my top ten list for FILMAX magazine
posted on 13 Feb 2011 00:52 by filmsick in FILMFLUหมายเหตุ FILMAX ให้เอาแต่หนังฉายโรงอย่างเดียว ลิสต์เลยออกมาเป็นแบบนี้ยกเว้น ที่รักที่เราขอใส่จริงๆ ดังนั้นอันดับของจริงของข้าพเจ้าจะแตกต่างจากนี้มากๆ
อยากอ่านของคนอื่นๆ ช่วยกันซื้อ FILMAX เล่มใหม่ ปก love and other drugs นะจ้ะ

1.ที่รัก(ศิวโรจน์ คงสกุล)
ยิ่ง เราคิดถึงหนังเรื่องรนี้โดยเทียบกับเรื่องของพ่อแม่ของตัวเองเราจะยิ่ง รู้สึกสั่นสะเทือนขึ้นอีกหลายเท่า เราไม่เคยเห๋็นหนังไทยแบบนี้มาก่อน มันเงียบ งาม และไม่พยายามจะทำอะไรมากไปกว่าจ้องมอง เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายหนังเรื่องนี้ไม่ให้มันสูง หรือต่ำ หรือบิดเบือนไปจากที่มันเป็น แต่เราชอบความรู้สึกพิเศษ ซึ่งไม่สามารถพบได้ในหนังอาร์ต นิ่งช้า และไม่อาจพบได้ในหนังป๊อปปูล่าร์ โรแมนติค เช่นกัน

2.ลุงบุญมีระลึกชาติ(อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล )
การ ก้าวข้ามพรมแดนใหม่ของภาพยนตร์ทั้งในแง่ของการคารวะต่อตัวภาพยนตร์เอง และการขุดลึกลงไปในเรื่องพื้นบ้านตำนานเก่าแก่ กระแสเสียงเงียบที่ไหลเวียนอยู่ในวัฒนธรรม ซ้ำร้ายยังเชื่อมโยงไปถึงประวัติศาสตร์อันซ่อนเร้นอยุ่ในความทรงจำ ส่ว...นบุคคล การไปมาระหว่างการ์ตูนเล่มละบาทกับหนัง16 มม. ศิลปะชั้นสูง และวัฒนะรรมระดับชาวบ้านร้านตลาด ลุงบุญมี คมคาย สนุกสนาน และแสนเศร้า โดยส่วนตัวเราอาจจะชอบหนังเรื่องนี้น้อยกว่าเรื่องอื่นๆของพี่เจ้ยอยู่บ้าง แต่ถึงกระนั้น หนังเรื่องนี้ก็ยังดำรงตำแหน่งที่มากกว่า หนังแห่งปีเรื่องหนึ่งอยู่ดี

3.Machette (Robert Rofriguez)
นี่ สิคะ นิยามของคำว่า ‘แซ่บอีหลีดีลีเฌียส’ หนังมันไม่เม้มว่าด้วยมือสังหารหน้าเหี้ยที่ออกล้างแค้นไอ้คนที่มันทำระยำตำ บอนกับครอบครัวของเขา และยังต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับองค์กรใต้ดินของขบวนการแรงงานข้ามชาติ กับไอ้พวกเจ้าหน้าที่รัฐขี้ฉ้อ...สันดานชั่ว การออกกกวาดล้างแบบมันไม่เม้มของมาเชเต้ ที่ฟาดสาวงามทุกนางซ้ำยังไล่ฆ่ากระซวกไส้ไม่มีเลี้ยง ทำให้หนังกลายเป็นหนังสุดขั้วชั่วทุกทางที่ไม่ได้สร้างมาให้คนเคร่งศีลธรรม ได้สำส่อนทางศีลธรรมโชว์ หนังโชว์เหนือทั้งความคัลท์ และการแตะประเด็นการเมืองเรื่งแรงงานข้ามชาติได้เด็ดสะระตี่ดีลีเฌียส จนกระทั่งเราเองก็ต้องการให้เช เกิดใหม่อกใหญ่มหึมาในนมของนางShe’

