love-is-all-around

LUCAS ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเขาป่วยเป็นโรคประหลาด ความทรงจำเกี่ยวกับภาษาค่อยๆสูญสิ้น คล้ายโรคความจำเสื่อประการหนึ่ง เขา , คนหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จจากการคิดค้นภาษาใหม่สำหรับคอมพิวเตอร์กำลังจะสูญเสียการใช้ภาษาในการสื่อสารกับผู้คน หลังพบหมอเขาก็พบเธอ หญิงสาวเอาแต่ใจคนงามที่ซ่อนดวงตาไว้ด้วยแว่นกันแดดกรอบหนา เขากวนประสาทเธอที่นั่งโต๊ะติดกันในร้านกาแฟ ก่อนมันจะกลายเป็นรักแรกพบ และฉุดทั้งคู่จมในลงในวังวนแห่งความลุ่มหลง

BLANCHE เด็กสาวที่แท้เป็นแม่หมอ ยามเธอถูกสะกดจิต จะร้ายรำเปลื้องผ้าต่อหน้ามหาชน ทำนายทายทักทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคต ความลับในใจ เธอทำนายได้ถูกต้องแม่นยำ ร่ายรำในคาสิโนหรูภายใต้ความควบคุมของแม่คลั่งรักและพ่อเลี้ยงผู้สับสนทางเพศ เขาตามเธอไปที่คาสิโนนั้น เปิดห้องชุดที่ดีที่สุด โดยมีลูกคู่เป็นบ๋อยคนแคระผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจ เขาตามหาเธอ พาเธอมาที่ห้อง ร่วมรักไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พลัดกับเธอ ตามหาเธอหลุดหลงไปในนิทานแห่งความลุ่มหลงที่ลำล้ำกระทั่งแทบกลืนกินคนทั้งคู่ลงไปในห้วงทะเลลึก !

หนังปี 1989 ของ ANDREZJ ZULAWSKI ผู้กำกับชาวโปแลนด์ ที่เติบโตและเรียนหนังไปจากฝรั่งเศส เขาเคยกลับไปทำหนังในโปแลนด์ แต่ถูกรัฐยึดฟิล์มและ ข้าวของทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับหนังไว้เพื่อทำลาย (ภายใต้กฏอัยการศึกของโปแลนด์ยุคแปดสิบ) จนเขาต้องย้ายกลับมาฝรั่งเศส ก่อนจะกลับไปทำงานให้สำเร็จอีกครั้ง แต่นั่นอาจเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตำนานรักของเขา กับ SOPHIE MARCEAU ดาราสาวชาวฝรั่งเศศที่เคยป็นที่หมายปองของหนุ่มๆทั่วโลกในยุค แปดสิบ ตอนทั้งคู่พบกัน เขาอยุ 44 เธออายุ 18 ตอนนั้นเธอมาเล่นหนังเรื่อง L AMOUR BRAQUE (1985) ให้กับเขา ตกหลุมรักกันอย่างรุนแรง เธอแต่งงานกับเขา และทำหนังด้วยกันสี่เรื่อง และเป็นเช่นหนังเรื่องอื่นๆของ ZULAWSKI เขาดึงความเจิดจรัสจากตัวดาราหญิงของเรื่องได้เสมอ (ก่อนหน้านี้เขาเคยทำให้ ISABELLE ADJANI ได้เล่นบทที่เฮี้ยนที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ นั่นคือบทของหญิงที่ถูกปีศาจเข้าสิง ฉากที่เธอกรีดร้องยาวนานในอุโมงค์ใต้ดินกลายเป้นฉากที่น่ากลัวและรุนแรงที่สุดฉากหนึ่งเท่าที่เคยมีการสร้างหนังในทำนองนี้กันมา )

MY NIGHTS ARE MORE BEAUTIFUL THAN YOUR DAYS เป็นหนังเรื่องที่สองที่ SOPHIE MARCEAU เล่นให้กับZULAWSKI (ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันในตอนนั้น) หนังถ่ายทอดเรื่องของความลุ่มหลงของชายคนหนึ่งที่มีต่อผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งสะท้อนภาพของตัวZULAWSKIเอง ที่ลุ่มหลงในตัวภรรยาสาวอย่างยิ่ง กล้องไม่ละสายตาจากเธอ หนำซ้ำ เธอยังตกเป็นเป้าสายตาตลอดเวลา ในหนังเธอถูกบังคับ ถูกทำร้าย (ด้วยความลุ่มหลงอย่าสุดขีด) หลายฉากเธอเปลือยเปล่า กล้องจ้องมองเธอไม่ใช่ด้วยความหื่นกระหาย แต่ด้วยความลุ่มหลงสุดขีด

ว่ากันว่าในหนังทุกเรื่องที่เธอเล่นให้ ZULAWSKI เธอกลายเป็นวัตถุที่เขาจ้องมอง เขาทำหนัง เธอเป็นนางเอก ถูกทุบตี ทำร้าย และเปลืองเนื้อเปลืองตัว ฟังดูโหดเหี้ยมซาดิสม์ แต่ว่ากันว่านี่คือความสัสภันธ์อันล้ำลึกของเขากับเธอ ต่อมา SOPHIE MARCEAU แยกทางกับZULAWSKI เธอทำหนังเรื่องแรก ชื่อ SPEAKOF LOVE TO ME ว่าด้วยความสัมพันธ์ รักต่างวัย ตัวหนังเป็นเหมือนกระจกสะท้อนความสัมพันธ์ของเธอกับZULAWSKI นั่นเอง

