THE SILENCE (INGMAR BERGMAN/1963/SWEDEN) สงัดปรารถนา
posted on 01 Oct 2010 02:13 by filmsick in FILMFLU
เริ่มต้นที่ขบวนรถไฟในคืนระอุ เด็กน้อยตื่นขึ้นในตู้โดยสาร ละจากแม่ออกไปนอกตู้ ป้าของเขาปวดจนล้มลงกับเก้าอี้ ขณะที่แม่สาวะวนดูป้า เขาออกมานั่งพักตรงทางเดิน แลเห็นนายทหารในอีกตู้หนึ่ง ที่ข้างนอก พระอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นสันเขาสะท้อนเงาลาผ่านกระจกปิดหน้าต่างรถไฟ ฉาบลงบนใบหน้าของเด็กน้อย บัดเดี๋ยวรถแล่นเข้าอุโมงค์มืด และโผล่ออกมาอีกครั้งในหมู่บ้านเล็กๆ ตึกรามแล่นผ่านสายตาอย่างว่องไว ก่อนที่สุดท้ายจะมีขบวนรถถังที่เคลื่อนไหวสวนมา ผ่านสายตาเด็กน้อยผู้ซึ่งแม่มายืนกอดเกาะอยู่ข้างหลัง พากันจ้องออกไปยังนอกหน้าต่างขบวน
หนังว่าด้วยเรื่องของเธอและเธอกับลูกชายของเธอ สองศรีพี่น้องที่กำลังเดินทางกลับบ้านโดยรถไฟ แต่คนพี่สาวเกิดป่วยหนัก ทั้งสามจึงต้องแวะพักในโรงแรมโอโถ่งกลางเมืองเล็กๆเงียบๆที่ไหนสักแห่ง เมืองที่เคลือบคลุมไปด้วยบรรยากาศการปฏิวัติที่อยู่ไกลออกไป หลากไหลมาในรูปของรถถังที่วันดีคืนดีก็แล่นไปบนถนนเงียบเชียบของเมือง
ท่ามกลางความป่วยไข้ สลับกับความเมามายไร้สติ ท่ามกลางอารมณ์ดำฤษณากลางอากาศระอุของเมืองแปลกหน้า ท่ามกลางความพิศวงงงวยต่อโลกทั้งใบและความประหวั่นพรั่นอกที่จะถูกทอดทิ้ง หนังติดตามตัวละครทั้งสามดิ่วลงไปในห้วงอารมณ์อันพิพักพิพ่วนการต้องสู้รบปรบมือกับศีลธรรมในเรือนใจและปรารถนาอันเร้นลึก ความอึดอัดขัดข้องต่อสถานที่แปลกถิ่น และความขึ้งเคียดภายในที่ถูกคลี่ออกด้วยวิธีการเดียวกับที่เราค่อยๆคลี่กลีบของดอกไม้สักดอกเพื่อที่จะทำลายมันลง โดยวิธีการที่งดงามและเลือดเย็นที่สุด
หนังมุ่งจ้องไปยังความสัมพันธ์เชิงพิศวาสของตัวละครหลักทั้งสามที่วางตำแหน่งอย่างพิพักพิพ่วน ดูเหมือนพี่สาวจะแอบหลงรักน้องสาวของตนเอง หนังจัดวางท่าทางของทั้งคู่อย่างพิลึกพิกล เธอป่วย นอนหนุนตักน้องสาวบนรถไฟ ที่โรงแรม เธอลอบมองน้องสาวค่อยๆเปลื้องผาเดินเข้าห้องน้ำ หรือแอบมาจ้องมองเวลาน้องสาวหับลูกนอนหลับ ยิ่งหนังให้ INGRID THULIN แสดงท่าทางกระฉับกระเฉงเยี่ยงชายในผมเรียบตึงเกล้ามิดชิด และดวงหน้าคมสันเย็นชา ตัดกับข้างน้องสาวที่แต่งตัวในชุดกระโปรงหรูเรียบ เปิดเผยความเป็นหญิงอันยั่วเย้า ยิ่งเมื่อเธอออกไปในเมืองปะเหมาะเข้ากับบริกรหนุ่มซึ่.โอ้โลมเธอขณะก้มลงเก็บเหรียญที่ตกพื้น เช่นกัน เด็กชายโยฮัน ซึ่งทำหน้าที่จ้องมองเหตุการณืทั้งหมด ก็มีปมอิดิปุสกับแม่ เมื่อในฉากหนึ่งเธอให้เด็กน้อยเข้าไปช่วยถูหลังในห้อน้ำ เด็กน้อยซบหน้าลงกับไหล่เปลือยของแม่อยู่นานจนเธอต้องขยับไล่ เด็กน้อยจึงออกมาจากห้องน้ำ เขาถอดเสื้อผ้าเหลือเพียงกางเกงชั้นในแล้วขึ้นไปขดหลับอยู่บนเตียงเดียวกับแม่
กล่าวถึงที่สุดมารดาของเขาจึงคือวัตถุทางเพศที่สำคัญของหนัง ในขณะเดียวกันเธอเองเป็นผู้กำกำหนดกำหนัดของบรรดาตัวละครในเรื่อง เธอแสดงความจงเกลียดจงชังพี่สาวผู้ป่วยไข้อย่างเลือดเย็น เธอเผอเรอเรียหกนุ่มบริกรเข้ามาเล่นรักในห้องโรงแรมโดยมีเด็กชายแอบมองแม่ของตนเองอยู่ และยิ่งเมื่อพี่สาวเธอมาเคาะประตูห้อง เธอิบริภาษหล่อนอย่างรุนแรง ขับไล่ไสส่ง พี่สาวที่ยกเอากรอบศีลธรรมมาอ้างอิง กรอบศีลธรรมที่ขังความปรารถนาที่ของทุกคนซึ่ไงม่อาจถูกเติมเต็มได้ กรอบศีลธรรมซึ่งเป็นเหมือนความเงียบที่คลี่คลุมหนังทั้งเรื่องนี้
