ROUGH CUT ความจำสั้น แต่รักฉันยาว(ยงยุทธ ทองกองทุน /2552/ไทย) VS แฮปปี้เบริ์ธเดย์
posted on 10 Mar 2009 01:17 by filmsick in FILMFLU
ข้อเขียนชิ้นนี้ปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของภาพยนตร์และไม่ได้มีประโยชน์สำหรับคนที่ยังไม่ดูหนังครับ
ความจำสั้นแต่รักฉันยาวทำให้ผมตระหนักว่าจริงๆแล้วตัวผมเองน่าจะจัดเข้าพวกคนแบบอนันดาใน แฮปปี้เบริ์ธเดย์ถึงจะถูกต้อง ออกตัวก่อนว่าไม่ได้คิดจะเขียนบทความถึงหนังเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะโดยส่วนตัวเห็นว่าหนังลงตัวดีเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของหนังอยู่แล้ว แต่ที่ทำมห้ผมสนใจอยากพูดถึงคือการตัดสินใจของตัวละครในเรื่อง ซึ่งไม่ได้สะท้อนว่าหนังเป็นอย่างไร แต่สะท้อนว่าตัวผมนั้นเป็นอย่างไร
สิ่งที่สะเทือนผมที่สุดในเรื่องนี้คือการตัดสินใจที่คนรอบข้างมีต่อความรักของลุงจำรัสและป้าสมพิศ โดยส่วนตัวผมเห็นด้วยกับการตัดสินใจของเก่ง ฝ้าย และลูกๆของทั้งคู่ ในแง่ที่ว่ามันสมเหตุสมผลที่สุดแล้วเท่าที่จะให้ได้ แต่ในอีกทางหนึ่งผมกลับรู้สึกเจ็บปวดแทนลุงจำรัสและป้าสมพิศมากๆ เพราะที่ทุกคนทำไป(ด้วยความหวังดี ไม่เห็นมีใครถามความรู้สึกของพ่อแม่ตัวเองสักคน)
กล่าวในเชิงชนชั้น ทางออกในหนังเรื่องนี้จึงเหมาะเจาะกับคนหนุ่มสาวชั้นกลางในเมืองซึ่งร่วมชนชั้นกับตัวเอก (และลูกๆของลุงๆ) ซึ่งคือชนชั้นที่จะตีตั๋วเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ เพราะพวกเขาไม่มีใครเจ็บตัวเลย ไม่ต้องมีใครรับภาระเดินทางไกลไปเลี้ยงดูพอ่แม่ที่แก่เฒ่า หรือไม่ต้องทนเห็นแม่สูงวัยแต่งงานกับชายอื่นที่ไม่ใช่พ่อ (ออกจากตำแหน่งของแม่ผู้เป็นแม่พระรักษษพรหมจรรย์หลังพ่อของเขาเสียชีวิต) พวกเขายังคงใช้ชีวิตในวิถีเดิมของตนได้อย่างงดงาม โดยไม่ต้องสนใจว่าพ่อของตัวเองนั้นอยู่กับเรือกสวนไร่นามาทั้งชีวิต การล้อมต้นไม้มาปลูกในเมืองเป็นเพียงของขวัญปลอบใจเล็กน้อยให้กับความชิบหายทั้งชีวิตของคนแก่ที่กำลังจะสุขสบายโดยมีข้ออ้างทางสุขภาพมาเป้นข้อแก้ตัวที่ฟังขึ้นยิ่งกว่าขึ้น นอกจากนี้พวกเขายังไม่ต้องทนเห็นแม่ตัวเองแต่งงานใหม่หรือมีกิ๊กต่อหน้าลูกด้วยการย้ายไปอเมริกา ไม่พักต้องคิดว่าทางออกนี้จะสมบูรณ์แบบหมดจดก็ต่อเมื่ออยูในมือของคนมีเงินเท่านั้น(ลูกชาวบ้านที่ไหนจะย้ายต้นชมพู่มะเหมี่ยวจากชุมพรมาปลูกในกรุงเทพได้ง่ายๆ)
และทั้งหมดที่ว่ามาจะถูกขับให้ชัดขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับความดื้อดึงของเต็นใน แฮปปี้เบริ์ธเดย์ คนไม่รู้จักปล่อยวาง( หลักศาสนาก็เอามาทิ่มแทงกันได้ ขึ้นกับว่าใช้อย่างไร) ในขณะที่คนอย่างเต็นเสียสละตัวเองให้คนรักและดูเหมือนว่าเขากำลังปรับตัวให้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แต่มันก็ต้องมาจบลงเพราะความไม่สมเหตุสมผลในเชิงชีวิตจริง กล่าวแบบไร้หัวใจคนอย่างเต็นช่างไม่ได้ความไม่เอาไหน ในขณะที่คนอย่างเก่ง(ในความจำสั้นฯ)จัดการกับปัญหานี้ได้อย่างลงตัวและน่าชื่นชม
ไอ้ความสมเหตุสมผลนี้เองที่ทำให้ผมนึกสะเทือนอยู่ในอก เพราะหากผมแก่ตัวไปเป็นลุงจำรัส ผมคงช๊อคแดกที่ลูกๆทำกับผมแบบนั้น โดยส่วนตัวฉากที่ลุงจำรัสมาขอให้เก่งพากลับบ้านที่ชุมพรนั้นเป็นฉากที่เจ็บปวดพออยู่แล้ว ลองคิดเทียบง่ายๆว่าเราได้อยู่ในที่ที่เราอยากอยู่ อาจใฝ่มันถึงการตายไปพร้อมกับมัน แต่เราก็ถูกพรากมาด้วยความสมเหตุสมผลอะไรแบบนั้น โดยส่วนตัวผมไม่อาจรับเรื่องนี้ได้
ผมไม่อาจบอกได้ว่าสิ่งที่ตัวละครทำให้ความจำสั้นฯ เป็นการกระทำแบบไร้หัวใจ เพียงแต่พอกลับข้างกันแล้วมันชวนให้สงสัยว่าในขณะที่คนเป็นพ่อเป็นแม่เสียสละตัวเองให้ลูกๆในตอนที่เขายังหนุ่มยังสาว พอแก่ตัวลงเขาก็ยังต้องเสียสละตัวเองให้ลูกเพื่อความสมเหตุสมผลอีกนักต่อนัก
(อดคิดไม่ได้ว่าบรรดทัดฐานสมเหตุสมผลของหนังจีทีเอช หลายต่อหลายครั้งที่ดูพิลึกอยุ่ไม่น้อย เช่นการที่ตัวเอกในวัยอลวน 4 ถูกตลบหลังว่าไม่ได้เป็นเกย์ (หรือถ้าเป็นเกย์แล้วจะทำลายบรรทัดฐานทางสังคมอันงดงาม) หรือใน แกงค์ชะนีฯ ที่ให้ตัวเอกเป็นเกย์ ก็ได้ แต่ต้องอยุ่ในสถานะไร้เพศ)
กล่าวโดยรวม ผมชอบหนังความจำสั้น แต่รักฉันยาวพอสมควร หากหนังเรื่องนี้ทำหน้าที่สะท้อนความจริงส่วนบุคคลของผมออกมา ว่าผมใช้บรรทัดฐานคนละชนิดกับตัวละครในเรื่อง ซึ่งผมไม่อาจตอบได้ว่าใครถูกหรือผิด แค่อยากเขียนถึงเอาไว้เตือนตนเท่านั้นเองครับ

#1 By การ์ตูนหมาดำ...เฉาก๊วย on 2009-03-10 01:52