ว่ากันเฉพาะ MY NIGHTS ตัวหนังนั้นเล่าเรื่องกึ่งจริงกึ่งฝันราวกับเทพนิยาย พิจารณาดีๆเราจะพบว่านี่คล้ายเรื่องของเจ้าชาย(ใกล้เสียสติ) (ฉากหนึ่งเขาแอบเข้าไปในห้องแต่งตัวหลังคาสิโน สวมชุดเจ้าชายอาหรับ )ตกหลุมรักหญิงนักพยากรณ์ และเขาทำทุกอย่างเพื่อเธอรักมากพอจะกลืนกินเธอลงไปทั้งตัวด้วยซ้ำ ในฉากหนึ่งหนังเนรมิตห้องชุดโรงแรมราวปราสาทราชวัง เขารื้อค้นห้องกระจุยกระจาย จัดวางตำแหน่งทุกสิ่งใหม่หมด และร่วมรักกัยเธออย่างบ้าคลั่ง เขารักเธอ เฝ้าคอยติดตามเธอ ช่วยเหลือเธอจากเหล่าร้าย (อันประกอบด้วย แม่คลั่งรัก พ่อเลี้ยงประหลาด และกลุ่มนายทุนหญิงที่ต้องการเธอไปแสดงในอเมริกา) แต่ความรักของเขาก็มีพิษ มันรุนแรง และไร้การควบคุม ทั้งคู่จมดิ่งลงในห้วงรัก และพิศวาส เจ็บปวดเกินกว่าจะอยู่ด้วยกัน และ ร้าวรานใจเกินกว่าจะแยกกันได้

หนังตัดสลับภาพวัยเยาว์ของทั้งคู่เข้ามา เพื่ออธิบายโรคขาดรักขั้นรุนแรงของคนทั้งคู่ คนหนึ่งสูญเสียทั้งพอ่และแม่ให้กับความหึงหวง (ซึ่งนั่นอาจส่งผลให้เขาสืบทอดความลุ่มหลงขั้นรุนแรงมาจากผู้พ่อ) และอีกคน อยู่ในบ้านที่แม่โดนพ่อทารุณครั้งแล้วครั้งเล่า (ในท้ายที่สุดเธอถูกทารุณเสียเอง) แต่มันก็ไม่ได้มีบทบาทอะไรในหนังมากไปกว่านั้น

ท้ายเรื่องเธอไปล่ำลาเขา เขาจึงเหนี่ยวรั้งตัวเธอไว้ด้วยการใช้กำลัง เขากระชากผมเธอ ไม่ยอมให้เธอไป และนำมาซึ่งฉากวิปริตชวนขนลุก ไม่ใช่เพราะมันเกิดจากความชังแต่มันเกิดจากความลุ่มหลงขั้นร้าย

หนังจบลงในทะเล ความลุ่มหลงในกันและกันฉุดเจ้าชายผู้ไม่อาจสื่อสารกับโลกและเจ้าหญิงผู้หยั่งรู้ดินฟ้า จมหายไปในเกลียวคลื่นแห่งรัก

เป็นการยาก ที่จะอธิบายหนังเรื่องนี้เนื่องจากหนังละทิ้งตรรกะเหตุผลไปจนหมดสิ้น และเลือกขับเคลื่อนด้วยพลังเพียงอย่างเดียว นั่นคือพลังแห่งความลุ่มหลงที่ทั้งคู่มีให้แก่กัน (และผู้กำกับมีให้ต่อนางเอกของเรื่อง) เหตุการณ์ในหนังไม่ปะติดปะต่อ ไม่สมจริง กระโดไปมา และยากต่อการทำความเข้าใจ ในทางหนึ่งมันคือข้อด้อยของหนังแต่ในอีกทางมันทำให้หนังเปล่งประกายชัดเจน ยิ่งเรารำพึงว่า นี่มันบ้าอะไรกัน มันยิ่งถูกต้อง เพราะความรักและความลุ่มหลงของคนสองคนนี้ มีแต่คำอุทาน นี่มันบ้าอะไรกัน ! เท่านั้น จึงเหมาะสม

ชื่อหนังดูเหมือนยั่วล้อคนดูอยู่ในที หากความลุ่มหลงของตัวละคร คือความมืดบอดน่าสมเพช คือราตรีอันมืดดำ ผู้กำกับก็บอกเราว่า ราตรีของฉัน อย่างไรเสียก็งดงามกว่าทิวาวารแห่งเธอ เหล่าคนดูทั้งหลาย

เราอาจัดหนังเรื่องนี้เป็นหนังดราม่าโรคจิต ได้ เท่ากับที่เราจะจัดมันเป็นหนังรักได้เช่นกัน เพราะความรักที่แท้มันไม่ได้งดงาม ดั่งที่มัน ถูกทำให้เป็น- ความรัก คือรูปแบบของความลุ่มหลงขั้นร้าย มันไร้เดียงสาเหมือนเด็กๆ มีอานุภาพสรรค์สร้างได้เท่ากับที่จะทำลายทุกสิ่งลงและหนังเรื่องนี้อธิบาย พิษร้ายแห่งความไม่เดียงสานั้นไว้อย่างตรงไปตรงมาและหมดจด จนชวนขนลุก

