FILMVIRUS SHORTS! : PROTOTYPE & WILD TYPE
posted on 11 Dec 2009 01:01 by filmsick
FILMVIRUS SHORTS : PROTOYPE @ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
FILMVIRUS SHORTS! : PROTOTYPE & WILD TYPE
FILMVIRUS SHORTS : PROTOYPE @ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ดวงกมลฟิล์มเฮาส์ (ฟิล์ไวรัส) ร่วมกับคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชวนคุณชมหนังสั้นหลากสายพันธุ์ (พิสดาร) จากทั่วมุมโลก เปิดหูเปิดตาต้อนรับฤดูหนาวให้ชวนระทึก!
ฉายแน่ที่เทศกาลภาพยนตร์ฤดูหนังฤดูหนาว ไม่วันที่ 13 ก็ 14 ตุลาคมนี้ ที่ ลานพระพิฆเณศ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่ สี่ทุ่ม (22.00น.) เป้นต้นไป
Sherlock Jr. (Buster Keaton/1924/US) 45 mins
หนังเล่าเรื่องคนฉายหนังที่อยากเป็นนักสืบ ยามว่างจากการเปลี่ยนม้วนฟิล์ม เขาจะนั่งอ่านหนังสือคู่มือการเป็นนักสืบ พ่อหนุ่มตกหลุมรักสาวสวยผู้หนึ่ง และพยายามหาเงินซื้อของไปฝากเธอ โดยมีศัตรูหัวใจเป็นเจ้าหนวดนายหนึ่ง ที่แอบขโมยนาฬิกาพกของพ่อสาวเจ้า ไปซื้อของขวัญสวยกว่า เก๋กว่ามากำนัล แล้วไส่ไฟคีตันว่าเป็นขโมย งานนี้หนังสือนักสืบก็ช่วยอะไรไม่ได้ ตามมาด้วยเรื่องชุลมุนชุลเกที่แทนที่คราวนี้จะเกิดขึ้นจริงๆกลับไปเกิดใน หนังแทน(ที่จริงเกิดขึ้นในหนังที่อยู่ในฝันอีกที)
นี่คือหนังสั้นเรื่องสำคัญ ของนักแสดงตลกที่มีคนรักมากที่สุดในโลกอย่างBuster Keaton ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะในแง่มุมการเล่นกับ สื่อภาพยนตร์ มองภาพยนตร์เป็นสื่อชนิดหนึ่งมากกว่าเป็นเรื่องเล่าที่เป็นจริง(ซึ่งจาก ปัจจุบัน มันอาจเป็นมุมมองเก่า แต่หนังเรื่องนี้สร้างในปี 1924 ซึ่งเป็นยุคต้นๆของภาพยนตร์เลยทีเดียว)
Artavazd Peleshyan's shorts
ชื่ออาจอ่านยากไม่คุ้นหู แต่ Artavazd Peleshyan คือผู้กำกับภาพยนตร์คนสำคัญชาวอาร์เมเนีย แม้ชื่อของเขาจะตกสำรวจในโลกภาพยนตร์ หาก Sergei Paradjanov ผู้กำกับคนสำคัญ(ที่ไม่ตกสำรวจ)กลับบอกว่านี่คือคนไม่กี่คนที่เป็นอัจฉริยะของโลกภาพยนตร์ งานของ Peleshyan แทบไร้บทสนทนา โดยมากเป็นเพียงการจ้องมองมนุษย์ สัตว์ หรือสิ่งต่างๆ โดยประสมทั้งภาพที่มีคนถ่ายไว้ กับภาพที่เขาถ่ายไว้เอง งานของเขามักไม่ยาว และไม่มีบทสนทนา เป็นการจ้องมองที่จู่จับลงไปในภาพและสร้างความรู้สึกพิเศษ อันน่าทึ่ง และนี่คืองานบางส่วนของเขา
Life (Artavazd Peleshyan/1993/Armenia) 7 mins
ภาพการจับจ้องความปวดร้าวระยะประชิดของหญิงสาวผู้หนึ่ง กล้องจดจ่ออยู่กับใบหน้าอันทุรนทุรายของหล่อนเพื่อที่จะให้คำตอบอันงดงามเหลือเชื่อ
