บทความชิ้นนี้เปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของหนัง



ไทอยู่ในคุกแต่ยังทำงานให้ป๋าชิน

เขาเคยเป็นตำรวจติดคุกเพราะเกี่ยวข้องกับคดีค้ายาและดันยิงตำรวจตาย หากในคุกเขายังคงทำงานให้ป๋า ซึ่งเป็นนายตำรวจรุ่นพี่ที่เคยช่วยเหลือเขามาตั้งแต่วัยรุ่น เขาคอยเก็บกวาดคนตามใบสั่งโดยไม่ให้ใครรู้  หวังว่าหลังจากออกจากคุก เขาจะล้างมือจากวงการแล้วออกไปใช้ชีวิตสงบๆกับน้อย แฟนสาวที่เปิดร้านทำผมรอคอยเขาอยู่

 

ข้างนอกคุก กรุงเทพกำลังช๊อคกับคดีฆาตกรรมกระเป๋าแดง ฆาตกรฆ่าคน เลือกเหยื่อเฉพาะผู้ชาย ตัดอวัยวะเพศของเหยื่อ หั่นศพ แล้วยัดลงกระเป๋าเดินทางสีแดงใบใหญ่ เอาไปทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ  คดีระทึกขวัญ ที่ไม่อาจหาความเชื่อมโยงใดๆระหว่างผู้ตายได้เลยแม้แต่น้อย เว้นแต่ว่า กระเป๋าเดินทางสีแดงใบใหญ่ ที่ใหญ่จนพอจะใส่คนเข้าไปได้นี้ปรากฏอยู่ในห้วงฝันของไทมาตลอดหลายปีจนเขา ต้องปรึกษาจิตแพทย์ประจำคุก  แม้ตอนแรกจะถูกเข้าใจว่าเป็นเพียงข้ออ้างโง่ๆ ที่จะออกจากคุก  จนกระทั่งเหยื่อรายล่าสุดเป็นลูกชายท่านรัฐมนตรีที่ถูกสังหารโหด ระหว่างการร่วมกิจกรรมเซกส์หมู่ ป๋าชินก็ถูกบีบให้จับฆาตกรให้ได้ภายใน 15 วัน ทางเลือกไม่มากบีบให้ ป๋าชินต้องเอาไท ออกจากคุก เพื่อตามหาตัวฆาตกร โดยใช้หลักฐานเดียวที่มีนั่นคือ ‘ความทรงจำ'

 

ไทในวัยเด็กอาศัยในหมู่บ้านชนบท เขามีเพื่อนคนหนึ่งชื่อนัท เด็กหนุ่มขี้แหยที่ถูกเพื่อล้อว่าเป็นตุ๊ด นัทถูกพ่อลงไม้ลงมือเป็นประจำ มีโรคลมชักติดตัวและถูกแกล้งเสมอๆ ความสัมพันธ์รักชังของทั้งคู่จบลงเมื่อนัทหายออกไปจากหมู่บ้าน ในคืนหนึ่งที่เกิดคดีฆาตกรรมเหี้ยมโหด ไทปักใจเชื่อว่านัทคือฆาตกร และตัดสินใจเดินทางกลับไปบ้านเก่าเพื่อตามหาตัวเพื่อนเก่า ซึ่งเขาคงไม่คาดคิดว่าทั้งหมดจะฉุดดึงเขาเข้าสู่เรื่องราวลึกลับดำมืดในอดีต ที่จะทำลายทุกสิ่งที่เขาเคยมีหรือคิดว่าเคยมี

 

ภาพยนตร์หมายเลข 4 ของก้องเกียรติ โขมศิริ หรือถ้าจะกล่าวให้ถูกต้องคือภาพยนตร์ฉายเดี่ยวเรื่องที่สอง(เนื่องจาก ในลองของทั้งสองภาค ก้องเกียรติ ทำร่วมกันกับเพื่อนๆในกลุ่มชื่อ RONIN TEAM) หลังจากหนังยาวเรื่องแรกที่ได้รับคำชมแต่ไม่ทำเงิน เรื่องความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนบนเส้นทางมวย ใน ไชยา  กลับมาครั้งนี้ก้องเกียรติยังคงวนเวียนอยู่ในโลกมืดของมนุษย์ เฉกเช่นเดียวกับลองของ เขาพาผู้ชมดิ่งลึกลงไปในสังคมไทย ทั้งบ้านนอกและในเมืองที่ซึ่งมีด้านมืดคลี่คลุมอยู่เสมอมา

 