4.Tenderness(John Polson)
ฆาตกร โรคจิตที่เพิ่งออกจากคุก ตำรวจเมียตายที่จับเขาเข้าคุก และเด็กสาวแฟนคลับของฆตกรที่เดินทาไกลมาให้เขาฆ่า พวกเขามาเจอกันในหนึ่งวันกับหนึ่งคืนอันรวดร้าวรันทด ความนุ่มนวลที่ดำเนินเกาะเกี่ยวไปกับเส้นบางๆของการฆ่า การตาย การทำลายล้า...ง ความสัมพันธ์พิเศษหอมกลิ่นความตาย ถ้านี่เป็นหนังฆาตกรโรคจิต มันก็เป็นหนังฆาตกรโรคจิตที่เศร้าที่สุด ใครจะลืมฉากชิงช้าสวรรค์ที่ทั้งขนัวลุก หดหู่ เศร้าสร้อย และแสนนุ่มนวล นั่นรวมไปถึงฉากกลางบึงที่แสนเจ็บปวดด้วย

5. The Road(John Hillcoat)
หลาย คนมองว่าหนังเรื่องนี้มีความสว่างไสวอยู่ในฉากจบแต่เรากลับคิดต่างไปสุดชั่ว สำหรับเรานี่คือหนังวันสิ้นโลกที่แสนจะสาหัส เพราะหนังเล่นกับภาระของศีลธรรมหว่างเขาควาย ระหว่างคนพ่อผู้เกิดทันเห็นโลกเดิม กับคนลูกที่เกิดมาในโกใหม่ที่ศีลธรรม...ล่มสลายไปแล้ว การเซตระบบคิดเชิงศีลธรรมใหม่ ที่ต้องต่อกรกับความลักลั่นย้อนแย้งของสัญชาตญาณ มนุษย์ที่ดิบเถื่อน ความตายของความลักลั่นทางศีลธรรม นำไปสู่ระบบศีลธรรมใหม่ซึ่งสำหรับเรามันนำไปสู่ความตายไม่ต่างกัน (แต่อาจโหดเหี้ยมกว่า) ไปๆมาๆ แม่ผู้เลือกจะไปก่อน อาจคือคนที่ชาญฉลาดที่สุดในหนังเรื่องนี้

6.Bodyguards and Assassins(Teddy Chan)
ใน ทางหนึ่งเราสามารถบอกว่ามันก็แค่หนังรักชาติอีกเรื่องหนึ่ง ที่มาขยายขายความเป็นฮีโร่กันซึ่งๆฟน้าคั่นสายตาด้วยฉากแอคชั่นมันส์เลือด เดือด และการแสดงชั้นดี แต่ลึกลงไปในเนื้อหนังเรากลับรู้สึกว่าการตายของห้าพยัคฆ์ ที่แท้แ...ทบไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นฐานของการเสียสละเพื่อชาติเลยแม้แต่น้อย ไม่มีใครเข้าใจเรื่องอุดมการณ์ใดๆมากไปกว่าการต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งที่ตน เองรัก พวกเขาอาจถูกนักอุดมการณ์หลอกให้ไปตาย แต่ใครบ้างที่ไม่ตกเป็นเบี้ยของผู้อื่น
การดูหนังเรื่องนี้ในขณะนั้นห้วงยามนั้นทำให้หนังยิ่งโศกลึกตกค้างมาจนถึงปัจจุบันขณะนี้

7.Splice(Vincenzo Natalie)
ใน ที่สุด วิเซนโช๋ นาตาลีก็ขยับตามเดวิด โครเนนเบิร์ก และ คิโยชิ คุโรซาว่า ไปด้วยหนังเรื่องนี้ที่ดูเหมือนจะเป็นหนังไซไฟอีกเรื่องหนึ่งแต่กลับเต็มไป ด้วยประเด็นทางจริยธรรมจำนวนมาก ทั้งเรื่องของวิทยาศาสตร์กับจริยธรรม เรือ่งของบทบาทชายหญิงใน...โลกใหม่ ความเป็นบิดามารดาในโลกปัจจุบันที่การสืบพันธุ์ไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคลและโชค ชะตาแต่หากควบคุมได้ นี่คือหนังที่พูดถึงปัญหาของปัจจุบันขณะอย่างแนบเนียน โดยไม่ทิ้งร่องรอยของการคลำทางออกให้ กล่าวอย่างง่ายไม่ว่าไปทางไหนมันก็ไม่ได้ให้แสงสว่างเสียทั้งนั้น