ขอบพระคุณ พี่ MdS สำหรับ DVD อนุเคราะห์

ขอบพระคุณ FILMVIRUS สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

1-10

10 MINUTES OLDER :THE TRUMPET

12 STOREYS(ERIC KHOO /1997)

2046(WONG KAR WAI/ 2004)

38/79 SENTIMENTAL PUNK ( KURT KREN/ 1979 )

4 (ILYA KHRJANOVSKY / 2005)

THE 400 MILLIONS (JORIS IVENS /1953 )

4:30(ROYSTON TAN / 2005)

69 (ROBERT BREER/ 1968)

A

THE ABNORMAL FAMILY( MASAYUKI SUO/ 1983)

AFTER MIDNIGHT

AFTERNOON TIME (ทศพล บุญสินสุข)

ALI : FEAR EATS THE SOUL (REINER WERNER FASSBINDER

ALWAYS : SUNSET ON THIRD STRET

AMELIE

AMERICAN SPLENDOR

AMORES PERROS

ANNA MAGDALENA

ALIEN VS. PREDATOR

ALIQURI

APARAJITO

ARIEL

ASHES OF TIME (WONG KAR WAI / )

ASSASSIN(S)

ATOMIC PARK

AU HASARD BALTHAZAR (ROBERT BRESSON)

AUTOGRAPH BOOK

AZUMI

B

BADLANDS (TERRENCE MALICK

BATTLE OF WITS

BEFORE SUNRISE

BEFORE SUNSET (RICHARD LINKLATER/)

BEGOTTEN

BETTER THA FRIENDS

BE WITH ME (ERIC KHOO )

BE WITH YOU

BETWEEN HELLO AND GOODBYE

BIG FISH(TIM BURTON)

BILLY THE KID VERSUS DRACULA

BLOCK PARTY

BLOOD DIAMOND

BLUE

BOYS FROM MARS

THE BOW

THE BRIDE WITH WHITE HAIR

BRIGHT FUTURE (KIYOSHI KUROSAWA)

BROKEBACK MOUNTAIN (ANG LEE)

BUBBLE

THE BURNT THEATRE

C

CAFE' LUMIERE

THE CAMERA MAN (BUSTER KEATON / )

CAPE FEAR

CARNIVAL OF SOULS

CECIL B. DEMENTED ( JOHN WATERS / 2000)

CELINE AND JULIE GO BOATING (JACQUES RIVETTE)

THE CHASE

CHICHA TU MADRE

THE CHILD

CHINESE ROULETTE

CHRISTMAS IN AUGUST

CITY LIGHTS

A CITY OF SADNESS

CLIMATES (NURI BEGIL CEYLAN /)

COLLAGE OF OUR LIFE

COLORS

THE CONSTANT GARDENER

COPS (BUSTER KEATON /)

CODE UNKNOWN

THE COMING OF SIN

COMEDY OF POWER (CLAUDE CHABROL)

THE CRAZIES

CRIMSON GOLD

CROCODILE RIVER

CROSSING THE BRIDGE : THE SOUND OF ISTANBUL

CRUEL ILLNES OF MEN (IGOR and GLEB ALEINIKOV)

CURE

CURSE OF THE GOLDEN FLOWERS

D

DARK HORSE

DARKNESS /LIGHT/DARKNESS

THE DAY I BECAME A WOMAN

DAYS OF TOMORROW

DEADLY WEAPONS (DORIS WISHMAN )

DEATHNOTE

DELLAMORTE ,DELLAMORE

DESPERATE LIVING(JOHN WATERS /1977)

DIE WORTE DES VORSITZENDEN

DISTANCE

DISTANT VOICES , STILL LIVES

THE DOOM GENERATION

DON'T COME KNOCKING

THE DOUBLE LIFE OF VERONIQUE

DRIFTING CLOUD

DUMBLAND (DAVID LYNCH)

DUST IN THE WIND

E

EARLY SUMMER

EDEN AND AFTER (ALIAN ROBB GRILLET )

ERASERHEAD (DAVID LYNCH)

ETERNAL SUNSHINE AT A SPOTLESS MIND

ET CETERA

THE EXPERIMENT

EYES WITHOUT A FACE

F

FACE

FAILAN

FAMILY DOG

FANDO AND LIS (ALEJANDRO FODOROWSKY)

FANTASTIC PLANET (RENE LALOUX)

FEAR OF FEAR (REINER WERNER FASSBINDER)

FEMALE TROUBLE (JOHN WATERS /1974)

FILM (SAMUEL BECKETT)

FINDING NEVERLAND

A FISH WITH A SMILE

FLAMING CREATURES

FLANDERS

FLIGHTS OF THE PHOENIX (ROBERT ALDRICH /1965)

THE FLAVOR OF GREEN TEA OVER RICE

THE FLOATING LANDSCAPE

FLOATING WEEDS

FLORA

FOX AND HIS FRIENDS

FUJI (ROBERT BREER/ 1974)

FUNNY GAMES

FULL MOON

G

THE GENERAL (BUSTER KEATON)

GENTLEMEN'S AGREEMENT

GERMAN ANIMATION

GHOST

GIANT BUDDHA

THE GLEN MILLER STORY

GOODBYE , DRAGON INN

GOODBYE , LENIN

THE GRANDMOTHER (DAVID LYNCH)

GRACELAND (อโนชา สุวิชากรพงศ์)

THE GREATEST SHOW ON EARTH

H

HARDLUCK (BUSTER KEATON / 1921)

HARVEY

THE HAUNTED CURIOUSITY SHOP (R.W. PAUL /1901)

HEAD-ON

HEAVEN

HIDDEN

THE HILL HAVE EYES (ALEXANDER AJA /2006)

A HISTORY OF VIOLENCE

THE HITCHER

A HOLE IN MY HEART

A HOME AT THE END OF THE WORLD

THE HOLE

THE HOST

HOSTEL

HOTEL

THE HOURS

HOUSE OF FLYING DAAGERS

HUSH !