End (Artavazd Peleshyan/1994/Armenia) 10 mins
ภาพการจับจ้องหลากหลายชีวิตที่ล่องไปบนขบวนรถไฟ ภาพใบหน้าอันสวยงามและเศร้าสร้อยของหลากหลายผู้คนตั้งแต่คนแก่เฒ่า หนุ่มสาว ไปจนถึงเด็กน้อย พวกเขาคือบรรดาผู้แพยพจากแดนสงครามที่เดินทางเข้าไปสู่ความมืดมิด
Bread and Alley (Abbas Kiarostami/1970/Iran) 10 mins
หนังสั้น debut ของAbbas Kiarostrami หัวหอกผู้กำกับ Iran New Wave ที่ตอนนี้กลายเป็นผู้กำกับระดับปรมาจารย์ไปเรียบร้อยแล้ว หนังของKiarostrami มักเล่าเรื่องโดยใช้เด็กๆเป็นตัวเดินเรื่อง เล่าอย่างเรียบง่ายด้วยรูปแบบคล้ายสารคดี หากมีท่าทีคมคายต่อการวิพากษืประเด็นปัญหาในอิหร่าน จนทำให้งานของเขาเป็นที่ชื่นชมจากคนดูทุกมุมโลก แม้ในระยะหลังงานของ Kiarostrami จะดิ่งลึกสู่การสร้าสุนทรียะส่วนบุคคลที่ต้องอาศัยการตีความอย่างละเอียดลึกซึ้งมากขึ้น แต่งานยุคแรกๆของเขาก็ดูง่าย งดงามและไม่เพ้อเจ้อเลยแม่แต่น้อย
หนังเรื่องนี้ว่าด้วยเด็กชายคนหนึ่งที่ต้องผเชิญปัญหาหนักอกระหว่างทางกลับบ้านนั่นคือเจ้าหมาน่ากลัวที่ค่อยเห่าไล่ จนเขาต้องหยุดรอให้หมาไปแต่รอจนง่วงเหงาหาวนอนหมาก็ยังไม่ไป เจ้าเด็กน้อยจึงต้องหาวิธีใหม่ๆในการกลับบ้าน
April (Otar Ioseliani/1962/Georgia) ) 45 mins
หนังเรื่องแรกของOTAR IOSELIANI ผู้กำกับคนสำคัญแห่งจอร์เจีย หนังเงียบขาวดำของเขาเรื่องนี้เปิดตัวด้วยภาพของผู้คนที่พากันแบกขเวของ เครื่องใช้ไปมาเข้าออกห้องหับต่างๆ ในอาคารต่างๆ หนุ่มสาวคู่หนึ่งแอบหยอกล้อเล่นตามตรอกซอกซอยเล็กแคบ เข้าบ้านนั้นออกบ้านนี้ก่อนจะมาลงเอยกันในห้องโล่งที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์สัก ชิ้น ตอนนั้นเธอและเขามีความสุขนั่งซบหลังไหล่กันบนพื้นมองดูชีวิตคนอื่นๆจากช่อง หน้าต่าง จนกระทั่งชายที่ชั้นล่างคนหนึ่งยกเก้าอี้ตัวหนึ่งให้คนทั้งคู่ พวกเขาก็เริ่มต้นสร้างครอบครัว สาละวนอยู่กับการซื้อหาเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ และทำความสะอาดเครื่องเรือนเก่าที่วางกองเต็มบ้านจนไม่มีที่แม้แต่จะยืน มิพักต้องมาคิดเรื่องกอดกัน ข้างบรรดาเพื่อนบ้านที่ตึกฝั่งตรงข้ามที่มีทั้งครูบัลลเล่ต์กับลูกศิษย์ วงดนตรีเครื่องเป่า และหนุ่มนักกล้าม ก็วุ่นวายอยู่ทั้งกับภาระส่วนตัวและเสียงอึงอลจากการเข้าออกไม่รู้จบของ บรรดาเครื่องเรือน ต้นไม้ในฝันที่หนุ่มสาวเคยพบกันก็ถูกโค่นลงแล้ว
หนังเล่าเรื่องเหนือจริงได้อย่างชวนฝัน รื่นรมย์ เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ขณะเดียวกันก็ร้าวรานอย่างยิ่ง
