TAPE 1
Download
http://www.mediafire.com/? ywqbjn1jy2q
Track List
1.รักอันเป็นนิรันดร์ (ทวีพร เต็งประทีป)
2.ซื้อฝัน (สุภัทรา อินทรภักดี)
Farmville Track List
3.ข้าวลาลาน (คาราวาน)
4.ทุยเพื่อนแก้ว (ระพิน ภูไท)
5.ควายหงาน (จรัล มโนเพ็ชร)
6.แอ๋มของอ้าย ( ไผ่ พงศธร)
7.เพลงพราย(พราย & เมธี)
8.พระจันทร์ตอนกลางวัน (ปฐมพร)
9.นางฟ้า(ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)
TAPE 2
DOWNLOAD
http://www.mediafire.com/? wjjjnidnidnz32y
PLAYLIST
1.เด็กเลว (Wild Seed)
2.สุดท้ายคือนิพพาน (อพาร์ตเมนต์คุณป้า)
3.กาลิเลโอ ( สุรชัย จันทิมาธร)
4.ใช่ไหม (ตุึ๊ แครี่ออน)
5.ลำธาร (มาโนช พุฒตาล)
ุ6.ฝันที่สวยงาม(วสันต์ โชติกุล
7.หนึ่งเดียว (รงค์ สุภารัตน์)
8.จูบฟ้าฝากดิน(พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ)
9.น้ำตาไข่มุก (ริค)
TAPE 3
DOWNLOAD
http://www.mediafire.com/? 8svyfpoikqp1u5u
หมายเหตุ มีปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อยช่ วงรอต่อบางช่วงอาจจะมีอาการ เงียบสักครึ่งนาที (ชวงรอยต่อเพลงแรกกับเพลงที ่สองนานมาก skipข้ามได้เลยครับ) อย่าตกใจครับ
Track list
1.ควรตายด้วยลูกปืน (มณรัตน์ ดารา + ไฉไล ไชยทา)
2.น้องไก่ (คัทลียา มารศรี)
3.อีกดอก (อาภาพร นครสวรรค์)
4.ไหทองคำ (ยู ร๊อคสะเดิด)
5.ผีแมว (พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ)
6.ปอบ (โหนสมร บ้านดอนแล้ง)
7.น้ำพริกถ้วยเก่า (ชาย เมืองสิงห์)
8.โทนปะโทนโทน (ชาย เมืองสิงห์)
9. เสียทองเท่าหัวเสียตัวไม่ยอ ม (ชาย เมืองสิงห์)
10.สามกำบาท (ชาย เมืองสิงห์)
11. สัมภาษณ์น้ำท่วม (เอกชัย ศรีวิชัย +พิพรรณ ชลายนคุปต์)
12.เบ็ดร้างแหร้าย (บ่าววี่)
13. นมใหญ่ (ปฐมพร)
14. Jamesbond Them (Son of P.M.)
15. แม่ค้าส้มตำ (อรอุมา สิงห์สิริ)
16.สามเกลอท่องกรุง (เทพพร เพชรอุบล)
17.ลาวตกรถ (ชาย เมืองสิงห์ )
18. ไฮโซติดิน (ไทร อำนาจ ศิระวงษ์ธรรม)
19. พี่หลวงหม้ายไหร (กิตติ ณ ถลาง)
20. ผู้แทนมาแล้ว (เพลิน พรมแดน)
What I got to do to make you love me?
What I got to do to make you care?
What do I do when lightning strikes me?
And I wake to find that you're not there?
What I got to go to make you want me?
What I got to do to be heard?
What do I say when it's all over?
Sorry seems to be the hardest word.
It's sad, so sad
It's a sad, sad situation.
And it's getting more and more absurd.
It's sad, so sad
Why can't we talk it over?
Oh it seems to me
That sorry seems to be the hardest word.
What do I do to make you want me?
What I got to do to be heard?
What do I say when it's all over?
Sorry seems to be the hardest word.
It's sad, so sad
It's a sad, sad situation.
And it's getting more and more absurd.
