หมายเหตุ : หนัีงเรื่องนี้จะฉายที่ Reading room ในโปรแกรม Circle of Desire (ควบกับ The Scarlet Empress) ในวันที่ 11 กันยา นี้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่  

The Reading Room2 สีลม ซอย 19กรุงเทพฯ 10500
โทรศัพท์ 02-635-3674 มือถือ 089-666-7978
เวลาทำการ พุธ-อาทิตย์ 13.00-19.00 น.

http://www.readingroombkk.org/

 

The Reading Room and FilmVirus presents a screening program, Circles of Desire: Feminism in the Films of Max Ophuls and Josef von Sternberg on Sat. 11 Sep. 2010:

1pm: Letter from An Unknown Woman (Max Ophuls, 1948)
3pm: The Scarlet Empress (Josef von Sternberg, 1934)

 

พอดูหนังมาถึงจุดหนึ่ง คุณอาจจะไม่มีทางรู้เลยว่าจะรับมือหนังเรื่องนี้ หรือหนังกลุ่มนี้อย่างไร เพราะนี่คือหนังกลุ่มที่คุณลบหลีก หนังดราม่าสุดคลิเชพิมพ์นิยม เล่าเรื่องน้ำเน่าของรักแท้ ทุกอย่างถูกโหมประโคมทั้งการถ่ายภาพ พลังดารา บทสนทนา ดนตรีประกอบ เยิ้มและหยดย้อย  ทุกสิ่งทุกอย่างในหนังคือสิ่งที่หนังรุ่นหลังพยายามรื้อสร้างและทำลายลง ในทางหนึ่งมันคือแอ่งน้ำขังที่เราต้องต่อต้านมัน แต่ในขณะเดียวกัน เป็นที่เชื่อได้ว่า หากไม่มีหัวใจที่ทำด้วยหิน  หรือไม่ใช่คนที่เติบโตมากับวัฒนธรรมฉาบฉวย มีความเป็นไปได้สูงมากที่คุณจะหลอมละลายให้กับความร้าวรานใจอันแสนงดงงามราวกับการหลอมเหลวของน้ำแข็งขั้วโลกเหนือที่ถูกสลักเป็นรูปหัวใจของผู้หญิงน้อยๆคนหนึ่ง คนนี้  กล่าวอย่างง่ายนี่คือหนังที่หวานเยิ้มหยดย้อย และละลายหัวใจผู้ชมมาตลอดห้าสิบปี!

 

หนังเล่าเรื่องของเด็กหญิงลิซ่า ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยอาศัยอยู่ข้างห้องกับนักเปียโนหนุ่มหล่อผู้มีชื่อเสียงแห่งกรุงเวียนนา เธอเฝ้าฟังเสียงดนตรีของเขาจากห้องข้างๆเฝ้าฝันว่าเขากำลังเล่นให้เธอฟังจากอีกฟากของผนัง เธอแอบมองดูเขาจากหลังประตู ตกหลุมรักชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่มีหญิงสาวมากมายมาติดพัน  กระทั่งวันหนึ่งแม่ของเธอแต่งงานใหม่และจำเป็นต้องย้ายเมืองตามสามี เธอแอบหนีจากสถานีรถไหมานั่งรอเขาในห้องเช่าที่บัดนี้ว่างเปล่าทั้งจากข้าวของของเธอ และเสียงเปียโนของเขา แต่เขากลับเข้าห้องมากับหญิงอื่น ดังนั้นเองเธอจึงย้ายไปเมืองลินซ์ หลายปีต่อมาเธอสาวสะพรั่งผูกสัมพันธ์กับนายทหารอนาคตไกล แต่เมื่อเขาขอเธอแต่งงานเธอกลับบอกว่าเธอมีคนรักอยู่แล้ว จากนั้นเธอหนีแม่มาเวียนนา  มาทำงานเป็นนางแบบในห้องเสื้อ และเฝ้าติตดตามชายที่เธอหลงรัก  ค่ำคืนหนึ่งที่หนาวเหน็บ เขาสังเกตเห็นเธอจากหัวมุมถนน รู้สึกคลับคล้ายคลับคลา  จึงเดินไปทักทายและใช้ค่ำคืนหนึ่งไปด้วยกัน ทุกอย่าช่างงดงามและรื่นรมย์ แต่หลังจากนั้นเขาก็เดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ ทิ้งคำสัญญาว่าจะคืนมาหาเธอในสองสัปดาห์ไว้ที่สถานีรถไฟ หายลับไปจากชีวิตเธอชั่วนิรันดร์

 

หลายปีต่อมา หลังจากเธอคลอดลุกของเขาในสำนักนางชี เลี่ยงดูฟูมฟักเด็กน้อยที่ชื่อเหมือนพ่อ ได้พบรักและแต่งงานใหม่กับสุภาพบุรุษสูงวัยที่รักเธอเหลือเกินเธอก็ได้พบเขาในค่ำคืนหนึ่งที่โรงโอเปร่า วินาทีนั้นราวกับว่าเวลาสิบปีนั้นได้หลอมละลายไปในชั่วข้ามคืน เหลือเพียงยอดดวงใจที่เธอรักมาชั่วชีวิตปรากฏขึ้นตรงหน้า เขาจำเธอไม่ได้ แต่คลับคล้ายคนคุ้นเคยจนต้องตามมาทักทาย เธอหลบหนีเขาขึ้นรถ หวาดวิตกว่าคืนวันอันปลอดภัยได้จบสิ้นลงแล้ว  เธอจะตามหาเขาอีกครั้งละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมีเพื่อจะมอบชีวิตให้กับเขา เฉกเช่นที่เธอพยายามตามรักเขาชั่วชีวิตถ้าไม่เพียงแต่ ......