Darkness/ Light / Darkness (Jan Svankmajer / 1990/ Chezh) 8 mins
JAN SVANKMAJER เป็นศิลปินที่ทำงานแบบเหนือจริง โดยอาศัยสื่อหลากหลายรูปแบบ งานของเขาส่งอิทธิพลต่อผู้กำกับมากมายไม่ว่าจะเป็น TIM BURTON , TERRY GILLIAM หรือพี่น้องตระกูล QUAYS (สองคนหลังนี้ เป็นลูกศิษย์ของเขาเอง และ เคยทำอนิเมชั่น THE CABINET OF JAN SVANKMAJER เพื่ออุทิศให้กับเขาด้วย) เขาได้รับยกย่องในฐานะของคนทำงานstop motionอันมีเอกลักษณ์ เฉพาะในการสร้างภาพเหนือจริง ฝันสยองซ่อนอารมณ์ขบขันตามสไตลบ์ยุโรปตะวันออกซึ่งเจืออารมณ์ขื่นสยองแบบคาฟกาเต็มที่ จนถึงตอนนี้เขายังคงทำหนังอยู่ในปราก หนังของSvankmajer มักเต็มไปด้วย การมีชีวิตของข้าวของเหลือใช้ เฟอร์นิเจอร์พังๆ ตะปูขึ้นสนิม หรือซากสัตว์ แต่ สิ่งที่พบเห็นเป็นตัวละคร (และเป็นส่อ)ของเขาคืออาหาร ที่เขาหยิบจับมันมาเล่นอย่าสนุกสนาน และชวนกระอักกระอ่วนได้ในหลายต่อหลายคราว ข้าวของถูกทำให้มีชีวิตโดยใช้เทคนิค STOP MOTION (ถ่ายทีละชอต แล้ว ขยับทีละนิดจนบังเกิดความเคลื่อนไหว ) หนังของSvankmajer ทุกเรื่องถูกแบนในประเทศบ้านเกิด แต่นอกบ้านเขาคือ ปรมาจารย์คนสำคัญของโลก
Darkness /Light / Darkness เป็นอนิเมชั่นดินปั้นที่เล่นกับอวัยวะชิ้นส่วนของมนุษย์ในห้องเพดานต่ำ เล่ามากกว่านี้ไม่ได้ ต้องดูเองเหวอเอง!
Inextinguishable fire (Harun Farocki /1969/German) 21 mins
HARUN FAROCKI เป็นผู้กำกับลูกครึ่งเยอรมัน อินเดีย ที่ทำหนังแบบไม่เล่าเรื่อง มาตั้งแต่ปี 1960 หนังของเขามักเต็มไปด้วยประเด็นทางสังคมและการเมือง สะท้อนภาพความสนใจในลัทธิ มาร์กซ และพุ่งเป้าไปยังการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ , ระบบอุตสาหกรรม , คุก , การใช้ระเบิดนาปาล์ม , ห้างสรรพสินค้า , การปฏิวัติ และอื่นๆ เขาใช้วัตถุดิบหลากหลายในการสร้างสรรค์หนังของเขา ตั้งแต่ภาพข่าว สารคดีรูปถ่าย หนังข่าวและมักมี คำบรรยาย หรือมีผู้เล่านั่งเล่าเรื่องไปพร้อมกับภาพ นักวิจารณ์หลายคนเรียกหนังของเขาว่า essay film บางคนเรียกเขาว่า the best known-unknown director เพราะแม้เขาจะดังมากในทั่วโลก (CAHIER du CINEMA เคยเขียนบทความถึงเขาโดยใช้ชื่อว่า who is farocki ? ) อต่เขากลับไม่เป็นที่รู้จักนักในเยอรมัน
Inextinguishable fire เป็นหนังต่อต้านสงครามเวียดนามพันธุ์พิเศา ที่ประกอบขึ้นจากภาพการอ่านแถลงการณ์แบบอ่านจริงเจ็บจริงประสมกับภาพฟุตเตจข่าวเก่าๆ โดยทั้งหมดถูกเอามารื้อสร้างใหม่ให้กลายเป็นหนังessay film ที่แสบกัยถึงทรวงถึงใส้!
