I FORGOT THE TITLE ( CHRISTELLE LHEUREUX/2009/ ITALY+FRANCE) ความทรงจำที่ประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่
posted on 22 Nov 2009 14:58 by filmsick in alienation
เขาและเธอพบกันบนเกาะตีนภูเขาไฟ บนทางเดินแคบชันที่เป็นเศษกรวดทราย เขาบอกว่าเขาเคยเจอเธอเมื่อปีที่แล้ว แต่เธอจำเขาไม่ได้ และดูเหมือนไม่อยากจดจำ เธอตามหาอะไรสักอย่าง เขาก็ด้วย พวกเขาพบกัน พูดจากันเล็กน้อย พยายามรื้อคืนความทรงจำ และปฏิเสธมัน ท่ามกลางทะเลไกลลิบ เศษกรวดทรายซึ่งร่วงหล่นไปบนกองหินตะปุ่มตะป่ำ หมอกควันของภูเขาไฟซึ่งลอยอ้อยอิ่งอยู่เรี่ยดิน ร่างของเขาเหมืองเงาของภูตผี ดุ่มเดินไปในหมอกควัน ขึ้นเละลงอยู่บนลาดชันแห่งภูเขา เธอซบหน้าลงกับแผ่นหอนแข็งเย็น จ้องมองหมอกควันลอยผ่านใบหน้า
จดจำบางอย่าง หลงลืมบางอย่าง สร้างขั้นใหม่บางอย่าง บิดเบือนบางอย่าง ความทรงจำ และการหลงลืมล่องไหลเหมือนหมอกเหนือภูเขาไฟซึ่งยังคงคุกรุ่นพร้อมจะระเบิดลาวาลงไหลท่วมทับ
ภาพขาวดำคมชัด
นักแสดงหน้าตาดีซึ่งคัดมาให้เป็นภาพแทนของMARCELLO MASTROIANNI และ INGRID
BERGMAN นี่คือภาพยนตร์ (กึ่งงาน video art installation) โดย CHRISTELLE
LHEURHEUX ศิลปินหญิงชาวฝรั่งเศส ซึ่งเธอได้รื้อค้นเอาความทรงจำที่เธอมีต่อหนังอิตาลีเก่าๆ
มาประกอบสร้างขึ้นเป็นหนังเรื่องใหม่ ความทรงจำใหม่
ซึ่งเธอก็ได้หลงลืมชื่อเรียกของมันไปแล้ว
หนังซึ่งมีตั้งแต่ การนำ INGRID BERGMAN มาจาก STROMBOLI ( ROBERTO ROSELLINI) มาเจอกัยดาราชายซึ่งเป็นตัวแทนของหนังอิตาลี อย่างMASTROIANNI (พระเอกคนสำคัญประจำหนังของFREDERICO FELLINI) หนังดำเนินเรื่องบนเกาะตีนภูเขาไฟ แบบเดียวกับเหตุการณ์ ใน STROMBOLI ตัวละครที่ผ่านมาพบกัน ต่างตะโกนหาใครสักคนที่ชื่อ ANNA ตะโกนหญิงสาวที่สูญหายไปบนเกาะเหมือนกับช่วงต้นของ L'AVENTURA ของ MICHEALANGELO ANTONIONI) พูดกันด้วยบทสนทนา จาก LAST YEAR AT MARIENBAD (จริงๆนี่เป็นหนังฝรั่งเศส แต่บทสนทาไปได้สวยเหลือเกินกับเรื่องที่ว่าด้วยความทรงจำ) เราพอจะจับเค้าได้ว่านี่คือหนังที่สร้างขึ้นมาโดยการประกอบความทรงจำขึ้นใหม่
แม้ความรู้และทรงจำเดี่ยวกับหนังอิตาเลียนเก่าๆอาจช่วยให้เราเข้าถึงหนังได้ง่ายขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านี่เป็นหนังเฉพาะคอหนังโบราณ นี่ไม่ใช่หนังคารวะอาจารย์บูชาครู เพราะตัวหนังที่จริงไม่ได้จะพูดเรื่องหนัง (ความเป็นหนังอิงหนัง อาจทำให้เราเอาแต่โยงหนังเก่าเข้ามาเปรียบเทียบหนังใหม่) แต่ที่หนังต้องการคือการสร้างความทรงจำ ซึ่งเป็นการสร้างความทรงจำ จากความทรงจำที่ถูกประดิษฐ์สร้างขึ้น แน่นอนว่าความทรงจำที่ประดิษฐ์สร้างขึ้นที่นี้คือ ภาพยนตร์