หนังเดินเรื่องอย่างเข้มข้นในรูปรอยของหนังฆาตกรต่อเนื่อง ไทกลับไปบ้านพร้อมกับรื้อฟื้นความจำช่วงวัยเด็กของเขากับนัท นัทไม่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน แต่เขาเฝ้าคอยติดตามไทเสมอ  และนั่นทำให้ไทต้องเผชิญเรื่องยุ่งยากเพราะเขาต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเด็กหัวโจกที่มี หรั่งเด็กลูกครึ่งนิโกร และต๊อกลูกกำนันผู้มีอิทธิพล  แม้ลึกๆแล้วเขาอยากเป็นเพื่อนกับนัท แต่มันก็มักลงเอยด้วยการที่เขาต้องทำร้ายนัทเพื่อพิสูจน์ตัวเองอยู่เสมอ แต่นัทไม่เคยโกรธไท  กระทั่งว่านัทถูกไทสั่งให้ไปแกล้งอาจารย์จนทุกอย่างลงเอยอย่างสกปรกโสมม เขาก็ยังคงยอมทุกอย่างเพื่อไท 

 

ไทถามหานัทกับเพื่อนเก่า หรั่งตอนนี้กลายเป็นสจ. หรั่ง ส่วนไอ้ต๊อกกลายเป็นคุณโต๊ดลูกชายท่านรัฐมนตรีกลายเป็นเหยื่อรายหนึ่งทั้งหมดนำเขาเข้าไปใกล้ความจริงมากขึ้น ว่าฆาตกรย่อมคือนัท และการฆาตกรรมของนัทล้วนมีขึ้นเพื่อนสื่อสารกับเขาโดยตรง 

 

นัทจึงเป็นเหมือนกระจกของไท เมื่อทุกอย่างคลี่คลายไทพบว่าการฆาตกรรมของนัท เป็นไปเพื่อหยุดเขาจากการตกลงไปสู่โลกดำมืดของสังคมกินคน   หากไทเป็นเพศชายในสังคมชายเป็นใหญ่ นัทคือเพศหญิงที่ถูกกรระทำจากระบบสังคมเช่นนี้ ทั้งครอบครัว(พ่อ) โรงเรียน (ครู) กลุ่มเพื่อน รวมไปถึงรัฐ (ที่มาในรูปของตำรวจ) ที่เจ็บปวดคือการทวงแค้นของนัทไม่ได้เป็นไปเพื่อการเอาคืนสังคม เธอมีเป้าประสงค์เพียงประการเดียวคือการยับยั้งไม่ให้ไทกลายเป็น ‘พวกนั้น' ด้วยการเตือนให้ไทตระหนักถึงความระยำตำบอนของพวกมัน

 

เราอาจมองผิวเผินได้ว่าเฉือนคือหนังที่ว่าด้วยความชั่วร้ายในวัยเด็กได้ผลิตปีศาจขึ้นมา หนังให้เหตุผลรองรับค่อนข้างแน่นหนา หรืออาจมองว่าหนังแสดงภาพด้านมืดของสังคมไทยชนบท (แบบเดียวกัยที่ลองของเคยเช่นจนคนดูขนลุกกันเป็นแถบๆ)  ชนบทอันดูเหมือนสงบงดงาม เพื่อนวัยเด็กแบบตัวละครในแฟนฉัน ถูกตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยการฉายภาพที่แฟนฉันไม่ได้แสดงไว้นั้นคือ เรื่อของการกลั่นแกล้งเด็กอื่นๆซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่มีอยู่จริง   อย่างไรก็ตาม หนังเลือกใช้เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็ภาพจำลองของประเด็นที่หนักแน่นและลึกซึ้งกว่านั้นมาก

 

เลยพ้นไปจากการฆาตกรรมโรแมนติคอันคือเส้นเรื่องหลักของหนัง ก้องเกียรติวางปมตัวละครไว้แนบเนียน เพื่อสะท้อนแนวคิดปิตาธิปไตย เหยื่อของนัท ล้วนแล้วแต่เป็นพวกผู้ชายที่แนวคิดชายเป็นใหญ่ ทั้งพ่อที่ข่มขืนลูก ฝรั่งรักเด็ก(ชาย) ลูกรัฐมนตรีที่เกลียดเกย์ (แต่เป็นเกย์ซ่อนแอบ) หรือครูที่ชอบล่วงละเมิดทางเพศเด็ก  เพศชาย (นอกจากไท) ล้วยกดขี่ทำร้าย ในวัยเด็กของนัท นอกเหนือจากไท เพื่อนคนเกียวที่เขามีคือเจ๊หวี เจ้าของร้านชำท้ายหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ในสถานะต่ำสุดด้วยเรื่องทางกายภาพ เพราะเจ๊หวีเป็นโรคท้าวแสนปม จนเป็นที่หวาดกลัวของเด็กๆทั้งหมู่บ้าน  พื้นที่ของเจ๊หวี จึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยแห่งเดียวของนัทซึ่งต่อมาเป็นของไทด้วย

 