Yevgeny Yufit's shorts
Spring (Yevgeny Yufit /1987 /USSR) 10 mins +
Fortitude (Yevgeny Yufit/1988/USSR) 3 mins
กลุ่มหนังสั้นของ Mazhalala Film ในช่วงทศวรรษ 1980's นี้เอง ที่เป็นจุดกำเนิดของหนังตระกูล Necrorealism ซึ่ง Yevgeny Yufit ตั้งใจจะเย้ยหยันศิลปะแนว Socialist Realism ที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์โซเวียตพยายามสนับสนุนและส่งเสริมเพื่อสร้างภาพลักษณ์ อันดีงามของระบอบการปกครองแบบสังคมนิยม
ผลงานเด่นของ Mazhalala Film ในช่วงนี้ มักจะถ่ายทำกันด้วยฟิล์มขาวดำหมดอายุ ให้ภาพที่แลดูดิบหยาบราวกับเป็นหนังที่สร้างกันมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1910's แล้วเพิ่งจะมีการค้นพบ โดยภาพที่ปรากฏในหนังมักจะเป็นการสะท้อนถึงการ 'ถูกกระทำ' ทางจิตวิญญาณของผู้คนในรัสเซียอันเป็นผลมาจากระบอบการปกครอง ซึ่งรังแต่จะลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้คนลงจนแทบจะไม่เหลือความเป็นคน อีกต่อไป หนังสั้นในยุคนี้จึงอุดมไปด้วยภาพการถูกสังหารและทารุณกรรมด้วยวิธีการต่าง ๆ นานาจากคนในเครื่องแบบที่เป็นตัวแทนของฝั่งรัฐบาลไม่ว่าจะเป็น ทหาร หรือ บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งถึงแม้ว่าการกระทำในหลาย ๆ ฉากจะชวนให้หวาดเสียว แต่ Yevgeny Yufit ก็ดูจะระมัดระวังในการคุมโทนออกมาไม่ให้แลดูน่ากลัวจนประเจิดประเจ้อแบบที่ เห็นกันบ่อยครั้งในหนังสยองขวัญ เพื่อให้ฉากต่าง ๆ เหล่านี้ยังมีน้ำหนักในฐานะภาพเปรียบเปรยถึงสิ่งที่รัฐบาลกระทำต่อประชาชน ของเขามากกว่าจะเป็นการสร้างความน่ากลัวกันอย่างไร้เหตุผล
Superbia (Ulrike Ottinger/1986/German)16 min
หนังสุดเหวอของคุณป้ามหาภัย Ulrike Ottinger ผู้กำกับหญิงห่ามเพี้ยนจากเยอรมันที่ทำหนังอย่างไม่ประนีประนอม หนังของOttinger มักฉูดฉาดทั้งเสื้อผ้าหน้าผม เต็มไปด้วยตัวละครหญิงเปรี้ยวแรงชนิดสุดลิ่มทิ่มประตู คุณป้า Ottinger ไม่เคยรีรอจะวิพากษ์วิจารณืด้วยน้ำเสียงเฟมินิสต์ หาก เจือความพิลึกพิลั่นราวกับตัวละครมาจากจักรวาลอื่น ขณะเดียวกันก็ยังคงความอ่อนไหวแบบผู้กำกับหญิงผู้ละเมียดละไมด้วย
Superbia เป็นหนังสั้นพักยกของคุณป้า ที่เล่าเรื่องชบวนพาเหรดประหลาดโลกที่มีทั้งราชินี ส่ำสัตว์ คนแคระ ขบวนทหารทุกคนแต่งตัวพิลึกพิลั่น กระทำกิริยานอกคอก ในขณะเดียวกันก็ซ้อนเข้ากับภาพขวบนทหารนาซี วิพากษ์สงครามได้เจ็บแสบบาดลึกยิ่ง!
