คนจรจัดไร้บ้าน
หาอาหารให้พวกเขา พูดคุยผูกมิตร กับพวกเขา
ลานามองดูสิ่งรอบตัวด้วยความเศร้าหมอง และเอื้ออารี
บ้านที่เธอไม่รู้จัก เต็มไปด้วยความแร้นแค้น และความไร้เยื่อใย
ครั้งหนึ่ง ชายคนหนึ่งถามลานา ว่า คุณจะเป็นเพื่อนกับคนที่คุณไม่รู้ว่าจะเรียกเขาว่างอย่างไรได้ยังไง
ลานาไม่ตอบ หากขานชื่อเขาแทน
บางครั้งไม่ใช่อื่นใดที่ทำให้ผู้คนแข็งกระด้าง หากเป็นความหวาดระแวงที่ตนเองสร่างขึ้นมาเองทั้งสิ้น
หลายครั้งเธอนึกสงสัย เมื่อเพื่อนคนหนึ่งส่งภาพการประท้วงของชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอลมาทางอีเมลล์
ภาพความสูญเสียกลางสงครามกลางเมือง ทำให้เธอร้องให้
บ้านของเธอไม่มีสงครามกลางเมือง หากแต่ก็โหดเหี้ยมไม่ต่างกัน
โลกใบนี้อาจไม่ใช่โลกที่เธอรู้จักอีกแล้ว

จนกระทั่งในค่ำวันหนึ่ง ชายชาวอาหรับถูกยิงตายไปต่อหน้าต่อตา
พอลบันทึกเหตุการณ์ไว้ และพยายามหาว่าใครเป็นคนสังหารชายข้างถนนผู้นี้
ขณะที่สิ่งที่ลานาคิด คือการพาศพชายผู้นี้กลับบ้าน
สองลุงหลานที่มีความปรารถนาดีในวิถีที่แตกต่าง สืบเสาะตามวิถีทางของตน
ราวกับหนังจะตั้งคำถาม
ในยามที่เหตุการณ์เลวร้ายบังเกิดขึ้นกับเรา เราจะเลือกทำประการใด
ออกตามล่าล้างแค้นผู้กระทำ หรือถอยกลับไปยังมาตุภูมิ เพื่อกอดรัดกันไว้ให้แนบแน่น


ครั้งหนึ่ง ลานาถามชายชาวอาหรับว่า เขามาจากที่ไหน
ชายผู้นั้นตอบว่า บ้านไม่ใช่สถานที่ หากมันคือผู้คน
และเมื่อทั้งคู่ออกเดินทางไปด้วยกัน
พอลได้เรียนรู้ความจริงบางประการ
ว่าบางครั้ง ที่เราต้องปกป้องไม่ใช่ประเทศของเรา
หากแต่เป็นผู้คนของเรา
เขาไม่จำเป็นต้องอกตามล่าผู้ก่อการร้ายหากแต่จำเป็นต้องกอดลานาไว้ให้แน่นๆ
ดูแลเธอให้เติบโตเป็นคนที่สวยงาม


หนังได้การแสดงอันน่าทึ่งของ john diehl ในบท พอล และ michelle williams ในบทลานา ว่ากันว่า วิม เวนเดอร์ส เขียนบทนี้ขึ้นเพื่อให้เธอเล่นโดยเฉพาะ และดวงตาเศร้าของเธอบนจอ อธิบายได้ทุกความหมายของทั้งความทุกข์ทน และความเมตตา ของเราทุกคน
ร่วมด้วยช่วยกันกับบรรดาเพลงประกอบ (ซึ่งโดดเด่นเสมอในหนังของลุงวิม )

และแม้หนังจะเล่าเรื่องอย่างสวยงาม มุ่งเน้นทำความเข้าใจแก่ประเทศอเมริกา ก็ยังไม่วาย ที่จะมีฉากเด็ด จิกกัด ประธานาธิบดี จอร์จ บุช ด้วยการให้ในฉากหนึ่งเมื่อพอลบุกเข้าไปในห้องของหญิงแก่ เธอเป็นอัมพาตและนอนอยู่บนเตียง จ้องมองดูทีวี ที่เธอไม่สามารถเปลี่ยนช่องได้ (เพราะรีโมตมันเสีย) เธอดูรายการช่องนั้นมา 4 เดือนแล้ว รายการบนจอเป็นคำปราศรัยของท่านประธานาธิบดี คนที่น่าจะได้ดูหนังเรื่องนี้มากที่สุดในโลก

ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจไม่ได้เต็มไปด้วยความงดงามทางศิลปะอันสมบูรณ์พร้อม หนังถ่ายทำด้วยกล้องดิจิตอล และใช้เวลาถ่ายทำเพียง 16 วัน ( แต่ภาพสวยสุดๆ) หากแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยสาสน์แห่งความหวังดี ที่เขามีต่อประเทศที่เขาทั้งรักทั้งชัง และ ต่อโลกนี้ หนังจึงสวยสดงดงามอยู่ท่ามกลางความหม่นเศร้า เต็มไปด้วยพลังอัดแน่นกระทบกระแทกวิญญาณเรา

ก่อนหนังจบ บนฟากฟ้าพลันปรากฏถ้อยคำ the truth someday
คงมีความจริงในสักวัน และคงมีความเข้าใจในความจริงนั้น

ในช่วงท้ายของเรื่อง ทั้งคู่แลกเปลี่ยนฝันร้ายของกันและกัน
พอลฝังใจกับฝันร้ายในเวียตนาม
เฉกเช่นเดียวกับบาดแผลของอเมริกันชนทั่วไป
ในขณะที่ฝันร้ายของลานาคือการยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่เฝ้ากรีดร้อง โห่ไล่
เขาเป็นคนร้ายหรือ พอลถาม
เปล่าหรอก เขากรีดร้อง ขับไล่ เพราะเขาเกลียดเรา
ข้อความสั้นๆ อันเป็นเสมือนใจความของเรื่อง
สิ่งที่ วิม เวนเดอร์ส อยากจะบอกแก่อเมริกา
หลังจากฉากนั้น เราเห็นธงชาติบนหลังคารถ ปลิวไสวไปในทัศนียภาพที่แตกต่างกัน
ทะเลทราย แล้งร้อน ป่าดิบชื้น สายหมอก แสงแดด และเม็ดฝน
ก่อนจะมาปิดเรื่องที่ ground zero สถานที่อันเป็นเสมือนดินแดนแห่งความโศกเศร้าชั่วนิรันดร์ สำหรับชาวอเมริกัน
ขณะเดียวกันก็เป็นดินแดนแห่งความเกลียดชังชั่วนิรันดร์ ที่ผู้คนมีต่อดินแดนนี้
และสำหรับพอล และ ลานา บางทีที่นั่นอาจเป็น ดินแดนแห่งการให้อภัยชั่วนิรันดร์


ปล. สำหรับแฟนลุงวิม หากสังเกตดีๆ ในฉากหนึ่งจะพบป้าย the new million dollar hotel อยู่เป็นฉากหลัง ซึ่งหากมองย้อนกลับไปว่า the million dollar hotel หนังเรื่องก่อนหน้าบอกเล่าถึงอเมริกา ก่อน 11 กันยา the new million dollar hotel ดูจะเป็นชื่อที่เจ็บปวดอยู่ไม่น้อย ยิ่งหลังจากการตายของนักบุญอย่างทอมทอม ด้วยแล้ว

ปล. ชื่อ ดินแดนแห่งการให้อภัยชั่วนิรันดร์ เป็นถ้อยคำที่หยิบยืมมาจากหนังสือชื่อเดียวกัน ของเจ้าชายโรแมนติค พิบูลศักดิ์ ละครพล อันเป็นนักเขียนในดวงใจผมท่านหนึ่งครับ

ได้ดูหนังเรื่องนี้ในเทศกาล บางกอก ฟิล์ม 2005 ยังไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีแผ่นให้ดูกันหรือเปล่า
แต่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็คุ้มที่ตะกายขึ้นมาแล้วครับ



edit @ 2005/10/27 01:12:05

sombre ใน โลก มืด !