 

ทั้งหมดถูกเล่าผ่านจดหมายของเธอ ซึ่งส่งมาหาเขา จดหมายที่ขึ้นต้นประโยคว่า ‘หากว่าคุณได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้วล่ะก็ นั่นหมายความว่า ดิฉันได้จากโลกนี้ไปเสียแล้ว’ ภาพทรงจำอันแสนหวานซึ่งท้นถั่งหลั่งไหล ขมปร่าอยู่ในห้วงคำนึงของชายคนหนึ่งผู้ซึ่งเพิ่งค้นพบความหวานของชีวิตครั้งแรก ในวันที่เขาสูญเสียทุกอย่างไป  หนังอาจจะเป็นเพียงการสอนสั่งทำโทษผู้ชายเจ้าชู้แสนซ้ำซาก ถ้าไม่พียงแต่ว่า หนังนุ่มนวลอยู่ในความหวานของหญิงสาวผู้มั่นคงชั่วชีวิต หนังติดตามเนื้อความในจดหมายของเธอ มองเรื่องทั้งหมดผ่านดวงตาของเธอ ผู้ซึ่งบูชาเขาราวกับภาพฝัน  แม้ตลอดชีวิตเขาจะมองเธอเป็นเพียงเด็กสาวคืนเดียวก็ตาม

 

ฉากหนึ่งที่งดงามที่สุดในหนังคือค่ำคืนหนึ่งที่คนทั้งคู่ใช้เวลาด้วยกัน การเดินไปในสวนสาธารณะซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะ การนั่งรถไฟเล่นสลับฉาก เพื่อใช้จ่ายเวลาไปด้วยกันในฉากภาพของสวิตเซอร์แลนด์ เต้นรำจนเป็นคู่สุดท้ายของโรงเต้นรำ หรือกุหลาบขาวเพียงดอกเดียวที่เขามอบให้ ตลอดหลายสิบปีของการตามรัก มีเพียงค่ำคืนเดียวเท่านั้นที่ทั้งคู่ได้ใช้จ่ายชีวิตไปด้วยกัน  ค่ำคืนเดียวซึ่งตอกตรึงลงในความทรงจำของเธอชั่วชีวิต ซึ่งที่แท้แล้ว เมื่อเธอก้าวผ่านประตูบ้านพักของเขาเข้าไป เธอก็กลายเป็นแค่เด็กสาวคืนเดียวอีกคนหนึ่งของเขา

 

ในขณะเดียวกันเมื่อถึงคราวต้องร้าวราน หนังถ่ายฉากสำคัญของหนังที่เธอตัดสินใจได้ที่จะไปจากชีวิตเขาชั่วนิรันดร์ ได้อย่างเจ็บปวด เมื่อเขามองเธอด้วยดวงตาที่ไม่เดียงสาต่อหน้าคนที่บูชาเขาชั่วชีวิต เขาเดินเขาข้างในเพื่อไปหาแชมเปญให้กับเด็กสาวคนใหม่ของเขา ตะโกนถามเธอว่า อยู่ข้างนอกนั่นมันอ้างว้างหรือเปล่า อ้างว้างสิ อ้างว้างเหลือแสนเธอตอบ จากนั้นค่อยๆหยิบเสื้อคลุมและเดินออกจากห้องของเขาไปอย่างเงียบเชียบ  สองฉากนี้ถูกถ่ายทำอย่างประณีตละเมียดละไม  ในทุกอณูของหนังความเงียบเศร้าของตัวละครถูกถ่ายทอดออกมาอย่างดงามผ่านการแสดง ดนตรี องค์ประกอบศิลป์ของภาพ  ทุกอย่างดูเรืองรองส่องแสงแต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยบาดแผลของมนุษย์จริงที่ความรักของเธอได้ค่อยๆตายลงก่อนหน้าร่างกายของเธอเสียแล้ว

 

ความปรารถนาของลอร่าในหนังเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องโง่งมของยุคสมัยปัจจุบัน (ทีไม่มีใครตามรักผุ้ชายคนเดียวทั้งชีวิตอีกต่อไป ) ในขณะเดียวกันก็เป็นความพาฝันของอดีตยุคหลังสงครามโลก (ตัวหนังนั้นย้อนไปถึงต้นศตวรรษซึ่งบรรดาผู้หญิงยังอยู่ในกรอบจริยธรรมจนไม่กล้าจะเปิดเผยความต้องการภายในของตัวเธอออกมา) ความแด็ดเดี่ยวกล้าหาญของลอร่าเป็นเสมือนภาพแทนพาฝันของสตรีนิยมในสมัยหนึ่ง ซึ่งถึงที่สุดอาจถูกวิพากษ์ในยุคสมัยต่อมา  แต่ไม่ว่าเธอจะเป็นภาพแทนของสิ่งใดหรือไม่ก็ตาม MAX OPHULS ก็ได้ใช้พลังของภาพยนตร์ในการถ่ายทอดความรักอันแตกร้าวอย่างงดงามของเธอลงบนหนังเรื่องนี้ซึ่งอาจทำให้ผู้ชมใจสลายได้อย่างไม่ยากเย็น 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จำได้ว่าเคยดูหนังจีนเรื่องหนึ่งชื่อเดียวกันนี้ แต่จำเรื่องไม่ได้แล้ว ไม่ทราบว่ามันรีเมกมาหรือเปล่าครับ?

#1 By Seam - C on 2010-09-10 15:53