I

I CAN'T SLEEP

ICHI THE KILLER

I DON'T WANT TO SLEEP ALONE

I HEART HUCKABEES

AN IMAGE

THE IMMORTALS

IMPRINT

INDIA SONG ( MAGUERITTE DURAS )

INHALE - EXHALE

THE INTRUDER

I,ROBOT

ISABELLA

IT'S ALMOST THERE

IT' S WONDERFUL LIFE

IT'S EASY TO KILL / PRAY

J

A JOURNEY THROUGH H (PETER GREENAWAY /1978)

JUHA

JULES AND JIM

K

KATZELMACHER

TO KILL A MOCKING BIRD

KILL BILL

KING OF COMEDY

KINGS OF THE ROAD

KITCHEN STORIES

L

LADIES IN LAVENDER

LADY IN THE WATER

LAND OF SILENCE AND DARKNESS

LAST DAYS

LATE SPRING

L' AVVENTURA (MICHEALANGELO ANTONIONI)

LAND OF THE DEAD (GEORGE A ROMERO)

LAND OF PLENTY (WIM WENDERS)

LA STRADA (FREDERICO FELLINI)

LE ESCARGOT (RENE LALOUX)

LENINGRAD COWBOYS GOES AMERICA (AKI KAURISMAKI)

LENINGRAD CPWBOYS MEET MOSES (AKI KAURISMAKI)

LES AMANTS DU PONT-NEUF (LEOS CARAX)

LILJA-4-EVER

LIMELIGHT (CHARLIE CHAPLIN)

LITTLE CHILDREN(TODD FIELD/2006)

LITTLE MISS SUNSHINE

LOST AND FOUND

THE LOVER

LOVE IN THE TIME OF TWILIGHT

LOVE IS A FAIRY TALE

LOVE IS LOVE

LOVELY RITA

THE LOVERS OF THE ARCTIC CIRCLE

A LOVESONGS FOR BOBBY LONG

M

THE MAGIC EGG

MAN BITES DOG

THE MAID ASLEEP (CORINNA SCHNITT /2001)

THE MATCH FACTORY GIRL

THE MAN WITHOUT A PAST

MA VIE EN ROSE

ME AND YOU AND EVERYONE WE KNOW

MEAT LOVE

MEEPOK MAN

MEMORIES OF MATSUKO

MERRY CHRISTMAS

THE MERRY CIRCUS (JIRI TRNKA /1951)

MESHES OF THE AFTERNOON (MAYA DEREN / 1943)

M.HULOT'S HOLIDAY (JACQUES TATI)

THE MILLION DOLLAR HOTEL

MIND GAME ( MASAAKI YUASA)

A MOMENT OF A ROMANCE 1-3

MOONCHILD - CALIGULA (ROBERT BREER)

MOONLIGHTING

MOTHER AND SON (ALEXANDER SOKUROV/1999)

MOTHER KUSTES GOES TO HEAVEN

MOTORCYCLE DIARIES

MURDER IN A BLUE WORLD

MY LIFE AS McDULL

MY LIFE WITHOUT ME

MY OWN PRIVATE IDAHO

N

NEEDING YOU

NEKROMANTIK

NOBODY KNOWS

NOI ALBINOI

NO PLACE , NO WHERE

O

OBABA

ODETE

ODE TO JOY

OLD BOY

ONIBABA

ONCE YOU 'R BORN YOU CAN NO LONGER HIDE

OPENING NIGHT

OUT OF PLACE : THE MEMORIES OF EDWARD SAID

P

PAN'S LABYRINTH

PARIS ,TEXAS

THE PARTY AND THE GUEST

PATTERN OF TRANSCENDENCE

PATHER PANCHALI

PEEPING TOM

PERSONA

PHANTOM (TOSHIO MATSUMOTO /1975 )

THE PIANO TEACHER

PICNIC

PINK FLAMINGOS (JOHN WATERS / 1972)

POLYESTER(JOHN WATERS / 1981)

PLAGES

THE PLAYHOUSE

PUNCH DRUNK LOVE

PUNISHMENT PARK

Q

R

RABID DOGS

THE RASPBERRY REICH (BRUCE LABRUCE )

REAR WINDOW

RED SUN

REPULSION

RIGHT NOW (BENOIT JACQUOT)

RIGHTS OF THE WEAKEST

RITUAL IN TRANSFIGURED TIME (MAYA DEREN )

THE RIVER OF NO RETURN

RIYO

'ROUND MIDNIGHT

ROPE

ROSETTA

RUNAWAY JURY

RUNNING SCARED(WAYNE KRAMER /2006)

RYNA

S

THE SADDEST MUSIC IN THE WORLD

SAVIOR OF THE SOUL

SAW

SCARECROW

THRE SCIENCE OF SLEEP (MICHEL GONDRY /2006)

THE SEA IS WATCHING

THE SECRET LIFE OF WORDS

SEALED WITH A KISS

SEANCE

SEED OF CHUCKY

SHADOW IN PARADISE

SHARA ( NAOMI KAWASE)

THE SHEPHEARD GIRL

SHERLOCK Jr. (BUSTER KEATON)

SHIKI - JITSU

SHORTBUS

SITCOM

SOGINE TON GAUCHE (RENE CLEMENT )

SLITHER

SIX MEN GETTING SICK (DAVID LYNCH /1967)

SNAKES ON A PLANE

SOMBRE

THE SON

THE SORTER'S BRIDGE

SPENT

SPRING,SUMMER,FALL,WINTER AND SPRING...

