พิภพคู่ขนาน : บทที่1
posted on 22 Dec 2009 00:34 by filmsick
1.มือและลึงค์
ขาที่ถ่างกว้างออก ลึงค์อันมหึมาและทรวงอกอันกลมมนจนผิดรูปบนร่างของเธอนั้นจมอยู่ในส่วนที่แสงส่องไม่ถึง ขณะที่มืออันยืนยาวออกไปนอกหน้าต่างของเขานั้นห้อยค้างอยู่กลางแสงยามสายซึ่งสลัวเลือนประหนึ่งส่องลอดผ้าลูกไม้ที่กรองซับเอาแสงไปเสียครึ่งหนึ่งก่อนจะสาดลงมาบนโลก เช่นเดียวกันกับมือ ลึงค์ของเขาก็อยู่ในแสงแดด ซึ่งอาบไล้ร่างเปลือยเปล่าหลังเสร็จกิจธุระทางเพศ นักท่องเที่ยวสักคนเดินตัดถนนมา มองจากชั้นแปดของโรงแรมเมอร์แชนท์ นักท่องเที่ยวดูเล็กจ้อยราวคนแคระ เจ้าคนแคระโง่ซึ่งหยิบกล้องขึ้นมาประทับเล็ง โดยอัตโนมัติเขาหดมือกลับดึงบานหน้าต่างงับปิดราวกับหวาดกลัวว่าจะถูกบันทึกภาพไว้ ต่อให้เป็นภาพที่แทบจะมองไม่เห็นมือซึ่งไม่สามารระบุได้กระทั่งว่าเป็นมือของเพศหญิงหรือชาย
2.คืนที่เขาพบกับโจนิ มิทเชลล์
เขาพบโจนิ มิทเชลล์ นั่งดื่มเบียร์ดำเดียวดายอยู่ข้างถนน เขาเดินมาทั้งวันเสียจนเมื่อยล้า สองเท้าบวมพองราวกับจะปริแตกออก เหงื่อซึ่งระเหยไปในอากาศกลางคืนทิ้งความเหนียวกนับไว้ตามเนื้อตัว ขณะเขาเดินผ่านเกสท์เฮาส์แห่งหนึ่งซึ่งเปิดชั้นล่างเป็นบาร์ อากาศกลางคืนยังคงร้อนอ้าว หญิงผู้นั้นนั่งไขว่ห้างอยู่ที่โต๊ะฝั่งซ้ายมือ แทบเรียกได้ว่าจมอยู่ในความมืด ไหล่ซึ่งแผ่กว้าง ผมสีทองในชุดกระโปรงติดกันสีดำและเสื้อแขนกุด ดวงตาซึ่งหรี่ปรืออย่างคนสันโดษที่สอดสายตามองปัจจุบันด้วยอดีต เทียบเคียงและเรียนรู้ บางทีคำพูดติดปากของเธอในตอนนี้อจจะเป็นคำว่า ‘นี่ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว' มือซึ่งคีบบุหรี่เท้าค้างเหม่อจ้องอย่างไร้จุดหมาย ภาพประทับเหมือนกับที่เขาพบเห็นบนปกซีดีอัลบั้ม โบธ ไซด์'ส นาว ที่วางแผงในปี 2001 เธอร้องเพลงของตัวเธอเองที่เคยร้องไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งยังสาวอีกครั้ง และนำมันมาใช้เป็นชื่ออัลบั้ม ตอนเป็นเด็กสาวเธอคยมีเสียงแหลมสูงสะพายกีตาร์และร้องบอกกล่าวว่าเมื่อเธอได้เห็นบางสิ่งจากทั้งสองด้านเธอได้ค้นพบว่าเธอไม่ได้ค้นพบอะไรอีกต่อไป หลายสิบปีส่วงผ่าน เสียงของเธอกลายเป็นทุ้มนุ่ม เธอร้องมันอีกครั้งด้วยการเรียบเรียงใหม่ ความเข้าใจไม่ทำให้เศร้าอีกต่อไป เธอร้องเพลงนั้นซ้ำ ไม่เจือน้ำเสียงความละห้อยอีกแล้ว เวลาทำให้เธอค้นพบอีกด้านของโจนิ มิทเชลล์ โจนิ มิทเชลล์ผู้ซึ่งตอนนี้เมื่อเขาเดินผ่านหล่อนแล้วหันกลับไปมองก็ดูไม่คล้ายโจนิ มิทเชลล์อีกต่อไ เป็เพียงฝรั่งแก่ๆ ที่นั่งดื่มเบียร์เดียวดายในความมืด
