นี้คือเรื่องของนางพญางูขาวที่อาศัยในป่าลึกเขตอำเภอเชียงแสน นางถูกพ่อค้างูชาวบางกอกจับมาจนต้องแผลงฤทธิ์เผาบ้านวอดทั้งหลัง แล้วแอบเข้าไปสิงในทารกของพ่อค้างู ที่มาท้องแก่ใกล้คลอดเอาตอนไฟไหม้พอดี  เด็กทารกหญิงถูกผัวเมียชาวบ้านคู่หนึ่งเก็บมาเลี้ยง และตั้งชื่อหล่อนว่า บุญเหลือ โตมาพร้อมๆกับ แว่นฟ้า ลูกสาวของพวกเขาเอง

 

แม่บุญเหลือก็โตขึ้นอย่างประหลาด นางชอบไปเล่นในป่าคนเดียว บางทีก็มีท่าทางประหลาด แต่นางก็เป็นที่รักของพอ่แม่และน้องสาว จวบจนลุเข้าวัยรุ่น ก็ให้มีข่าวเด็กๆที่ออกไปเล่นตอนกลางคืนหายตัวไปจากหมู่บ้าน  บางคนกลับพบศพในสภาพไร้ศรีษะ กำนันเอาความไปแจ้งเจ้าเมือง  เจ้าเมืองแจ้งไปถึงส่วนกลาง เรื่องรู้ไปถึงพระเจ้าอยู่หัว (หนังบอกอย่างนั้นจริงๆ) จนต้องส่งนายตำรวจมือดีปลอมตัวเป็นชาวกรุงเข้ามาในหมู่บ้าน และหนึ่งในทีมคือคุณประกิต ร้อยตำรวจหนุ่มใจซื่อมือสะอาด ซึ่งเพียงเดินทางมาถึงเชียงแสนวันแรก (เลือกได้ดีมาก มาวันสงกรานต์!)  ก็ให้ประสบพบรักแรกพบกับ แม่แว่นฟ้าคนสวย ยังความอิจฉาให้นางบุญเหลือยิ่งนัก  และนั่ย่งทำให้นางออกฤทธิ์มากขึ้น จนเมื่อนางอุกอาจไปจับลูกสาวกำนัน แต่ทำไม่สำเร็จ นางจึงเป่าคาถาให้นางแว่นฟ้าไปรับผิดแทนจนแทบถูกเผาทั้งเป็น ยังดีที่คุณประกิตกับพระธุดงค์มาช่วยไว้ทันมาช่วยไว้ทัน  แถมยังให้ลูกประคำให้แว่นฟ้าไว้ป้องกันตัว  แต่เธอก็ไม่อาจตัดใจฆ่าพี่สาวตัวเองได้ กระทั่งนางบุญเหลือร่ายมนต์คาคาถล่องลวงคุณประกิตไปชิดชมกันถึงในถ้ำ แว่นฟ้าก็ต้องออกโรงตามหาคนรัก!!

 

 

พลอตบ้านๆเล่ากันซื่อๆตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม นี่คืออีกหนึ่งผลิตผลจากหนังไทยยุค 16 มม. สร้างง่ายถ่ายคล่อง  นำแสดงโดย มิตร เพชรา คู่พระนางประจำศตวรรษ  หนังเล่าตรงไปตรงมาและติดน่าเบื่อหน่อยๆเรื่องนี้ อาจจะเข้ารูปรอยหนังไทยสิบหก ไร้สาระสำหรับดูเอาคู่พระคู่นางกับฉากผีระทึกนิดหน่อย แล้วก็แล้วกัน  ซึ่งหนังก็เป็นไปตามนั้นเว้นแต่อาจจะมีบางทีของหนังที่หลุดออกไปอยู่ในระดับคัลท์สุดๆซึ่งอาจจะเกิดเพราะความทุนต่ำ ประกอบกับการพยายามหากินของคนทำ ไม่ว่าจะเป็นฉาก คลอดลูกที่ทำกันง่าย(ไปไหน) ด้วยการตัดฉับ ให้อีแม่นอนคว่ำหน้า แล้วก็มีทารกนอนร้องให้จ้าอยู่ข้างๆเสียเลย (แตในขณะเดียวกันงูที่เลื้อนเข้ามาหาเด็กก็น่ากลัวชวนสะพรึงอยู่ไม่น้อย  ในขณะเดียวกันฉากสุดเฮี้ยนอย่างเช่นฉากระบำงูของบรรดาสาวๆนุ่งน้อยห่มน้อย (ด้วยเครื่องแต่งกาย แบบ รัดรูปกางเกงข้างหนึ่งขาสั้นเว้าสูงอีกข้างเป็นขายาว แขนด้วย แถมหมวกประหลาดราวกับหนูคิวพีอีกต่างหาก!)

