หนังกำพร้า ประจำทศวรรษ OVERLOOKED FILMS DECADE LIST
posted on 30 Dec 2009 14:14 by filmsick in my-S-P-A-C-EFILMVIRUS กำลังจัดทำ หนังประจำทศวรรษกันครับ แต่เนื่องจากเราประกาศตัวเป็น 'บ้านของหนังด้อยโอกาส' เราจึงเลือกลิสท์ หนังด้อยโอกาสประจำทศวรรษ แทน และนี่คือลิสต์ส่วนบุคคลของผมครับ
หมายเหตุ เนื่องจากคำว่า 'ด้อยโอกาส' เป็นคำเชิง อัตวิสัย หนังที่ผมเห็นว่าถูกมองข้าม อาจจะไม่ใช่เรื่องเดียวกับคนอื่นๆ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมในลิสต์นี้ผมถึงเลือก หนังของอภิชาติพงศ์ ออก เพราะสำหรับผม อภิชาติพงศ์ ไม่ได้ถูกมองข้ามอีกต่อไป (หายถึงในโลกภาพยนตร์นะครับ ไม่ใช่ประเทศสารขัณฑ์) อีกอย่างถ้ารวมหนังพี่เจ้ยมาด้วย คงมีหนังจำนวนมากต้องตกลิสต์ไป ฮา!
และนี่คือ ยี่สิบอันดับหนังถูกมองข้ามประจำทศวรรษที่ผ่านมา (2000-20009) ของผมครับ
1.จอมโหดมนุษย์ซีอิ้ว (ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ /2001/ไทย)
หนึ่งในผู้กำกัยหนังอิสระที่ถูกมองข้ามมากที่สุดคนหนึ่งของไทย หนังเรื่องนี้ประกอบสร้างจากฟุตเตจที่เหมือนสารคดีทำมือ ภาพที่ถูกคัดทิ้งจากหนังแบบเดียวกันเรื่องอื่นๆ แต่ไพสิฐกลับสร้างเรื่องขึ้นมาใหม่ได้จับใจยิ่งจนกลายเป็นงานมาสเตอร์พีซชิ้นสำคัญ
2.Birth of Seanema ( ศศิธร อริยวิชชา /2004/ไทยi)
งานเปิดโลกจินตนาการผู้ชมด้วยภาพอันไม่มีความหมายในตัวเองที่ถูกนำมาร้อยเรียงต่อกันกับภาษาที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ คงามเงียบยาวนานหกสิบนาทีที่มีแต่เสียงของความฝันและจินตนการอึงอลอยู่ในหัว
3.Evolution of Fillipino Family(Lav Diaz/2004/Philippines)
ความดีงามของหนังเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ความยาว หากอยุ่ที่ความกล้าหาญทั้งในเชิงประเด็น และสุนทรียศาสตรซึ่งพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินการรับรู้อาณาเขตของภาพยนตร์จนหมดสิ้น ใครจะลือมฉาก เดินไปตายยาวยี่สิบนาทีที่ราวกับผู้ชมจะหมดลมหายใจลงไปพร้อมกันด้วยได้
4.Platform(jia Zhang Ke /2000/China)
งานหนัาตายร้ายลึกของเจี่ยจางเคอะ ซึ่งผลักคนดูไปสังเกตหารณืจีนใหม่โดยไม่ตัดสินอะไรทั้งสิ้น ภาพระยะไกล กล้องที่จดจ้องหากทิ่มแทงลงตรงความร้าวรานใจของประวัติศาสตร์ขนาดสั้นในทศวรราแห่งความเปลี่ยนแปลง ทั้งของจีน และัของปัจเจกบุคคล
5.Death In the Land of Encantos(Lav Diaz/2007/Philippines)
