เราควรจะหัวเราะหรือร้องให้
ที่เฉินหลงโปรโมตหนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องที่หนึ่งร้อยของตัวเอง

ข้อดีมากๆของหนังคือการที่มันทำตัวเป็น หรือใช้กลไกการออกฤทธิ์แบบหนังข่าวพรอพากันด้า่ มันจึงไม่ใช่เรืองขอวีรบุรุษกู้ชาติเฉยๆ แต่มันแตกออกเป็นเสี่ยงๆเสี้ยวๆ เป็นเศษของเหตุการณ์ที่ไม่ได้มีขึ้นเพื่อส่งผลต่อโครงเรื่องหลัก (จำพวกการตัดสินใจของตัวเอก หรือจุดหักเหของตัวเอง) มันเป็นภาพเศษของเหตุการณืที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติขึ้นมา ด้วยจุดนี้มันทำให้ สุนทรียศาสตร์ของหนัง เมื่อรับรู้ในฐานะหนังเล่าเรื่องมันพิพักพิพ่วนจนน่าสนใจมากๆๆๆๆๆ


เมื่อเรามองดูเรื่องนี้เราเห็นอะไร เมื่อเรามองดูปวศ.ที่จบไปแล้ วนี้เราเห็น ปวศ.ที่เพิ่งสร้าง หรือที่กำลังสร้างขึ้นใหม่ เมื่อเรามองดูซุนยัดเซ็น เรามองเห็นพรรคคอมมิวนิสต์ เมื่อเรามองดูราชวงศ์ชิง เราเห็นราชวงศ์ในอดีตอันชั่วร้าย ในขณะเดียวกันเราก็มองเห็นจักรวรรคินยม ที่เป้นภาพเลือนรางเจข้ามาซ้อนทับกันอยู่



หนังไม่มีพลอต อันนี้ในแง่ของพลอตทำนองที่ว่า มีตัวละครหลักให้ยึดจับ มีการเริ่มต้น หักเห สรุปจบ มีชะตากรรมของตัวละครให้คว้าจับไปตั้งแต่ต้นจนจบ หนังไม่มีอะไรแบบนี้ อาจจะมีตัวเฉินหลงเท่านั้นที่ได้มีมิติอื่น (ความรัก) นอกจากการปฎิวัติ แต่นั่นก็บางมาก กล่าวอย่างง่ายตัวละครทุกตัวคือภาพเลือนรางของตัวละครในปวศ.ที่เราจะไม่ได้รู้จักลึกซึ้ง เรารู้จักสิ่งที่เขาพูดปลุกระดม รู้กิจกรรมบนจอของเขา รู้ว่าเขาเป็นใคร รู้ว่าเขาเป็นนักปฏิวัติ แต่เราจะไม่รู้มากไปกว่านั้น และหนังแบบไหนที่เรารูับรู้อะไรแบบนี้ ก็คือพวกหนังข่าวน่ะสิ!

มันจึงน่าสนใจมากๆที่หนังดำเนินเรื่องคล้ายภาพจากหนังข่าวหลายๆเรื่องปะติดปะต่อกัน ด้วยการตัดต่อและการถ่ายทำแบบโฆษณาซึ่งสอดประสานันดีในฐษนะที่โฆษณาชวนเื่อ และโฆษณาล้วนมีรากมาจากคำพรอพพะกันด้าเหมือนกัน แรกทีเดียวพรอพพะกันด้าก็ใช้ในแวดวงธุริกจ และกลายเป็นลบไปในภายหลังนี่เองไม่ใช่หรือ

เริ่มจากภาพข่าวการปฏิวัติกวางเจา ข่าวการล้มเหลวของมัน สุนทรพจน์ของซุนยัดเซ็นเพื่อหาทุน การรอดชีวิตของตัวเอก การปฏิวัติอีกครั้ง อีกครั้ง ิีกครั้ง สุนทรพจน์ของซุนยัดเซ็นอีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง กองกำลังหูเป่ย การต่อสู้กับหยวนซือไข่ การล่มสลายของราชวงศ์ชิง สุนทรพจน์ของซุนยัดเซ็น ทั้งหมดดำเนินไปแบบนั้น เหตุการณ์ต่อเหตุการณ์ต่อเหตูการณ์ดำเนินเรื่องเรือยไป จนไปๆมาๆตัวละครที่เราเข้าใกล้ที่สุดลึกซึ้งที่สุดคือคืออาการประหวั่นพรั่นพรึงจนเลยเถิดไปถึงอาการเสียสติของซูสิไทเฮา (โจน เชนเล่นดีสัสๆ)

