เด็กนักเรียนหญิงผู้หนึ่ง จ้วงแท้งนักเรียนหญิงอีกคนถึงแก่ความตาย กล่าวตามสัตย์สิ่งที่เราสนใจย่อมเป็นที่มาที่ไปของฆาตกร การฆาตกรรม อะไรทำให้เด็กสาวลุกขึ้นมาแทงเพื่อนตัวเองจนตาย แล้วหลังจากนั้น จะเกิดอะไรตามมา

 

แต่สิ่งที่หนังเรื่องนี้สนใจคือเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ของเด็กสาวทั้งคู่หลังจากเหตุการณ์ซึ่งเขาและเธอไม่ได้มีส่วนร่วมแต่จำต้องแบกทุกข์ในไว้บนบ่าไปตลอดกาล

เริ่มต้นจากบทสัมภาษณ์หญิงสาวสวมแว่นตาดำทำผมปรกหน้าตลอดเวลา คำสัมภาษณ์ของเธอถูกตัดสลับกับชายอีกคน ผอมเกร็งสูงวัย สวมแว่นและโศกเศร้า เธอคือแม่ของเด็กที่แทงคนตาย ซิงเกิ้ลมัมที่เลี้ยงลูกสาวมาลำพัง เด็กสาวที่สร้างเวบไซต์อะไรสักอย่างเกี่ยวกับความเกลียดชังและการฆ่า เด็กสาวที่ในที่สุดก็ออกไปฆ่าคนตาย เธอถามคนสัมภาษณืว่านี่จะบอกว่าเป้ฯความผิดของเธอใช่ไหม ที่เธอต้องเลี้ยงลูกตัวคนเดียว ที่เธอยากจน และไม่มีเวลาอบรมสั่งสอนลูกสาว ส่วนเขานั้นได้เสียภรรยาให้กับโรคมะเร็ง ก่อนจะมาเสียลูกสาวคนเดียวที่มีอยู่ไปอีก เขาเหนื่อยล้ำกับชีวิต และคิดว่าจากนี้จะไปทำงานใช้แรงงานในที่ไกลๆเพื่อให้ลืม เขาทนไม่ได้ที่มองออกไปนอหน้าต่างแล้วเห็นที่พักของเด็กสาวที่ฆ่าลูกของเขาตายที่นอกหน้าต่างนั่น เขาไม่ต้องการพบเธอไม่ต้องการเธอมาขออภัย เขาไม่ให้อภัยเธอ เธอบอกว่าเธอต้องการพบเขา เพื่อขอโทษในสิ่งที่ลูกสาวเธอทำลงไป เธออยากเจอเขาสักครั้ง

 

หนึ่งปีผ่านไป เขาย้ายจากโตเกียวไปอยู่ที่ฮอกไกโด ทำงานเป็นคนงานในเหมือง หรือในโรงงานถลุงเหล็ก อะไรสักอย่าง ทุกวันเดินเรียงแถวไปยังหน้าเตาไผ เขี่ยเศษถ่านหินที่กระเด็นกระดอนออกจากเตาหลอมโยนมันกลับเข้าไปใหม่ ท่ามกลางเปลวไฟพวยพุ่งไม่สิ้นสุด  เขาพักอาศัยในหอพักแห่งหนึ่งห้องแคบหน้าต่างปิดม่านตลอดเวลา อาบน้ำและกินอาหารในห้องรวมทุกอย่างอุบัติซ้ำเขากลับมานอนอ่านหนังสือในห้องจนหลับไปวันใหม่วนซ้ำที่เดิม

เธอก็อยู่ที่ฮอกไกโด ประกอบอาชีพแม่ครัว ก้มหน้างุดปอกมันฝรั่ง ทำไข่กวนที่ละฟองละฟอง ล้างถ้วยอาหารชุดที่เตรียมใส่ตู้ไว้สำหรับแขก บางทีเธอทำไข่กวนหันหลังให้กับครัวยินกินข้าวลำพังที่เตา ก้มซ่อนใบหน้าใต้ผมปรกปิดดวงตา บางทีเธอก็เดินฝ่าความหนาวไปที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ ซื้อแซนด์วิชกับน้ำผลไม้ไปกินลำพังในห้องปิดหน้าต่าง นั่งจ้องมองมันโดดเดี่ยวราวกับอาหารศักดิ์สิทธิ์ บ่อยครั้งพอเข้าห้องเธอจะนั่งชันเข่ากอดขาตนเอง บ่อยครั้งเธอตื่นกลางดึก ตอนเช้าเธอก็จะลุกไปทำไข่กวนอีก ปอกมันฝรั่งจัดวางอาหารชุดสำหรับชาวหออีกครั้ง

 

เนื้อเรื่องหนังมีอยู่เท่านี้ พูดให้ชัด สิบนาทีแรกของหนังคือบทสัมภาษณ์ และอีกแปดสิบนาทีที่เหลือก็คือสองย่อหน้าตามที่ได้กล่าวไป !

