THE APE WOMAN (MARCO FERRERI/1964) ธิดาวานร
posted on 24 Feb 2009 01:37 by filmsick in humanism
ระหว่างฉายไสลด์ ‘บาทหลวงตะลุยป่าดงดิบ'ในสำนักนางชี พร้อมคำบรรยายจากท่านบาทหลวงตัวจริงที่แสดงให้เห็นความเถื่อนถ้ำไรอารยะของพวกคนป่า ANTONIO พ่อหนุ่มคนฉายไสลด์ เกิดอาการง่วงเหงาหาวนอนจนฝาดนางชีให้ช่วยดูไสลด์ขณะตนลอบหลบลงไปในโรงครัวเพื่อหาอะไรกินสักเล็กน้อย ที่นั่นเองเขาได้พบกับเธอ
เธอคือ MARIA เด็กสาวที่เกิดและเติบโตในสำนักนางชี
ห่อตัวมิดชิด จมเป็นนางก้นครัวโดยไม่เคยก้าวพ้นออกไป ทำไมน่ะหรือ
ก็เพราะหล่อนมีขนยุ่บยั่บทั้งตัวน่ะสิ !
ANTONIOยื้อของดูใบหน้าหล่อน เขาไม่แตกตื่นแต่คิดการณ์ใหญ่ในหัว
เขาบอกกับหล่อนว่าที่แท้แล้วเขาคือยายหน้าดารา เขาคิดว่าความ ‘พิเศษ'ของหล่อนนั้นมีคุณค่ามหาศาล
เขาจะปั้นให้หล่อนเป็นดาวจรัสฟ้า พาหล่อนโบยบินไปรอบโลก
แต่รอบโลกที่ว่าหมายถึงการพาหล่อนออกมาจากสำนักนางชี ไปอาศัยในตึกแถวโทรมๆ เขาซื้อต้นไม้มาต้นหนึ่ง แล้วบอกให้หล่อนแต่งตัวเป็นเจ้าหญิงแห่งพงไพร ทั้งสองช่วยกันสร้างสรรค์การแสดงอันตื่นระทึกสำหรับผู้ชมที่เสียเงินจำนวนเล็กน้อยเพื่อรับชม ‘ธิดาวานร' เพื่อการณ์นั้นMAAIA จะถูกจังในกรง ปีนป่านไปตามต้นไม้ แสร้างว่าเป็นสัตว์บรรพกาลที่ไม่รู้จักภาษามนุษย์ กราดเกรี้ยวกรีดร้อง แต่หลังจากผู้ชมกลับไป MARIA กลายเป็นนางก้นครัวคนเดิม หล่อนทำกับข้าวดูแลบ้านช่องให้ ANTONIO บ่นตัดพ้อเรื่องผู้ชมเพศชายแอบลวนลามตอนจับตัวหล่อน ABTONIO มองเห็นหล่อนเป็นเพียงหญิงรับใช้ แต่เขาลืมไปว่าMARIA ก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งหล่อนมีหัวใจ และอาจหลงไหลปฏิพัทธิ์ต่อตัวเขา ครั้งหนึ่งหลังจากหมดความอดทน MARIA หนีเขากลัสำนักนางชี เขาไปตามตัวหล่อนและลงเอยด้วยการแต่งงาน เปิดฉากชีวิตสมรสผิดประหลาด เพราะต่อมาMARIA กลายเป็นนางโชว์โป๊ ยอดนิยม เขาและเธอได้เดินทางไปไกลถึงปารีส แต่อะไรต่อมิอะไรก็ไม่ใช่ว่าจะจบลงได้อย่าสุขสมหรอกนะ