3.ปืนยาว
ปากของกระบอกปืนยาวทุกลำล้วนชี้ตรงไปทางทะเล ตัวปืนนั้นผลิตในอังกฤษ แต่ตอนนี้มันต่างเรียงตัวไปทางทิศเดียวกันอยู่บนเรือสำเภาที่แล่นออกจากปีนัง มุ่งตรงไปยังภูเก็ต พร้อมกับจดหมายจากกัปตันฟรานซิส ไลท์ เราไม่อาจจินตนการใดๆถึงเนื้อความในจดหมาย เยื่อใยซึ่งหลบเร้นอยู่ระหว่างตัวอักษร ไม่สามารถจินตนาการภาพใหญ่โตโอ่โถงของเรือสำเภา ไม่อาจกระทั่งจินตนาการถึงฟองคลื่นสักหยด ในห้วงสมุรอันราบเรียบของทะเลอันดามัน โลกในยุคต้นรัตนโกสินทร์สะบั้นสายสัมพันธ์กับเราผ่านทางการไหลทบของกาลเวลา เราอยู่ในยุคที่ไม่สามารถสืบย้อนไปได้กระทั่งสองรุ่นก่อนหน้าของบรรพบุรุษของเราเอง หล่นร่วงอยู่กลางปัจจุบันขณะอันเป็ฯผลพวงของอดีตซึ่งเรามองไม่เห็น และเข้าใจว่าไม่เกี่ยวข้องกัน จดหมายถูกพับอย่างเรียบร้อยในซองประทับตราครั่งปิดผนึก ทะเลสีครามของโลกซึ่งได้จบสิ้นไปหากยังดำรงคงอยู่ ปืนยาวซึ่งในที่สุดก็สาบสูญไป หลังจากใช้รบกับพม่าในระหว่างสงครามเก้าทัพยามพม่าล้อมเมืองถลาง เขม่าปะทุแตกของกระสุนนัดแรกสาบสูญไปก่อนใครเพื่อน เลือนจางราวกับไม่ได้มีอยู่มาตั้งแต่ต้น
4.ส่าหรีสีน้ำทะเล
หญิงในชุดส่าหรีสีน้ำทะเลนั้นปรากฏขึ้นครั้งแรกในความฝัน ความฝันแรกเมื่อผมย่างเท้าเข้ามาถึงเมืองนี้ ก่อนจะม่อยหลับไปบนรถตู้ขณะข้ามสานจากฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธ ผมไม่แน่ใจว่าในความฝันั้นคือบ้านสักหลังบนถนนดีบุก ในภูเก็ต หรือถนนในปีนังที่ผมยังไม่เคยพบเห็น นางยืนอยู่ในระยะไกล มองเห็นได้เพียงส่าหรีสีน้ำทะเลซึ่งพะเยิบไหวหระหนึ่งมีชีวิตของมันเอง นางผู้ชราซึ่งอยู่ไกลเกินกว่าที่ผมจะอธิบายรูปทรงของนางได้ ที่รู้สึกได้ก็เพียงการจ้องมองตรงมาของนาง จาสุดขอบซุ้มประตูโค้งซึ่งทอดเชื่อบ้านทุกหลังสุดถนน นางจ้องมองมานั้นแน่แท้ ยินนิ่งประหนึ่งร่างทั้งร่างสลักเสลาจากหินสีน้ำทะเล แล้วห่มคลุมด้วยส่าหรี ในความฝันผมเดินตรงไปหานาง คุ้นเคยราวกับเคยพบมาก่อนที่ไหนสักแห่ง แต่ยิ่งเดินเข้าใกล้ร่างของนางยิ่งไกลออกไป ราวกับการเดินไปข้างหน้าคือการเดินถอยหลัง ร่างหนังยังคงนิ่งขึง ชายส่าหรีสะบัดไหวไกลออกไป ไกลออกไปกระทั่งกลายเป็นเพียงจุดวูบวาบสีฟ้า ตอนนั้นเองที่ผมตื่นขึ้น
5. แฝด
