UNDER THE HAWTHORN TREE (ZHANG YIMOU/2010/CHN) รักใต้ร่มอุดมการณ์
posted on 26 Dec 2010 09:01 by filmsick in love-is-all-around


อย่างไรก็ดี เราต้องยอมรับกันไปเลยว่าจางอี้โหมวเป็น ดรามาเมคเกอร์ตัวจริงเสียงจริง ปลดแอกแห่งรุ่ห้าออกจากอกเขาไปเสีย เราจะทิ้งอดีตอขงจูโ้ หรือคุณนายสี่ ไปพร้อมกับการโกอินเตอร์ของกงลี่ หนังไตรภาคคนเล็กคนน้อย แสดงภาพความเป็นดรามา่า เมคเกอร์อยุ่แล้ว แต่ข้่าพจเ้าก็ยังเอาเครดิตสะท้อนสังคมมาบดบังสายตาไปจนได้
เอาล่ะ ในฐานะคนทำหนังน้ำเน่าที่อาจจะดีเป็นลำดับต้นๆในจักรวาลหนังน้ำเน่า ข้าพเจ้าของกราบแทบเท้าเพราะหนังเรื่องนี้ทำให้ข้าพเจ้าร้องให้เป็นวรรคเป็นเวร ในระดับเดียวกับตอนดู BE WITH YOU หรือ THE ROAD HOME (ของน้าจางเอง)
พูดได้ไม่อายปากว่าเราไม่ได้แสวงหาปัญญาญาณอะไร เพราะฉะนั้นหนังรักน้ำเน่าเช่นนี้มันจึงจี๊ดใจแบบไม่ต้องพูดเรื่องความดีงามอะไรกันอีก
หนังเล่าเรื่องรักของเด็กหนุ่มสาววัยรุ่นช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม รักของผู้ยากไร้ภายใต้กฏเข้มแข็งทั้งของจารีตเก่าและกฏของพรรค รักนิรันดร์แบบที่ตอนนี้ไม่มีใครเชื่อกันอีกแล้ว รักแบบที่ต้องรอคอยหลายสิบปีเพื่อจะพานพบกันอกีสักครั้ง รักบริสุทธิ์ที่เลยลับอะไรแบบนั้น
ยิ่งหนังนำเสนอความรักทั้งสองผ่านสัญญะอย่างต้นฮว์ธอร์นของวีรบุรุษ ต้นไม้ในหมู่บ้านที่ทั้งคู่ได้พบกัน ต้นไม้ที่วีรบุรุษถูกพวกญี่ปุ่นสังหาร เลือดของวีรบุรุษชโลมต้นไม้จนดอกขาวของมันค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดง ทั้งคู่พบรักกันใต้อุดมาการณ์วีรบุรุษแบบนั้นและค่อยๆแนบตัวเองเข้ากับอุดมการณ์นั้น เสื้อสีแดงในตอนท้ายของนางเอก คือผลของต้นฮว์ธอร์นแห่งรักบริสุทธิ์ (ไม่มีเซกซ์มาจิือปน) รักที่ถูกเทิดจนกลายเป็นอุดมการณืเป็นรักนิรันดร์
JOSE LOUIS GERRIN ผู้กำกับชาวเสปนส่งหนังเรื่องนี้ไปฉายที่เทศกาลหนังเวนิซปีที่ผ่านมา แม้รูปโฉมเบื้องหน้าของมันอาจเป็นเพียงหนังรักดาดๆ แต่หนังกลับได้รับเสียงชื่นชมอื้ออึงจากนักวิจารณ์ทั่วโลกจนติดอันดับจากหลายสำนักปลายปี เราอาจพูดให้เข้าใจง่ายๆว่าหนังเรื่องนี้ BEFORE SUNSET ภาค MINMALIST เพราะมันเล่าเรื่องหนุ่มตามสาวในเมืองแปลกหน้า ตัวละครเป็นชายหนุ่มหญิงสาวหน้าตาดี (ถึงดีมาก) มีสถานะเป็นนักเดินทาง และหนังทั้งคู่แสนคมคาย
แต่ในอีกทางหนึ่งหลังจากเสร็จงานแต่ละวัน เขาจะคว้ากีตาร์ออกไปเล่นดนตรีเปิดหมวกตามข้างถนน พอค่ำมืดดึกดื่นเขาก็จะแอบร้องเพลงที่ตัวเองแต่เองสักเพลงสองเพลง และเช่นกันเธออาศัยช่วงหลังเลิกงานไปขออาศัยเล่นเปียโนจากชายชราใจดีที่ร้านขายเครื่องดนตรี เพราะห้องเช่าของเธอนั้นแคบมาก และเธอเองก็ไม่มีปัญญาจะซื้อเปียโนมาเล่น นอกจากนี้เธอยังมีแม่ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ กับลูกสาวตัวเล็ก ส่วนสามีของเธอยังคงอยู่ใน เชค และมีวี่แววว่าอาจจะไม่ตามเธอมาอีกแล้ว
โดยรวม ONCE ไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบมากนัก เพาะเรายังเห็นร่องรอยแหว่งวินของหนังที่พยายามจะใส่เพลงเข้าไปเป็นจำนวนมาก แม้ว่าเพลงจะเพราะเอามากๆ แต่เมื่อมันกินเวลาเกือบหนึ่งในสามของหนังก็ช่วยไม่ได้เลยที่หนังอาจจะถูกมองว่าเป็นมิวสิควีดีโอขนาดยาวมากกว่าเป็นหนังจริงๆ
การพบกันของทั้งคู่ จึงเป็น เรื่องที่จะเกิดขึ้น -เพียงครั้งเดียว - พวกเขาเป็นเหมือนคนที่อยู่บนเรือผุพังใกล้จมลงสู่ก้นทะเล และพยายามครั้งสุดท้ายที่จะล่องเรือนั้นคืนเรือน ตราบเท่าที่ยังมีเวลา มัยปรากฏอยู่ในเนื้อเพลง อันเป็นเพลงแรกที่คนทั้งคู่เล่นร่วมกัน
เลยพ้นไปจากส่วนของเพลงและตัวเรื่อง หนังเล่าความสัมพันธ์ของคนสองคนได้ออกมานุ่มนวลและจริงจังอยู่ไม่น้อย เพราะในฉากแรก หลังจากเธอพาเครื่องดูดฝุ่นไปซ่อมที่บ้าน เขาขอให้เธอนอนด้วยในคืนนั้นด้วยซ้ำไป หากเธอปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ในฉากต่อมาหลังจากปรับความเข้าใจกัน พวกเขาไปเที่ยว เขาถามเธอเรื่องสามี แต่เธอตอบมาเป็นภาษาเชค ซึ่งหนังไม่ได้แปล (และคำแปลจริงๆจี๊ดมาก) จนมาถึงฉากสำคัญเมื่อเขาเอ่ยชวนเธอไปลอนดอน แล้วเธอถามกลับอย่างคนที่มองเห็นความจริงในความฝัน ก่อนที่หนังจบลงในจังหวะที่พอดีที่สุด เพราะหนังจบเรื่องลง เมื่อ - เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว - จบลง เขาและเธอเดินหอบซีดีเดโมมาถึงทางแยก เขาพยายามจะยื้อเธอไว้ แต่เธอปฏิเสธ และทุกอย่างจบลงตรงนั้น