ร่างกายและพื้นที่ถูกเน้นย้ำตลอดการดำเนินเรื่อง  จะว่าไปแล้วนี่คือหนังที่มีตัวละครแต่งตัวจัดจ้านมากที่สุดเรื่องหนึ่ง หนังเน้นความแปลกประหลาดเชิงกายภาพนี้อย่าชัดเจน ตัวละครป๋าชินย้อมผมสีขาวเจิดจ้า หนักข้อมากขึ้นเมื่อน้อยย้อมผมสีทอง และกับรอยสักของไท ซึ่งสักรูปกระดูกสันหลังไว้ที่กลางหลังและสักรูปหัวใจไว้ที่อกข้างซ้าย คล้ายกับการเผิดเผย อวัยวะภายในออกมา เปิดเปลือย ‘หัวใจ'และ ‘ไขสันหลัง'ต่อหน้าทุกคน ในขณะที่น้อย กลับ ‘ปกปิดตัวเองผ่านทางการ ศัลยกรรม พิจารณาว่าไท เอาอวัยวะภายในไออกมาข้างนอก น้อยกลับเอาอวัยวะภายนอก (ลึงค์) กลับเข้าข้างในผ่านทางการผ่าตัดแปลงเพศ น้อย ไท  และ เจ๊หวี จึงคือการประกาศตัวของ ร่างกาย อันผิดแบบแผน  ร่างกายอันไม่พึงประสงค์ (ในกรณีของน้อย และเจ๊หวี) ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเปรียบเทียบมันเข้ากับประเด็นพื้นที่ ความคลุมเครือในเรื่องนี้จะคลี่คลายมากขึ้น

 

เราอาจตัดแบ่งพื้นที่ในหนังได้เป็นสามส่วนตามรูปแบบการถ่าย และจัดองค์ประกอบศิลป์ในหนัง  เริ่มต้นจากกรุงเทพ พื้นที่ที่หนังถ่ายออกมาอย่างดิบเถื่อน ด้วยฟลิ์มเกรนแตก ไฟสีฉูดฉาด และการจัดองค์ประกอบภาพหรือการเลือกเฟรมภาพ ที่ขับเน้นความเสื่อมโทรมของกรุงเทพ ให้กลายเป็นเมืองโสมมโดยสมบูรณ์ ภาพ สี และสิ่งที่หนังจ้องมอง มักทอดตาไปในสถานที่ปรักหักพัง (โดยมากคือที่เกิดเหตุฆาตกรรม) คุก  กระทั่งร้านเสริมสวยของน้อย ก็สามารถสอดส่องได้จากตึกร้างซึ่งไทเคยก่อเหตุที่นั่น

 

ต่างจากพัทยาและแผ่นดินเกิดของไทซึ่งหนังถ่ายทำตามธรรมชาติ  ไม่เน้นการจัดแสงหวือหวาแต่อย่างใด

 

หากยังมีพื้นที่พิเศษ ที่หนังเลือกถ่ายทำอีกแบบนั้นคือในอาณาบริเวณของเจ๊หวี ในบริเวณเรือสวนไร้นาท้ายหมู่บ้าน ร้านชำ ห้องตะปุ่มตะป่ำของเจ๊หวี ไปจนถึงโรงเก็บมันร้าง สถานที่หลบภัยของไทกับนัท ทั้งหมดกลับถูกถ่ายทำ จัดองค์ประกอบภาพ กระทั่งเซตฉากขึ้นมาใหม่อย่างเหนือจริง ซึ่งในที่นี้หมายรวมไปถึงหลอกตา ดูปลอมๆ หลุดออกจากหนังทั้งเรื่อง ท้องทุ่งที่คนทั้งสองเล่นว่าว (ว่าวและเรือสังกะสี แทนค่าความหมายเรื่อเพศในหนังได้อย่างแนบเนียน) กระทั่งฉาหนึ่ง หนังถึงกับถ่ายภาพใบไม้ลอยลมโลดไปบนท้องทุ่งแห่งนั้น กล่าวโดยสรุป พื้นที่นี้คือ พิ้นที่เชิงจินตนาการของไทกับนัท  พื้นที่ในจินตนาการดังกล่าวถูกเน้นย้ำในช่วงท้ายเมื่อนัทพูดถึง ‘ที่นี่' และ ‘ที่นั่น' ที่นี่ (พื้นที่ในจินตนาการอันดูหลุดโลกเหนือจริง) คือพื้นที่เดียวที่เป็นจริงของเธอ ขณะที่ไท เห็นพื้นที่ข้างนอกเป็นความจริง และพยายามจะไปจากที่นี่ ไปสู่ที่นั่นซึ่งสุดท้ายถนนชีวิตก็ทอดพาพวกเขาไปจบที่เมืองโสมมอย่างกรุงเทพ

 

หากร่างกายคือพื้นที่ของวิญญาณ ที่นี่ ของนัท จึงคือจิตวิญญาณของหญิงในร่างชาย เป็นพื้นที่ทางจินตนาการเดียวที่เขาเห็นว่าจริง การกลายร่างไปเป็นหญิง จึงเป็นเพียง ที่นั่นของนัท ขณะที่ที่นั่นของนัท คือที่ที่ไทพยายามทำให้เป็น ‘ที่นี่' ด้วยการทีเขายอมควักหัวใจ และไขสันหลังมาไว้ข้างนอกเพื่อสังเวย ในทางหนึ่งเท่ากับไทพยายามจะทำให้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของที่นั่น ด้วยการสลายร่างดั้งเดิมของตน ในทางหนึ่งรอยสักก็เพิ่มความเป็นชาย ซึ่งคือ ‘ที่นั่น'ที่แท้ที่ไทต้องการไปถึง การกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกชาบเป็นใหญ่ โลกซึ่งคลี่คลุมความถูกต้องทั้งหมด ขับเคลื่อนทุกระบบบนโลก

