เรื่องของอาแปะในโรงหนังโป๊
posted on 18 Dec 2006 23:11 by filmsick in FILMFLU************
คำเตือน ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฟุ้งซ่านของไอ้หนุ่มหนังป่วยคนหนึ่ง พึงสดับอย่างมีสติครับ
************

ไปดูเก๋า เก๋า มาแล้วครับ
แต่ไม่รู้จะเขียนถึงอะไร เป็นหนังที่ชอบในระดับกลางๆค่อนไปทางเฉยๆ เพราะหนังมีทุกอย่างที่เคยมีในหนัง GTH เรื่องก่อนๆ หนังมีปัญหา ทั้งการแสดงที่ไม่โดดเด่นมากไปกว่าการขายคาแรกเตอร์ที่ติดกับตัวนักแสดงมาก่อนที่จะรับบท และบทที่เต็มไปด้วยรูโหว่จนหาช่องอุดไม่เจอ
นอกจากน้องโฟกัส กับมุกบางมุกผมก็เกือบจะลืมหนังไปในทันทีที่ออกจากโรง
ยกเว้นอยู่เรื่องหนึ่ง
ในหนังเรื่องนี้มีอาแปะอยุ่คนหนึ่ง อาแปะเจ้าของโรงหนังพระโขนงซีเนมา โรงหนังที่เคยรุ่งเรืองในอดีต แต่ตอนนี้กลายเป็นโรงหนังที่ฉายควบไทย จีน ฝรั่ง วนทั้งวัน ทั้งคืน
ฉากแรกของอาแปะคือการออกมาขับไล่วง พอสสิเบิ้ล ลงจากเวที
-ลื้อบังอาปิ๊ทะมายยย- แปะร้องเสียงดัง คนดูฮาแตกกันทั้งโรง
ในเวลาต่อมา แปะบอกว่า โรงหนังของอั๊ว ฉายหนังตรงเวลาเว้ย ฉายทุกรอบทุกวัน คนเยอะก็ฉาย คนดูคนเดียวก็ฉาย
และประโยคสุดท้ายที่แปะบอกตอนที่โรงหนังของแกจะถูกทุบทิ้ง แกบอกว่า
อั๊วไม่ได้สนใจหนังปีอะไรหรอก อั๊วแค่อยากอยู่ในโรงหนังนานๆ
ผมอ่อนไหวเสมอเวลามีหนังที่เกี่ยวกับคนรักหนัง ประการหนึ่งเพราะผมเองก็ อยากอยู่ในโรงหนังนานๆ - เหมือนกัน

ในหนังเรื่อง goodbye dragon inn สาวขาเป๋ขายตัวเดินลากขาเอาซาลาเปาขึ้นไปให้คนฉายหนังในวันสุดท้ายที่โรงหนังจะฉายหนัง ฝนตกเหมือนเมืองทั้งเมืองแช่อยู่ในน้ำ ในโรงหนังมีดาราเก่าพาหลานมานั่งดูหนังที่ตัวเองเล่นถูกฉายเป็นครั้งสุดท้ายในโรงหนัง

ในหนังเรื่อง cinema paradiso คุณลุงฉายหนังตายไปพร้อมกับโรงหนังเก่าที่กำลังตายลงไปด้วย

ในหนังเรื่อง boat out of water melon rinds เด็กชายคนหนึ่งพยายามจะสร้างเครื่องฉายหนัง ด้วยตัวเองในถ้ำแคบๆ พยายามจะทำให้ ฟิล์มภาพนิ่งกลายเป็นภาเคลื่อนไหว ในช่วงที่ชีวิตของเขา อาจจะกลายเป็นเรือเปลือกแตงโมที่ลอยไปไม่นานก็จมลง

ในหนังเรื่องELECTRIC SHADOWS เด็กชายหญิงสองคนผูกพันกันด้วยหนังเร่โบราณ ที่ตายลงไปช้าๆ

และใน THE DREAMERS หนุ่มสาวสามคน เรียนรู้โลกผ่านทางหนังฝรั่งเศส ในยุค นิวเวฟ
มีคนรักหนังมากมายบนโลกนี้ บางคนลุดขึ้นมาเขียนถึงหนัง บางคนลุกขึ้นมาทำหนัง หลายคนกลายเป็นคนที่โลกจารึก
แต่มีคนรักหนังอีกหลายคนที่ เพียงดำรงคงอยู่แล้วดับไป คนแบบคุณป้าคนหนึ่งที่เดินทางไกลมาดูหนังที่เธอไม่รู้จัก คนที่เปิดหนังคาวบอยในเพิงร้านเหล้าเล็กๆทุกคืน ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยจากการเป็นคนส่น้ำขนาดไหนก็ตาม
คนที่พยายามจะฉายหนังดี แต่เสียงกู่ตะโกนไม่เคยไปถึงคนดูหนัง