It's sad, so sad
Why can't we talk it over?
Oh it seems to me
That sorry seems to be the hardest word.
Yeh. Sorry
What I got to do to make you love me?
What I got to do to be heard?
What do I do when lightning strikes me?
What have I got to do?
What have I got to do?
When sorry seems to be the hardest word.
คาเฟ่ซีโมน :ยูโธเปียชำรุด
บทที่ 0
เธอคิดว่าเธอได้ยินเสียงอ่านบทกวี ระหว่างช่วงขาดลงระหว่างรอยต่อเพลง ระหว่างเสยงพัดลมเพดานครืดคราด เด็กสาวนอนหนุนแขนพาดกับโต๊ะ จ้องมองคราบกาแฟที่กำลังแห้งเปื้อนขอบถ้วยสีขาว เธอเป็นลูกค้าคนเดียวของยามบ่ายวันอังคาร เธอได้ยินเสียงบทกวีระหว่างช่องว่างของบทเพลง ระหว่างแทรคที่4 และ 5 ในอัลบั้มรวมฮิตของNINA SIMONE ฉบับทำเอง
มันก็แผ่วจางไปในอากาศเหมือนกันกับเสียงอื่นๆนั่นแหละ เด็กสาวดื่มกาแฟแต่มันทำให้เธอง่วงเหงา ประโปรงสีขาวของเธอเปื้อนรอยสีแดงเล็กๆตรงก้น รอยเลือดประจำเดือนหยดเล็กที่เจือจางไปเหมือนบทกวีไม่รู้ความ เธอขาย ถ้าคุณจะซื้อ แต่นั่นไม่สำคัญ เธอคิดว่าเธอจะหลับใหลยาวนาด้วยท่าทางการนอนหนุนแขนตัวเองนี้ หลับลึกยาวนานเจ็ดสิบหกปีเท่ากับจำนวนปีที่ประเทศนี้เปลี่ยนระบอบการปกครอง เธอสงสัยว่าเธอจะตื่นมาในอดีตหรืออนาคต
เธอเขียนถ้าคุณอ่าน มันก็ไอ้เรื่องรักโง่เง่าแบบที่ขายกันเกร่อตามร้านหนังสือ เธอเป็นเด็กสาวสามัญดาษดื่น แม้จะอยู่ในร้ากาแฟที่มีเจ้าของเป็นนีน่า ซีโมนมันก็ไม่ทำให้ความจริงข้อนี้เลือนรางไปได้ เธอชอบเพลงเศร้าสีดำเข้มข้นประหนึ่งกาแฟร้อนของนีน่า แต่เธอก็ชอบเด็กหนุ่ม ดวงตาขี้เล่นซุกซน มือที่อยู่ไม่สุข และเธอยังชอบอะไรอีกหลายต่อหลายอย่างที่เด็กสาวสามัญสวมกระโปรงเปื้อนหยดเลือดประจำเดือนจะชอบได้ เซกส์ด้วย การร่วมรัก ความระอุของวัยหนุ่มสาว เธอชอบมันเสียทั้งนั้น
เรามองไม่เห็นเจ้าของร้าน ประหนึ่งผู้เขียนไม่ได้คาดคิดมาล่วงหน้า ผู้หญิงหรือผู้ชาย ใบหน้าละม้ายนีน่าซีโมนหรือเปล่า ไม่ได้คาดคิด ไม่ได้คาดคิดเช่นเดียวกับจำนวนโต๊ะในร้านกาแฟ เครื่องเรือน ชนิดของกาแฟ หรือกระทั่งลูกค้า ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้อ่านซึ่งบัดนี้คงจินตนาการกันตามลำดับชั้นทางสังคมของตน บางทีน่าจะมีใครคิดว่ามันคือแผงขายกาแฟสดแบบที่เห็นเกลื่อนถนนเธอฟังเพลงจากโทรศัพท์มือถือ กึ่งนั่งก่งนอนหนุนแขน