 

ความหมายของพื้นที่ถูกเน้นย้ำอีกครั้งเมื่อหรั่งเพื่อนเก่าของไทย บอกกับเขาว่าพื้นที่ของเจ๊หวีเป็นที่เดียวที่ไม่ยอมขาย พื้นที่ของเจ๊หวี ตอกย้ำความหมายของพื้นที่ในจินตนาการที่ยังคงบริสุทธิ์ไม่แปดปื้อนมือของการพัฒนา  ซึ่งแน่นอนมันคือผลผลิตหนึ่งภายใต้กรอบคิดแบบปิตาธิปไตย

 

น้อย (นัท)จึงเป็นด้านกลับของไท ในทางหนึ่ง หากไทคือคนที่สับสน(ทั้งทางเพศ และ ทางความคิด) น้อบคือด้านผู้หญิงของไทผู้ซึ่งต้องการจะเป็นผู้ชาย (แน่นอนว่านี่เป็นการอุปมาโง่ๆของผูเขียนเองภายใต้กรอบคิดแบบทวิลักษณ์ ซึ่งใช้ไม่ได้จริง) น้อยกับไท คือภาพแทนของภาวะการติดอยู่ตรงกลางซึ่งพร้อมจะร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดไม่ว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง เว้นแต่จะเจิดจ้าด้วยความรักซึ่งยืนอยู่บนการฆ่าอันโหดเหี้ยมอีกทอดหนึ่งเพียงชั่วครู่ การฆ่าน้อยของไทในฉากจบไม่ใช่การทำลายตัวน้อย แต่คือการที่ไทกลายเป็นน้อยไปโดยสมบูรณ์การฆ่าจึงมีสถานะคล้ายการศัลยกรรม หรือการสัก  มันคือการรื้อสร้าง ที่นั่นกับที่นี่  ในที่สุดไทก็กลายเป็นน้อยในทางวิญญาณ

 

หากทั้งหมดที่ว่าไปนั้นอาจยังคงเป็นการตีความที่ออกจะคลุมเครือและโรแมนติคมากไป  เพราะในอีกทางหนึ่งเราอาจกล่าวไปได้ไกลกว่านั้นเมื่อนำการตีความทั้งหมดที่ได้กล่าวไปแล้วมาเสริมทับกับประเด็นทางการเมืองในหนัง (ซึ่งอาจเป็นการตีความที่พ้อเจ้อกว่า หากสอดรับกันได้ ในทางโครงสร้างอย่างยิ่ง) ซึ่งหากจะกล่าวไปแล้ว นี่คือหนังที่ซ่อนนัยยะการเมืองยุคเหลืองแดงได้อย่างคมคาย จนสามารถนำมาฉายต่อเนื่องกันกับ กอด(คงเดช จาตุรันต์รัศมี) และ ท้าชน( ธนกร พงษ์สุวรรณ) เพื่อแสดงภาพของการเมืองไทยหลังนับจากหลังรัฐประหารตามลำดับเวลาของหนังเลยทีเดียว

 

เริ่มที่ไท  นี่เป็นอีกครั้งที่ตัวเอกของหนังไทย มีชื่อที่ชวนตระหนักให้คิดถึง ประเทศไทย (ตัวเอกในกอดชื่อ ขวาน ในท้าชน ชื่อ ไท ) หากไท คือ ไทย คนไทย ประเทศไทย หรืออะไรก็แล้วแต่ ชื่อที่น่าสนใจกว่าย่อมคือป๋าชิน เพราะนี่คือการผนวกเอา ‘ป๋า' กับ ‘ชิน' สองขั้วตรงข้ามสำคัญของการเมืองไทยร่วมสมัยมาไว้ในตัวคนคนเดียว ยิ่งเมื่อป๋าชิน เป็น ‘ตำรวจ' ที่ ‘ผมขาว' มันก็ยิ่งแนบเนียนขึ้น ที่หนักข้อไปกว่านั้นคือป๋าชิน ยังชอบสวมชุดขาวอีกด้วย  ป๋าชิน ควบสองอัตลักษณ์ในหารเป็นทั้งตำรวจและโจร (หรือทั้งป๋าทั้งชิน) ป๋าชิน จึงเป็ฯกระจกสะท้อนตัวละครอีกตัว นั่นคือน้อย  

 

พิจารณาว่า น้อย คือนัท และน้อยคือ ‘ ฆาตกรกระเป๋าแดง'  แต่ในขณะเดียวกันตลอดเวลาน้อยก็สวมวิกผม รืยอ้มผมเป็นสีเหลืองทอง กล่าวอย่างง่าย น้อยสีเหลืองอยู่กับไทในปัจจุบันที่กรุงเทพ ส่วนน้อยสีแดงอยู่กับไทในอดีตที่บ้านเกิดชนบท  