ความวิปริตผิดประหลาดของบรรยากาศโอ่โถงอันชวนให้คิดถึงปราสาทผีสิงมากกว่าโรงแรมหรูหราถูกถ่ายทอดอย่างเข้มข้นในฉากที่หนูน้อยโยฮัน ซึ่งออกมาใช้ชีวิตในโถงทางเดินของโรงแรมมากกว่าในห้อง เฉกเช่นกับบนรถไฟ ที่เขาออกมาเล่นอยู่บนทางเดิน บนรถไฟ โยฮันแอบมองนายทหารในตู้ถัดไป แต่ในโรงแรมเด็กน้อยพบกับบรรดาคนแคระแห่งคณะละคร พวกเขาแต่งตัวเป็นราชา ราชินี ตลกหลวง และตัวอื่นๆ พวกเขาพาโยฮันเข้าไปในห้องเล่นมายากลให้ดูและจับโยฮันแต่งเป็นเด็กผู้หญิง ในวินาทีนี้ โยฮันซ้อนทับเข้ากับป้าของเขาในฐานะตัวละครลักเพศ ที่มีจิตปฏิพัทธิ์กับคนในครอบครัวตนเอง หากแต่แม่ของเขาต่างหากที่เป็นผู้ประพฤติผิดศีลธรรมด้วยการเริงรักกับชายชู้ต่อหน้าพี่สาว และลูกชาย ทั้งหมดนำไปสู่ความสัมพันธ์ร้าวลึกภายในครอบครัวที่ทั้งรักทั้งชัง มิดเม้มซ่อนความปรารถนา ขณะเดียวกันก็ถูกควบคุมจนไม่อาจดิ้นหนีต่อกรอบคิดศีลธรรมซึ่งค่อยๆแผดเผาตัวตนภายในลงไปเชื่องช้า และการแผดเผานี้สำแดงรูปออกมาในรูปของการป่วยไข้ การปวดแปลบอันบ้าคลั่งซึ่งดำเนินไปในความเงียบ ในฉากนี้ หนังแสดงความทุกข์ทรมานขั้นสุดโดยดำเนินไปอย่างเงียบๆ เธอกรีดร้องแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากปาก ความทรมานอันเงียบใบ้ดำเนินไปอย่างไม่มีใครสำเหนียกได้ยิน
กระทั่งเมื่อคู่แม่ลูกตัดสินใจเดินทางต่อโดยทิ้งคนป่วยไว้ตามลำพัง ฉากสุดท้ายดำเนินไปบนขบวนรถไฟอีกครั้ง ครั้งนี้ คนแม่ยื่นหน้าออกนอกขบวนที่ฝาสาดสายราวกับต้องการกลบน้ำตาของตน หลานชายผู้ซึ่งใช้โมงยามช่วงสุดท้ายอยู่กับคุณป้านักแปล และหล่อนเขียนจดหมายให้หนูน้อย จดหมายที่แม่รับไปอ่านผ่านๆก่อนจะส่งคืน จดหมายที่ทำให้หนูน้อยยนองด้วยน้ำตา และจ้องมองแม่ของเขาด้วยดวงตาที่จะไม่เหมือนเดิม หนังจบลงตรงนี้ จบลงตรงรอยปริแตกเงียบเชียบระหว่างความสัมพันธ์แม่ลูกที่ในที่สุดได้ฟักตัวขึ้นแล้ว
ตลอดทั้งเรื่อง นอกจากเสียงประกอบที่ถูกลดต่ำจนหลายครั้งหนังแทบจะกลายเป็นหนังเงียบ เสียงเดียวที่เราได้ยินชัดกว่าใครคือเสียงนาฬิกาที่เดินไปไม่หยุดยั้ง เสียงนาฬิกาที่ทำลายความเงียบอย่างแผ่วเบา บ่งบอกการมีอยู่ของเวลาซึ่งถภึงที่สุดควบคุมทุกสิ่ง เช่นเดียวกับชายแก่บริกรของโรงแรมที่คอยดูแลหญิงคนป่วย ในฉากสุดท้ายหลังจากแม่ลูกจากไป เขายังคงนั่งอยู่ใกล้หล่อนคนพี่ ลงมือซ่อมนาฬิกาที่หยุดเดินราวกับจะบอกใบ้กลายๆถึงอนาคตของหญิงสาวผู้นอนแซ่วอยู่บนเตียง
ในขณะเดียวกันรถถังไกลๆอาจถูกตีความเป็นอำนาจของเพศชายที่ควบคุมอยู่ (อย่างไรก็ตามSUSN SONTAG เคยเขียนด่าการตีความแบบนี่ว่าไม่เอาไหน) ในอีกทางหนึ่งมันก็เหมือนกับความเงียบ เสียงนาฬิกา กรอบศีลธรรม มันคือกรงกรอบที่ไม่ปรากฏชัดแจ้งแต่จะไม่มีทางหนีพ้น พวกเธอพากันมาติดอยู่ในเมืองนี้ก็เพราะสงครามและถึงที่สุดมันก็เป็นกรอบนอกเหตุการณ์ที่จะย้อนมาควบคุมพวกเธอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
#1 By hovelvideo on 2010-10-06 14:49