เขาและเธอพบกันบนเกาะตีนภูเขาไฟ  บนทางเดินแคบชันที่เป็นเศษกรวดทราย เขาบอกว่าเขาเคยเจอเธอเมื่อปีที่แล้ว แต่เธอจำเขาไม่ได้ และดูเหมือนไม่อยากจดจำ  เธอตามหาอะไรสักอย่าง เขาก็ด้วย พวกเขาพบกัน พูดจากันเล็กน้อย พยายามรื้อคืนความทรงจำ และปฏิเสธมัน  ท่ามกลางทะเลไกลลิบ เศษกรวดทรายซึ่งร่วงหล่นไปบนกองหินตะปุ่มตะป่ำ หมอกควันของภูเขาไฟซึ่งลอยอ้อยอิ่งอยู่เรี่ยดิน  ร่างของเขาเหมืองเงาของภูตผี ดุ่มเดินไปในหมอกควัน ขึ้นเละลงอยู่บนลาดชันแห่งภูเขา เธอซบหน้าลงกับแผ่นหอนแข็งเย็น จ้องมองหมอกควันลอยผ่านใบหน้า

 

จดจำบางอย่าง หลงลืมบางอย่าง  สร้างขั้นใหม่บางอย่าง บิดเบือนบางอย่าง ความทรงจำ และการหลงลืมล่องไหลเหมือนหมอกเหนือภูเขาไฟซึ่งยังคงคุกรุ่นพร้อมจะระเบิดลาวาลงไหลท่วมทับ

ภาพขาวดำคมชัด นักแสดงหน้าตาดีซึ่งคัดมาให้เป็นภาพแทนของMARCELLO MASTROIANNI และ INGRID BERGMAN นี่คือภาพยนตร์ (กึ่งงาน video art  installation) โดย CHRISTELLE LHEURHEUX  ศิลปินหญิงชาวฝรั่งเศส ซึ่งเธอได้รื้อค้นเอาความทรงจำที่เธอมีต่อหนังอิตาลีเก่าๆ มาประกอบสร้างขึ้นเป็นหนังเรื่องใหม่ ความทรงจำใหม่ ซึ่งเธอก็ได้หลงลืมชื่อเรียกของมันไปแล้ว

หนังซึ่งมีตั้งแต่ การนำ INGRID BERGMAN มาจาก STROMBOLI ( ROBERTO ROSELLINI) มาเจอกัยดาราชายซึ่งเป็นตัวแทนของหนังอิตาลี อย่างMASTROIANNI  (พระเอกคนสำคัญประจำหนังของFREDERICO FELLINI) หนังดำเนินเรื่องบนเกาะตีนภูเขาไฟ แบบเดียวกับเหตุการณ์ ใน STROMBOLI ตัวละครที่ผ่านมาพบกัน ต่างตะโกนหาใครสักคนที่ชื่อ ANNA ตะโกนหญิงสาวที่สูญหายไปบนเกาะเหมือนกับช่วงต้นของ L'AVENTURA ของ MICHEALANGELO ANTONIONI)  พูดกันด้วยบทสนทนา จาก LAST YEAR AT MARIENBAD (จริงๆนี่เป็นหนังฝรั่งเศส แต่บทสนทาไปได้สวยเหลือเกินกับเรื่องที่ว่าด้วยความทรงจำ)  เราพอจะจับเค้าได้ว่านี่คือหนังที่สร้างขึ้นมาโดยการประกอบความทรงจำขึ้นใหม่

 

แม้ความรู้และทรงจำเดี่ยวกับหนังอิตาเลียนเก่าๆอาจช่วยให้เราเข้าถึงหนังได้ง่ายขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านี่เป็นหนังเฉพาะคอหนังโบราณ  นี่ไม่ใช่หนังคารวะอาจารย์บูชาครู เพราะตัวหนังที่จริงไม่ได้จะพูดเรื่องหนัง (ความเป็นหนังอิงหนัง อาจทำให้เราเอาแต่โยงหนังเก่าเข้ามาเปรียบเทียบหนังใหม่) แต่ที่หนังต้องการคือการสร้างความทรงจำ ซึ่งเป็นการสร้างความทรงจำ จากความทรงจำที่ถูกประดิษฐ์สร้างขึ้น แน่นอนว่าความทรงจำที่ประดิษฐ์สร้างขึ้นที่นี้คือ ภาพยนตร์

 