Rocky VI ( Aki Kaurismaki /1986/Finland) 9 min
หนังสั้นยุคต้นของผู้กำกับหน้าตายใจงามชาวฟินแลนด์ Aki Kaurismaki ผู้กำกับที่มักทำหนังเล่าเรื่องคนเล็กคนน้อย ไร้อารมณืที่ต้องผเชิญชะตากรรมหน่วงหนักหากก็ก้มหน้าฝ่าฟันกับมันไป ในจักรวาลที่ทุดอย่างเป็นสีทึมหม่นโทนเดียว เหมือนหลุดมาจากยุคหนังโบราณที่กาลเวลาแชข่แข็งเอาไว้
Rocky 6 สร้างก่อน Rocky 4 (ของจริง) หมายความว่ามันเป็นหนังที่มีเป้าประสงค์จะล้อเลียนหนังฮอลลีวู้ดเรื่องนั้ โดยเปลี่ยนให้เป็นเรื่อง ของนักมวยขี้เหล้าชาวฟินแลนด์ แลร้อยแปดวิธีการซ้อมแบบหัวราน้ำ ก่อนจะต้องขึ้นชกกับนักชกขาใหญ่ ใครจะรู้ ว่าถึงที่สุด Rocky ต้นฉบับ มันจะกระดึ๊บมาถึงภาค6 จริงๆ แต่เชื่อเถอะความันส์ มันต่างกันเยอะ!
Psy - Show (Marina de Van/1999/FR) 22 min
หลายคนรู้จัก Marina de Van ในฐานะมือเขียนบทคู่บุญของFrancios Ozon ผู้กำกับชาวฝรั่งเศส ซึ่งในระยะหนึ่งทั้งคู่เคยร่วกันทำหนังเพี้ยนพิลึกจนเกือยวิปริต แต่สนุกสนานและคมคายไว้หลายเรื่อง ตัว Marina de Van เองเพิ่งกำกับหนังใหญ่ไปสองเรื่อง เรื่องแรกว่าด้วย ผู้หญิงที่กินเนื้อตัวเอง ส่วนเรื่องหลังว่าด้วยหญิงงามสองคนที่คนหนึ่ง เอ่อ ค่อยๆกลายเป็นอีกคน!
เฟมินิสต์จ๋า ส่อเค้าหญิงบ้ามาแต่ไกล เราจะพาคุณไปพบกับหนังสั้นยุคต้นของเธอที่ฉายแววความเฮี้ยนมาตั้งแต่ต้นแม้จะยังไม่เฟมินิสต์ เท่ายุคกลังก็ตาม Psy Show ว่าด้วยเรื่องของชายที่กำลังเข้าสู่วิกฤติวัยกลางคน ที่กำลังปรึกษาจิตแพทย์ซึ่งเป็นเจ้าของเก้าอี้บินได้! และไอ้เก้าอี้พิลึกนี้ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของหมอกับคนไข้พิลึกพิลั่นเกินจะรับ!
The Skywalk is gone (Tsai Ming Liang/2002/Taiwan ) 25 min
หนังสั้นที่เป็นเสมือนข้อต่อของหนังยาวสองเรื่อง( What Time Is It There? และ The Wayward Cloud) ของไฉ่มิ่งเหลียงผู้กำกับชาวไต้หวันที่สนุกสนานกับการเล่าหนังอันเต็มไปด้วยภาวะขันขื่น ของบรรดาตัวละครหน้าตายในฉากนิ่งเนิบที่ยิ่งยิ่งยิ่งฮา และแน่นอนยิ่งฮายิ่งเจ็บ หนังของไฉ้มักมีองค์ประกอบแปลกพิลึกพิลั่น ตัวละครครึ่งคนครึ่งใบ้ที่ผเชิญสถาณการณืกลืนไม่เข้าคายไม่ออก (บ่อยครั้งมันออกจะเหวอมากกว่าสมจริง)
แต่ไม่ว่าจะเคยดูหนังทั้งสองเรื่องนั้นหรือไม่ ราก็ดูหนังเรื่องนี้ได้อย่างสนุกสนาน เพราะนี่คือหนังทีเล่าเรื่องของ อาอี๊ที่บัตรประชาชนหาย ผู้หญิงที่ตามหาสะพานลอย และชายขายนาฬิกาที่กำลังไปแคสท์บทหระเอกหนังป๊!