 

กล่าวอย่างง่าย ทั้งน้อย และป๋าชินคือตัวแทนของ สองอัตลักษณ์ในร่างเดียว คู่ขั้วตรงข้าม (ชาย-หญิง เหลือง-แดง การเมือง(ป๋า-ชิน)กับความเป็นกลาง(เสื้อขาว) ) ไม่ว่าอย่างไรทุกความขัดแย้งคือสองหน้าของเหรียญเดียวทั้งสิ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ที่แท้หมุนอยู่รอบตัวของไท(ย)!

 

แม้เอาเข้าจริงตอนนี้เราไม่อาจแยกเหลืองแดงด้วยชนชั้นอย่างง่ายๆได้ (แน่นอนนี่คือรูปแบบหนึ่งของผลผลิตจากการคิดเชิงทวิลักษณ์ ที่ครอบงำสังคมอยู่) แต่ เฉือนกลับฉายภาพเจ็บแสบด้วยการให้เหลืองและแดงปรากฏอยู่ในอัตลักษณ์ของคนคนเดียวกัน และทั้งเหลืองและแดงที่แท้เป็นแค่เปลือกที่น้อยหยิบมาสวมใส่ (ซึ่งการเป็นกะเทยแปลงเพศ ทำให้การควบอัตลักษณ์ของน้อยเด่นชัดขึ้น) ในการต่อสู้ (อย่างเหี้ยมโหด)ต่อระบบทั้งมวลที่ครอบงำชีวิตของคนทั้งคู่ (หรือครอบงำประเทศไทย) ระบบครอบครัวแบบพ่อเป็นใหญ่ ระบบการศึกษา เลยเถิดไปถึงระบบรัฐ มองอย่างโรแมนติค ไม่ว่าจะน้อยเหลืองหรือน้อยแดง ต่างอ้างอิงวาทกรรม ‘สู้เพื่อไท'ไปเสียทั้งคู่

 

หากร่างกายของไทคือตัวแทนของคนไทยที่พลีกายเอาหัวใจออกข้างนอกเพื่อแสดงความรักชาติ น้อยก็เป็นตัวแทนของสิ่งซึ่งถูกปกปิดกดทับไว้ ร่างกายใต้มีดหมอของน้อยเป็นเสมือน ความคับแค้นที่แท้จริงของสังคมซึ่งถูกจับมาวางไว้ใต้เปลือกกลวงๆของเหลือง หรือแดง

 

 แต่เอาเข้าจริงเหตุการณ์ทั้งหมดที่ดำเนินมาจนถึงจุดนี้ได้ทั้ง น้อยเหลือง น้อยแดง และไท ล้วนเป็นเพียงหมากในเกมของ ‘ป๋าชิน' ทั้งสิ้น ป๋าชินควบคุมเรื่องมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เหตุการณ์แรกของกระเป๋าแดง (การที่ไทจับนัทใส่กระเป๋าแดงไปสังเวยฝรั่งเป็นครั้งแรกที่ทำให้เขาได้พบกับป๋าชิน)  ป๋าชินเป็นคนสร้าง ฆาตกรกระเป๋าแดง (โดยที่ไม่ได้รู้ตัว)ขึ้นมา จนเมื่อฆาตกรกระเป๋าแดงลุกมาทวงแค้น ป๋าชินก็ต้องวิ่งไล่จับกรรมที่ตัวเองก่อไว้ ยิ่งการฆ่าของน้อย คือการทำลายความเป็นชาย และเหยื่อล้วนเป็นคน ‘ชนชั้นปกครอง' คนที่มีต้นทุนทางสังคมสูง มันยิ่งชัดเจนว่าการฆ่าของน้อยเป็นการฆ่าเพื่อทวงแค้นทางสังคม (ซึ่งนี่ทำให้ฉากการสังหารหมู่ในหนังหลุดออกจากเรื่อง อ่านเพิ่มเติมประเด็นนี้ได้ในลิงค์ของมาดาม MdS  ที่นี่ครับ http://celinejulie.blogspot.com/2009/10/slice-2009-kongkiat-komesiri.html  )  

 

