นาฑีนี้ หล่นคำอำลาถึงพญาอินทรีกันตรงนี้เลยครับ

http://www.tuneingarden.com/

 

แล้วพญาอินทรีก็โบกบิน

จากสวนทูนอิน

ถึงสรวงสวรรค์

 

 

ผมไม่เศร้านัก เพราะสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เชื่อว่า อาว์ ผู้ยัง(หนุ่ม)นิรันดรก็น่าคิดเช่นั้น ถึงได้ยักไหล่ใส่การหยุดหายใจสามนาที

 

 

 

เพิ่งคอมเมนต์ในบลอกคุณ พอกลอนเมื่อเช้าว่า ผมมีเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งซึ่งเขียนไม่จบ คิดไว้เพียงคร่าวๆเกี่ยกวับคนหนุ่มที่กลายเป็นบ้าระหว่างวิชาคณิตศาสตร์ เพราะพกเอาหอมดอกประดวนไปอ่านในยามบ่ายอันคุ้มคลั่ง จาหนังสือที่พ่อคนเก็บขยะของเขาเอามากองสุม เขาโตขึ้นกลายเป็นคนเก็บขยะผู้ยังไม่เคยลองรัก แต่เรียกตนว่า โฉน ไพรำ

 

 

เอาเรื่องสั้นที่ไม่เคยได้เขียนจนจบมาแทนคำอำลาพญาอินทรี หวังว่าจะจบมันได้สักวันครับ

 

โฉน ไพรำ

 

ใครบอกว่าผมบ้า ก็ทุกคนนั่นแหละ ทุกคนบอกว่าผมบ้า แต่ว่ากันล่ะว่าผมบ้า ความบ้าของผม ความบ้าของคุณ ความบ้าของเราทุกคน ผมบอกว่าผมบ้า นั่นคือผมบ้า แต่คนบ้าไม่มีทางรู้ว่าตัวเองว่า คุณบอกว่าผมบ้า ผมบอกว่าคุณบ้า ใครกันที่เป็นคนบ้า ถ้าคนบ้าตัดสินๆคนดีๆว่าเป็นคนบ้า คนดีๆจะกลายเป็นคนบ้าไปจริงๆหรือเปล่า คุณคิดว่าผมบ้า ผมคิดว่าคุณบ้า ความบ้าหักลบกับความบ้ากลายเป็นศูนย์ เราเป็นคนดีๆ กันทุกคน ไม่ก็บ้ากันทุกคน

 

อย่าคิดว่าผมจะเป็นพูดคำหยาบ เพราะคุณมักคิดว่าคนบ้าพูดคำหยาบ (นั่นหมายถึงว่าคุณคิดอยู่ลึกๆว่าผมบ้า)  ผมไม่ได้บ้า ผมจึงไม่พูดคำหยาบ (จากเหตุผลในข้อนี้เท่ากับผมคิดว่าผมบ้า ไม่ก็ผมคิดว่าคุณคิดว่าผมบ้า) ถ้าผมไม่ได้บ้า ไม่ว่าคุณจะว่าผมบ้าหรือไม่ผมก็จะไม่สนใจเรื่องอื่นใดในความบ้า การเพิกเฉย คือความงดงามอันแท้จริง เหมือนที่บางคนพูดไว้ บางทีเราทุกคนคิดว่าคนอื่นๆเป็นบางสิ่งบางอย่างเสมอ มันอยู่ในทุกคำพูดของเราที่เราพุด กระทั่งที่เราไม่ได้พูด ในกรณีนี้เหตุผลมีเพื่อรองรับความชอบธรรมในการตัดสินภายในของเราเท่านั้นเอง

 

เอาล่ะ เอาเป็นว่าผมบ้า (ในกรณีที่มีการสืบค้นลงไปในประวัติทางการแพทย์)  จริงอยู่ผมเคยสติแตกครั้งหนึ่งในชั่วโมงเรียนวิชาคณิตศาสตร์สมัยม. 5 แต่นั่นมันเมื่อแสนนานมาแล้ว   เรื่องมันมีอยู่ว่าในเช้าวันนั้น ผมแอบพกหนังสือเล่มหนึ่งไปโรงเรียน พ่อผมเก็บหนังสือนี้ได้จากกองขยะที่แกเก็บทุกวัน ผมภูมิใจเรื่องที่พ่อผมเป็นคนเก็บขยะของเทศบาล พ่อเอาหนังสือเล่มนี้มากองเอาไว้ เหมือนที่แกเลือกหนังสือเล่มอื่นๆออกมาจากกองขยะมหาศาล พ่ออ่านหนังสือไม่ออก แต่แกมีความสุขมหาศาลกับกองหนังสือไม่รู้ภาษาที่แกเก็บสุมไว้เต็มห้อง ไม่ใช่จะโม้ บ้านผมน่ะห้องสมุดเลยนะคุณ! นี่มันก็มีเรื่องเหมือนกัน คือวันหนึ่ง จู่ๆห้องสมุดประชาชนก็ขนหนังสือทั้งหมดออกมากอง ป้าบรรณารักษ์บอกว่าหนังสือพวกนี้ล้าสมัย และเก่าแก่ รอปลวกแทะกินเป็นอาหาร แกไม่อยากมีปัญหากับปลวกในห้องสมุด จึงแจ้งทางเทศบาลให้มาขนหนังสือทั้งหมดไป พ่อเป็นคนมาขนหนังสือทั้งหมดไป พ่อเอาไปทิ้งแล้วพอตกกลางคืนแกก็ออกไปขนหนังสือทั้งหมด ทั้งใส่ในตะกร้าหน้ารถมอเตอร์ไซค์  ทั้งมัดเอาไว้ กับลังกระดาษในเบาะหลัง พ่อทำหน้าที่คนเก็บขยะสมบูรณ์แบบแล้วในแง่หนึ่ง เอนี้ในยามค่ำ แกจะได้เป็นบรณณารักษ์คนสำคัญแห่งห้องสมุดตาเผย ห้องสมุดที่มีบรรณารักษ์หนึ่งคน คือแกและผู้อ่านหนึ่งคน นามโฉน ไพรำ ลูกชายของแก

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มาว์ลาว์อาว์

#1 By visuallyyours on 2009-03-15 21:57



ขอบคุณสำหรับข่าวคราวล่าสุด(ท้าย)ครับผม

RIP

#3 By eak early : เอกเช้า on 2009-03-15 22:55

มาอำลาอาว์ปุ๊ด้วยคนครับ

#4 By heartworker (124.121.62.221) on 2009-03-16 09:15

คิดถึงสำนวนสวีสวายของท่านจริงๆ Hot!
อยากอ่าน หอมดอกประดวน ขึ้นมาทันที

#6 By omega on 2009-03-16 10:14

ร่วมไว้อาลัยด้วยค่ะ

#7 By poonnada on 2009-03-16 13:05

ชอบสำนวนการเขียนของอาว์'รงค์มาก ใจหายเลยค่ะเมื่อทราบข่าวคราว

#8 By preme on 2009-03-16 17:18

RIP

ขอให้เขียนเรื่องสั้นเรื่องนี้ได้จบนะครับ

#9 By Seam - C on 2009-03-17 12:43