THE STORY OF WEEPING CAMEL

THE STICKY FINGERS OF TIME

SUBURB OF EMPTINESS (THOMAS KOENER /2003)

SUBURBAN MAYHEM (PAUL GOLDMAN)

SWALLOW TAIL BUTTERFLY (SHUJI IWAI)

SYMPATHY FOR LADY VENGEANCE

SYMPATHY OF MR.VENGEANCE

T

TAKE CARE OF YOUR SCARF ,TATJANA (AKI KAURISMAKI)

THE TASTE OF TEA

TEMPTING HEART

THAT'S LIFE , MY DARLING

THE TERMINAL

THE TEXAS CHAINSAW MASSACRE

THE TEXAS CHAINSAW MASSACRE : THE BEGINNING

THEY CALL HER ONE EYE

THREE TIMES

TOKYO,SORA

TOKYO STORY

TOURIST TRAP

TOUTE LA MEMOIRE DU MONDE (ALAIN RESNAISE / 1956 )

TURN

TURN LEFT , TURN RIGHT

TWENTY FOUR EYES

TWENTYNINE PALMS

THE TWILGHT SAMURAI

U

UNDEAD(THE SPIEREIG BRO./2003)UNDERGROUND

UNITED 93

UNTIL THE END OF THE WORLD

V

V FOR VENDETTA

VAMPYR (CARL THEODOR DRYER)

THE VANISHING

VERTIGO (ALFRED HITCHCOCK)

VIBRATOR

THE VILLAGE ( M NIGHT SHYAMALAN)

THE VILLAGE ALBUM

VIRIDIANA (LUIS BUNUEL)

VITAL(SHINYA TSUKAMOTO)

W

WHAT HAPPENED TO MAGDALENA JUNG ?

WINGS OF DESIRE (WIM WENDERS)

WOLF CREEK

WOMAN OF WATER

A WOMAN UNDER THE INFLUENCE(JOHN CASSAVETES)

THE WOODSMAN

THE WORLD

X

X-MEN

Y

YOUR NAME IS JUSTINE

YOU BET YOUR LIFE

YOU SHOULD BE THE NEXT ASTRONAULT

Y TU MAMA TAMBIEN

Z

ไทย

ก้อเหมือนเดิม

กรุงเทพ ตอนเย็นๆ

แกงค์ชะนีกับอีแอบ

.ไข่

ขอให้รักจงเจริญ (ME , MYSELF )

ขอบคุณครับ (KKK)

คำพิพากษาของมหาสมุทร

คนไฟบิน

เคียด (SILENCE WILL SPEAK) (พัลลภ ฮอหรินทร์/2006)

ใครนะใคร

โคตรรักเอ็งเลย (พิง ลำพระเพลิง)

เฉิ่ม

ตามสายน้ำ

ในวันที่ฝนตกลงมาเป็นคูสคูส

โนราห์

บ้านหด

ปฏิกิริยา

เปนชู้กับผี

ผีเสื้อและดอกไม้

เพื่อนสนิท

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

มหัศจรรย์กรุงเทพ ( UNSEEN BANGKOK)

มหาลัย ' เหมืองแร่

เมล์นรก หมวยยกล้อ

ยังเยาว์

ยามบ่าย

เรื่องเดิมๆที่เหมือนจะเหมือนเดิมแต่มันไม่เหมือนเดิม

เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล

เรื่องเล่าจากเมืองเหนือ

โรงแรมนรก

ลอยฟ้า

โลกปะราชญ์

สวรรค์มืด

สวรรค์สุดเอื้อม (HAPPY BERRY )

สัตว์ประหลาด!

สิ่งที่เคลื่อนไหว

เสือร้องให้

เสี่ยว

แสงศตวรรษ

สุดเสน่หา

ห่างไกล

หมานคร

หัวใจทรนง

หนังของเรา

หัวลำโพง

หัวใจต้องสาป (VOODOO GIRLS )

แหยม ยโสธร

โหมโรง

หอแต๋วแตก

อสุจ๊าก

โอกาส

ไอ้โหดสับสยอง (THE KILLER MAN )

DIRECTOR

DIRECTOR LINK

HARUN FAROCKI

ULRIKE OTTINGER

REINER WERNER FASSBINDER

BUSTER KEATON

JAN SWANKMAJER

ยินดีต้อนรับสู่ สเตฟานทีวี รายการประหลาดที่มีพิธีกรเป็นนายสเตฟาน และวันนี้เขาจะมาสอนกลไกการเกิดความฝันโดยอาศัยโมเดล สปาเกตตี้! กล้องที่ทำจากกระดาษลัง ห้องที่บุด้วยรางบรรจุไข่ไก่ และนายสเตฟานสุดเพี้ยน กับฉากบลูสกรีน ที่จะถูกตัดต่อเข้ากับการสาดซัด ของหยดสี นายสเตฟานชวนเราโบยบินไป ยังคอนเสริ์ต ของ DUKE ELLINGTON (ซึ่งที่จริงแล้วคือ DUCK ELLIGTON ต่างหาก) ฟังเขาถกเถียงกับพ่อที่ตายไปแล้ว และ ตุ๊บ ! เราตื่นขึ้น