ฉากจบของหนังในโรงเก็บมันของเจ๊หวี จึงเป็นฉากสำคัญยิ่ง ในฉากนั้นน้อยประกาศตัวว่า อย่างพวกมันต้องเจอกับตัวประหลาดอย่างฉัน คำตัวประหลาดในฉากนี้มีความหมายหมิ่นเหม่ยิ่ง เพราะในทางหนึ่งมันแสดงทัศนะของผู้กำกัยที่ยังมองน้อย (กะเทยแปลงเพศ ฆาตกรโรคจิต) ในฐานะตัวประหลาด (ดูวิสาทะเรื่องนี้ได้ในบลอกของ มาดามMdS ตามลิงค์ด้านบนครับ ) แต่ในอีกทางหนึ่ง การกลายเป็นตัวประหลาดของน้อยกลับเป็นเรื่องน่าเจ็บปวดอย่างยิ่ง เพราะในสังคมปัจจุบันนี้ อะไรจะเจ็บปวดไปกว่าการทำลายฝ่ายตรงข้ามโดยการทำให้เป็นตัวประหลาดอีกเล่า (เฉกเช่นที่แดงและเหลืองกระทำต่อกัน) และมันยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นไปอีกหากอีกฝ่ายถึงขั้นเชื่อจริงๆว่าตัวเองเป็นตัวประหลาด  และยิ่งหนักข้อมากขึ้น เมื่อสุดทางของสิ่งนี้คือการลุกขึ้นทวงแค้นของ ‘ตัวประหลาด' เราเห็นแล้วในหนัง และหวังว่าวาทกรรมตัวประหลาดในสังคมจริงๆจะไม่ลงเอยด้วยการทำให้คนที่ถูกทำให้เป็นตัวประหลาดลุกขึ้นมาทวงแค้นจริงๆ   

 

กลับมาที่ฉากจบ ในพื้นที่ทางจินตนาการของเจ๊หวีนี้เอง ก้องเกียรติเสนอทางเลือกให้กับไท (คนไทย) การฆ่าน้อย หรือกล่าวให้ง่าย การทำลายวาทกรรมทั้งเหลืองและแดง เพื่อหันมาเผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริง คือรัฐ และระบบต่างๆ ที่กำลังมาในรูปของขบวนรถตำรวจไกลๆในฉากจบ คือทางออกที่แท้จริงของไท (ไทย) น้อยอาจทำลายได้ทั้งป๋าทั้งชิน แต่ระบบใหญ่ซึ่งครอบงำสังคมนี้จะไม่ถูกทำลายลง การทำให้ไท ตื่นจากมายาคติแบบชายเป็นใหญ่ ยับยั้งไทไม่ให้กลายเป็น ‘หนึ่งในพวกมัน' พวกคนที่จะไหลเข้าไปเป็นแขนขาของระบบจึงคือภารกิจของน้อย

 

แต่....

 

ทั้งฉากนี้เกิดขึ้นได้เพียงในพท้นที่ทางจินตนาการของเจ๊หวีเท่านั้น  กล่าวอย่างง่าย ทางออกทั้งหมด อาจจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราได้อยู่ในพื้นที่ดั้งเดิม พื้นที่ของการเกษตร พื้นที่ซึ่งไม่ถูกรุกคืบจากการพัฒนาให้เป็นเมือง ให้เป็นสินทรัพย์ ซึ่งหนังแสดงด้วยภาพแล้วว่ามันอาจเป็นเพียงเรื่องเพ้อเจ้อเท่านั้นเอง

 

 

ไม่ว่าทั้งหมดที่กล่าวไปจะเป็นเพียงความเพ้อเจ้อเฉพาะบุคคลของผู้เขียนหรือไม่ก็ตาม เฉือนได้ทำหน้าที่ของมันอย่างน่าสนใจยิ่ง หากเรามองข้ามประเด็นทางการเมือง หรือนัยยะเชิงจิตวิทยาอันหนักหน่วง เฉือนคือก้าวที่น่าจับตามองอย่างยิ่งของก้องเกียรติ โขมศิริ หนังเรื่องนี้อาจไม่ประสบความสำเร็จทางรายได้มากนัก แต่ในแง่ของผู้ชม เรียกได้ว่าก้องเกียรติ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการทำหนังที่หนักแน่นดูสนุกและเต็มไปด้วยนัยยะซ่อนเร้น (แม้จะมีที่ติตรงที่เขาไม่สามารถควบคุมการแสดงของนักแสดงหลายๆคนได้ดีนัก)  โดยไม่ต้องสงสัย เฉือน ค่อยๆเฉือนผู้ชมอย่างช้าๆและแนบเนียนยิ่ง และนับเป็นหนังในระบบเรื่องสำคัญของผมประจำปีนี้เรื่องหนึ่งทีเดียว

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot! Hot! Hot!

#2 By patz'h on 2009-11-01 01:10

อ่านคร่าวๆแล้ว...แล้วก็เพิ่งคิดได้ว่า ไม่น่าอ่านเลย sad smile

แต่ยังไงก็(คง)จะไปดูค่ะ ดูจบแล้วจะมาแสดงความคิดเห็นด้วยนะคะ
เขียนด้านบนว่า Spoil ด้วยดีไหมครับ?
ส่วนตัวผมว่าเป็นเนื้อหาที่ดีมาก แต่มีการเผยเนื้อหาบางส่วนที่อยู่นอกเหนือจาก Trailer มาระดับหนึ่งเลยครับ
ไม่กล้าอ่าน..ขอไปดูก่อนนะครับ แล้วจะกลับมาอ่านใหม่ sad smile

#6 By NAL'S KAMU on 2009-11-01 04:39

ตอบทุกท่านเรื่องสปอยล์

ผมเขียนไว้ที่บรรทัดแรกของบทความแล้วนะครับ big smile

#7 By filmsick on 2009-11-01 08:02

ประเด็นพื้นที่ในเรื่องนี้น่าสนใจนะครับ ทำเอาหนังเรื่องนี้ได้อารมณ์กึ่งจริงกึ่งฝันเลยทีเดียว

ส่วนตัวผมว่าบทพลาดไปนิดในช่วงท้าย ที่ตัวละครเก่งเกินไปจนผมทำใจเชื่อไม่ได้

#8 By NextLife Records (58.9.170.122) on 2009-11-01 08:45

Hot! Hot! Hot!