อีกหนึ่งหนังของลาฟ ดิแอซที่ยังคงกล้าหาญ และมีหัวใจ ความยาวของหนังอาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ชม(และทำให้มันถูกมองข้ามเช่นเดียวกับหนังเรื่องอื่นๆ) แต่ลองได้ดูแล้วเราก็จะค้นพบความงามในความนิ่งยาว ความเจ็บปวดทางการเมืองที่หล่อหลอมเข้ากับบทกวี ทั้งกับชีวิต กับภาพและกับบทกวีจริงๆ ในขณะเดียวกันมันก็น่าสะพรึงกลัวอย่างรุนแรงด้วยเช่นกัน
6.เรื่องเล่าจากเมืองเหนือ (อุรุพงษ์ รักษาสัตย์/2006/Thai)
หนังที่ประกอบสร้างขึ้นจากหนังสั้นหลายๆเรื่องจนเป็นเหมือนภาพฉายชีวิตชนบทของชาวบ้านร้านตลาดทางภาคเหนือของไทย แกว่งไหวระหว่างความเหนือจริงและความสมจริงอันชวนรันทดทุกข์เศร้า ฉากบทสนาแะความเงียบงำของสองแม่เฒ่ากลายเป็นฉากที่เศร้าที่สุดและสวยงามที่สุดฉากที่เคยดูในหนังไทยทั้งหมด
7.Modern Life (Raymond Depardon/2008/France)
สารคดีอันนุ่มละมุน เจ็บปวด หากใช้วิธีการที่ตามขนบอย่างยิ่ง นี่คือหนังแบบที่ทำได้ง่าย แต่จะให้ผลลัพธ์ขนาดนี้นั้นยาก สิ่งเดียวที่ต้องมีนั่นคือความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นอย่าลึกซึ้ง นี่คือหนังที่ ความเงียบเปล่งเสียงอันนุ่มนวลสร้อยเศร้าราวกับบทเพลงโซนาต้า ในทุกขณะที่ผุ้คนในเรื่องพากันจมลงในห้วงคิดของตน
8.กอด (คงเดช จาตุรันต์รัศมี/2008/ไทย)
หนังไทยที่ประสปความล้มเหลวทางการตลาด หากนุ่มละมุนและแปลกประหลาดอย่างยิ่ง ในจักรวาลคนทุกข์ของคงเดช ยังคงประกอบขึ้นด้วยคนตัวเล็กๆในสังคมซึ่งค่อยๆล่มสลายทางจิตวิญญาณเพื่อหาที่เหยียบยืนในสังคมและค้นพบว่าต่อให้เขาทำลายตัวเองจนหมดก็ไม่อาจมีที่ยืนให้ หนำซ้ำหนังยังฉายภาพการเมืองไทยได้อย่างน่าทึ่งและแนบเนียนยิ่ง
9.Phantom Love (Nina Menkes/2007/US)
หนังซึ่งพาผู้ชมเลีื้อยลึกเข้าไปในเขตแดนสนธยา ภาพขาวดำประหลาดล้ำที่ทำลายทุกความต่อเนื่องความเป็นไปได้ โลกซึ่งไม่ได้ประกอบขึ้นจากตรรกะพื้นฐาน การรับรู้หนังเรื่องนี้อาจจำต้องโยนความเข้าใจที่มีต่อแบบแผนในโลกเก่าให้หมดสิ้น เพื่อให้ความมืดซึมไหลเข้ามาในตัวเรา
10.สัตว์วิบากหนักโลก (ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ/2004/ไทย)
อีก หนึ่งผลิตภัณฑ์พันธุ์พิเศษของไพสิฐ ที่คราวนี้ แต่งเรื่องจากภาพเพี้ยน ทัศนีบยภาพสุดแสนประหลาด และเรื่องเล่าที่เหมือนไม่เข้ากัน นี่คือประสปการณ์แปลกเพี้่ยนทีี่เกิดขึ้นครั้งเีดียวหนเดียว พิเศาจขนไม่อาจปล่อยให้ผ่านเลยไปได้
11.Face (Sakamoto Junji/2000/Japan)
หนังญี่ปุ่นที่เล่าเรื่องของสาวอ้วนรันทดซึ่งค้นพบชีวิตใหม่หลังจากลงมืฆาตกรรมน้องส่วตัวเอง! หนี่คือหนังที่เล่าเรื่องเพี้ยนประหลาด ด้วยลีลาที่แกว่งไปมาระหว่างหนังดราม่ารันทดกับหนังตลกรื่นรมย์ที่พูดถึงความงามของชีวิต แนบสนิทมอยู่กัยเรื่องสยองขวัญ นี่คือหนังที่จะมอบความหวังกับเราำไปพร้อมความพรั่นพรึง!