นั่นคือความฝัน ใช่แล้วโลฟฝันของนายสเตฟาน หนุ่มลูกครึ่งเมกซิโก ฝรั่งเศส ที่ถูกแม่ชาวฝรั่งเศส ล่อลวงมายังปารีส หลังจากพ่อ(ที่เลิกกันไปนานแล้ว) เสียชีวิตลงจากโรคมะเร็ง แม่ของเขาแต่งงานใหม่ไปกับนักมายากลปัญญาชน และบอกสเตฟานว่า เขาจะได้งานครีเอทีฟ (แต่ที่จริงคือการแปะยี่ห้อลงบนปฏิทินนู้ดตะหาก !) สเตฟานจึงมาปารีส พร้อมกับภาษาฝรั่งเศสง่อยๆ กับรูปปฏิทินชุด - หายนะรายเดือน - ที่เขาวาดเอง มาอาศัยอยู่ในห้องที่เขาเคยอยู่ตอนเป็นเด็ก (แน่นอน นอนเตียงเด็กหลังเดิมที่สั้นจนต้องคุดคู้ ) งานห่วย (แถม ยอดชายนายกี เพื่อนร่วมงานของเขาก็เป็นพังค์ วัยกลางคนที่ใส่สูทวีผมเรียบและคลั่งเซกซ์! ) ชีวิตห่วย และไร้รัก ในเมืองแปลกหน้า แต่ถ้านั่นยังไม่แย่พอ สเตฟานเป็นโรคประหลาด (ถ้ามันจะเรียกว่าโรค ) นั่นคือเขาไม่สามารถแยกแยะโลกจริงๆกับโลกฝันในหัวเขาได้ มันตีกันยุ่งและทำลายชีวิตของเขาลง

โชคดี (หรือโชคร้ายก็ไม่รู้) ที่เพื่อนข้างห้องรายใหม่ของเขา คือ สเตฟานี สาวร้านขายอุปกรณ์ศิลปะ ที่มีงานอดิเรกในการทำงานศิลปะ(หรือตุ๊กตา) จากเศษผ้า สเตฟานตกหลุมรักสเตฟานี แต่ดันฝันว่าจะขอเบอร์ โซอี้เพื่อนของเธอ ความฝัน ความจริงตีกันวุ่น ทั้งในหัวของสเตฟานและบนจอ จนเราแยกแยะไม่ได้ เข้าใจไม่ถูก และมันเกือบจะทำให้ชีวิตของเขาย่อยยับไปเลย นี่ล่ะ พิษร้ายของความฝันล่ะ!

หนังที่ทุกคนรอคอย งานใหม่ของMICHEL GONDRY ผู้กำกับที่ก้าวจากการมิวสิควีดีโอ มาสู่วงการหนัง แม้หนังเรื่องแรกอย่างHUMAN NATURE จะได้รับก้อนอิฐมากกว่าดอกไม้ แต่ ETERNAL SUNSHINE AT A SPOTTLESS MIND หนังยาวเรื่องที่สองกลับได้รับเสียงชื่นชม มากมาย และกลายเป็นหนังของยุคสมัยเรื่องหนึ่ง

ที่จริงแล้ว เราน่าจะสามารถเรียกหนังในกลุ่มนี้ได้ว่า หนังสับสน ( ขออนุญาติบัญญัติ๖ศัพท์ใหม่ด้วยตนเองว่า OBSESSIVE CONFUSING CINEMA (ฮา!)) ซึ่งเป็นหนังที่มักนิยมสร้างโดยคนหนุ่มสาวชาวอเมริกันในยุคปัจจุบัน หนังที่เน้นความขัดแย้งภายในของตัวละคร ซึ่งมักเป็นหนุ่มสาวผู้หมกมุ่นกับเรื่องส่วนตัว อาจจะเป็นความฝัน (THE SCIENCE OF SLEEP ) ความทรงจำ (ETERNAL SUNSHINE) ความไม่พอใจตัวเอง ( BEING JOHN MULKOVICH) การสร้างงานศิลปะ ( ME AND YOU AND EVERYONE WEKNOW) กระทั่งเรื่องของโลกและสิ่งแวดล้อม ( I HEART HUCKABEES ) ดนตรี ( HIGH FIDELITY ) การคั่วสาวลูกติด(ABOUT A BOY ) กระทั่งการช่วยผู้อื่นให้มีความสุข หรือ สะสมภาพถ่าย ( AMELIE) หนังกลุ่มนี้มักมีตัวเอกเป็นคนที่ไม่สามารถอยู่ในโลกได้อย่างปกติ พวกเขามักเป็นคนหนุ่มสาว ช่างฝัน ช่างคิด ชอบอ่านหนังสือ หมกมุ่นอยู่กับความคิดข้างใน กลัวความสัมพันธ์ และมีความสัมพันธ์กระพร่องกระแพร่งต่อกันและกัน หนังเต็มไปด้วยบทสนทนาคมคาย อภิปรัชญายากๆ การสำรวจตรวจสอบการมีตัวตน และการวางแนวทางที่เอื้อให้ตัวละคร สนทนากัน หรือทำเรื่องน่ารักๆให้กัน หัวหอกของหนังในกลุ่มนี้อาจจะเริ่มที่หนังของ RICHARD LINKLATER ( SLACKERS , WAKING LIFE , BEFORE SUNRISE ) หรือ CAMERON CROWE ( SINGLES , SAY ANYTHING ) โดยอาจมีจุดเชื่อมโยงของหนังGEN X จากหนุ่มสาวรุ่นก่อนหน้า ( REALITY BITES ของ BEN STILLER คือ รูปแบบหนังGEN X, CLERKS ของ KEVIN SMITH ) และอาจสืบสาวขึ้นไปหา บิดาของหนังกลุ่มนี้นั่นคือ หนังของ WOODY ALLEN ! และในขณะเดียวกัน หากกวาดตามอง ฝั่งเอเชีย เราก็อาจพอจะพูดถึง WONG KAR WAI , TSAI MING LIANG รวมถึง ERIC KHOO(ซึ่งแยกออกไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ) แต่เมื่อมองในฐานะ การร่วมสมัย- ความแตกต่างของหนุ่มสาวฝั่งเอเซีย (เก็บงำ ) กับคนหนุ่มสาวฝั่งตะวันตก (ช่างพูด) ได้อย่างน่าสนใจ (ทั้งย่อหน้านี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนไม่ได้เกี่ยวข้องกีบตำราหนังเล่มใด ไม่ควรนำไปอ้างอิงอย่างยิ่ง!)