เจ้องมองเครื่องทำกาแฟสด นมข้นหวานเหนียวหนืดติดกับพื้นโต๊ะ มันเหนอะติดท้องแขนเธอเหมือนคราบน้ำกามของชายคนที่เธอไม่ได้รัก อย่างที่บอกเธอขายถ้าคุณจะซื้อ กาแฟเย็น หรือเรืองร่าง อากาศระอุของยามบ่ายแห่งเดือนพฤษภาคม พัดลมเพดานในร้านขายอาหารตามสั่งข้างหลังเธอ แกว่งไกวราวกับจะขาดออกจากขั้ว เธอคิดถึงลมร้อนของมัน เพียงแค่พลิกคว่ำมันจะคล้ายคอปเตอร์ไม้ไผ่ พาเธอบินไปดินแดนอื่น
เธอจะคิดถึงที่อื่น ในร้านกาแฟ ไร้รูป มีเพียงตัวหนังสือเรียงกัน ไร้เจ้าของ เธอเป็นลูกค้าเปล่าเปลี่ยวผู้เดียวในร้านนี้ ถึงเธอมีความฝันคุณก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ล่วงรู้
บทกวีนั้นถูกอ่านผ่านไมโครโฟน จากกวีบนเวที เสียงลอยล่องมาตามลม ความขมขื่นของกวีลอยล่องมาตามลม ยิ่งไกลก็ยิ่งเจือจาง พอมาถึงเธอ มันกลายเป็นเสียงสูงต่ำที่จับใจ
ความไม่ได้ มันคล้ายเพลงสวด คล้ายดนตรีไม่มีทำนอง เธออยู่ไกลจากเวที
ไกลจากแผ่นดินคนทุกข์ เธอฟงมันแต่ไม่ได้ยินมัน เสียงเพลงของนีน่า
ซีโมนก็เล่าเรื่องคนทุกข์ แต่เธอรับฟังมันในฐานะของเพลงรัก เธอแสวงหาแผ่นดินพิสุทธิ์ เธอเชื่อเรื่องความเท่าเทียมกัน แต่เธอไม่รู้ มันชำรุด เหมือนรอยประจำเดือนที่กระโปรง
สีขาว เธอหลับตาข้างหนึ่งก็ได้ เธอจะได้มองแต่ความงดงาม
กาแฟเหือดไปหมดแล้ว พอมันเย็นชืด แห้งเกรอะกรัง มันเป็นเพียงครายที่ยากลำบากในการซักล้าง ส่งกลิ่นเอียนชวนกระอักกระอ่วน
เธองัวเงียในเสียงบทกวีระหว่างเพลงรัก มองดูแผ่นดินที่นาฬิกาเดินถอยหลัง
คาเฟ่ซีโมน
บทที่ 0.1 บันทึกของนักสัตววิทยา
ผมไม่รู้จะพูดถึงเรื่องนี้อย่างไร ผมตัดสินใจเดินทางเข้าไปที่นั่นในฐานะของนักสัตววิทยาคนหนึ่ง ด้วยจิตวิญญาณของนักสัตววิทยาผู้ศึกษาพฤติกรรมสัตว์ ผมเดินทางไปที่นั่นด้วยความไม่รู้ และความอยากจะเข้าใจ เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันไม่เหมือนการศึกษาพฤติกรรมการสื่อสารของโลมา หรือ ฝูงลิง ไม่มีนักสัตววิทยาคนใดเคยศึกษาสิ่งนี้มาก่อน กล่าวอย่างง่ายสิ่งที่พวกเขาสื่อสารกันเป็นสิ่งใหม่ เป็นภาษาใหม่ ที่คล้ายคลึงกับเสียงร้องอย่างสัตว์
