MONSTER (GARETH EDWARDS/2010/UK)สัตว์ประหลาด ชาติ รัฐ
posted on 30 Nov 2010 23:43 by filmsick in FILMFLU


มันเป้นหนังสัตว์ประหลาดที่พอดูๆไปก็ไม่ใช่หนังสัตว์ประหลาด แล้วพอมันกลับมาเป็นหนังสัตว์ประหลาด มันก็เป็นหนังสัตว์ประหลาดที่ไปได้ไกลมากๆจน น่าตกใจว่าทำกันแค่ไม่กี่คน แล้วทำ CG กันเอง เพราะมันพีคมากๆ มันเป็นหนังสัตว์ประหลาด ที่ไปไกลกว่า CLOVERFIELD รวมกับ DISTRICT 9 (ประเด็นในหนัง การนำเสนอและคลี่คลายคมกว่า DISTRICT 9 มากๆ) โดยส่วนตัวหนังเรื่องไปถึงในระดับเดียวกับ THE ROAD THE MIST หรือ THE HOST เพียงแต่ระดับความสิ้นหวังนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละเรือ่ง!
ตอน แรกมันทำท่าเป็นหนังแบคแพคเกอร์ดวงซวย ไปเข้าพวกหนังแบบ TOURITAS หรือ THE RUINSได้ไม่ยาก (ชอบหนังทั้งคู่มากกกกกกกกกก) เพียงแต่ไม่มีการไล่ฆ่าขวัญสยองมีเพียวภาพแทนของคนหนุ่มสาวที่ไปเที่ยวแปลกที่แล้วต้องผ เชิญกับรถไฟไปไม่ถึงที่หมาย เรือดีเลย์ ทำพาสปอร์ตหาย ต้องไปทางลัด ต้องเดินป่า เข้าไปกับคนพื้นเมืองหน้าตาน่ากลัว มีแต่พวกไม่น่าไว้ใจ ได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านดีๆ ตัวละครก็ค่อยเรียนรู้กันไป ทุกอย่างมันดูเพลิดเพลินน่าสนใจโดยเราเห็นสัตว์ประหลาดอะไรน้องมาก รู้แค่ว่ามีข่าวในทีวี หน้าตาเหมือนปลาหมึก ตัวใหญ่มากแล้วก็เป็นอเมริกานั่นแหละที่พามาทำตกเอาไว้แล้วชาวบ้านในเมกซิโกเลยซวยกันไปหมด
แล้วพอมาถึงจุดหนึ่งหนังก็เข้าเรื่องเต็มๆ ซึ่งมันไปไกลกว่าการเป็นหนังสัตว์ประหลาดที่พูดถึงความสัมพันธ์ของผู้ชายเมียทิ้งที่อยากกลับไปหาลูก กับลูกสาวเศรษฐีที่ไม่ได้ชอบคู่หมั้นเธอแล้วเกิดมาปิ๊งปั๊งกันกลางทาง ยิ่งหลังจากทั้งคู่เข้าป่าไปด้วยกัน
หลังจากนี้สปอยล์นะเธอว์
หลังจากทั้งคู่เข้าไปในโซนติดเชื้อ ซึ่งคือป่าที่เป็นรอยต่อระหว่างเมกซิโกกับอเมริกา ทั้งคู่กลายเป็นคนเมกซิโกหนีเข้าเมืองหนังสะท้อนภาพ แรงงานต่างด้าวอพยพโดยเอาคนขาวไม่มีพาสปอร์ตสอง คนสวมแทนเข้าไปเลย หนังเล่าว่า พวกสัตว์ประหลาดจะฟักตัวบนต้นไม้ แล้วคลานลงไปในน้ำ อเมริกาก็เลยบอมบ์ป่ามันเสียเลย (นำมาซึ่งแคมเปญต่อต้านการใช้ระเบิดที่เราเห็นกันทั้งเรื่อง) กล่าวให้ถูกคือวิธีการจัดการที่อมเริกาใช้ในการแก้ไขปัญหาที่ตัวเองก่อขึ้นคือการทำลายรากของแผ่นดินด้วยการบอมบ์ให้สิ้นซาก