12.Look Of Love(Yoshiharu Ueoka/2006/Japan)
เราพูดหนังเรื่องนี้ได้ง่ายๆว่านี่คือหนังที่ 'ไม่ต้องรู้เรื่องอะไรกันอีกต่อไป!' อย่าถามเพราะไม่รู้จะเล่าเรื่องย่อยังไง เอาเป็นว่านี่คือพรมแดนสนธยาที่หนังโป๊พบกับอนิเมชั่นปัญญาอ่อน หนังเรนียนรู้ชีวิตปะทะกับหนังชีวิตกะหรัี่รันทด หนังเหนือจริงเจอกับหนังฆาตกรรมอำพราง เอาเป็นว่า คำว่า 'เหวอ' อาจจะเป็นคำที่ไม่พอใช้ในอากรอธิบายหนังได้อีกต่อไป+
13.La Monde Vivant(Eugene Green/2003/France)
น้อยแต่มาก ยากแต่ง่าย นี่คือหนังโคตรพ่อ มินิมัลลิสท์ ที่รับเอาทางของROBERT BRESSON มาคลี่ขยายสายใหม่ แกะเครื่องทรงรุ่งริ่งออกจนเห็นแก่นแกนของเรื่องเล่า เราอาจใช้สัญญศาสตร์มาตีความขณะเดียวกันมันก็มีความพิเศษทางตาที่หาไม่ได้จากสเปเชียล เอฟเฟคต์แพงๆ แต่อย่างได
14.Fallen (Fred Kelemen/2005/Latvia)
นี่อาจไม่ใช่หนังที่ดีที่สุดของ Fed Kelemen หนังไม่ได้พาคนดูเข้าไปในแดนสนธยาทางสายตาเหมือนหนังเรื่องก่อนๆของเขา หากเล่ากันตรงไปตรงมาในบรรยากาศเมืองหม่นก่นมืด หากนี่คือหนังที่พูดเรื่องความสำนึกบาปและการ ร่วงหล่นลงในบาปอย่างคมคาย เมื่อเทียบกับหนังเรื่องก่อนหน้า เราอาจพบว่า เคเลเมน ลดเทคนิคหวือหวาทางภาพลง แต่หันมาเน้น ความซับซ้อนในใจของตัวละครมากขึ้น ฉาก สถานการณ์ในหนังอาจดูซับซ้อนแข็งแรงพอจะเล่าเรื่องสนุก ๆ แต่เคเลเมนกลับเลือกใช้ในทางตรงกันข้ามด้วยการให้มันทำหน้าที่เพียงกะเทาะ เปลือกกลวงข้างในตัวละครไร้ชื่อเหล่านั้นเท่านั้นเอง
15.Last Days (Gus van Sant /2005 / US)
ภาพฝันของการล่องลอยก่อนล่วงลับของคนหนุ่มซึ่งตัดสินใจจะไปจากโลกตั้งแต่ก่อนหนังเริ่มต้อน นี่คือโลกเฉพาะจักรวาลของการกล่าวอำลาเงียบเชียบ ความสำนึกบาป ความเกรี้ยวกราด ความเศร้าสร้อยทั้งหมดถูกเล่าอย่างไม่ปะติดปะต่อ ขาดเป็นห้วงๆคล้ายความทรงจำซึ่งค่อยๆไหลรินออกจากตัว นี่คือหนังที่บรรยายบรรยากาศของความตายได้อย่างดงามยิ่ง
16.The Headless Woman(Lucrecia Martel/2008/Argentina)
อีกครั้งที่ Lucricia Martel ใช้พลังของภาพยนตร์เป็นแก่นแกนหลัก พาคนดูไปเยี่ยมชมการตีแผ่ความเลื่อเปื้อนเหลวไหลอันน่าพรั่งนพรึงของคนชั้นกลาง ซึ่งไอ้เรื่องแบบนี้พูดกันมานักต่อนัก แต่สิ่งที่ทำให้นางเศียรขาดเหนือชั้นกว่าหนังในกลุ่มเดียวกันคือการพูดถึงมันกระทั่งในรูปแบบการถ่าย และสุนทรียศาสตร์ของภาพยนตร์ นี่คือหนังที่คิดยากถ่ายยาก เล่นท่ายาก และออกฤทธิ์ออกเดชอย่างรุนแรงยิ่ง
17. 4 (Ilya Khrjanovsky/2005/Russia)