 

อย่างไรก็ดีสิ่งที่เราต้อสนใจเป็นพิเศษไม่ใช่เนื้อเรื่อง คู่พระนาง หรือฉากคัลท์ๆ ประปรายตลอดเรื่อง (ถ้าที่เล่ามายังคัลท์ไม่พอ รอฉากผีหลอกท้ายเรื่องรับประกันคัลท์แตก) คือการที่ตัวหนังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐอย่างน่าทึ่งด้วยท่าทีของเด็กเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ เพราะหากเอาโมเดล แบบเดียวกันกับที่อ.กำจร หลุยยะพงศ์ เคนเอามาใช้ในบ้านผีปอบ นั่นคือ การวางตำแหน่งของนางพญางูไว้ในฐานะเดียวกัยการต่อต้านอำนาจรัฐ แรกทีเดียวนางถูกคุกคามจาก ‘คนบางกอก'จนต้องลุกขึ้นมาตอบโต้ พวกชาวบ้านในเรื่องนั้นง่อยเปลี้ยเสียขาและป่าเถื่อนกระทั่งจะจับคนบริสุทธิ์ไปเผาทั้งเป็น จนร้อนถึงอำนาจรัฐจากส่วนกลาง(ที่มาในรูปหนุ่มหล่อหน้าตาดี) ต้องมาช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้กับประชาชนในถิ่นห่างไกลพร้อมทั้งพิชิตใจแม่สาวบ้านป่าอีกด้วย 

 

แต่ที่หนังไปไกลกว่านั้นนั่นคือการแสดงให้เห็นว่า ที่แท้แล้วสาเหตุหลักที่นางพญางูลุกขึ้นมาแสดงตัวออกฤทธิ์นั้นไม่ได้เกิดจากการถูกคุกคาจนเหลืออด หากเกิดจาก การแย่งผู้ชายกับน้องสาว!

 

แน่นอนว่าคนหนุ่มอาจแทนอำนาจรัฐ แต่ถึงที่สุดแล้วหนังเรื่องงูผี ไม่ได้ทำหน้าที่ตอบสนองความเป็นเด็กดีของชาวบ้านหรือนอบน้อมต่อรัฐอีกต่อไป มันคืนคลายไปสู่ภาวะพาฝันที่หญิงชาวบ้านกับนางงูขาวตบแย่งผัวกัน หรือกล่าวให้ง่ายว่า การเล่นบทบาทที่จะชนะของอำนาจรัฐไม่ได้มาจาก การใช้กำลังเข้าปราบปราม แต่คือการให้ชาวบ้าน และวัฒนธรรมดั้งเดิม(การบูชาผี) ตบตีกันเอง

 

 แน่นอนว่านี่ไมได้อยู่ในหนัง เป็นเพียงความเพ้อเจ้อของผู้เขียน แต่ใช่หรือไม่ที่วิธีคิดในทำนองนี้ไม่ใช่แค่อยู่หรือไม่อยู่ในหนังแต่มันอยู่ในกรอบคิดระดับที่ลึกกว่านั้น กล่าวให้ละเยอดคือมันอยู่ในกรอบของโครงสร้างการเล่าเรื่องทั้งหมดของเรื่องเล่าทุกประเภท การเลือกตัวร้าย เลือกพระเลือกนาง เลือกฉากจบ เลือกบทลงโทษ มันอยู่ในระดับนั้น ที่เหลือเป็นเพียงแค่การแตกแยกย่อยโครงเรื่องหลัก โดยห่อหุ้มมันด้วยเรื่องเล่าต่างๆนาๆ

 

อย่างไรก็ดี งูผีก็เป็นหนัง คัลท์ใช้ได้ เลยทีเดียว !

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

#3 By ีถึครคถุึ (171.7.249.163|171.7.249.163) on 2015-08-24 17:56

เป็นหนังที่ได้ดูหลายรอบมากสมัยเป็นเด็ก ช่วงที่เจ็ดสีชอบนำหนังเก่าๆ มาวนให้ดูตอนดึกๆ

จำฉากงูเลื้อยไปสิงเด็กตอนคลอดได้ติดตามาก ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกได้ฟิลความขลังแบบเจ้าแม่งูฮะฮะ

(จริงๆ หนังสมัยก่อนหลายเรื่องก็แอบมีความคัลท์อยู่นะคะ อย่างเรื่องพระรถเมรี ช่วงต้นเรืื่องที่มีการควักลูกตาเหล่านางสิบสอง ดูกี่ครั้งก็รู้สึกถึงความคัลท์ในฉากนี้ รวมทั้งฉากที่นางยักษ์โดนพระรถปราบแล้วร่างเละแบบโดนน้ำกรด)

#2 By kuroneko on 2009-09-18 03:41

น่าดูไม่ใช่น้อยเลยครับ แค่ภาพของหนังไทยยุคก่อนก็มีเสน่ห์ซะ!

ยังไม่เคยดูหนังไทยเก่าๆแบบนี้เลย

#1 By Seam - C on 2009-09-16 12:00