ให้มันเริ่มต้นจากห้องซึ่งมีแสงสาดส่องห้องหนึ่งในบรรดาห้องมากมายซึ่งเรียงรายไปบนชั้นแปดของบลอคบีของอาคารแข็งเกร็งที่เหยียดยืดขึ้นไปบนฟ้า เรียงรายเป็นแผงลดกลั่นกันไปตรงตีนเขา เธอทั้งคู่เคลื่อนเข้าหากันราวกับมีแรงดึงดูด ร่างของทั้งคู่สั่นน้อยๆด้วยความประหม่าในกันและกัน เพราะแม้จะเติบโตมาด้วยกันตลอดชีวิต แต่เธอทั้งคู่ไม่เคยชิดใกล้กันขนาดนี้มาก่อน ริมผีปากของเธิประกบเข้าหากัน จูบกันและกันอย่างแผ่วเบา รอยจูบซึ่งจะติดตัวเธอทั้งคู่ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต เธอสะดุ้งน้อยๆเมื่อเธออีกคนสัมผัสหน้าอกของเธอ หน้าอกกลมกลึงซึ่งยังคงปวดแปลบจากรอยมีด
มันเป็นครั้งแรกที่เธอยอมให้เธอรุกล้ำ กลางแสงแดดบ่ายที่ร้อนเร่าและเศร้าสร้อย
ตอนนี้เราทั้งคู่เหมือนกันแล้ว ในที่สุดฉันได้กลายเป็นอย่างพี่ เธอรำพึงในใจรู้สึกลึกล้ำยามถูกสัมผัสตอนลึงค์เบื้องล่าง รู้สึกราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันกับอีกเธอ ทรวงอกซึ่งกลมมนหันเข้าหากันเพยิบไหวตามการหอบหายใจหนักหน่วง ราวกับหัวใจทั้งคู่เต้นในจังหวะเดียวกัน เธอเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงสัปดาห์ ยังคงปวดแปลบที่ตรงนั้นตรงนี้ซึ่งหมอได้ลงมือตกแต่งมันเสียใหม่ บัดนี้เธอกลายสภาพจากพี่น้องไปเป็นฝาแผดซึ่งมีหน้าตาเหมือนกัน เว้นแต่เพียงลำลึงค์ของเธอซึ่งเธอขอร้องไม่ให้เธอทำ สัตว์ประหลาดจากโลกดึกดำบรรพ์กำลังละลายเข้าหากันในแสงแดดบ่ายอันแรงร้อน แสงสุกสว่างซึ่งสีขาวของมันบดบังดวงตาเรา จนไม่อาจแยกได้ว่าใครคือคนไหนอีกต่อไป ในความสัมพันธ์ชิดใกล้อันถูกทำให้วิปริตผิดทำนองคลองธรรมนั้นเอง เธอได้ค้นพบความอบอุ่นอันลึกล้ำ การชำแรกที่นุ่มนวลของอีกร่างหนึ่งของเธอ ความอบอุ่นซึ่งเธอไม่เคยได้สัมผัสต้องมันอีกหลังความตายของแม่
6.วิญญาณในภาพถ่าย
สมุดบันทึกนั้นเขียนด้วยปากกาหมึกซึมซึ่งค่อยๆซึมลงไปเป็นเนื้อเดียวกับกระดาษ ตัวหนังสือภาษาจีนอันอ่อนจางเรียงเป็นระเบียบอยู่ในสมุดบันทึก ซึ่งที่จริงแล้วน่าจะเป็นสมุดบัญชีมากกว่า ตัวเลขเรียงลำดับอยู่ทางข้างขวา และรายการข้อความสั้นๆทางด้านซ้าย และยังมีรูปถ่ายอีกใบ รูปถ่ายซีดจางของก๋งกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่เหลือเค้าใดๆให้สืบค้น รูปซึ่งละลายหลอมติดกับสมุดบัญชีเก่าคร่ำ หลักฐานบิ้นสุดท้ายว่าแกเคยทำกิจการเดินเรือค้าขายระหว่างภูเก็ตและปีนัง เรือซึ่งค่อยๆผุพังลงในหล่มโคลนพร้อมกับการแตกกระสานซ่านเซ้นของครอบครัว สมุดบันทึกนี้ระเห็จมาอยู่ในห้องเก็บของของแม่ และเขาค้นพบมันเข้าโดยบังเอิญ ทึกทักเอาว่าสถานที่นั้นคือแผ่นดินอันเป็นฝาแฝดของบ้านเกิดของเขา

#1 By illman on 2009-12-22 00:49