posted on 28 May 2005 00:11 by filmsick  in see-it-and-die, sickfilm


*******************************************************************************************************************
อารัมภบท
บทความชิ้นนี้เขียนขึ้นจาก -ความเข้าใจเพียงครึ่งเดียว - ที่ผมมีต่อหนังเรื่องนี้ เนื่องจากผมดูหนังเรื่องนี้โดยไม่มีคำบรรยายใดๆ (ตัวหนังแม้จะพูดน้อยมากแต่ก็พูดภาษาฝรั่งเศสครับ ) นอกจากนี้ผมยังไม่สามารถเข้าใจอีกหลายๆนัยยะในเรื่องได้แม้จะหลงติดคิดวนเวียนถึงมัน อยู่เป็นเวลา สองวันเต็ม และพยายามรื้อหาบทความมาอ่านประกอบแล้วก็ตาม ดังนั้น เป้าประสงค์ของบทความชิ้นนี้จึงต้องการเพียงชักชวนให้ไปหาหนังเรื่องนี้มาชม และต้องการตามหาท่านที่มีฉบับบรรยาย(ไทยหรืออังกฤษก็ได้) มาช่วยชี้ทางในการค้นหาครับ
*******************************************************************************************************************

- ่ถ้าอยากเล่าเรื่อง ก็ไปเขียนหนังสือสิ ! ผู้กำกับชื่อดังท่านหนึ่ง(ที่ผมจำไม่ได้ว่าใคร)เคยกล่าวเอาไว้ เมื่อมีการพูดคุยถึงเรื่องภาพยนตร์และการเล่าเรื่อง
หากอำนาจของวรรณกรรม อยู่ที่การเล่าเรื่อง (ไม่ว่าจะโดยวิธีการใด)อยู่ที่การเล่าเรื่อง บางที อำนาจของภาพยนตร์ อาจอยู่ที่การใช้ องค์ประกอบ ของ ภาพ เสียง และ เรื่อง มาประมวลผลรวมเป็นการบันทึก มนุษย์ ทั้งสภาพภายนอก และ ภายในจิตวิญญาณ
และหนังเรื่อง sombre ของ Philippe Grandrieux คือการปะทะสังสรรค์ ระหว่างภาพ และ เสียง และลดทอนคุณค่าของ เนื้อเรื่อง ให้ลงไปอยู่ขั้นต่ำสุด ซึ่งผลลัพธ์คือ การบันทึก โลกมืด วิปริต ที่อยู่ระหว่างความเป็น กวี กับคนบ้า ความรักกับความตาย ความรุนแรง กับความอ่อนหวาน ความสั่นไหวกับความพร่าเลือน แสงสว่างกับความมืด โลกที่อยู่ภายในหัวของชายผู้เป็นฆาตกรโรคจิต! (นี่คือการพบกันของ funny games ของนักทำหนังตบกระโหลก อย่าง Michael Haneke และ Schramn ของผู้กำกับที่หลงใหลในศพ และชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ อย่าง Jorge Buttgereit แล้วเติมความเป็นกวี และแสงสว่างกับความมืดอย่างละนิดละหน่อย )
ส่วนของเนื้อเรื่องนั้น สามารถเล่าจบง่ายภายในไม่กี่ประโยค มันเป็นเรื่องของภายใต้ความมืดมิดที่คลี่คลุม ฌอง นักเชิดหุ่นมือที่มักมองหาโสเภณี สูดดมเส้นผมและอวัยวะเพศ(ซึ่งถูกถ่ายกันจะๆในความมืด) แล้วฆ่าเธอด้วยวิธีที่คล้ายคลึงกับการเชิดหุ่นมือของตน จนกระทั่งเขาพบ แคลร์ และคริสตีน น้องสาวของเธอ แรกทีเดียวเขาคิดจะฆ่าแคลร์ และคริสตีน แต่ทำไม่สำเร็จ สองสาวหนีไปได้ หากแคลร์ย้อนกลับมาโดยไม่ทราบเหตุผล บางทีเธอถูกดึงดูดด้วยความมืดของฌอง ทั้งคู่ร่วมรักกัน (ในบรรยากาศกระอักระอ่วน มืดมิด และอยู่ระหว่าง พลังทางเพศ และพลังการฆาตกรรม ) ฌองไล่เธอไป ลงท้ายด้วยการจากลา และเขายังคงฆ่าต่อไป

ไม่มีเหตุและผลใดๆในเรื่องนี้ ไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีสาเหตุ การเริ่มต้น จุดลงเอย ของชายผู้นี้ ไม่มีแรงจูงใจในการกระทำของเขา ไม่มีการสอบสวนจากตำรวจ ไม่มีบริบททั้งทางสังคมและทางจิตวิทยา มีแต่ความบ้าคลั่งผิดเพี้ยน สยองขวัญ และความรัก
หนังถ่ายทำในสภาพที่ราวกับว่าโลกทั้งใบตกอยู่ภายใต้สุริยุปราคา ดวงอาทิตย์ในหนังจะหลบอยู่บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆ แม้ในช่วงกลางวัน ภาพก็ยังมืดสลัว และยิ่งรุนแรงขึ้นในตอนกลางคือ ราวกับว่า ฌอง คือผู้ดูดซับความมืดมิดในทุกที่ที่เขาเหยียบย่างไปถึง