แทบจะเรียกได้ว่าเล่นกันสองคน ภาพยนตร์โดย MASAHIRO KOBAYASHI ที่เมื่อหลายปีก่อนเคยมีหนังBASHING เข้าฉายในบ้านเรา กลับมาคราวนี้ เขากำกับเองเล่นเองในบทพ่อผู้สูญเสียลูกสาว ทั้งเรื่องมีเพียงเขาและ MAKIKO WATANABE นักแสดงหญิงที่รับบทแม่ของฆาตกรเท่านั้นเอง กลางเหตุการณ์อุบัติซ้ไร้คำจำนรรจาและความสัมพันธ์ประหลาดซึ่งคงไม่มืชื่อเรียก

 

นี่คือหนังแห่งการจ้องมอง ตลอดเวลา ผู้ชมจ้องมองตัวละครประกอบกิจวัตรประจำวันอย่างเช่นการกินอาหาร การอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า การทำงาน การขับรถ กระทั่งการนั่งเฉยๆ  เหตุการณ์ไม่คืบหน้า ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆให้เห็น เรากำลังจ้องมองคนที่ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง พยายามลากอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตอย่างถูลู่ถูกังไปตามถนนสำนึกบาปที่พวกเขาไม่ได้ก่อขึ้น  เราอาจจะเรียกได้ว่านี่คือการสังเกตเว้นระยะอันเย็นชา ไม่ชิดใกล้ไม่สงสาร เราจ้องมองแบบเดียวกับที่เราจ้องมองชีวิตผู้คนบนถนน แรกทีเดียวเราสร้างจินตนาการเกี่ยวกับความทุกข์ระทมของเขาและเธอ แต่เมื่อวงจรเหตุการณ์กลับวนซ้ำตำแหน่งเดิมเราก็ค่อยๆเลือนมันลง เหลือแต่เพียงเหตุการณ์ไร้ความสลักสำคัญดำเนินต่อเนื่องไปไม่สิ้นสุด

 

เขาพบกับเธอบ้างเป็นบางครั้ง นั่นคือบางเหตุการณ์ที่พอจะมีให้ยึดจับ  หนังไม่ได้บอกข้อมูลอะไรกับเรา แต่พอจะจับเค้าลางได้ว่าต่างฝ่ายต่างรู้ว่ามีอีกคนอยู่ แต่ทำเป็นไม่เห็นกันและกัน เขาใช้ชีวิตแรงงานไปอย่างเรียบเฉย เธอก็ใช้ชีวิตแม่ครัวของเธอไปเช่นกัน เมื่อไรก็ตามที่เขาและเธอพยายามจะขยับความสัมพันธ์มันจะพังลงอย่างไม่เป็นท่า ของขวัญที่เขาซื้อให้เธอถูกนำมาคืนที่ห้อง (และมันอาจไม่ใช่ชิ้นแรก) เช่นกัน การดักพบของเธอก็ไม่ได้ช่วยอะไรเมื่อเขามองผ่านเธอเป็นเหมือนเทหวัตถุชิ้นหนึ่ง เขาเธอมีความผิดบาปที่เขาไม่อาจให้อภัยได้  บางครั้งเธอดักพบเขาหน้าหอเพื่อจะตบหน้าเขาแล้วหนีเตลิดไป  ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ไม่มีความคืบหน้า แต่เขาก็ไม่ได้ย้ายไปไหน เธอก็ด้วย หลังจากการพบกันอันพังทลาย และเย็นชา เธอกลับเขาพากันกลับเข้าสู่วงจรอุบัติซ้ำของใครของมันอีกครั้ง

 

หนังเรื่องนี้เหมือนฤดูหนาว มันเย็นชา และบาดเจ็บเมื่อเราสัมผัสต้อง หากมันคือภาพยนตร์เพื่อการไถ่บาปมันก็เป็นเพียงการไถ่ถอนบาปที่ไม่อาจไถ่ถอน พวกเขาไม่ได้ก่อมันขึ้น แต่แบกมันไว้บนบ่าในฐานะผู้สมคบคิด พวกเขากลายเป็นคนที่ไม่สามารถจะรักใครได้อีก กล่าวให้ง่าย ไม่สามารถจะผูกพันกับใครได้อีกต่อไป

 

หากในขณะเดียวกันในฤดูหนาวก็ยังคงมีแสงแดดส่องฉายในบางวัน เขาและเธอไม่อาจให้อภัยกันและกันได้ก็จริง แต่ในที่สุดเธอกับเขาก็ถักทอสายสัมพันธ์ประหลาดขึ้น การดำรงคงอยู่ของความเกลียดชังและการไม่ให้อภัยชั่วนิรันดร์ ได้สร้างความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ราวกับคนทั้งคู่ติดค้างหนี้ที่ไม่อาจใช้คืนแก่กันและกันได้  การทำร้ายกันในบางขณะด้วยข้าวของหรือการทำร้ายตัวเองอย่างเช่นการซื้อโทรศัพท์ที่ไม่ได้โทรเพื่ออาจจะโทรหาอีกฝ่าย ได้กลายเป็นร่องรอยใหม่ๆของวามเคยชิน เขาและเธอเคยชินที่จะกล่าวขอโทษแก่กันและไม่ได้รับการให้อภัย เว้นระยะแห่งความเกลียดชังกันและปล่อยให้ความผูกพันงอกขึ้นจากร่องรอยแตกร้าวนั้น