โดยมีข้ออ้างเป็นเรื่องการต่อต้านสัตว์ประหลาด (ลองแทนที่ด้วยการก่อการร้ายก็ได้จะง่ายขึ้น) จนน่าสงสัยว่าสัตว์ประหลาดในหนังเป็นภาพแทนของ ภัยคุกคามแถบชายแดนนั้นเอง ทั้งมาเฟีย การขูดรีด การก่อการร้าย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ถูกนำมาด้วยอเมริกา ที่สำคัญคือประเด็นรัฐชาติซึ่งจะกล่าวต่อไป การเดินทางข้าเขตติดเชื้อไปอเมริกาเป็นวิธีเดียวกับที่แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองและหลายคนไม่รอดไปถึงอเมริกา (ดูประเด็นนี้เพิ่มเติมได้ใน MACHETE)
หลัง จากเหลือกันแค่สองคน หนังก็พาตัวละครไปเจอปราสาทหินโบราณ ของพวกอินคา (น่าจะเป็นอันเดียวกับใน THE RUINS) แล้วทั้งคู่ก็ได้เห็นกำแพงที่อเมริกาสร้างขึ้นหลังการติดเชื้อ กำแพงใหญ่ยักษ์ ใหญ่พอๆกับตัวประหลาดนั่นแหละ กำแพง และสัตว์ประหลาดจึงซ้อนทับในฐานะเส้นพรมแดนรัฐชาติที่แบ่งกั้นผู้คนออกจากกัน และมองเห็นได้เมื่อมองจากอาคารแก่งอดีต หรือกล่าวอย่างง่าย ประวัติศาสตร์นั่นเอง
ทีนี้พอพวกเขาเขามาถึงอเมริกาเขาก็พบว่าหมู่บ้านชายแดนไม่มีใครอยู่อีกต่อไป มนุษย์คนแรกที่พวกเขาพบตะโกนใส่เขาด้วยภาษาอย่างสัตว์มากกว่ามนุษย์ กลายเป็นว่าเขากลับจากดินแดนเขตติดเชื้อมาเจอเมืองร้าง แล้วก็เป็นที่ปั๊มชายแดนนี่เองที่พวกเขาเขจอกับสัตว์ประหลาดจริงๆและเห็นว่าจริงสัตว์ประหลาดไม่ได้น่ากลัวชั่วร้ายพวกมันดำรงชีวิตเหมือนสัตว์ชนิดอื่น มันมาแล้วมาเลย และเดินตามแสงไฟเหมือนปลาหมึก เพียงแต่พวกมันตัวใหญ่เหมือนไดโนเสาร์เท่านั้น ฉากการสื่อสารของสัตว์ประหลาดสองตัวในปั๊มเป็นฉากที่พีคมาก ยิ่งเมื่อเราเปรียบทียบเข้ากับตัวละครที่เป็นเหมือนคนนอกของสังคมที่ตัวเองสังกัดเหมือนกัน กล่าวให้ง่ายสัตว์ประหลาดเพียงแค่มีอยู่ไม่ได้ม ายึดโลก หรือทำลายอะไร เพียงแต่มนุษย์เห็นว่ามันตัวใหญ่โตเกินไป น่ากลัวเกินไปจึงต้องทำลายมันเสีย ความกลัวชนิดนี้เองที่สร้างเส้นเขตพรมแดน สร้างกำแพง สร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ในการรบ และความกลัวนี้เองที่ทำให้มนุษย์ทำลายสัตว์ประหลาด ทำลายกันและกัน

ทึ่งเหมือนกันที่บอกว่าทำกันแค่ไม่กี่คน
แต่เทียบได้กับ THE MIST หรือ THE HOST
(THE ROAD ไม่ได้ดูค่ะ
#1 By Mrs. Holmes on 2010-12-01 00:52