หาก ไฉ้หมิงเลี่ยง และโหวเสี่ยวเชี่ยน สะกดคนดูไว้ด้วยการแช่กล้องไว้ในภาพเดิม Philippe Grandrieux กลับหลอกหลอนคนดู ด้วยการปรากฏซ้ำของภาพ ความพร่าเลือน หลุดโฟกัส ความสั่นไหว และ ดนตรีประกอบสุดหลอน จาก Alan Vega (ในฉากหนึ่งเราได้เห็นภาพแสงไฟหน้ารถสาดใส่แนวต้นไม้ในความมืดอย่าสั่นไหวซ้ำๆ พลันแทรกเสียงกรีดร้องของชายคนหนึ่งขึ้นมา หลอกหลอนสุดฤทธิ์)
ในส่วนของเคมีระหว่างฌอง กับ แคลร์ Philippe Grandrieux เคยสัมภาษณ์ไว้ว่าในหนังของเขาความสัมพันธ์ของ แคลร์กับฌองถอดแบบมาจากเทพนิยายกริมม์ (ว่ากันว่าเทพนิยายกริมม์ต้นฉบับที่ไม่ใช่ของดิสนีย์นั้นxxxมเกรียมมาก)เป็นความรักของหญิงสาวกับคนเถื่อน หนังให้ฌองเป็นนักเชิดหุ่นมือให้เด็กๆดู (หนังเปิดฉากแรกด้วยเสียงกรีดร้องของเด็กๆ ตอกย้ำถึงอารมณ์xxxมโหดในมนุษย์ซึ่งซุกซ่อนอยู่ไม่เว้นแม้แต่ในเด็กและนิทานสำหรับเด็ก รวมไปถึงการให้ฌองแอบมองด้วยความพึงใจ และในกระเป๋าของเขาเองก็มีชุดหมาป่าอยู่ ซึ่งหากแคลร์เป็นตัวแทนของนางเอก เจ้าหญิงหรือหนูน้อยหมวกแดง การให้เธอแอบมาลองสวมชุดหมาป่า นอกจากจะแสดงความสนที่เธอมีต่อตัวฌองมันยังพูดถึงด้านมืดของตัวเธอ (หรืออีกนัยยะหนึ่งคือการเข้าไปในท้องของหมาป่านั่นเอง) และภาพลักษณ์ของแคลร์กลับถูกยกให้สูงขึ้น แต่ว่าเป็นในด้านหัวกลับ เมื่อเธอเป็นคนเดียวในเรื่องที่เราไม่ได้เห็นอวัยวะเพศ !และเป็นคนเดียวที่ได้ร่วมรักกับฌอง !
หนังเปิดตัวด้วยภาพเด็กๆกรีดร้อง และปิดตัวด้วยภาพใบหน้าคนเฉยชาที่พากันออกมายืนข้างถนนเพื่อรอดู ขบวนตูร์ เดอ ฟรองซ์ กรีดร้องและเฉยเมย เสียงที่สอดรับกับภาพ(เสียกรีดร้อง) และเสียงที่ไม่สอดรับกัน(เสียงเพลงในตอนจบ) แคลร์จมลงไปใต้กล้อง ขณะที่ฌองแผ่ความมืดออกดับเฟรม กวี และ ความโหดxxxมรุนแรง หนังแกว่งไปแกว่งมาระหว่างขั้วตรงข้ามอย่างสนุกสนาน และน่าตื่นตา กระทั่งเสียงผู้ชมยังตรงกันข้าม บางคนว่านี่คือ ภาพยนตร์ที่ใช้อำนาจของภาพยนตร์ได้ยอดเยี่ยมที่สุด และ บางคนว่า นี่มันเป็นอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่ภาพยนตร์
ขั้วตรงข้าม ความมืด ความสว่าง ความคลุมเครือ พร่าเลือน สั่นไหว ปรากฏซ้ำ บางทีนี่อาจเป็นการบันทึก จิตวิญญาณของชายนักฆ่าออกมาได้อย่าง -ถึง- มากที่สุดเรื่องหนึ่ง

f o o t n o t e

ข้อมูลหนังหาได้ที่นี่ครับ

http://www.imdb.com/title/tt0166808/
บทวิจารณ์เด็ดๆเกี่ยวกับหนังครับ
http://home.earthlink.net/~steevee/sombre.html
http://www.sensesofcinema.com/contents/00/1/sombre.html