ผมโชคดีที่อย่างน้อยก็เป็นรุ่นท้ายสุดที่ยังทันเห็นความพิลาศพิไลของการไปดูหนัง แบบใน CINEMA PARADISO หรือ THE MAJESTIC เด็กๆ หนุ่มสาว จนถึงผู้เฒ่าชรา แต่ตวัแต่หัววันมาเข้าคิวซื้อตั๋ว เมื่อก่อนคนไปดูหนังคือไปดูหนัง
การดูหนังไม่เคยเป็นของแถมระหว่างการชอบปิ้ง ไม่ใช่ที่พักขา หรือที่ตากแอร์เวลาอากาศร้อน
และหนังยังคงมีหน้าที่รับใช้ผู้คน รับใช้ปรารถนาที่จะเป็นนักผจญภัย ไม่ของคนดูก็ผู้สร้าง เป็นกระบอกเสียงบอกเล่าทุกข์ยากจากคนชั้นต่ำสุดของสังคม หรือกระทั่งเป็นงานศิลปะอันเข้มข้นด้วยความืดดำและสว่างไสว เป็นแสมรภูมอของแสง เงา
หนังเคยเป็นได้มากกว่าที่คนดูคิดว่ามันเป็น และเป็นได้น้อยกว่าที่ผู้กำกับคิดว่ามันจะเป็น

ในหนังเรื่อง CECIL B DEMENTED กลุ่มหนุ่มสาวนักทำหนัง สุดตีน ที่พยายามจะระงับความหงี่หนีมาสสร้างหนังอัยแสนบริสุทธิ์ ได้รับการปกป้องจากแฟนหนังบรูซลี และหนังโป๊
ทำให้ผมนึกถึงอาแปะ และอาปิ๊ของอาแปะ
โลกในห้องมืด ม่านสีทึมกลิ่นแอร์อับๆ เคยเป็นโลกเฉพาของผมมาก่อน
ตอนนี้โรงหนังทุกแห่งในเมืองถูกทุบทิ้ง เปลี่ยนตัวเองเป็นอย่างอื่นไปหมดแล้ว เหลือเพียงโรงหนังมัลติเพลกซ์ 10โรงที่ฉายหนังคล้ายๆกัน หนังที่บางคนบอกว่า มันคือการกระโดดจากแรแกรมหนึ่งไปอีกโปรแกรมหนึ่ง โดยไม่เหลืออะไรติดค้างในหัวใจ คนแบอาแปะกลายเป็นคนฉายหนังโป๊ที่ในที่สุดก็ต้องเสื่อมสลายไป ภาพยนตร์คลี่คลายมนต์ขลังเป็นเพียงสินค้าของโลกทุน ไม่ก็เครื่องประดับของคนที่พยายามจะมีรสนิยมสูง หนังศิลปะ หนังพาณิชย์ ได้รับการให้ค่าความหายใหม่ ทียิ่งมาก็ยิ่งไกลจากสิ่งที่มันเป็น
ผมรู้สึกโศกเศร้า ที่คนดูหนังถูกหลงลืมจากคนทำหนัง โรงหนังถูฏหลงลืมจากคนดูหนัง และหนังถูกหลังลืมว่ามันเคยไปได้ไกลขนาดไหน
ผมคิดถึงอาแปะ และบางที มันคงมีความสุขมากๆทีได้ดู หนังโป๊ในโรงนั้น อาจหลั่งไหลถั่งท้นโดยไม่ต้องอาศัยภาพบนจอเลยก็เป็นได้
บ่ายวันที่ผมดูหนังเรื่องนี้จบผมเดินออกมาจากโรง คิดถึงโรงหนังหัวมุมถนนจับจิตจับใจ
คิดถึงหารดูหนังจับจิตจับใจ คิดถึงหนังจับจิตจับใจ
ปล..ถ้าคุณไม่อิ่มกับ เก๋า เก๋า ขอแนะนำหนังย้อนเวลาสุดจี๊ดเรือ่งนี้

SUMMER TIMEMACHINE BLUES
หนังเล่าเรือ่งบ่ายฤดูร้อนวันหนึ่ง พวกเด็กเนิร์ดชมรมวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง กับสองสาวชมรมถ่ายรูปแอรืเครื่องหนึ่ง รีโมทอันหนึ่ง และ แชมพูวิดัส แซสซูนขวดหนึ่ง ทั้งหมดทั้งมวลนี้เกี่ยวกพันกันไปมา ข้ามย้อนเวลา ตั้งแต่ ยุคสมัยของตำนานขับปปะอนาคตอีกยี่สิบปีข้างหน้า หรือครึ่งชั่วโมงที่ผานมา ทั้งนี้เพื่อรีโมทหนึ่งอัน แชมพูหนึ่งขวด !!!!
หนังฮาและซับซ้อนสับสนทับกันไปมาจนเล่าไม่ได้นอกจากจะให้ไปดูเอง เป็นหนังพลอตฉลาดๆ ที่เล่าอย่างเมามัน และจบลงอย่างสุขใจ โดยไม่ฟูมฟายบีบน้ำตา ในบ่ายวันหนึ่งที่มีเวลาเป็นร้อยปี!

