8.A Serious Man(The Coen Brothes )
เปล่า ประโยชน์ที่จะหาเหตุผลให้กับชีวิตหยำฉา แต่นี่คือหนังที่แสดงสภาวะสิ้นไร้ไม้ตอกของมนุษย์ ภายใต้การเล่นตลกของอะไรสักอย่าง ที่อาจจะเรียก พระเจ้า หรือชะตากรรม หรืออะไรก็ได้ กระทั่งมนุษย์ที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ลองถ้าพระเจ้าเกลียดขี้ห...น้าความวิปโยคคงจะเดินทางมาเคาะประตูบ้านแน่ๆ ความวิเศษของหนังคือมันไม่ได้บอกอะไร ไม่ได้บอกว่าทำไม และไม่ให้ทางหลุดพ้น ใมีเพียงชั่วขณะหนึ่งที่ล้วนดิ่งจมลงสู่ก้วงขณะที่เลวร้ายกว่า ที่น่าทึ่งคือหนังไม่ต้องมาพึงใบบุญรูปแบบของคาฟก้าอีกต่อไป ตัวมันได้สร้างความชิบหายโดยไม่มีเหตุผลขึ้นมาอย่างสมเหตุสมผล และน่าสะพรึงกลัวขนหัวลุกยิ่งแล้ว

9. น้ำตาลแดง ตอน ปรารถนา(กิตติยาภรร์ กลางสุรินทร์)
สิ่ง ที่พิเศษในหนังเรื่องนี้จริงๆคือฉากการช่วยตัวเองของนางเอกที่ถ่ายาวๆโดยไม่ ตัดต่อยาวนานจนเสร้๗เสมอารมณ์หมาย ฉากนี้ถือเป้นของขวัญที่เราไม่ได้เห็นในหนังไทยมาก่อน แน่นอนว่าเราอาจเชื่อได้ว่ามันคืออีกรูปแบบหนึ่งของการถ่ายเ...รือนร่างของ สตรีเพียงแต่เปลี่ยนจากการร่วมเพศมาเป็นการสำเร็จความใคร่ หาก ‘การมอง'ในฉากนี้กลับเป็นการจ้องมองอีกแบบหนึ่ง ไม่มีการโคลสอัพ ตัดเฉพาะส่วนอวัยวะ ไม่มีการตัดต่อมุมนั้นมุมนี้ เป็นการถ่ายภาพตรงยาวๆ ผู้ชมต้องเผชิญหน้ากัยผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังสำเร็จความใคร่ให้กับตัวเอง หลังจากได้นวดผู้ชายที่เธอแอบชอบ การมองของฉากนี้มีเพศหญิงเป็นเจ้าของ ในฉากนี้ผู้ชายหลายคนจึงอาจรู้สึกอึดอัดขัดข้องมากกว่าเสียวกระสันต์เพราะ มันคือการบังคับกันซึ่งหน้าให้จ้องมองผู้หญิงช่วยตัวเอง แทบจะเป็นการหักคอเพื่อจ้องมองด้วยซ้ำ