ตัวหนังหาได้ที่ร้าน พี่สาวประเภทสองใจดีคนนั้นครับ (ไม่มีซับนะครับ)

ขอบคุณ คุณเต้ สำหรับคำ แนะนำหนังเรื่องนี้
ขอบคุณ จักรกลวิตกพิสูจน์อักษร





edit @ 2005/05/28 12:32:34
edit @ 2005/06/15 07:11:25


ในเช้าที่ทุกอย่างกลายเป็นสีน้ำเงิน
เด็กหนุ่มออกไปที่ดาดฟ้า
เหนือหัวเขา ป้ายไฟใหญ่ยักษ์แสดงชื่อโรงแรมดับตัวเองลงเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น
เขาสูดลมหายใจลึกออกวิ่งจากขอบตึกด้านหนึ่ง
โบกมือลาให้หญิงคนรัก ขณะกระโดดไปบนฟ้า
พลันค้นพบความหมายของชีวิต
เสียงเพลงลอยล่องกระซิบถ้อยคำ
.......นี่คือครั้งแรกที่ฉันรู้จักรัก.............
...................................................

นั่นเป็นฉากเปิดเรื่องหนังเหงาๆของ วิม เวนเดอรส์
ผู้กำกับชาวเยอรมันเจ้าของหนังอย่างparis,texas และ wing of desire
หนังเล่าเรื่องของผู้คนเพี้ยนๆในโรงแรมผุๆที่ชื่อโรงแรมพันล้าน
มีผู้ชายที่คิดว่าตัวเองเป็นคนแต่งเพลงของthe beatles
หญิงชราที่มีชีวิตอยู่แต่เฉพาะในห้วงยามงามงดของชีวิตอันล่วงผ่านไปนานนัก
อินเดียนจรจัดที่เรียกตัวเองว่า เจอโรนีโม ตามชื่อของหัวหน้าเผ่า
ชายผิวดำที่เป่าทรัมเป็ตตลอดเวลา
มีชายหนุ่มปัญญาทึบชื่อทอมทอม
ที่คอยดูแลทุกคน
หาอาหารมาให้ ทำเรื่องตลกได้หัวเราะ
และมี-เอลรอยส์- เทพธิดาเท้าเปล่า
คนที่จะไม่ตายเพราะเธอมีชีวิตอยู่ในนิยาย
เธอจึงไม่กลัวเวลาถูกลวนลามหรือทำร้าย
บางคนบอกว่าเธอไม่มีค่า
มีแต่ทอมทอมที่คิดต่างออกไป
................................................
หลังความตายของอิซซี่ ลูกคนรวยที่สมองเพี้ยนๆอีกคน
เพื่อนรักของทอมอม
นักสืบสกินเนอรส์ก็ก้าวเข้ามาในตึก
เขาเป็นคนที่เคยมีแขนที่สามงอกออกมาจากกลางหลัง
เป็นตำรวจที่ขึ้นชื่อเรื่องความสามารถ
เขาต้องหาว่าใครฆ่าอิซซี่ เพราะพ่อของอิซซี่ไม่เชื่อว่า
ลูกชายที่เป็นยิวเหมือนเขาจะฆ่าตัวตาย
คนยิวไม่ฆ่าตัวตาย พ่อเขาคิดอย่างนั้น
แต่ในเมื่อคนยิวก็เป็นคน
และยิวบางคนก็เป็นคนเพี้ยนๆ
มันจึงใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
............................................



