The double life of veronique ใบไม้ ดวงดาว และเด็กสาวผู้กลายเป็นผีเสื้อ / FS
posted on 16 Jun 2005 11:29 by filmsick in love-is-all-around, see-it-and-die
ในที่หนึ่ง เด็กหญิงคนหนึ่งมองดูดวงดาว และเมฆหมอก
ในอีกที่หนึ่งเด็กผู้หญิงอีกคนมองดูใบไม้ และเห็นเส้นใบของมัน
เด็กผู้หญิงคนแรก เติบโตขึ้นเป็นเวโรนิก้า เธอเกิดและเติบโตในโปแลนด์ กำลังเข้าทดสอบการเป็นนักร้องประจำวงออเคสตร้า เธอมีปัญหาโรคหัวใจ และรู้สึกว่าเธอไม่ได้ อยู่คนเดียว -
เด็กผู้หญิงอีกคน เติบโตขึ้นเป็นเวโรนิค เกิดและเติบโตในฝรั่งเศส ประกอบอาชีพเป็นครูสอนดนตรี เธอมีปัญหาโรคหัวใจ และเฝ้าคิดถึงใครสักคนที่เธอไม่รู้จัก
และนี่ผู้หญิงสองคน พวกเธอหน้าตาเหมือนกัน ชื่อเหมือนกัน อยู่ในสองที่ มีสองชีวิต แต่ กลับรู้สึกถึงกันและกัน
......................................................................................................................
เป็นการยากที่เราจะเล่ารายละเอียดปลีกย่อยของหนังเรื่องนี้ออกมา เพราะ ในทุกภาคส่วนของหนัง ตั้งแต่ รายละเอียดเล็กน้อย ของแสงและเงา ไล่ไปจนถึงเรื่องอย่างดนตรีประกอบ เรื่องราว การแสดง และจังหวะของหนัง กระทั่ง ผงฝุ่น เป็นร่วมถักทอ ประสาน และรังสรรค์ จนกลายเป็นประหนึ่งบทกวีที่ถูกเขียนขึ้นโดยภาพอันวิจิตร เรื่องราวที่งดงาม และความหมายซ่อนเร้นอันล้ำลึก
และนี่เป็นผลงานก่อนหน้าไตรภาค สามสี อันลือลั่น ของ คริสตอฟ เคียลอฟสกี้ สุดยอดผู้กำกับชาวโปแลนด์ ผู้ล่วงลับ ผู้ซึ่งนิยมทำหนังที่ว่าด้วยเรื่องราวเหนือจริง การตกอยู่ภายใต้ ชะตากรรม - ลิขิตฟ้า ที่ไม่อาจต่อต้าน มองดูการดิ้นรนของมนุษย์ ต่อชะตากรรม ด้วยดวงตาแห่งทวยเทพ และในหนังเรื่องนี้ หนังเล่าเรื่องของการ - เลือกใช้ชีวิตใหม่ - โดยแตกตัวตนของชีวิตออกเป็นตัวละครสองตัว ซึ่ง รู้สึกถึงกัน- ตลอดเวลา ทั้งที่ไม่เคยพบกันมาก่อน เวโรนิก้า นั่น ร่าเริง เต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา เธอร้องเพลงเสียงดังท่ามกลางสายฝน โยนลูกแก้วให้ผงฝุ่นโปรยลงมาบนผิวหน้า มีชายคนรักเป็นสิงห์มอเตอร์ไซค์ จู่ๆวันหนึ่งเธอก็รู้สึกว่า เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลกนี้ในขณะที่เวโรนิค สวยงาม เยือกเย็น เธอทำงานเป็นครูสอนดนตรี (ในเพลงเดียวกับที่เวโรนิก้าร้อง) คิดถึงใครบางคน อย่างรุนแรง เธอได้รับโทรศัพท์ แปลกหน้า ของขวัญ และเทปลึกลับ และออกตามหาเจ้าของของขวัญ
และชีวิตของเวโรนิค ดูเหมือนจะเริ่มขึ้นหลังจากความตายของ เวโรนิก้า

หากชีวิตของเวโรนิก้าเสมือนด้านสว่างของเยาว์วัย กล้ารัก กล้าลองสิ่งต่างๆ ความตายของเธอคือการจบสิ้นของเยาว์วัย ความรักที่ต้องหลุดลอย บทเพลงที่ไม่อาจร้องจนจบ ดินแดนที่ไม่อาจไปถึง ในขณะที่เวโรนิค เป็นเสมือนการเติบโตที่ยังคงแห้งแล้ง ทางวิญญาณอยู่ ฉากหนึ่ง จู่ๆเธอบอกพ่อว่า เธอตกหลุมรักใครคนหนึ่งแต่เธอไม่รู้ว่าเป็นใคร และรู้สึกคิดถึงอย่างรุนแรง ขณะที่ร่วมหลับนอนกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งนั้นเป็นวันที่เวโรนิก้าจากไป ราวกับว่าความตายของหญิงผุ้หนึ่งปลุกวิญญาณอันหลับไหลของหญิงอีกผู้หนึ่งให้ตื่นขึ้น