ภาพยนตร์จากปี 1964 โดย MARCO FERRERI ผู้กำกับอิตาลีชั้นครูที่ตกสำรวจ หนังของFERRERI (รวมถึงตัวเขาอาจถูกพูดถึงน้อยกว่าเพื่อนร่วมชาติอย่างFELLINI หรือ ANTONIONI ) แต่ไม่ได้หมายความว่าหนังของเขาอ่อนด้อยกว่าแต่อย่างใด เราอาจจะรู้จักหนังดังๆของเขาอย่าง LE GRAND BOUFFE (อ่านเพิ่มเติมได้ใน FILMVIRUS 4 สางสำแดง) หาก THE APE WOMAN จัดเป็นหนังยุคแรกของเขาที่ควรค่าแก่การชมเป็นอย่างยิ่ง
หนังดำเนินเรื่องตามรูปแบบหนังโบราณ
เล่าเรื่องตรงไปตรงมา จากต้นไปจนจบย
มองผาดเผินมันอาจเป็นเพียงหนังเล่าเรื่องผู้หญิงมีขนและชีวิตระกำของเธอจากนางก้นครัว
ไปสู่ธิดาวานร นางระบำโป๊พันธุ์พิลึกจนกลายไปเป็นแม่คน และมีความสุขตามอัตภาพ เป็นการง่ายที่เราจะเรียงลำดับจากชีวิตของMARIA
ผู้ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเจ้าของเรื่อง แต่ผ่านมุมมองของFERRERI
ดูเหมือนว่าคนที่เขาสนใจกลับเป็นฝ่ายชายอย่างANTONIO และความสัมพันธ์พิลึกพิลั่นของคนทั้งคู่มากกว่า
หนังอาจแสดงภาพคร่าวๆในเบื้อต้นว่า MARIAมีใจให้ ANTONIO ค่าที่เขาพาเธอออกมาจากสำนักนางชี แม้เขาจะพาเธอมาใช้เยี่ยงทาส แต่เธอก็รู้สึกผูกพันกับเขา จนเมื่อเธอทนให้เขาบังคับขู่เข็ญไม่ได้ เธอจึงหนีกลับไป ช่วงแรกนี้ฟังดูเหมือนเรื่องแบบหญิงสาว(ที่อาจไม่สมประกอบ)ในมือคนโฉด (ชวนให้ระลึกถึงLA STRADA ของFELLINI ) แต่ในเวลาต่อมาเมื่อ ANTONIO ไปตามตัวเธอจากแม่ชี แลกด้วยการต้องแต่งงานกับเธอเพื่อให้เธอเป็นภรรยาตามกฏหมาย เขาถึงจะสามารถอยู่กับเธอได้ตามลำพัง ANTONIO ชายกักขฬะ บังคับให้เธอร้องเพลงสวดตลอดทางจากสำนักนางชี ซึ่งMARIA ก็ทำไปทั้งน้ำตา
ยิ่งในเวลาต่อมา เขาสบช่องทางด้วยการทำให้ MARIA กลายเป็นนักเต้นระบำโป๊ที่มีขนคนแรกของอิตาลี โด่งดังจนทั้งคู่ได้บินไปแสดงโชว์ที่ปารีส นี่คือช่วงเวลารุ่งโรจน์ แม้MARIA จะรู้สึกผิดที่ในที่สุดจากเด็กสาวเคร่งศาสนาเธอกลายเป็นนางระบำ แต่เขาทั้งคู่ก็ดูมีความสุข จากเพื่อนร่วมงานพวกเขากลายเป็นคู่สามีภรรยา แม้MARIA ต้องห่อตัวในเสื้อคลุมมิดชิดตลอดเวลา นั่นจนกระทั่งMARIA ตั้งครรภ์ขึ้น ความสัมพันธ์ของANTONIO กับMARIA ไม่อาจเรียกง่ายๆว่าความรัก ในทางหนึ่งMARIA เป็นเหมือข้าช่วงใช้ และ ขุมเงินขุมทองที่ ANTONIO ใช้ประโยชน์ แต่ในอีกทางหนึ่งดูเหมือนMARIA ก็พึงใจในรูปความสัมพันธ์นี้ อาจกล่าในอีกทางหนึ่งว่าความสัมพันธ์ทั้งรักทั้งชังของคนทั้งคู่เป็นความสัมพันธ์แบบซาดิสต์มาโซคิสต์ ที่ฝั่งสตรีนิยมอาจจะรู้สึกอึดอัดขัดข้องอย่างยิ่ง
