ROUGH CUT : โคตรสู้โคตรโส (พันนา ฤทธิไกร + มรกต แก้วธานี /2010/ไทย)
posted on 19 Dec 2010 14:03 by filmsick in made-in-thailand



โอเค ถ้าวัดกันตามมาตรฐานของการเป็นหนังดี โคตรสู้โคตรโส อาจจะเป็นหนังที่อยู่ไกลจากมาตรฐานการเป็นหนังดีมากโข พลอตหนังดูไม่สมจริงสมจังและประหลาดมากๆ หนังว่าด้วยทีมสตันท์ที่แข่งชนะจะได้รับคัดเลือกให้ไปแสดงหนังฮอลลีวู้ด (คนคัดเป็นอาจารย์ศิลปะการแสดง!) แต่ที่จริงคือถูกจับไปขังในตึกร้างและต้องต่อสู้กับอีกทีม เพื่อให้พวกฝรั่งรวยๆมาเดิมพันกัน โดยถ่ายทอดแบบเรียลลิตี้! ซึ่งพวกเขาต้องสู้เพราะคนรักถูกจับตัวไป!) สถานที่ถ่ายทำก็เป็นหมู่บ้านร้าง ตึกร้างโกโรโกโส (ซึ่งถ้าว่ากันตามพลอต ที่ห้ามออกจากตัวตึก ตึกนี้ต้องใหญ่มากๆแน่ๆ การแสดงในหนังก็แข็งเป็นท่อนไม้โดยเท่าเทียมกัน (จนหนังต้องพึ่งพวกดาราอีกชุดอย่างสรพงษ์ กระแต ใบเฟริ์น หรือ เสนาหอย) การแต่งหน้าก็ขาววอกเว่อๆ การจัดแสงก็เอาแค่พอถ่ายติด ความสมเหตุสมผลในพลอตก็ไม่ปรากฏ ทุกอย่างในหนังดูเป็นของเกรดรองไปหมดเว้นก็แต่งานสตันท์ (ที่อยู่ในระดับสุดขีดทุกขณะจิต)
แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานั่นแหละคือสาเหตุที่ทำให้เราชอบหนังแบบหมดใจ พันนารู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ดีและมุ่งไปสู่สิ่งนั้น (ความเห็นส่วนตัว จะมีอะไรน่าเบื่อไปกว่าหนังแอคชั่นขายสตันท์ ที่พยายามจะตีสองหน้าเป็นหนังดีมีบท(ซึ่งท้ายที่สุดก็ไม่ช่วยอะไรอยู่ดี) พันนายังคงทำหนังแบบที่เขาเคยทำเมื่อตอนทำหนังภูธร หนังแอคชั่นขายสัตนท์ ที่เล่าเรื่องรวบรัด เนื้อหาประหลาดพิลึกชวนหัวร่อและไม่เสียเวลาพิถีพิถันกับงานสร้างให้วุ่นวาย ในโคตรสู้โคตรโส หนังถึงกับเล่าเรื่องส่วนที่เป็นดราม่าด้วยการตัดภาพวูบวาบไปมาแบบมิวสิควีดีโอ ความแค้นแต่หนหลังหรือเรื่องรักสามเส้าถูกเล่าจบในหนึ่งนาทีเพื่อให้เวลาทั้งหมดไหลไปกับอภิมหาอนุกรมฉากแอคชั่นที่มาเป็นชุดฉุดไม่อยู่และไม่มีเหตุมีผลอะไรกันอีกต่อไป ซึ่งเป็นที่แน่ใจได้เลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่ประนีประนอมอะไรกับกลุ่มคนดูทั่วไปอีกต่อไป หากยังภักดีกับแฟนานุแฟนฟนังบู๊ภูธร ที่ตามดูหนังพันนามาตั้งแต่ยุคทศวรรษที่แปดสิบ โดยส่วนตัวเราคิว่า หนังตระกูลนี้มีสุนทรียศาสตร์เฉพาะตัวของมันอยู่ (โอเค เรียกว่าว่า Cult ก็ได้) มันไม่ใช่หนังที่ออกแบบมาให้ผู้ชมทุกระดับ และการที่หนังไม่แคร์ว่าผู้ชมกลุ่มอื่นจะรักหนังหรือไม่ทำให้เราชื่นชมตัวหนังทีเดียว (จริงๆตัวหนังก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าเป็นอย่างนั้น เพราะอีกนัยหนึ่งมันก็หมิ่นเหม่อยู่ระหว่างความไม่ใส่ใจกับความพยายามที่ทำไม่ถึงอยู่เหมือนกัน) อย่างไรก็ตามความเพิลดเพลินขั้นสุดยอดของเราคือการที่ได้รู้ว่าจะต้องมีผู้ชม (อาจจะโดยเฉพาะชาว BANGKOKIAN )ที่จะโดนหนังเรื่องนี้ KNOCKOUT!