10. Daybreakers (Michael + Peter Speirig )
หนัง พาเราไปยังโลกจำลองของโลกยุคปัจจุบันที่ถูกครอบงำโดยการถวิลกาชีวิตที่ดี กว่า เป็นสุขกว่า ร่ำรวยกว่า มีชีวิตยืนยาวมากกว่า จากนั้นแสดงภาพการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายย้อนหลังที่เราไม่สามารถกหลีกเลี่ยงคน ที่ไม่มีปัญญาจ่ายก็ต้องแลกด้วยชี...วิต และสำหรับคนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง แน่นอนว่ามันจะมาไม่ถึง
อย่าง ไรก็ตามคนที่สรุปหนังไว้อย่างแสบสันต์ คือ เอลวิส อดีตแวมไพร์ช่างเครื่อง มนุษย์(ยุคใหม่กว่า)คนแรก เขาบอกว่าอย่างไรเสียแวมไพร์ก็ต้องพ่ายแพ้ เพราะมันไม่อาจอยู่ในแสงอาทิตย์ และมันก็เหมือนกับที่เอลวิส( เพรสลีย์)บอกไว้ ความจริงก็เหมือนกับแสงอาทิตย์นั่นแหละ มนุษย์เป็นได้แค่มนุษยื สุข ทุกข์ เจ็บปวด หรือเป็นสุข ดำรงคงอยู่แล้วตายลง เราไม่สามารถหนีไปจากความจริงนี้ได้ การเป็นมนุษย์ที่อายุยืนยาวกว่า แข็งแกร่งกว่าเจ็บปวดน้อยกว่า เป็นคนชนชั้นที่สูงกว่า มีอำนาจวาสนามากกว่า มีกำลังทรัพย์ หรือกำลังทหารอยู่ในมือ เป็นผู้ปกครองหรือไพร่ทาสชั้นสูง หรืออะไรก็ตาม ไม่ได้ช่วยให้เราหลุดพ้นจากความจริงว่าโลกนี้ยังหมุนอยู่ใต้แสงตะวันนั้นเอง และบางทีวิธีที่ดีที่สุดในการดำรงชีวิตต่อไป คือการออกมาสู้แสงตะวัน ยอมแผดเผาตัวเองเพื่อจะได้มีชีวิตเป็นมนุษย์สามัญ เป็นคนเหมือนกันกับผู้อื่น เจ็บได้และตายเป็น

11. Kick-Ass (Matthew Vaughn)
สิ่ง ที่สุโค่ยจริงๆในหนังและดูเหมือนยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงนั่นคือการที่มันเป็น หนังซุปเปอร์ฮีโร่มีชนชั้น แล้ววิพากษ์เรื่องนี้ได้เข้มข้นมากๆ ไอ้คิกแอส คือกระฎุมพีน้อยจริตป่วนที่แค่อยากเก่งเก๋โชว์สาว แล้วเอาเข้าจริงๆนอกจากการตีกับไพวก...โจรหน้าซุปเปอรืมาร์เกต พ่อก็แทบไมไ่ด้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอีกเลย ผิดกับคู่พ่อลูกป๊ะป๋าปืนโหดและจิ๋วเจ็บ คนสามัญธรรมดาที่มีเพลิงแค้นเป็นอาวุธ เจ็บจริงลุยจริงไม่กริ่งเกรงความตาย เทียบกับความง่อยเปลี้ยของให้เกรียนคิกแอส ต้องถือว่าห่างชั้นกันยิ่ง เพราะป๊ะป๋าและจิ๋วเจ็บไม่ได้ออกมาพิทักษ์โลก แต่ออกมาไล่ล่าล้างแค้นไอ้ตัวชั่วช้า เรื่องพิทักษ์โลกนั่นมันเ็ป็นแค่มายาของไอ้กระฎุมพีน้อยจิตไม่ว่าง ยิ่งไอ้พวกอีลิตยิ่งแล้วใหญ่ ดูเจ้าเดมิสท์ที่เสแสร้งแกล้งเป็นฮีโร่กับเขาสิ นี่ยิ่งกว่าสร้างภาพอีก สุดท้ายอีลิตมันเป็นฮีโร่กับเขาเพื่อจะเอาจากเรานั่นแหละ
ไอ้ ตอนท้ายที่คิกแอสโดนตบเกรียนด้วยวายร้ายตัวจริงเสียงจริงหมอจึงไม่ได้อยากจะ เป็นฮีโร่อีกแล้ว ไอ้เหี้ย อำนาจที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่งเว้ย หัดพี่สไปดี้เขาซะมั่ง โชว์สาวโชว์พาวได้ที่ก็ควรเลิก ผิดกับสองพ่อลูกที่ยอมตายถวายหัว ฟังๆดูแล้วแค่เปลี่ยนหน้าค่าตาคนเกรียนๆทั้งหลายในเรื่องนี้เขย่าให่้เข้า กันก็จะได้โฒเดลประเทศไทยกันเลยทีเดียว
#1 By keaaaa on 2011-02-13 10:47