ฉากหนึ่งในหนัง เล่าเรื่องผ่านหุ่นชัก ของเด็กสาวนักบัลเล่ต์ขาหัก ที่ตายแล้วกลายเป็นผีเสื้อ (ด้วยเพลงบทเดียวกับที่คอยหลอกหลอนเราตลอดทั้งเรื่อง) และเราก็ได้เห็นเวโรนิค กลายเป็นผีเสื้อ จริงๆ เมื่อเธอออกโบยบินตามหาความรัก ของเธอ ภายใต้ภาพที่ถูกย้อมสีเขียวเหลือง เรืองรอง และดนตรีประกอบที่ไพเราะราวบทเพลงจากสวรรค์ หากแต่คอยล่องลอยหลอนหลอก ราวกับวิญญาณภูตพราย และการแสดงระดับ คว้ารางวัลนำหญิงจากคานส์ของ ไอรีน จาคอบ ทำให้เวโรนิค และ เวโรนิก้า กลายเป็นผู้หญิงพิเศษ ที่ทั้งแตกต่างและคล้ายคลึงกัน
หนังปล่อยเรื่องราวกว่าครึ่งไปกับการค้นหาความรักของเวโรนิค เราเห็นเธอได้รับ สัมผัสแปลกประหลาดจากชายหนุ่มแปลกหน้า บางสิ่ง อาจเชื่อมโยงกับเวโรนิก้า (เช่นในฉากหนึ่งที่ใช้แสงสะท้อนจากกระจก เป็นคล้ายตัวแทนของภูติที่วิ่งเล่นในห้องของเวโรนิค ส่องฉายไปยังสายรัดกระดาษโน้ตเพลง (ที่เวโรนิก้าเคยนำพันนิ้วตัวเองเวลาร้องเพลง) บางสิ่งดูเหลือเชื่อเหนือจริง (เช่นการรู้ได้ถึงกล่องซิการ์) บางสิ่งลึกลับ สวยงาม (เทปบันทึกเสียงรถไฟ) บางสิ่งเจ็บปวดรวดร้าวและไม่ใช่ทุกสิ่งจะได้รับการเฉลย บอกเล่า หลายสิ่งยังเป็นความลับ ตั้งแต่หนังเริ่มจนจบ จนเรารับรู้ได้ถึงพลังแห่งบางสิ่งที่อยู่เหนือตัวละครในหนัง และเหนือเราทุกคนบนโลกนี้ ไม่ใช่เรื่องเล่าเพ้อ ฝัน แต่เป็นสิ่งที่เราไม่อาจอธิบายด้วยเหตุและผล
และการค้นพบ รสหวานในชิวิตเวโรนิค เมื่อเธอค้นพบผู้ชายที่เธออาจจะตกหลุมรักมาก่อนที่จะพบ และได้รับรู้ถึงอีกตัวตนหนึ่งซึ่งมีชีวิตอยู่ในโลกเดียวกับเธอ หนังเลือกจบบทสรุปอย่างสวยงาม ภาพสุดท้ายของหนังอธิบายถึงกากลับถึงบ้านของตัวตนที่แตกออกเป็นสอง การเริ่มต้นชีวิตใหม่ ภาพง่ายๆเพียงภาพเดียว สะท้อนความหมายทั้งหมดได้อย่างน่าทึ่ง
หนังถ่ายทอดภาพความลึกลับซับซ้อนแห่งการมีชิวิต อยู่ มีตัวเราอยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกนี้อีกหรือไม่ ในทุกความเปลี่ยนแปลงของชีวิต จะความตาย หรือ หยดน้ำตาใช่หรือไม่ว่าเราได้รับโอกาสแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่ รวมไปถึงการรับสัมผัสลึกลับ จากโลก สิ่งที่เราอธิบายไม่ได้ แต่รู้สึกได้

ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร บทความชิ่นนี้ก็ไม่สามารถเล่าถึงสิ่งที่คนดูจะได้รับ จากหนังเรื่องนี้ออกมาได้อย่างที่ใจคิด น่าเสียได้ที่ คริสตอฟ เคียลอฟวสกี้ ไม่ได้มีโอกาสทำหนังเรื่องใหม่ๆให้เราชมอันอีกแล้ว เพราะเขาไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีก ทิ้งไว้เพียงผลงานงดงามที่เล่าเรื่องราวผ่านดวงตาของทวยเทพ ไว้ให้เรารับรสสัมผัส และไม่ได้มีหนังมากนักที่สามารถบันทึก ความลึกลับของชีวิต และสิ่งเหนือคำอธิบายไว้ได้อย่างครบถ้วน จึงไม่ควรพลาด ที่จะหาชมสักครั้ง
Footnote
ขอบคุณ วีดีโอ อนุเคราะห์ จาก พี่สนธยา ทรัพย์เย็น แห่ง ฟิล์มไวรัส
ข้อมูลหนังหาได้ที่นี่ ครับ
edit @ 2005/09/26 11:57:06