พวกเขาเริ่มต้นจากการเป็นมนุษย์ เหมือนกับผม แต่เมื่อพวกเขาชุมนุมกัน พวกเขาก็ค่อยๆสร้างภาษาของตัวเองขึ้น (นี่เป็นแง่มุมมในฐานะนักสัตววิทยา และนักภาษาศาสตร์) จากข้อความ ถ้อยคำ มันค่อยๆกลายสภาพไปคล้ายเสียงร้อง เสียงร้องขอความช่วยเหลือ เสียงครวญครางอย่างเจ็บปวด เสียงคำรามอันเกรี้ยวกราด เสียงอย่าสัตว์ที่คุณจะไม่มีวันเข้าใจขนกว่าผม ผู้ซึ่งถือสิทธิ์เหนือคุณในฐานะผู้ศึกษาพฤติกรรมการสื่อสารของสัตว์จะแปะสัญลักษณ์บอก สัญญะที่ผมเข้าใจเอาผ่านทางการสำแดงกิริยาขณะส่งเสียงร้อง ไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าภาษาถูกทำให้กลายเป็นเสียงร้องอย่างสัตว์ มีแต่การศึกษาเสียงร้องอย่างสัตว์ เพื่อค้นหาภาษา พวกเขากลายเป็นด้านกลับของวิวัฒนาการ ที่มองจากมุมมนุษย์ ขณะที่ผมศึกษาพวกเขาจากวิธีการดั้งเดิม กล่าวตามสัตย์ผมไม่คิดว่าผมจะทำความเข้าใจเรื่องราวพวกนี้ได้
พวกเขามารวมตัวกันอย่างมนุษย์ เริ่มจากการชุมนุมอันแสนธรรมดาสามัญ สิ่งหนึ่งที่คนทั่วไปมักไม่ค่อยรู้ คือเมื่อมนุษย์มาชุมนุมกันแรกทีเดียวพวกเขาจะพูดด้วยภาษาเดียวกับเรา แต่ยิ่งเวลานานไป ภาษาชนิดใหม่จะถูกสร้างขึ้น หลังจากผ่านการพูดคุยกับนักระวัติศาสตร์ ผมค้นพบว่า ภาษาของแต่การชุมนุมนั้นไม่เหมือนกัน และเมื่อใดก็ตามที่ภาษษถูกถ่ายโอนไปยังภาษาใหม่ พวกเขาจะไม่สามารถสื่อสารกับพวกเราได้อีก และลงเอยอย่างฉิบบหาย
ภาษา ภาษา เราพูดถึงมันในฐานะของการพูด พวกเขาพูด แต่มันกล้ายเป็นเสียงร้องอย่างสัตว์ เสียงซึ่งถูกนำไปเทียบเคียงหาความหมายจากเสียงที่มีอยู่ก่อนหน้า เมื่อเขาพูดเมื่อเราฟัง เราไม่ได้ฟังมันในฐานะของภาษาใหม่ เราเทียบเคียงกับภาษาที่มีอยู่เดิม ถ้อยคำประคับประคองความหมาย เราไม่ค้นหาหน่วยทางภาษา เมื่อมันกลายเป็นเพียงเสียงร้องอย่างสัตว์ ผมพยายามอย่างยิ่งในการฟัง และแกะหน่วยย่อทางภาษของมัน วันแล้ววันเล่า ผมไปที่นั่น กินนอนอยู่ในที่นั้น ทอลองใช้ชีวิตเช่นเดียวกับพวกเข แรกทีเดียวเรากลับไปสื่อสารกันผ่านทางท่าทางกิริยา พวกเขาให้ผมกินเหมือนกับที่พวกเขากิน นอนเหมือนกับที่พวกเขานอน ในเบื้องต้น ผมเชื่อยอย่างแน่นอนว่าเขาเข้าใจสิ่งที่ผมพูด เขาฟังรู้เรื่อง มีแต่ผมที่ไม่เข้าใจ ทำได้เพียงสังเกตสังกาและตีความ ในช่วงเวลานั้น ผมอัดเสียงและจดบันทึก พยายามแยกความหมายของเสียงสูงต่ำ แล้วจัดชุดศัพท์ที่ผมพอนึกได้จากการเฝ้าฟัง แรกทีเดียวผมเข้าใจว่าพวกเขามีพฤติกรรมรวมหมู่ พวกเขาทำ และพูดในสิ่งเดียวกัน พวกเขาอยู่รวมกัน แต่ผมค่อยๆพบว่า ที่จริงแล้วน่าจะมีเสียงร้องอย่างสัตว์ซึ่งประกอบขึ้นเป็นหน่วยภาษาหลากหลายรูปแบบ มากกว่า สองร้อยภาษาไหลเวียนอยู่ในนั้น แรกทีเดียวผมคิดว่ามันเป็นเรื่องความแตกต่างทางสำเนียง เพราะพิจารณาจากลักษณะทางกายภาพ เป็นทื่อแน่ได้ว่า พวกเขาไม่ได้สืบเชื้อสายพันธุ์เดียวกัน นั่นยิ่งทำให้ผมสงสัยในพฤติกรรมรวมหมู่ของพวกเขา
