ว่าด้วยความตายที่กำลังเดินทางมาเยี่ยมเยือนผู้ซึ่งรอดชีวิตจากประวัติศาสตร์บาดแผลอันยาวนานของสเปน สงครามโลกครั้งที่สอง สงครามกลางเมือง ความผันแปรไม่จบสิ้น ในปีที่หนังอาศัยอยู่ ทุกอย่างดูเหมือนได้สิ้นสุดลงไปแล้ว ท่าทชีวิตซึ่งดูสงบเงียบ ผัวเมียเจ้าของบ้านทยอยเข้าพบผู้เช่าทีละรายเพื่อซักซ้อมให้แน่ใจว่าพวกเขาและเธอจะย้ายออกจากห้องเช่าตามเวลาที่ได้กำหนดกันไว้ ข้างผัวนั้นกำลังจะตายจากโรคมะเร็ง ทั้งคู่จึงอยากใช้ชีวิตอย่างสงบร่วมกันเพื่อต้อนรัยความตายเพื่อนเก่า

คนแรกเป็นครูสอนฝรั่งเศสที่เกลียดเมืองที่เธออยู่ ลูกชายเป็นสถาปนิกที่สร้างอาคารน่าเกลียดมากมายในเมืองนี้ คนที่สงอเป็นอดีตนักฟุตบอลตกอับที่ตอนนี้เป็นยามอยู่ตามห้าง คนสุดท้ายเป็นหญิงชาวอาร์เจนตินาที่มาเช่าห้องเล็กและทำงานหนักในร้านอาหาร หลังจากนั้นตัวเมียโทรตามน้องชายคุณหมอชาวเกย์ของเธอมาเพื่อที่จะขอให้เขาทำบางอย่างให้ ทั้งหมดแลกเปลี่ยนกับไดอารี่บรรจุเรื่องราวของเธอตั้งแต่ยังเยาว์จนถึงปัจจุบัน  ค่ำคืนอันเงียบสงบหลังสิ้นบทสนทนา ผัวเมียจมอยู่ในห้องและคุยกัน อาจจะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาคุยกัน ทั้งคุยกับคนอื่นๆและคุยกันเอง ก็นั่นแหละเหมือนที่ยายครูฝรั่งเศสบอก คนเราจะคุยกันก็ตอนที่เราจะตายเท่านั้นแหละ

ทั้งหมดทั้งมวลเริ่มต้นอย่างนุ่มนวลคล้ายคลึงกับการเปิดใจเข้าหากันระหว่างเจ้าของบ้าน และอนาคตอดีตผู้เช่า พวกเขาแลกเปลี่ยนเรื่องเล่าแก่กัน ความลับเล็กน้อย และความน่าอับอาย ความสิ้นหวังที่พวกเขามีต่อเมืองที่พวกเขาตามไม่ทันอีก ความเงียบเหงาในจิตใจ  แต่เราก็ค่อยๆค้นพบช้าๆว่าสำหรับผัวเมียคู่นี้ เรื่องราวเหล่านั้นอยู่นอกเหนือจักรวาลของพวกเขา ความลับที่ค่อยๆเปิดเผยทีละน้อยของพวกคนรุ่นหลังที่แท้ไม่ได้มีควาหมมายอะไร ผัวเมียที่ดูราวกับเป็นคนเล็กๆน่ารัก ที่ใช้ชีวิตเล็กๆในห้องหับของพวกเขา พวกคนไม่มีพิษไม่มีภัยที่กำลังวจะตายเพราะมะเร็ง ที่แท้พวกเขาอาจจะเป็นเพียงคนเย็นชาที่ใส่ใจทุกข์สุขของคนอื่นๆไปอย่างนั้นเอง หนังค่อยเปิดเผยความลับจำนวนมากที่หลั่งไหลเหมือนกระแสธารเข้าท่วมทับของคนทั้งคู่ อดีตอันเจ็บปวด และชวนขนลุก เราค่อยๆค้นพบว่าถึงที่สุดแล้ว พวกคนที่ดูเหมือนไม่เคยไปไหนไกลจากเมือง พวกคนที่เปิดรับอะไรก็ได้เข้ามาสู่ชีวิต พวกคนที่เหมือนยอมจำนนตลอดเวลานี้ พวกคนที่เหมือนลอยตัวอยู่เหนือประวัติศาสตร์บาดแผลนี้ ที่แท้ไม่ได้รอดพ้นไปได้ พวกเขาเองก็ถูกคมประวัติศาสตร์บาดลึกลงในร่องรอยใจ ที่น่ากลัวที่สุดคือความลับที่ถูกกลบฝังเอาไว้อาจจะบอกกลายๆว่าพวกเขาเองที่แท้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมก่อประวัติศาสตร์บาดแผล ด้วยชีวิตเล็กๆเหล่านี้เองนั่นแหละ