หนังขึ้นชื่อตัวละครเยอะมากๆ ที่น่าสนใจคือตัวบละครเหล่านี้มีตั้งแต่ขุนนาง หรือพวกตัวเล่นหลักในปวศ. ไปจนถึง ' คนหนุ่มสาวที่ตายในสงคราม' การจดจำชื่อผู้คนที่ตายในการปฏิวัติ เป็นการให้เกียรติคนเล็กคนน้อย เป็นการปลุกใจให้ฮึกเหิมในฐานะที่ผู้ชมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับคนที่ตาย เป็น'เพื่อนร่วมชาติ'และสามารถแทนที่ตัวเองเข้าไปในฐานะวีรชนแห่งการปฏิวัติ คนหนุ่มที่ตายไปในหนังข่าวการปฏิวัติกวางเจา นานกิง จึงออกฤทธิืต่อผผู้ขมในฐานะหนังข่าววีรชน ในอีกทางหนึ่งสุนกรพจน์เรื่องโลกใหม่ของซุนยัดเซน เรื่องการเปลี่ยนแปลงของจีนก็ปะทะหน้ากับผู้ชม ประหนึ่งการได้ฟงสปีชชั้นเลิศในหนังข่าวจำนวนมาก

ไอ้สภาวะแบบหนังข่าวนี้เองที่ในทางหนึ่งผลักผู้ชมออกจากหนังจนหลายคนบ่นเบื่อ แปต่มันก็น่าสนใจว่ามันลดทอนวีรกรรมออก แต่ขับเน้นวีรชนชาวบ้านอันคลุมเครือขึ้นมาแทน ภาพถ่ายสโลว์โมชั่นความตาย การสู้รบ ล้วนตอกย้ำให้ผู้ชมซาบซึ้งอทนที่ชื่อตัวเองในฐานะวีรชนไร้ใบหน้า ผู้ตายในการปฏิวัติ นี่คือวิธีที่หนังข่าวพรอพากันด้าทำงาน ฮึกเหิม โศกเศร้าแต่ฮึกเหิม ตายเพื่อโลกใหม่ หรืออย่างที่สมาชิกหญิงคนหนึ่งบอก ลูกสองคนของเธอกำพร้าแต่เธอตายเพื่อเด็กทุกคน

ตัวละครที่น่าสนใจที่สุดในเรื่องจึงกลายเป็นหยวนซือไข่ ซึ่งอาจจะเป็นตัวจริงที่สุด (ในเวลาต่อมาเหมือนหยวนซือไข่ก็หันไปสมคบศักดินารื้อฟื้นราชวงศ์และถุกกำจัดทำนองนั้นไม่มั่นใจ)นี่คือตัวละครที่ตะลบตแลงที่สุดแต่เป็นมนุษย์ที่สุดในหนังที่เต็มไปด้วยวีรชน กล้่าวให้ถูก ตัวร้ายในเรื่องมีสถานะเป็นตัวละครในหนังเล่าเรื่อง แต่ วีรบุรุษในเรื่องคือภาพแทนอันคลุมเครือของวีรชนคนจีน

แต่สิ่งที่ซ่อนนัยมาสุดขีดเอาในเทกซ์ท้ายเรื่อง ที่พูดถึงความรุ่งเรืองของจีนภายใต้พรรคนี่เองปวศ.ทั้งหมดที่เราดูมา ถูกทำให้คลุเครือเข้าไปอีกด้วยการเหมรวมว่านี่เป้นความรุ่งเรืองของพรรค คอมมิวนิสต์ ฉกฉวยเอาการต่อสู้กับศักดินา ของซุนยัดเซฯ ไปเป็นของพรรค เราจะลืมเรื่อง เจียไคเชค ก๊กมินตั๋ง การปฏวิัตวัฒนธรรม เทียนอันเหมืน ประวัติศษสตรืที่พูดไม่ได้ถูกลบออกไปอย่างตั้งใจแล้วนำเอาไปเปรียบเทียบกับความรุ่งโรจน์จของพรรค การปฏิวัติที่จบไปแล้วถูกทำให้เป็นเรื่องเดียวกัน

นี่จึงเป็นคำตอบต่อคำถามที่เราเคยถามไว้ในวงสนทนาเล็กๆแห่งหนึ่งว่าเราสงสัยเหลือเกินที่ปวศ.ช่วงซุนยัดเซ้น ถุกนำมาสร้างใหม่ในยุคหลังคืนเกาะ หรือการกลับมาของหนังเส้าหลิน หนังกำลังภายใน หนังปวศ.หลายต่อหลายเรื่อง ในที่สุด 1911 ก็มาตอยคำถามว่าหนังพวกนี้ทำหน้าที่เป้นเด็กดีของพรรคได้อย่างไร พรรคต้องการสร้างอาการชาตินิยมจีนใหม่อย่างไรโดยไม่ต้องลากพ่อแม่มาประจานเหมือนสมัยบปฏิวัติวัฒนธรรมอีก นี่คือการรื้อเอาของเก่ามาปัดฝุ่น ต้องขอบคุณความสามารถของจักรวรรดินิยมสมัยใหม่ที่ช่วยคิดเทคนิคทางภาพหรือการตัดต่อ ที่ทำให้การสร้างชาติเนียนขึ้นแน่นขึ้น และยัดเยียดน้อยลง

Comment

Comment:

Tweet

หนังมันไว จนตามไม่ทัน
angry smile

#1 By ma:ra on 2011-11-30 17:21