เราขอยืนยันว่าหนังเรื่องนี้คือหนังสยองขวัญหนังเล่าเรื่องชายสองหญิงหนึ่งและโลกประหลาดของพวกเขาจากการโกหกคำโตในคำคืนหนึุ่งจากลูกหมูไปจนถึงบรรดาคุณย่าคุณยายจากนรก! พลอตหลักของเรื่องเบาบางจนสามารถเล่าสั้นๆให้ จบภายในสามบรรทัด แต่ความเลอะเลือน ระหว่างความจริงกับเรื่องเล่า ระหว่างธรรมชาติบิดเบี้ยว วามไม่ต่อเนื่อง ไม่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง กระทั่งเรื่องที่ดูเหมือนเป็นเรื่องและแทบจะเป็นความไร้สาระสุดโต่ง กลับหลอมรวมก่อร่องรอยอันคลุมเครือ น่าหวาดผวา สยดสยอง ทั้งยังน่ารำคาญ และรบกวนจิตใจอย่างยิ่งจนคนดูได้แต่นั่งอึดอัดไปตลอดเวลา และครุ่นคิดอย่างขัดเคืองถึงหนังอีกเป็นเวลานานs
17. Cecil B. Demented (John Waters/2000/US)
'เราหงี่แต่หนังของเราต้องมาก่อน' นี่คือคำประกาศกร้าวของ เซซิล บี สมองเสื่อม หัวหน้าทีมคนทำหนังอินดี้ที่ทำหนังเยี่ยงการก่อการร้าย หนังเสียดสีวงการหนยังอินดี้สุดแซ่บของเจ้าป้าตอห์น วอเตอร์ส ที่แสดงหใ้เห็นว่าหนังอินดี้น่ะเขาทำกันอย่างไร! ตัวหนังเป็นทั้งการเสียดสี และตบหน้า ขณะเดียวกันก็คารวะครูคนทำหนังอินดี้ หนังโป๊ หนังกังฟู หนังชายขอบของสังคมเส็งเคร็งอันเคร่งครัด นี่คือ CINEMA PARADISO แบบต่ำช้าบ้าเลือด สำหรับคอนหนังชายขอบโดยเฉพาะ!
19.Paper Cannot Wrap up the Embers( Rithy Pahn/2008/Cambodia)
หนังสารคดีกะหรี่ขเมรรันทด ที่ใช้ตัวจริงเสียงจริงมารับบทเป็นตัวเองเมื่อครั้งที่ยังขายตัว สารคดีเรื่องนี้ก้าวข้ามเส้นแบ่งของความจริงกับหนังเล่าเรื่อง จำลองความทรงจำให้เป็นเหตุการณ์จริงโดยให้ตัวเองเล่นซ้ำความทรงจำของตัวเอง ประเด็นของหนังแข็งแรง เจ้บปวด และร้ายกาจมากในขณะที่ความเป้นภาพยนตร์สารคดีของมันก็เป็นกรณีศึกษาได้เลยทีเดียว(แม้ว่าจะเป็นการซ้ำรอยทางกันกับS. 21 และ THE BURNT THETRE ของตัวเองก็ตาม ) หนังเต็มไปด้วยภาพ สถานที่ บรรยากาศ และเรื่องเล่าที่เราจะลืมไม่ลงเลยทีเดียว
20. The Sky, The Earth And The Rain (Jose Luis Torres Leiva/2008/Chile)
ภาพเงียบเศร้าของการยอมจำนน ของหญิงสาวที่หลังจาอุทิศชีวิตให้แม่ก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อไปหลังจากความตายของแม่ หนังไม่ได้ใส่เหตุการณืพลิกผันหักมุม ขณะเดียวกันไม่ได้ให้ทางออกอะไีรไว้ ทำหนั้าที่เป็นภาพฉายของการหลงทิศไม่รู้ทางของหญิงสาวชาวบ้านนางหนึ่งซึ่งทั้งเศร้าสร้อยและรวดร้าวอย่างยิ่ง

หนังพิลึกดีแท้...
#1 By SIAMZOMBIE FILM ^0^ on 2009-12-30 18:56