 

ต่างไปจากหนังไถ่บาปที่เราคุ้นเคย  นี่ไม่ใช่การเกิดใหม่โดยไม่เหลือร่องรอยมลทินใดๆไม่ มนุษย์ไม่ได้หลุดพ้นจากบาปง่ายขนาดนั้น ยามเมือ่เกิดบาดแผล บางชนิดมันหายสนิท แต่บางชนิดจะทิ้งรอยแผลเป็นไปจนตาย และโดยมากก็มักจะเป็นอย่างหลัง  กาเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับรอยแผลเป็นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย บ่อยครั้งที่เราอยากกำจัดมันออกมากกว่าสงบศึกกับมัน และแน่นอนมันมักเป็นไปไม่ได้

กล่าวโดยสรุป หนังอย่างTHE REBIRTH ไม่ใช่หนังสวยงามของการฟื้นตื่นจากความทุกข์ของมนุษย์ นี่ไม่ใช่หนังสมานฉันทน์ที่บอกให้มนุษย์หันหน้ามาหากันเพื่อที่จะรักกันและกัน เพราะบางครั้งเราไม่อาจรักคนที่เราเกลียดได้  แต่ในขณะเดียวกันนี่ก็ไม่ใช่ภาพยนตร์แห่งความคลั่งแค้นและเกลียดชัง หากมันคือภาพยนตร์ที่แสดงเส้นทางของมนุษย์ที่จะพากันออกจาหุบเหวแห่งบาป เส้นทางที่ดูช่างพิลึกพิลั่นไม่น่าไว้วางใจแต่เป็นทางเดียวที่เรามีในชีวิตจริง

 

เธอยืนดักรอพบเขาที่หน้าบ้าน เขาจอกรถ ทั้งคู่ลากถูลู่ถูกังกันและกันออกไปกลางอากาศหนาว เธอตบเขา ทั้งคู่มองหน้ากัน -เผชิญหน้ากัน- จริงๆ เป็นครั้งแรก หนังจบลงตรงนั้น

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ท่าจะเป็นหนังที่ทำเอา "ปวด" ครับ

จะไปหามาดู

Hot!

#2 By Seam - C on 2010-04-26 16:37


ในแง่ของความเป็นหนัง หนังเรื่องนี้ ทำหน้าที่ของหนัง ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

เล่าเรื่องให้คนดูได้เห็น ในอีกแง่มุมหนึ่งของเรื่องราวเดียวกัน ที่คนดูอาจยังไม่ทันได้นึกถึง

ขอบคุณหนังเรื่องนี้ ที่เล่าถึงเรื่องราวของคนที่ยังอยู่ ที่ยังต้องหายใจต่อไปพร้อม ๆ กับความรู้สึกเจ็บปวด

ขอบคุณพี่ ที่เล่าหนังเรื่องนี้ให้ฟัง ที่เล่าให้เห็นว่า คนทุกคนมีหัวใจ มีความรู้สึก

คนในหนังทั้งคู่ต่างก็เจ็บปวด แต่ที่ต้องทำร้ายกัน ก็เพียงเพราะเป็นวิธีที่เค้าเลือกใช้เพื่อรักษาบาดแผล

แม้ตัวหนังสือ พี่จะเขียนว่ามันไม่ใช่หนังสวยงาม แต่ความรู้สึกที่ได้รับจากตัวหนังสือของพี่มันสวยงามค่ะ big smile

มีใครสักกี่คน ที่เลือกจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง ด้วยการทำความเข้าใจคนอื่น

แล้วมีสักกี่คนที่เหลือ ที่จะมานั่งเขียนอะไร ๆ ให้ใคร ๆ ลองมองถึงความรู้สึกของตัวละครในหนังสองคนนั้นบ้าง ว่าเค้าทั้งคู่เจ็บปวดมากกว่าใคร ๆ

ขอบคุณทุก ๆ บทความที่เขียนค่ะ

ปล.ได้โปรดอย่าทำลายสารให้ความหวานของนู๋ ด้วยการตอบว่า ที่ผมเขียนก็แค่อยากเขียน ก็เป็นวิธีบำบัดตัวเองก็เท่านั้น นะคะ :D

นู๋ยังเขลาอยู่อีกเยอะนัก อันนี้มันเลือกไม่ได้อ่ะค่ะ :D แต่หวานนี่เลือกได้ค่ะ เขลา ๆ หวาน ๆ เพลินดีค่ะ

ขอบคุณค่ะ ^__^

#1 By Jackie (125.25.32.105) on 2010-04-26 05:01