มีการเปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของภาพยนตร์

 

ขอเขียนสั้นๆถึงหนัง ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด คือลองเล่าเรื่องนี้เสียใหม่  ทรายเล่นเป็นผู้หญิงบ้าคนหนึ่งที่สวมเสื้อวอร์ม ‘สีแดง’ วิ่งเตลิดหนีอะไรสักอย่างไปตามถนน โก๊ะตี๋รับบทเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย ใส่ชุดฟอร์ม ‘สีเหลือง’ โก๊ะตี๋กำลังทะเลาะกับแฟนที่ไปมีแฟนใหม่ ตอนที่เขาไปรับเด็กแวนซ์ (และไม่ค่อยพอใจไอ้เด็กแวนซ์นี่นัก) ระหว่างซิ่งไปตามถนน โก๊ะตี๋ขับรถไปชนทรายโดยบังเอิญ เลยต้องหอบหิ้วไปโรงพยาบาล ที๋โรงบาล หมอบอกว่าทรายความจำเสื่อม และให้โก๊ะตี๋เป็นคนดูแลจนกว่าจะดีขึ้น พี่ปุ๊ยเล่นเป็นนายตำรวจชั้นผู้น้อยถูกโก๊ะตี๋ยกยอให้เป็นผู้กองคอยช่วยสืบว่าเปิดอะไรขึ้นกับทราย   และอีกคนคือ น้าค่อมเล่นเป็น ‘คนตาบอดที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองตาบอด’ ซึ่งเป็นผู้กุมความลับของเรื่องทั้งหมด

 

ขออนุญาตเฉลยเรื่องเลยแล้วกันเพราะมันสำคัญต่อการพูดถึงหนัง (กรุณาอ่านบรรทัดแรกของบทความถ้าเป็นโรคกลัวสปอยล์)  หนังเฉลยว่า ทรายเป็นนักกีฬาเขต ที่ประสบอุบัติเหตุระหว่างไปแข่งกีฬา ก่อนหน้านี้เธอเคยสาบานกับเพื่อนๆว่าจะไมทิ้งกัน แต่ในคืนนั้นทุกคนเมา น้าค่อมที่จริงเป็นคนขับรถ และความเมาทำให้ขับตกสะพาน เธอหนีออกมาได้โดยทิ้งเพื่อนไว้ให้ตายในรถที่น้ำท่วม แล้วเหตุการณ์นั้นทำให้น้าค่อมตาบอด

 

กล่าวอย่างง่าย น้ำจึงเป็นเรื่องของผู้หญิง(สวมเสื้อแดง) ที่จำไม่ได้แล้วว่าเคยมีเพื่อนต้องตายไป เธอได้รับความช่วยเหลือจากหนุ่ม(เสื้อเหลือง) ที่สัญญาว่า ‘เราจะไม่ทอดทิ้งกัน’ ในฉากไคลแมกซ์ พวกเขาซึ่งประกอบด้วย สาวความจำเสื่อมเสื้อวอร์มแดง หนุ่มกู้ภัยยุนิฟอร์มเหลือง คนตาบอดที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองตาบอดและตำรวจชั้นผู้น้อย ต้องผเชิญกับผีอาฆาต ในสนามกีฬาแห่งชาติ เขต 7 ที่คำว่าชาติหายไป จนเหลือคำว่าสนามกีฬา ‘แหงๆ’ และในที่สุด ทรายก็เรียนรู้ว่า เธอทำผิดที่ทิ้งให้เพื่อนต้องตาย แต่เพื่อนจะรู้ไหมว่าคนที่มีชีวิตรอดนั้นทุกข์ทรมานมากกว่าคนที่ตายไปเสียอีก เธอขอถอนคำสาบาน และจากนี้เธอจะไปเป็นกู้ภัยเสื้อเหลืองแล้วนะ แล้วเธอกับโก๊ะตี๋ ก็จะไปช่วยเหลือผู้คนแถวอนุสาวรีย์ปราธิปไตยในช่วง เอนด์ เครดิทของหนัง

 

มันเป็นหนังตลกๆธรรมดาเรื่องหนึ่งนั้แหละ เสียแต่ที่ว่ามันไม่ค่อยตลก ยิ่งพอตัดเอามุกตลกมาไว้ในตัวอย่างเสียเกือบหมด (แถมจังหวะจะโคนการตัดต่อดีมาก เนียนมาก ตลกมากกว่าของวจริง) มันเลยยิ่งทำให้หนังอ่อนกำลังลงไป อีกอย่างอาจจะเพราะโก๊ะตี๋ กับน้าค่อมไม่ได้รับโอกาสเล่นมุกสดในหนังเรื่องนี้เลย (หรือถ้ามีก็โดนตีดออก?) ทำให้มุกตลกในหนังแห้งลงไปเยอะเลย

ตัวประเด็นหลักของหนังแม้จะทำได้ไม่เลวแต่ก็ไม่มีอะไรใหม่

 

และเอาเข้าจริงหนังคงไม่ได้เป็นหนังการเมืองหรอกมั้ง ยังไงก็ตามช่วงท้ายของหนังให้อารมณ์คล้ายๆการอ่านบทความอ.ธงชัย ที่พูดรื่องหกตุลา อย่างไรก็ตามภาพรวมของหนังทั้งหมดก็ให้อาการที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง มันเป็นหนังแบบ ‘รักกันไว้เถิด’ น่ะ ที่น่าสนใจคือว่า ภัยคุกคามตัวละครในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ ฆาตกร หรือปีศาจร้าย แต่เป็น ‘ผีของคนตายที่ไม่ได้รับความยุติธรรม’  และวิธีการประนีประนอมของหนังก็ไปได้ดี กับสภาวะ ทูเกทเตอร์วีแคน ส่วนไอ้คนที่ทำรถตกน้ำ ไม่ใช่คนตาสว่างนะเป็นคนตาบอด แถมไม่ยอมรับเสียอีกว่าตาบอด ตอนท้ายนางเอกปรองดองกับอดีต(ผี)ได้ บรรดาเพื่อนๆนักกีฬาผีพริตตี้พากันไปที่ชอบที่ชอบ ทุกอย่างไปได้สวย ทูเกทเตอร์วีแคนจริงอะไรจริง

 

แต่ก็นั่นแหละ หนังไม่ได้เป็นหนังการเมืองอะไรหรอกมั้ง เล่าแบบนี้มันสะดวกกว่าน่ะ เมาะจะดูกับ ชิงหมาเถิดด้วย มันสนุกสนานอะไรพอๆกัน 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

big smile

ไม่ชอบดูหนังตลกไทยแนวนี้เลย
เลยอ่านที่น้องเขียนทุกบรรทัดเลยค่ะ question

#1 By Mrs. Holmes on 2010-11-20 11:29