หนังที่มีแต่บทสนทนาเรื่องนี้ทอดตาเข้าไปในประวัติศาสตร์ส่วนบุคคลของบรรดาคนเล็กคนน้อย ที่เหมือนเสียดเย้ยพลเมืองสเปน ซึ่งอุดมไปด้วยความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และถูกประวัติศาสตร์กดทับ หนังโดยผู้กำกับชาวคาตาลัน ได้มองกลับไปยังอดีตและขุดเอาความทรงจำเก่ามาปัดฝุ่นและแกะสะเก็ดบาดแผลบวมหนองให้ปริแตกออกมาหลังจากมันแห้งหายไปนานเนิ่น การไม่ยี่หระอะไรต่อvดีตของผัวเมียผ่านสงครามที่ปัจจุบันกำลังตายลงเป็นครึ่งหนึ่งของการปลงตกและครึ่งหนึ่งของความไม่แยแส เช่นกันดูเหมือนพวกเขาทิ้งร่องรอยเอาไว้เล็กน้อยในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง(ทารก หรืองเนในบัญชี) ในความเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงที่ถาโถมมา แผนที่ที่เขาเคยทำขึ้น แรเงาจุดที่เขาเคยไปถึง ในที่สุดกลายเป็นแผนที่ล้าสมัยที่ไม่มีอะไรตั้งอยู่ในที่ที่มันเคยอยู่อีกแล้ว มีก็แต่แผนที่ในลิ้นชักความภูมิใจจมกองฝุ่นที่หาประโยชน์ไม่มีอีกแล้ว

หนังจบลงด้วยการแต่งตัวสลับเพศของสองผัวเมีย ผู้ซึ่งดูเหมือนอยู่นอกประวัติศาสตร์แต่ที่จริงกลับถูกประวัติศาสตร์ทารุณกรรมมาไม่ต่างจากคนอื่นๆ ในขณะเดียวกันพวกเขาเองก็มีส่วนมือเปื้อนอยู่ในประวัติศาสตร์บาดแผล (ผ่านทางความลับเกี่ยวกับโรงโอเปร่าและไดอารี่) การแต่งตัวสลับเพศของคนทั้งคู่ไม่ใช่ร่องรอยของความวิปริต แต่เป็นตัวตนที่ถูกกดทับเอาไว้ พวกเขาไม่ได้เป็นรักร่วมเพศที่มาอยู่ด้วยกัน แต่ความอยากเป็นหญิงหรือเป็นชายของพวกเขา เอาเข้าจริงเป็นสิ่งซึ่งถูกประดิษฐ์จากสังคม อาชีพคนเก็บตั๋วโรงโอเปร่าของเขา หรือพ่อของเธอ ถึงที่สุด การแต่กายสลับเพศจึงเป็นเพียงลูกครึ่งของการทำตามใจปรารถนากับความน่าสมเพชที่ประวัติศาสตร์เหลือไว้ให้พวกเขาเท่านั้นเอง   

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มีแต่คนน่าสงสารทั้งนั้นเลยค่ะ

อนาคตเราอาจพบคนแบบนี้เพิ่มขึ้น ๆ

#1 By Mrs. Holmes on 2010-09-09 00:05