ส่วนที่ทำให้อะดรีนาลีนของเราฉีดพล่านย่อมคือบรรดาฉากสตันท์เหล่านั้นเองโดยเฉพาะฉากบนโครงหลังคาที่ถ่ายออกมามันส์มากๆ และฉากเดี่ยวของพันนาที่นอกจากจะมันส์สุดขีดแล้วยังมีอารมณ์ขันประหลาดๆ(ว่าด้วยยาพ่นหอบ) อีกด้วย ขอยกให้ฉากดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งฉากแห่งปี
ข้อดีสุดๆอีกข้อหนึ่งคือการที่หนังเลิกเชิดชูความเป็นไทยหรือการร่วมมือร่วมใจไร้เดียงสาแบบในหนังเรื่องก่อนหน้าอย่าง เกิดมาลุย แต่คราวนี้หนังมาเล่นกับประเด็นชนชั้นแทน (ฉากที่เจ็บแสบของหนังมากๆฉากหนึ่งคือกะหรี่ในเรื่องถามคนไทยที่มาพนันว่า พี่เล่นลงเหรอเห็นคนไทยบาดเจ็บล้มตาย แล้วโดนไอ้หนุ่มตอกกลับมาว่า ในโลกของเงินนี่ไม่มีสัญชาติเว้ย เงินน่ะเอาไหม อีสาวเลยลุกมาหยิบเงินทิปแทนจะตอบ! หนังคงไม่ได้ตั้งใจจะมีนัยยะทางการเมืองอะไรมากมาย เพราะพลอตแบบนี้ก็ไม่ใช่จะไม่เคยเห็นแถมยังสามารถเอามาแทนค่าได้กว้างขวางมากๆว่าใครเป็นใคร ใครเป็นนายทุน ใครเป็นพวกนักพนัน ใครเป็นคนเล่นเกม (ถ้าจะว่าไปมันก็คือพลอตคล้ายๆท้าชนนั่นแหละ) แต่สิ่งที่ทำให้หนังน่าสนใจมากๆคือการที่ไม่มีนัยยะทางการเมืองอะไรนี่แหละ ตัวพลอตของเรื่องมันบีบบังคับให้กลายเป็นเรื่องของคนตัวเล็กที่ต้องต่อสู้ดินรนเพื่อเอาชัวิตรอดและช่วยเหลือคนที่ตัวรัก พลอตเอื้อให้ตีความประเด็นทางชนชั้นได้ด้วยมันเอง มาประจวบเหมาะกับการที่นักแสดงเป็นสตันท์หน้าตาบ้านๆ (ขณะดูเรานั่งคิดว่ามันจะพีคขนาดไหนถ้าให้ตัวเอกพูดภาษาถิ่นของแต่ละคนไปเลย) มาเสริมด้วยฉากหนึ่งที่น่าสนใจมากคือการที่ตัวละครยืนเรียงเป็นชั้นๆ กลุ่มสตันท์สู้อยู่บนพื้น พันนา(ขี้ข้านายทุน)ยืนบนชั้นสอง คาซู (ขี้ข้านายทุนมีระดับ)ยืนอยู่ชั้นบน แล้วโชว์รูปแม่กับน้องบอกว่าถ้าพวกแกทำไมสำเร็จแม่กับน้องแกจะต้องเป็นคนรับใช้ของข้าไปตลอด โดยมีนายทุนตัวจริงเสียงจริงนั่งอยู่ในรถคอนเทนเนอร์ยอกสนามแข่ง นับเงินกันเพลิดเพลินบนความตายของผู้คน
ฉากไคลแมกซ์บนรถสิบล้อของหนังเลยมันส์มาก เพราะในที่สุดกลุ่มคนตัวเล็กอาจจะลามมาเอาคืนพวกนายทุนแบบถึงที่ได้ ไม่ใช่แค่ต่อยตีกับคนชนชั้นเดียวกันเฉยๆ!
ชอบกระแตกับใบเฟริ์นใหนังมาก ผู้หญิงในหนังเรื่องนี้เป็นมวยด้วย และถึงแม้จะเป็นแค่ Female interest ในหนังแต่การที่หนังไม่ exploit เรือนร่างของพวกเธอแบบที่หนังแบบนี้ชอบทำ(ให้นึกถึงฉากกระแตในห้าแถว) ก็ยิ่งทำให้เราชอบหนังมากขึ้นไปอีก คารวะกระแต เพราะหลายฉากเหมือนเธอต้องเล่นเอง ซึ่งมันโหดใช้ได้
แม้หนังเรื่องนี้จะไม่ติดทอปเทนในปีนี้ของเราแต่นี่เป็นหนังไทยที่เราชอบมากๆๆๆๆๆเรื่องหนึ่งของปีนี้
#1 By หัวโบราณ on 2010-12-19 14:13