กลับมาที่ MICHEL GONDRY หลังจากเขาพาผู้ชมไปทัวร์ความทรงจำของคู่รักคู่หนึ่งที่กำลังเลิกรักกัน มาคราวนี้เขากลับมาพาผู้ชม ทัวร์ชมความสัมพันธ์ของชายหญิงคู่หนึ่งก่อนที่ตัวความรักจะเกิดขึ้น (สรุปว่าไม่เคยมีความรักปรากฏในหนังรักของ GONDRY ฮา! ) แต่ต่างจาก ETERNAL SUNSHINE ตรงที่ในคราครั้งนี้ แทนที่GONDRYจะเลือกวางพลอตสับสนปนเป ซ้อนทับกันหลายชั้นของตัวละครหลายตัว เขากลับเลือกเล่าเรื่องของตัวละครหลักเพียงสองตัว พลอตบางเบาเพียงแค่ผู้ชายคนหนึ่งพยายามจีบสาว แต่เขาขี้อายเกินไปและที่สำคัญเขากำลังถูกคุกคามจากความฝันของตนเอง ! ตัวเรื่องอาจจะเป็นหนังสั้นแค่สิบยี่สิบนาทีเท่านั้น แต่ ด้วยทักษะ ติดตัวของ GONDRY จากยุค ทำMV เขาจึงลงมือ ประดิษฐ์โลกฝันของสเตฟาน ด้วยบรรดาเทคนิคมากมาย ทั้งหุ่นSTOP MOTION การใช้ภาพตัดปะ สร้างหุ่นจำลอง และการใช้เทคนิคทางภาพ อุปกรณ์แบบทำเองก็ได้ง่ายจัง โดยแทบไม่พึ่งพา งาน CG ทำให้หนังเกิดเสน่ห์ประหลาด และก่อเป็นภาพฝันที่ทั้งน่ารักและน่าทึ่ง

ตัวละครเจ้าเสน่ห์ ขี้อาย (เลือกหนุ่มสาวสุดเจ๋งของยุคสมัยอย่าง GAEL GARCIA BERNAL และ CHARLOTTE GAINSBOURG มาหว่านสเน่ห์เฉพาะตัวกันเต็มที่ ) ประสานกับงานภาพ ทำให้หนังจี๊ดคนหนุ่มสาวได้ไม่ยาก

หนังวางตัวสเตฟานไว้ให้มีความเป็นเด็กสูงมาก ไม่ใช่แค่เพียงเพราะตัวเล็กๆ ของBERNAL แต่การที่หนังจับเขาให้นอนเตียงเด็ก (อาศัยในห้องเด็กที่มีอยู่มาตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก) หรือการใส่นิสัย เอาแต่ใจ ขี้อาย และขี้แยลงในตัวละคร ทำให้เขากลายเป็นเด็กน้อยในร่างผู้ใหญ่ขณะที่ตัว สเตฟานี ใช้ความมีอายุของGAINSBOURGทำให้เธอดูเป็นเสมือนพี่สาวของสเตฟานมากกว่าจะเป็นคนรัก ยิ่งทำให้ความรักของสเตฟานดูไม่มีทางสมหวังมากขี้นไปอีก แม้พวกเขาจะคล้ายคลึงกันในหลายอย่าง เช่นการคิดสร้างสรรค์อะไรแปลกๆจากสิ่งของใกล้มือ อย่างเรือจากผ้า ของสเตฟานี ( ซึ่งสเตฟานเติมป่าลงไปบนเรือ) การต่อมุกเกี่ยวกับการสร้างอนิเมชั่นจาก เศษนู่นนี่ รวมไปถึงฉากท้ายที่ทั้งคู่แกล้งคนเดินถนน ด้วยกัน หรือ การประดิษฐ์เครื่องย้อนเวลา(1วินาที) หนังใช้เทคนิคถอยหลังกลับ กับการแสดงที่ให้ตัวละครเล่นเอง ทำให้เป็นการย้อนเวลาที่น่ารักน่าชัง เอาเข้าจริงตัวละครฝ่ายหญิงของGONDRY (ทั้ง WINSLETและ GANGSBOURG ) ยังเป็นหญิงสาวผู้มั่งมั่น เด็ดเดี่ยวและช่างคิดพอๆกัน (แต่ WINSLETออกจะห่ามกว่าเล็กน้อย )