FILMVIRUS SHORTS : WILDYPE @ หอศิลป์จามจุรี
ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ชวนชม WILD TYPE : FILMVIRUS SHORTS! โปรแกรมหนังสั้นคัดสรรประจำปี
2552 ฉบับ
ชุดเล็ก! ภาพยนตร์ฉายกลางแจ้งหน้าหอศิลป์งาน Art Square จตุรัสศิลป์ ครั้งที่
7 ที่หอศิลป์จามจุรี ถัดจากมาบุญครอง (ฝั่งตรงข้ามอุเทนถวาย)
ดูแผนที่ได้ที่นี่:
http://jamjureeartgallery.blogspot.com/
ชมฟรี ฉายเวลาประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป
นี่คือโปรแกรมรวมมิตรหนังสั้นคัดสรรตกสำรวจประจำปี 52 คัดเลือกโดย ราชินีนักดูหนัง Madeleine de Scudery และทาสรับใช้โลกมืดจากบ้านนา filmsick
โปรแกรมที่1
(92 นาที
)

ของเหลวที่หลั่งจากกาย
(รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค) 41 นาที
นี่คือหนังที่ว่าด้วยเรื่องคู่รักหนุ่มหล่อคู่หนึ่งที่ดูรักกันดี ถ้าไม่มีเรื่องยุ่งที่ว่าอยู่ดี คนหนึ่งก็เกิดอาการแพ้ของเหลวที่ทุกชนิดที่หลั่งจากกายของชายคนรัก โดยเล่าควบคู่ไปกับ หนังอีกเรื่องที่ว่ด้วยการ ‘แฉนางชี!'
พลอตฟังดูน่าสนใจแต่หนังไปไกลกว่านั้นเพราะนี้คือหนังที่เรียกเสียงฮือฮามากมายตั้งแต่ออกฉายครั้งแรกในงานกางจอ ก่อนจะมาฮือฮาอีกครั้งในเทศกาลหนังสั้น หนังไม่ยั้งมือที่จะต่อต้าน ท้าทาย ทำลาย รื้อสร้าง ทุกรูปแบบของความเป็นไปได้ในภาพยนตร์ซึ่งเป็นไปอย่างท้าทาย ร้ายกาจ เหวอแตก และนุ่มนวลยิ่ง!
ฆาตรกรรมสวาท
ประหลาดน่านฟ้า ทำให้คนหายตัวไป (เฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง) 21 นาที
หนังว่าด้วยคดีฆาตกรรมแอร์โอสเตสสาวที่โยงใยไปถึงเรื่องชู้รักเร้นลับของยามและแม่บ้าน หากก่อนอื่นโปรดเข้าใจว่าคุณอยู่ในสนามบิน!
อีกหนึ่งหนังสุดกล้าแห่งปีที่ท้าทายขนบของความเป็นภาพยนตร์ในระดับสูสีกับ ‘ของเหลวที่หลั่งจากกาย' หากยังโยงใยไปยังประเด็นการเมืองร้อนๆในบ้านเราได้อย่างน่าทึ่ง ต่อให้คนดูอาจจะดูไม่รู้เรื่องแม้แต่นิดเดียวก็เหอะ!

ต้อม
(ศุภิสรา กิตติคุณารักษ์) 30 นาที
หนังสุดเหวอเล่นจริงเจ็บจริงที่ว่าด้วยเรื่องของเด็กสาวคนหนึ่งกับสามีที่นอนตายอยู่ในห้อง!