CHRISTELLE ประกอบสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นจากชิ้นส่วนความทรงจำ ที่เธอมีต่อหนังเก่า เธอเอาตัวละครจากหนัง A มาพบกับตัวละครจกหนัง B พวกเขาสนทนากันด้วยบทสนทนาของหนังC ในสถานที่ซึ่งเป็นฉากหลังของหนัง D จากนั้นเดินจากกันไป  ไปตามหาคนที่หายไปจากหนังE  ทั้งหมดทั้งมวลคือชิ้นส่วนความทรงจำทุติยภูมิ (ซึ่งเกิดจากการดูหนัง ) ความทรงจำนั้นแตกต่างจากข้อเท็จจริง ความทรงจำเป็นเรื่องเชื่อถือไม่ได้ เพราะมันคือข้อเท็จจริงที่ผสมเอาความรู้สึก ความคิด ภูมิหลัง กระทั่งภาพลวงที่ผู้จำสร้างขึ้นเอง   ทั้งหมดทั้งมวลถูกนำมาปะติดปะต่อ กวนเข้าด้วยกันแล้วเคี่ยวจนข้นด้วยวันเวลา จนกระทั่งตกผลึกมาเป็นชิ้นส่วนของความทรงจำ

 

 

 

Christelle ไม่ได้เปิดหนังเก่าดูแล้วเลียนแบบฉาก เธอสร้างมันขึ้นมาจากความทรงจำของเธอเอง เขียนมันขึ้นมาใหม่   ประกอบมันขึ้นมาใหม่  ดังนั้นในทุกขณะที่หนังของเธอสร้างความทรงจำขึ้นใหม่ ทุกขณะมันก็ค่อยๆสูญเสียความทรงจำไปทีละน้อย  ชั่วขณะซึ่งตัวละครจดจำกันและกันไม่ได้อีกต่อไป  ชั่วขณะที่ตัวละครเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน และแปลกหน้าต่อคนดู  หนังให้เวลากับการติดตามตัวละครเดินหลงทางบนภูเขา ท่ามกลางสายหมอกซึ่งเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าโอบล้อมทัศนียภาพ  (ในความจริง ฉากเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มีการแสดงเปียโนสดควบไปด้วยขณะฉาย)  ยิ่งตัวละครเดินไปเรื่อยๆ เรียกใครสักคน หรือหลงลืมกันและกัน เรายิ่งค่อยๆค้นพบช้าๆว่าพวกเขา เช่นกันกับเรา กำลังหลงลืม  การหลงทางในความทรงจำ ทำให้เราค่อยๆหลงลืมกันไป  ท้ายที่สุด เราก็ไม่เหลือความทรงจำใดๆอีก  เฉกเช่นเดียวกับตัวละคร เร่ร่อนเดียวดายในดินแดนลึกลับที่หมอกหนาโอบล้อมจนไม่อาจมองเห็นทางทั้งหน้าและหลังอีกต่อไป กระทั่งการเลือกใช้นักแสดงแทน( ในทางหนึ่งก็อาจจะเพราะตัวจริงตายไปแล้ว) ยิ่งแสดงชัดถึงความปลอมปน  การประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ความทรงจำปลอม  ซึ่งยืนยันการเลือนหายไปของความทรงจำดั้งเดิม )

ในทางภาพยนตร์ I FOGOT THE TITLE คือเศษเสี้ยวของความทรงจำจากหนังอิตาเลียน ที่ก่อร่างขึ้นใหม่ ได้สาบสูญความหมายดั้งเดิมของมันลงสิ้น แต่ก็สร้างความหมายใหม่ขึ้นมา เราไม่อาจบอกได้อีกแล้วว่านี่คือชิ้นส่วนขอ STROMBOLI ของL'AVENTURA ของ LA NOTTE  มันกลายเป็นสิ่งใหม่ ความทรงจำใหม่ซึ่งไหลทับใบหน้าเดิมของความทรงจำเดิม สุดท้ายมันก็สร้างข้อเท็จจริงใหม่ ความทรงจำใหม่ และการหลงลืมชนิดใหม่ขึ้นในเรา

 

กล่าวสรุปได้ว่า ภาพยนตร์คือประดิษฐกรรมแห่งความทรงจำ ในขณะเดียวกันมันก็คือหลักฐานเชิงประจักษ์ แห่งการหลงลืม (ในที่นี้ -I FORGOT THE TITLE ยิ่งร้ายกาจกว่าด้วยการหลงลืมกระทั่งชื่อของมันไป )

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แจ่มแจ้ง ครับ

#1 By hovelvideo on 2009-11-22 22:49

ยังอ่านไม่หมดเลยsad smile

แต่น่าสนใจมากค่ะ
จะรีบกลับมาอ่านต่อ big smile
Hot!

#2 By iMagaZiin3+ on 2009-11-23 01:51

ภาพจากหนังงามและแ่ฝงสเน่ห์มากๆ

น่าลองดูครับ ยิ่งได้อ่านที่พี่เขียนแล้ว big smile

#3 By Seam - C on 2009-11-23 12:42

เสียดสีความเป็นจริงสุดๆquestion

#4 By mmc on 2009-11-23 17:36

thanks !! seem svery nice text !! even if I used google translation whitch is so poetic and experimentalsurprised smile

#5 By christelle Lheureux (93.16.93.189) on 2009-12-13 18:07