แต่การณ์กลับเปลี่ยนแปลงไปเมื่อMARIA คลอดลูก ลูกของเธอไม่ได้มีขนขณะเดียวกันขนของเธอก็ร่วงหล่นไปด้วย จนในที่สุด MARIA กลายเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดา ชิวตหวือหวาของคนทั้งคู่จบสิ้น ANTONIOใช้เงินจนหมดแล้วพาMARIA กับลูกมาพึ่งพิงสำนักนางชีอีกครั้ง สำหรับคนอื่นๆรวมถึงMARIA นี่อาจเป็นการเริ่มต้นชีวิตอันปกติสุข ประสาครอบครัวสามัญ แต่กับANTOINIO นี่คือการจบสิ้นของชีวิตโลดโผนของเขา ฉากจบของหนังจบลงตรงท่าเรือ เมื่อANTONIO ที่เรียกตัวเองว่าศิลปินมาตลอดสุดท้ายกลายมาเป็นคนงานท่าเรือที่ดิ้นรนทำงานหาเลี้ยงครอบครัวแบบชนชั้นกรรมาชีพปากกัดตีนถีบ จนแทบจะบอกได้เลยว่าในฉากจบที่ดูเหมือนฉอปปี้เอนดิ้งของหนัง ที่จริงแล้วซ่อนนัยยะความโศกเอาไว้ด้วย
เราอาจจะบอกว่าMARCO FERRERI เป็นพวกมาโชที่แสดงความเป็นชายออกมาอย่างไม่ปิดยังก็ได้ แต่ความไม่ประนีประนอมของเขาสร้างบรรยากาศอิหลักอิเหลื่อ ขึ้นในฉากจบที่ดูสงบเรียบร้อยนั้น จนกลายเป็นว่าความสัมพันธ์แปร่งเพี้ยนที่กักขฬะหยาบเถื่อนมาตลอดเรื่องต่างหากที่คิดความหมายที่แท้ของการมีชีวิตอยู่ของคนทั้งคู่ นับจากนี้ ANTONIO และ MARIA กลายเป็นคู่รักจืดชืด ที่ดำเนินชีวิตครอบครัวไปอย่างยากแค้น และนั่นขัดกันกับจุดมุ่งหมายในฉากจบหนังเรื่องอื่นซึ่งคล้ายคลึงกันแต่แตกต่างกันอย่างยิ่ง (ว่ากันว่า THE APE WOMAN นี้สร้างจากเรื่องจริงส่วนหนึ่ง ในเรื่องจริงนั้นผู้หญิงตายจากการคลอด งฝ่ายชายจึงสตัฟฟ์ร่างของเธอไว้เก็บค่าเข้าชมอีต่อหนึ่ง!!!!!!!)
THE APE WOMAN อาจไม่ใช่หนังสมบูรณ์แบบ หรือไม่ใช่หนังโด่งดังของ FERRERI หนำซ้ำหนังยังถ่ายแบบหนังขาวดำโบราณที่ไม่ได้มีลูกเล่นอะไรมากมายนัก (อย่างไรก็ตามการได้ดู ANNE GIRADOT ในวัยสาวแต่เป็นผู้หญิงมีขนก็นับเป็นเรื่องน่าทึ่งอยู่) แต่นี่คือหนังที่สร้างอารมณือิหลักอิเหลื่อแบบที่หาไม่ได้ง่ายๆนักจากหนังเรื่องไหนๆ
ผมเคยดูเรื่องนึง เมื่อราว 2-3 ปีที่แล้ว เป็นภาพยนตร์สี เป็นเรื่องผู้หญิงที่มีขน เยอะๆ จำชื่อเรื่องไม่ได้
#1 By lolay on 2009-02-24 02:05