#9 By chubby on 2009-11-01 09:55

เค้าก็เขียนอยู่ว่าเปิดเผยเนื้อหาของหนัง

อ่านให้ละเอียดหน่อยสิครับ

#10 By 000 (118.174.9.205) on 2009-11-01 11:18

ยังไม่ได้ดูเลย แต่อ่านแล้ว อยากดูมากๆ
surprised smile

#11 By WYWY on 2009-11-01 11:47

ไทไม่ได้จับนัทยัดกระเป๋านะครับ
ตอนพวกกุ๊ยลากกระเป๋ามา มันยังว่างอยู่

#12 By Oakyman (124.122.163.71) on 2009-11-01 12:05

เรื่องนี้ไม่ค่อยชอบตอนจบที่ดูยืดยาวไปหน่อย
ชอบไชยามากกว่า
แต่ก็ยังถือว่าเป็นหนังที่ดีครับ

#13 By Oakyman (124.122.163.71) on 2009-11-01 12:06

Hot! Hot! Hot!

#14 By SkyKiD on 2009-11-01 12:57

ตอนดูไม่ได้ค่อยได้คิดอะไรเท่าไหร่ค่ะ
อ่านแล้วเลยพบว่าเป็นหนังที่แฝงประเด็นไว้มากมายจริงๆ
ดีใจที่มีคนหยิบยกเรื่องนี้มาเขียนถึงแบบยาวๆ ขอบคุณนะคะ

Hot! Hot! Hot!

#15 By NOOPLOY^-^ on 2009-11-01 13:10

Hot! Hot! Hot!

#16 By eak early : เอกเช้า on 2009-11-01 14:31

Hot! Hot! Hot!
เยี่ยมครับ ชอบเืรื่ืองนี้เหมือนกัน
ไม่อยากให้หนังไทยชนกันเอง แล้วกลบอีกเรื่องsad smile

#17 By サトル [[ I'm satoru. ]] on 2009-11-01 17:05

สุดยอดครับ
อ่านแล้วอยากดูอีกรอบ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#18 By นายแอปเปิ้ล on 2009-11-01 17:41

ไม่ได้อยู่เมืองไทย กว่าจะได้ดูคงต้องรอลงแผ่น...

#19 By kitt on 2009-11-01 18:02

น่าสนมากครับ หนังแบบที่นานๆจะมีคนไทยทำที
Hot! Hot!

#20 By TopGorezilla on 2009-11-01 18:34

อ่านแล้ว..

อยากดูมากก !!
Hot! Hot! Hot!

แฝงอะไรไว้เยอะจริง ๆ

#21 By iMagaZiin3+ on 2009-11-01 19:22

Hot!

#22 By anonymouz on 2009-11-01 21:36

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เป็นหนังที่ผมว่า ไม่เสียดายตังที่ไปดูเลยล่ะครับ

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหนังที่ไม่ใช้หนังตลอดก็ตาม
ผมว่าเรื่องนี้คุ้มกว่า มหาลัยสยองขวัญอีกนะครับ

ปล ตอนจบร้องไห้เลยอ่ะ ฮ่าๆ

#23 By aishiix7 on 2009-11-01 21:40

อยากดู
เหมือนกันคะ

แต่ ไม่มีคนไปดูเป็นเืพื่อน

ดูคนเดียว คงไม่เป็นไร(มั้ง)

#24 By hermoilz on 2009-11-01 22:28

Hot! Hot! Hot!

ตั้งใจจะไปดูอยู่แล้วล่ะคะ
ยิ่งได้มาอ่านแบบนี้ยิ่งน่าสนใจค่ะ

#25 By chocolateto on 2009-11-01 22:56

ม่ายย cry

Hot! Hot! Hot!

#26 By .. * Ar๋tist ♥ on 2009-11-01 23:18

หนังยอดเยี่ยมจริงๆครับ เรื่องนี้

#27 By Nat tHe cHamp on 2009-11-01 23:29

อ่านแล้วหนักมากเลย
ต้องลองไปดู

#28 By ohyoyoo on 2009-11-01 23:52

ทำให้อยากไปดูกับตาตัวเองมากขึ้น เอาดาวไปHot!
Hot!

#30 By -- กำพล -- on 2009-11-02 01:45

เรื่องนี้สุดยอดไปเลยครับ
ไปดูมาแล้ว
เจ๋งมาก!!!