และสเตฟานยังมีประเด็นแม่ไม่รัก เหมือนกับ ตัวละคร ใน ETERNAL SUNSHINE เมื่อเขาเอง เลือกอยู่กับพ่อตอนที่ทั้งคู่เลิกกัน และฝันถึงพ่อที่ตายไปแล้วอยู่เรื่อย กระทั่งในฝัน แม่ยังมาปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญพร้อมกับแฟนใหม่ที่สเตฟานไม่ค่อยชอบหน้านัก

ความฝันในเรื่องถูกใช้เป็นทางระบายความน่าเบื่อจากการงานของสเตฟาน เพราะในฝันเขามีเครื่อ.โกนหนวดปีศาจที่ยิ่งโกนยิ่งเกิดเครายาว หรือการที่เขาเป็นเจ้าโลกจนสามารถเนรมิต เมืองและถล่มพระจันทร์ได้ ในนั้นเพื่อนร่วมงานทั้งสามต่างตกเป็นข้าทาสบริวาร(เพราะความจริงตรงกันข้าม)

แจ่ในอีกทาง เขาก็ไม่สามารถควบคุมความฝันเขาได้เท่าไหร่ มันมักจะจบลงเป็นฝันร้ายไม่ก็ทำให้เขาทำเรื่องแย่ๆเช่นเขียนเนื้อเพลงเป็นจดหมายปัญญาอ่อน หรือตัดสินคนจากความฝันของตัว

และความฝันของสเตฟานยังเป็นทางออกอีกด้วย เมื่อ สเตฟานีไม่รัยรัก เขาหลบไปสร้างเรื่องโศนาฏกรรมในฝันว่าเขาเป็นโจรค้ายาที่โดนตำรวจไล่จับ และ สเตฟานีหักอก จนต้องตาย(ด้วยการตกเตียง)

และความฝันในหนังถูกนำมาเลือนขอบเตกับความจริงด้วยการถ่ายทำ ที่ไม่แบ่งแยกขอบเขต ฉากหนึ่งที่เราคิดว่าจริงกลายเป็นฝันเมื่อมีตัวประหลาดโผล่มา หรือบางฉากที่น่าจะเป็นความฝัน ก็ดันเป็นความจริงเสียนี่

แล้วเด็กชายสเตฟาน ก็ถูกความฝันคุกคาม เมื่อเขาแยกความฝันออกจากความจริงไม่ได้ และเข้าใจไปเองว่า สเตฟานีเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ หนังเลือกจบในจังหวะที่พอดี ไม่สุขสมแต่ไม่โศกเศร้า

ในขณะเดียวกันหากมองจากอีกมุมเราก็อาจพบว่า นี่เป็นเพียงหนังดาดๆเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย หนังเล่าเรื่องรักพื้นๆที่ไม่ได้มีอะไรใหม่ อาศัยเพียงเทคนิคทางภาพหวือหวา มาตัดต่อเข้าราวกับเป็นหนังสั้นสลับมิวสิควีดีโอความยาวร้อยนาทีเท่านั้น หนังไม่ได้มีประเด็นวิเคราะห์ความฝัน ไม่ลึกซึ่งขนาดตั้งคำถามกับความทรงจำเหมือน ETERNAL SUNSHINE แค่หนังร่ารักๆธรรมดาเรื่องหนึ่ง

แต่มองจากแง่มุมร่วมสมัย หนังพูดถึงชีวิตเหงาๆของผู้คน วิธีที่เขาแสดงออกเป็นอยู่ และอยากให้มันเป็น ได้อย่างน่าสนใจและอบอุ่นหัวใจ

มีฉากเล็กๆฉากหนึ่งที่พอจะสรุปเรื่องราวได้ เมื่อสเตฟาน ปีนไปขโมยตุ๊กตาม้าจากห้องของสเตฟานี แล้วเอามาใส่เครื่องยนต์กลไกเข้าไป พอปีนเอามาคืน ก็จ๊ะเอ๋กับสเตฟานีพอดี เขาโดนเธอต่อว่า แล้วกลับมาร้องห่มร้องให้ สเตฟานีเห็นม้าแล้วโทรมาถามสเตฟานว่าเขาทำได้อย่างไร

และสเตฟานตอบ

มันเป็นอะไรที่ไร้ระเบียบหน่อยๆ คือขาทั้งสี่ข้างของม้าต่างมีเครื่องยนต์เป็นของตัวเอง ขาข้างหนึ่งจะขยับจากแรงส่งของขาอีกข้าง และมันจะวนเวียนเป็นเช่นนั้น มันก็คล้ายๆกับ ชีวิต ...

และเราคือขาแต่ละข้างของม้า มีแต่กันและกันสิที่ขยับให้ม้าวิ่งได้ ใช่เราเพียงคนเดียวเสียเมื่อไหร่กัน