บางทีโรงแรมพันล้านก็เหมือนโลกใบนี้
โลกที่เต็มไปด้วยผู้คน
ที่แต่ละคนก็มี-โลกเฉพาะ-ของตัวเอง
โลกที่เราทุกคนก็-เพี้ยน-กันทั้งนั้น แต่ไม่มีใครยอมรับ
หนังเสียดสีวิถีชีวิตของเราผ่านทางการกระทำของผู้คนในโรงแรม
ตั้งแต่ความพยายามขายภาพสีดำสกปรกของเจอโรนีโม
โดยอาศัยความดังจากความตายของอิซซี่
ส่งผลให้ภาพเพี้ยนๆถูกตีความไปใหญ่โต
เหมือนบางเรื่องในชีวิตจริง
ที่เราให้คุณค่ากับมันมากกว่าที่มันสมควรได้รับ
หรือเรื่องในช่วงท้ายที่ทุกๆคนพยายามหาแพะรับบาป
และบาปก็ตกอยู่กับทอมทอม
คนที่ทุกคนลงความเห็นว่า-เพี้ยน-ที่สุด
และผมเห็นว่า สวยงาม ที่สุด
บางทีทอมทอม อาจเป็นนักบุญ
นักบุญผู้เสียสละตัวเองให้กับมิตรภาพ และความรัก
..............................................
หนังเล่าเรื่องการสืบสวนคดีของอิซซี่
คู่ขนานไปกับเรื่องรักของทอม ทอม กับเอลรอยส์
ทอมทอม หลงรักเอลรอยส์มาเนิ่นนาน
ภาพที่ทั้งคู่เดินสวนกันถูกfreeze ให้ช้าลง
จนเหมือนภาพฝัน
และหลังจากนั้นเราจะพบเอลรอยส์กับทอมทอมอยู่ร่วมกัน
ก็เฉพาะในที่ที่แสงแดดส่องถึง
ทั้งๆที่ฉากอื่นมักอยู่ในบรรยากาศหม่นทึมสกปรก
เอลรอยส์เป็นผู้หญิงที่ใครๆก็บอกว่าไม่มีค่า
(แม้แต่อิซซี่) แต่ทอมทอม ไม่คิดเช่นนั้น
นี่เองความรัก
ในโลกที่เราทุกคนล้วนพร่องกันทั้งนั้น
ความรักคงไม่ได้หมายความเพียงการหาใครสักคนมาเพื่อติมเราให้เต็ม
แต่อาจหมายถึงการที่มีใครสักคนยอมรับ ความพร่อง ของเรา
และเมื่อทุกคนไม่มีใครล้นพอจะเติมให้คนอื่นได้
การแบ่งปันความพร่องสิที่สำคัญ
คนพร่องสองคนที่ได้แบ่งปันความพร่องแก่กันและกันจะกลับได้เพิ่ม
ไม่ต้องเต็มแต่เท่าเทียมและสมดุลพอที่จะเดินไปพร้อมกัน
...........................................


แต่ในเมื่อนักบุญมีหน้าที่ต้องเสียสละ
เทพธิดาเท้าเปล่าจึงได้แต่เสียน้ำตา
และในเมื่อการเสียสละของนักบุญไม่ใช่เรื่องเศร้า
ภาพสุดท้ายเราจึงเห็นทอมทอม ยิ้มรื่นอยู่กลางท้องฟ้า
บอกเราเรื่องชีวิต
...............................................
หนังเล่าเรื่องแปลกๆเรื่อยๆตามสไตล์ของวิม เวนเดอร์ส
มีครั้งหนึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า
เวลาเขาทำหนังเรื่องใครสักคนที่ออกเดินไปตามถนน
เขาไม่ได้วางไว้ว่าคนที่เดินจะเจออะไร
เขาแค่ปล่อยให้คนนั้นเดินไป แล้วก็รอดูว่าเขาจะเจออะไรบ้าง
เป็นวิธีที่เขาใช้มาในหนังเกือบทุกเรื่อง
แม้แต่หนังที่เต็มไปด้วยพลอตอย่างเรื่องนี้
นอกจากวิม เวนเดอรส์
หนังมีเพลงประกอบของU2
ช่วยขับเน้นสีน้ำเงินซึมเศร้าที่คลี่คลุมหนังทั้งเรื่อง
ให้ยิ่งหม่นเหงาลงไปอีก
...........................................


หลังหนังจบผมไม่รู้ว่าคนที่ดูคิดถึงอะไร
แต่ที่ผมคิดถึงคือความพร่องของตัวเอง
แม้ผมจะไม่เคยมีแขนงอกออกมาจากกลางหลัง
หรือมีชีวิตอยู่ในนิยาย
แต่ผมก็เป็นคนพร่องๆคนหนึ่ง
วาดหวังว่าสักวันจะมีคนพร่องอีกคนมาแบ่งปัน
และบางทีนั่นอาจเป็น.......ครั้งแรก..... ที่ผมรู้จักรัก...............


edit @ 2005/06/15 10:33:33