อย่างไรก็ตามการศึกษาพฤติกรรมของพวกเขาถูกสั่งระงับในเวลาต่อมา พวกเขา (หมายถึงหัวหน้าศูนย์วิจัย)เรียกตัวผมกลับ และปฏิเสธการให้เงินทุนในการศึกษาวิจัยต่อ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะศึกษาสัตว์ที่กำลังสูญพันธ์ ซึ่งนั่นทำให้ผมโมโหอย่างยิ่ง พวกเขาไม่มีสิทธิ์พูดว่าสัตว์ที่กำลังสูญพันธุ์ หัวหน้าไม่ได้พูโอะไรแต่บอกเป็นนัยๆว่ารัฐบาลจะเข้าควบคุมเรื่องนี้ ด้วยวิธีการเดียวกับการจัดการสุนัขจรจัด วิธีการเดียวกับการจัดการช้างตกมันหลงวฝูงเข้ามาเหยียบย่ำพื้นที่ในหมู่บ้าน วิธีการเดียวกับการจัดการเสือร้ายที่หิวโซ จนเข้ามาขโมยกินวัวของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ นอกจากนี้เขายังกลัวผมติดเชื้ออีกด้วย เพราะเป็นที่แน่ชัดจากนักวิชาการสายสาธารณูสุข ว่าการที่พวกเขากลายเป็นสัตวื เกิดจากการติดเชื้อบางชนิด ซึ่งทำให้วิวัฒนาการถอยหลัง ถ้าถามผม ผมคิดว่านี่โง่เง่า และเป็นไปไม่ได้ในทางระบาดวิทยา ให้เชื่อว่าพวกเขาถูกผีเข้าสิง ตามแบบชนเผ่าบางที่ยังเข้าใจได้มากกว่า
ทุกอย่างถูกคิดแบบสอบสวนทวนความตลอด ผมลองคิดย้อนกลับจากวิธีวิทยาที่ตัวเองใช้ และที่นี่ เวลานี้ในร้านกาแฟชื่อประหลาดที่ผมอ่านไม่ออก ท่ามกลางเสียงเพลงไม่ทราบชื่อซึ่งสูงต่ำประสานสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกับเสียงที่ผมยบันทึกมาจากที่ชุมนุนม ผมพลันคิดออก เสียงอย่างสัตว์ซึ่งคล้ายคลึงกับเสียงดนตรีเพลงโซลนี้ ที่แท้ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่การพูด หากอยู่ที่การฟัง พวกเขาไม่ได้วิวัฒนาการถอยหลัง เป็นเราเองต่างหาก ที่ถูกทำให้ไม่ดิยิน คล้ายกับที่เราไม่ได้ยินคลื่นความถี่บางชนิด ปัญหาทั้งหมดของวิจัยไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เขาศึกษา แต่อยู่ที่ผู้ศึกษา ผมตัดสินใจแน่ชัดว่าจะไม่กลับไปที่ศูนย์วิจัยอีก เรื่องนี้ต้องได้รับการศึกาอย่างลึกซึ้ง ในฐานะนักสัตววิทยา ผมจะต้องค้นหาข้อบกพร่องในหูของตัวเอง และฝึกที่จะฟังอีกครั้ง