CHRISTELLE ประกอบสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นจากชิ้นส่วนความทรงจำ ที่เธอมีต่อหนังเก่า เธอเอาตัวละครจากหนัง A มาพบกับตัวละครจกหนัง B พวกเขาสนทนากันด้วยบทสนทนาของหนังC ในสถานที่ซึ่งเป็นฉากหลังของหนัง D จากนั้นเดินจากกันไป ไปตามหาคนที่หายไปจากหนังE ทั้งหมดทั้งมวลคือชิ้นส่วนความทรงจำทุติยภูมิ (ซึ่งเกิดจากการดูหนัง ) ความทรงจำนั้นแตกต่างจากข้อเท็จจริง ความทรงจำเป็นเรื่องเชื่อถือไม่ได้ เพราะมันคือข้อเท็จจริงที่ผสมเอาความรู้สึก ความคิด ภูมิหลัง กระทั่งภาพลวงที่ผู้จำสร้างขึ้นเอง ทั้งหมดทั้งมวลถูกนำมาปะติดปะต่อ กวนเข้าด้วยกันแล้วเคี่ยวจนข้นด้วยวันเวลา จนกระทั่งตกผลึกมาเป็นชิ้นส่วนของความทรงจำ
Christelle ไม่ได้เปิดหนังเก่าดูแล้วเลียนแบบฉาก เธอสร้างมันขึ้นมาจากความทรงจำของเธอเอง เขียนมันขึ้นมาใหม่ ประกอบมันขึ้นมาใหม่ ดังนั้นในทุกขณะที่หนังของเธอสร้างความทรงจำขึ้นใหม่ ทุกขณะมันก็ค่อยๆสูญเสียความทรงจำไปทีละน้อย ชั่วขณะซึ่งตัวละครจดจำกันและกันไม่ได้อีกต่อไป ชั่วขณะที่ตัวละครเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน และแปลกหน้าต่อคนดู หนังให้เวลากับการติดตามตัวละครเดินหลงทางบนภูเขา ท่ามกลางสายหมอกซึ่งเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าโอบล้อมทัศนียภาพ (ในความจริง ฉากเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มีการแสดงเปียโนสดควบไปด้วยขณะฉาย) ยิ่งตัวละครเดินไปเรื่อยๆ เรียกใครสักคน หรือหลงลืมกันและกัน เรายิ่งค่อยๆค้นพบช้าๆว่าพวกเขา เช่นกันกับเรา กำลังหลงลืม การหลงทางในความทรงจำ ทำให้เราค่อยๆหลงลืมกันไป ท้ายที่สุด เราก็ไม่เหลือความทรงจำใดๆอีก เฉกเช่นเดียวกับตัวละคร เร่ร่อนเดียวดายในดินแดนลึกลับที่หมอกหนาโอบล้อมจนไม่อาจมองเห็นทางทั้งหน้าและหลังอีกต่อไป กระทั่งการเลือกใช้นักแสดงแทน( ในทางหนึ่งก็อาจจะเพราะตัวจริงตายไปแล้ว) ยิ่งแสดงชัดถึงความปลอมปน การประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ความทรงจำปลอม ซึ่งยืนยันการเลือนหายไปของความทรงจำดั้งเดิม )
ในทางภาพยนตร์ I FOGOT THE TITLE คือเศษเสี้ยวของความทรงจำจากหนังอิตาเลียน ที่ก่อร่างขึ้นใหม่ ได้สาบสูญความหมายดั้งเดิมของมันลงสิ้น แต่ก็สร้างความหมายใหม่ขึ้นมา เราไม่อาจบอกได้อีกแล้วว่านี่คือชิ้นส่วนขอ STROMBOLI ของL'AVENTURA ของ LA NOTTE มันกลายเป็นสิ่งใหม่ ความทรงจำใหม่ซึ่งไหลทับใบหน้าเดิมของความทรงจำเดิม สุดท้ายมันก็สร้างข้อเท็จจริงใหม่ ความทรงจำใหม่ และการหลงลืมชนิดใหม่ขึ้นในเรา
กล่าวสรุปได้ว่า ภาพยนตร์คือประดิษฐกรรมแห่งความทรงจำ ในขณะเดียวกันมันก็คือหลักฐานเชิงประจักษ์ แห่งการหลงลืม (ในที่นี้ -I FORGOT THE TITLE ยิ่งร้ายกาจกว่าด้วยการหลงลืมกระทั่งชื่อของมันไป )

#1 By hovelvideo on 2009-11-22 22:49