เอาไปเลย สิบกะโหลก !!!!


ชอบครับ สุดยอด!!!

#31 By appjit on 2009-11-02 02:02


แต่เราคิดตรงข้ามนะ

หนังใส่ระบบสัญญะมากเกินไป

จนดูแล้วสัญญะมันไม่เชื่อมโยงกัน

(เฉพาะเราละมั้งค่ะ)

แต่ก็นะ...อยู่ที่คนดูจะตีความแบบไหน

โดยรวมการใช้มุมกล้องคล้ายกับหนังฝรั่งมากจนดูเหมือนไม่มีเอกลักษณ์ซะอย่างนั้น

แต่ก็เป็นหนังที่เทคนิคแต่งหน้าดีเรื่องหนึ่งทีเดียว

#32 By Ins0mniac on 2009-11-02 02:41

Hot! Hot! Hot!

#33 By น้ามชา on 2009-11-02 09:57

ตั้งใจแล้วว่าจะหนีแฟนไปดูพรุ่งนี้แล้วจะกลับมาอ่านครับ

#34 By Seam - C on 2009-11-02 10:03

หนังมันซ่อนอะไรไว้เยอะขนาดนี้เชียวหรือ นึกว่าตัวเองกำลังดูดาวินชี่โค้ด

บอกตามตรง วิเคราะห์ได้สุดยอดมาก เรื่องแบบนี้คนกระด้างแบบผมคงทำไม่ได้

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#35 By เสกเรนเจอร์ on 2009-11-02 10:17

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

โอโห วิเคราะห์ได้ลึกมาก
คิดไม่ถึงว่าหนังมันจะมีนัยซ่อนได้ถึงขนาดนี้

ไปดูมาแล้วก็คิดว่าเป็นหนังดีอีกเรื่ืองนึงของปีนี้
แต่่พอมาอ่านที่นี่แล้ว เฮ้ย มันยิ่งกว่าดีอีก

แบบนี้น่าเชียร์ให้คนไปดู

#36 By sneaky nymph on 2009-11-02 11:14

Hot!

#37 By kikuno on 2009-11-02 11:50

ไม่กล้าดู

เรื่องนี้เห็นพรีวิวหนังแล้วสยอง*ปิดตา

#38 By walkerou on 2009-11-02 17:36

ว่าจะไปดูเรื่องนี้

ก็เลยไม่อ่านคับ

ดูแล้วค่อยมาอ่านใหม่ดีกว่าconfused smile

#39 By 7 days ago on 2009-11-02 20:10

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#40 By dP on 2009-11-02 22:43

Hot! อ่านจบแล้วยิ่งอยากดูเข้าไปใหญ่เลยค่ะ big smile

#41 By Na - th (นัท) on 2009-11-03 18:45

ผมเพิ่งกลับมาจากดูครับ

หากไม่กล่าวถึงประ้เด็นการเมือง (ที่ผมยังมองไม่เห็น) แล้วผมว่าเฉือนคือหนังที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งที่ผมเคยดูมา

ผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้คล้ายกับการ์ตูนเรื่อง "Monster" ที่ว่าถึงความสำคัญและการมีอยู่ของ "ตัวตน" อันเป็นสิ่งหนึ่งในความต้องการของมนุษย์ได้อย่างคมคาย แต่เหนือชั้นกว่าด้วยความเป็นทิลเลอร์ที่ทำเอาผมขนลุกตลอดเวลาและการอาบหนังทั้งเรื่องไว้ด้วยความโรแมนติก

แค่ความเป็นทิลเลอร์เคลือบโรแมนติกก้เอาผมตายได้แล้ว

และผมก็ชอบด้านมืดของหนังมากๆครับ มันดูเลวร้ายแต่กลับมาเสน่ห์ให้หน้าค้นหา หรืออาจเพราะผมเห็นมันในฐานะเพศชายเป็นใหญ่ ที่เห็นตัวสำคัญกว่าสิ่งใด?

ฉากจบทำเอาผมเสียสติไปเลย ซึ่งยังคงน้ำตาไหลอยู่ถึงตอนนี้

บทความนี้สุดยอดมากครับ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#42 By Seam - C on 2009-11-04 01:28

ดูละ

อ่านที่พี่ชายเขียนสนุกกว่าง่ะ

และก็ไม่ชอบตอนเกือบๆ จะจบ

ฟูมฟายไปหน่อย(เป้เล่นไม่โอเคด้วย)

จบตรงก่อนจะกลับไปบ้านนอกอีกที . . ก็พอละ

#43 By ang : ) on 2009-11-04 13:42

ตีความได้ดีทุกเรื่องจริง ๆ

เป็นคนที่มองอะไรได้ลึก และกว้างขวางมาก น่านับถือจริง ๆ ปกติไม่ดูหนังไทย แต่ได้อ่านแล้ว คิดว่าต้องไปหามาดูซะแล้วล่ะ Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot!

#45 By vanfever on 2009-11-05 21:02