อีกหนึ่งหนังสั้นกาญกล้าที่พาผู้ชมเข้าสู่แดนสนธยาเร้นลึก
หนังเต็มไปด้วยอารมณ์อันอธิบายไม่ได้หมายความไม่ออก หากอัดแน่นด้วยพลังมืด
ที่คุณจะลืมไม่ลง
โปรแกรมที่ 2
(118 นาที)

มธุรส
(ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์) 22 นาที
หนังเซกซี่ที่เต็มไปด้วยการจ้องมองอันรื่นรมย์ อีโรติค และประหลาดล้ำ เราไม่อาจบอกเล่าเรื่องย่อของหนังได้บอกได้แต่เพียงว่านี่คือหนังชวนฉงนที่ให้อารมณ์เชิงกวีดิ่งด่ำล้ำลึกลงในมธุรสแห่งเพศสัมพันธ์ ราวกับผู้ชมได้ร่วมสังวาสกับภาพเคลื่อนไหวบนจอเลยทีเดียว

ตอนบ่ายตายคนเดียว(
ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ) 6 นาที
นี่คือหนังใหม่ที่ยังไม่ได้ฉายที่ไหนมาก่อนของ ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ ผู้กำกับหนังขั้นเทพอย่าง จอมโหดมนุษย์ซีอิ้ว และ คืนหนี่งที่ถนนตะแลงแกง เล่าเรื่องไม่ได้อีกแล้ว แต่มาดื่มด่ำกับการจ้องมองหญิงสาวในระยะประชิดของยามบ่ายกันเถอะ
กาลนิรันดร์
(อิสระ บุญประสิทธิ์) 30 นาที
หนังสั้นเงียบซึ้งที่ว่าด้วยความสัมพันธ์พ่อลูกอันเงียบงาม หนังเล่าเรื่องเด็กหนุ่มที่แบกปัญหาหนักอกกลับไปพักใจในบ้านเกิด ข้ามผ่านเวลาช่วงหนึ่งไปกับพ่อที่เป็นหมอนามัยไกลเมือง พวกเขาอาจไม่มีอะไรจะพูดกันอีกต่อไป แต่นี่คือโยงใยสายสัมพันธ์อันงดงามและเงียบเศร้า ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นหนังที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์เช่นนี้ออกมาอย่าสวยงามโดยไม่ฟูมฟายเลยแม้แต่น้อย
สีบนถนน
(วีรพงษ์ วิมุกตะลพ) 62 นาที
หนังกึ่งสั้นกึ่งยาวที่เป็นเหมือนอนุทินทางตาของการเดินทางมายังเมืองฟ้าเมืองสวรรค์ นี่คือภาพบันทึกของคนผ่านทางที่ทอดตาไปทั่วกรุงเทพ กรุงเทพที่เป็นกรุงเทพติดิดินไม่ดัดจริตดีดดิ้นอยู่บนฟ้า กรุงเทพของคนปากกัดตีนถีบที่อาศับในชุมชนแออัด ใต้ทางด่วน หรือพักหลับนอนที่ท้องสนามหลวง กรุง้ทพที่มีแสงสีมลังเมลืองพอกับซากปรักหักพังของแผ่นดินเหลือใช้ นี่คือหนังยาว62 นาทีที่จะให้รสชาติแปลกประหลาดที่คุณจะไม่เคยพบมาก่อน
หมายเหตุ : ในงานเดียวกันนี้ ยังฒีโปรแกรมฉายหนังคัลท์ ขั้นเมพ ในวันที่ 15 และ 16 เวลาเดียวกันนี้ ดูโปรแกรมเพิ่มเติม ที่
http://twilightvirus.blogspot.com/2009/11/art-square-2009.html
แต่ก็น่ากลัวหลายเรื่องเหมือนกันค่ะ
คือดูได้ แต่ตัวเองเป็นเหมือนแก้วว่าง ๆ น่ะ
เติมอะไรเข้าไป ก็เป็นอย่างนั้นทุกที
เลยต้องระวังหน่อย
อ้อ ตกลงปลายปีไปภูเก็ตนะ
ไว้จะแอบไปอุดหนุน แอบไปดู
ถึงไม่รู้ว่าคนไหน ยังไง
แต่วันที่ไป เห็นใครก็จะตราตรึงไว้ในหัวใจละกัน
#1 By Mrs. Holmes on 2009-12-11 09:07