The Night We lost - until we meet again

posted on 02 Sep 2009 04:24 by filmsick  in FILMFLU

 

tonight we lost two of cinema citizen even i'm not living  in the same contry with them or we've just met two or three times it's still being very very sad

out of border, out of map out of the languages

the cinema citizen is like living in the same world a little world that spinning in 24 frames per second it was unbearable when we lost someone ,  someone that we knew they're strong for fighting for us

the real world is so crazy tonight and i hope two of them are rest in peace

i can't sleep anymore

R.I.P Alexis Tioseco  and Nika  Bohinc

 

----------------------------------------------------------

จนกว่าเราจะพบกันอีก

เขาเดินตามรูปร่างในเงามืด คงเป็นรูปปั้นชิ้นหนึ่ง รูปปั้นอนุสาวรีย์ที่จัตุรัสของเมือง รูปปั้นซึ่งจู่ๆก็เคลื่อนไหวได้ในความฝัน ก้าวลงจากแท่นปูนประดับประดาด้วยช่อดอกไม้ที่ก่อจากปูน ก้าวลงกับพื้นเดินดุ่มไปในความมืด

แน่นอนรูปปั้นนั้นนำทางเขาไปสู่ความมืด ที่ที่เขาถูกทิ้งไว้ ตรงไหนสักแห่งของภูมิประเทศลึกลับ ดินแดนต้องคำสาปชั่วตาปีตาชาติ

เขามาจากที่อื่นหรือ เขาเป็นเด็กหลงทางหรือ ข้อนี้เราไม่อาจรู้ แต่เขาก็มาถึงที่นี่ โลกประหลาดซึ่งประชาชนล้วนพึงใจจะฝังตัวให้เงามืด จ้องมองความเคลื่อนไหวจากที่นั่งอุ่นสบายส่วนบุคคล เขามาถึงที่นั่น อาจจะเพราะรูปปั้นนั้นนำเขามา แต่เขาก็มาอยู่ระหว่างมวลหมู่เรา ผู้ซึ่งทั้งมีอยู่มาก่อน ตามเขามาทีหลัง จากไปแล้ว และยังมาไม่ถึง


เราผูกสัมพันธ์กันโดยไม่เคยพบหน้า เพราะในโลกมืดนั้นใบหน้าของเราต่างสะท้อนกันและกันลงบนภาพที่เต้นระริกวูบไหว เราสื่อสารกันได้ ผ่านสิ่งที่เราต่างจ้องมอง โดยไม่จำเป็นต้องจ้องมองกันและกัน มันคือโลกอีกใบหนึ่งการสื่อสารอีกรูปแบบหนึ่ง ขอเพียงห้องนั้นมืดมิด และ มีแสงไฟซึ่งเต้นเร่า เราก็จะพบกัน หายใจในอากาศอย่างเดียวกัน และสัมผัสถึงกันและกัน

เขาทิ้งร่องรอยไว้ที่นั่นที่นี่ ในโลกที่มีแสงส่องถึง โลกอีกใบที่เราไม่รู้จักกัน โลกซึ่งถูกกั้นกลางด้วยเส้นแบ่งเขตแดน ด้วยระยะทาง ด้วยชนชั้น ด้วยภาษา ด้วยพื้นที่ ด้วยประวัติศาสตร์ ด้วยพันธุกรรม ด้วยสรรพสิ่งซึ่งพอจะสรรหามาแบ่งแยกเราทุกคนออกจากกัน เราทำได้เพียงติดตามร่องรอยนั้นและเฝ้าฝันว่าเราจะพบกันอีกครั้งในโลกที่มืด อุ่นสบายและแสงไฟเต้นเร่า

มนุษย์ที่แท้นั้นเปราะบาง กระดูกของเราสร้างขึ้นจากแก้ว และเลือดเนื้อของเราก็บอบบางเหมือนผิวของลูกป่งที่เป่าลมจนตึง เพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียวเราก็พรากจากกันชั่วนิรันดร์ ซึ่งอาจเป็นในความมืด ความมืดอีกชนิดซึ่งเข้มข้นลึกล้ำ ความมืดแบบที่จะมาถึงเราได้ ก็เพราะมันรั่วไหลจากโลกที่มีแสงส่องถึงเท่านั้น

ความมืดที่ไม่มีในโลกมืดของเรา

ร่องรอยของเขากำลังเลือนหายไปช้าๆ มันค่อยๆจืดจางเหมือนกับน้ำแข็งที่ละลายลงในแก้วน้ำ เหมือนความร้อนของกายที่หายไปช้าๆยามเราผละจาก การยึดจับสิ่งนั้นสิ่งนี้

โลกที่มีแสงส่องถึงนั้นที่แท้เศร้าสร้อย และบ้าคลั่งกว่าโลกอันมืดมิดของเรามากมายนัก

กระนั้นก็เถอะ เราแน่ใจได้เสมอ ว่าเมื่อแสงไฟจากโลกข้างนอกถูกดับลง และแสงไฟจากโลกของเราเรื่อเรืองขึ้นทีละน้อย เราจะได้พบกันอีก

เราจะได้พบกันอีก

แด่ Alexis Tioseco และ Nika Bohinc
บันดาลใจจากฉากหนึ่งใน Evolution fo Filippino Family โดย Lav Diaz

 

http://www.abs-cbnnews.com/nation/metro-manila/09/01/09/fil-canadian-film-critic-lover-shot-dead-qc-home

Noel Vera wrote something that eas so beautiful and painful to Alexis  here

http://criticafterdark.blogspot.com/2009/09/alexis-tioseco-1981-2009.html

Alexis Love letterto nika and cinema 

 http://rogue.ph/columns/entry/the_letter_i_would_love_to_read_to_you_in_person/

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

RIP
ขณะนั้นเรายังไม่หลับและความตายก็เข้ามาที่โน่นที่นี่
ขโมยความรักและความฝันไม่หวนคืน
ใจร่วง ,กระพริบตาอีกที-อยากให้ทุกอย่างคืนย้อน,แต่โลกใบนี้ไม่เคยอนาทร

#1 By N.P on 2009-09-02 13:42

ช็อคและเศร้าครับ
RIP

#2 By eak early : เอกเช้า on 2009-09-02 23:08