TULPAN ( SERGEI DVORTSEVOY / 2008/KAZAHKSTAN) แผ่นดินที่ฝันถึง
posted on 02 Feb 2009 23:59 by filmsick in humanism
บทความชิ้นนี้เปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของภาพยนตร์
ASA กำลังไปขอสาว เขา พี่เขย และเพื่อนสนิท กำลังนั่งล้อมวงกับพ่อแม่ของแม่นางTULPAN เขากำลังพยายามโน้มน้าวใจผู้เฒ่าทั้งสองด้วยการแต่งชุดกลาสีเต็มยศ และการเล่าเรื่องเกี่ยวกับการผจญภัยในท้องทะเลของเขา แม่นางTULPAN หลบอยู่หลังฉาก พอแม่ของเธอเข้าไปถาม พวกเขาก็ออกมาบอก พ่อหนุ่ม ASA ลิงโลดใจ แหกปากตะโกนร้องเพลง ของABBA สนั่นหวั่นไหวบนรถที่ขโยกไปกลางทะเลทราย จนกระทั่งพี่เขยบอกความจริงว่า แม่นางTULPAN จะไม่แต่งงานกับเขา เพราะเขามีหูที่ใหญ่เกินไป!
นี่คือฉากเปิด ของTULPAN ภาพยนตร์เล่าเรื่องเรื่องแรก ของ SERGEI DVORTSEVOY ผู้กำกับชาวคาซัคสถาน อดีตนักศึกษาวิศวกรรมที่จู่ๆก็ย้ายแขนงมาเรียนหนังในรัสเซีย ก่อหน้าจะมาทำหนังยาว DVORTSEVOY เคยทำแต่หนังสารคดีไปสามสี่เรื่อง เมื่อขยับมาทำหนังเขาก็เลือกใช้วิธีการของสารคดีมารับรองการดำเนินเรื่องได้อย่างน่าทึ่ง
หนังเล่าเรื่องของไอ้หนุ่ม ASA ที่กลับจากการเป็นทหารประจำการมาอาศัยอยู่ในกระโจมกลางทะเลทรายขอพี่สาวซึ่งมีครอบครัวอยู่ประกอบด้วยสามี ลูกชายคนโตกำลังจะเข้าวัยุร่น ลูกสาวที่เอาแค่ร้องเพลง และไอ้ตัวเล็กที่ยังไม่รูความ ครอบรัวของพวกเขาเองกำลังจะหาทางย้ายที่อยู่ แกะของพวกเขาคลอดลูกแล้วลูกตายจากขาดสารอาหารอาหารตลอดเวลา พายุทรายก็มารบกวนไม่หยุดหย่อน พี่เขยไม่ชอบหน้าเจ้าน้องเมียไม่เอาไหนนี่นัก ให้ต้อนแกะก็ไม่เอาไหน ไปขอเมียให้ก็ไม่ได้ความ ข้างเพื่อนสนิทคนเดียวของASA ที่ประกอบอาชีพขับรถที่ขายทุกอย่างตั้งแต่น้ำ อาหาร จนถึงลูกอมสำหรับเด็ก ชายวัยกลางคนที่คลั่งวัฒนธรรมอเมริกัน แปะรูปโป๊เต็มรถ นึกฝันชีวิตที่ดีเอาจากแมกกาซีนตกยุค ก็เทียวชักชวนให้ASA เข้าไปเป็นหนุ่มชาวเมือง ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า ถ้าเจ้าASA หาเมียไม่ได้ก็อย่าหวังจะได้ไปตั้งกระโจมแยกบ้านเพราะต้องอดตายเป็นแน่แท้ ขาจึงเอาแต่เทียวไล้เทียวขื่อแม่สาวTULPAN ที่เขาปักใจจะตกหลุมรักตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า
พลอตของหนังอาจแข็งแรงพอจะทำหนังดราม่าเรียกน้ำตาคนดูได้ มากพอกับที่จะทำเป็นหนังตลกเปิ่นเทิ่งเรยกรอยยิ้มจากคนดู แต่หนังกลับเลือกทางที่ยากกว่า นั่นคือการทำมันออกมาด้วยวิธีการแบบหนังสารคดี ซึ่งถือว่าเป็นงานถนัดของผู้กำกับ หนังค่อยๆติดตามตัวละครไปอย่างไม่เร่งร้อน หลายครั้งก็เสไปถ่ายสิ่งอื่นๆรอบข้าง ถ่ายแกะ ถ่ายหมา ถ่ายพายุทราย เมื่อต้องติดตามตัวละคร บ่อยครั้งที่กล้องใช้วิธีแฮนเฮลด์ ตามติดชิดใกล้ราวกับทั้งหมดไม่ได้เกิดจากาการซักซ้อมแต่เป็นเหตุฉับพลันทันใด
หนังพูดถึงประเด็น ความเปลี่ยนแปลงที่รุกคืบมาสู่สังคมเก่าปลายขอบโลกได้อย่างน่าทึ่ง หนังแสดงภาพการรุกคืบของเมืองที่มาแบบไม่ให้เราเห็นตัวตลอดทั้งเรื่อง เริ่มจากชัดเจนทุสุดในรูปของ BONI เพื่อนสนิทคนเดียวของ ASA ชายผู้คลั่งไคล้ตะวันตกสุดตัว เขาชอบตัดรูปเปลือยสาวนมโตไปแปะไว้เต็มรถ เมื่อเพื่อนรักโดนปฏิเสธความรักเพราะใบหูเขาก็ถึงกับไปหารูปเจ้าฟ้าชายชารลส์มาวัดขนาดหูเปรียบเทียบ ยืนยันกับพ่อแม่ของสาวTULPAN แถมยังยืนยันว่านี่คือภาพของเจ้าชายแห่งอเมริกาเชียวนะ BONI ชอบนอนวาดวิมาในอากาศ กับASA กลางทะเลทรายแห้งแล้งที่ไม่มีอะไรเลย เขาในถึงบ้านแบบมเดริ์นจากหนังสือที่มาช้าไปหลายปี วาดภาพแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน ฟังเพลงเก่าแก่ของABBA ที่มาล่าไปหลายสิบปีประหนึ่งเพลงเพิ่งออกใหม่เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว
เช่นเดียวกันกับครอบครัวของพี่สาว พี่เขยของASA อาจเป็นชาวทะเลทรายพันธุ์แท้แต่เขาก็ชอบฟังข่าววิทยุผ่านทางคำบอกเล่าของลูกชาย ช่าวในประเทศ ข่าวต่างประเทศ ข่าวด่วน ในขณะที่ลูกสาวผู้เอาแต่ร้องเพลงพื้นบ้านไม่ได้รับความสนใจอะไรจากพ่อมากนัก จะว่าไปเขาเหมือนมีรายการวิทยุ (หรือเมือง) อยู่ใกล้ๆตัวนี่เอง ยิ่งในฉากหนึ่งที่เขาตวาดให้เด็กๆนั่งลงกินข้าวแบบคนเมืองก็ยิ่งสะท้อนภาพความเป็นเมืองที่มาหาอยู่ใกล้แนบชิดและมีวันหลบพ้น
แต่สิ่งซึ่งสะท้อนความเป็นเมืองชัดเจนที่สุดกลับคือแม่สาวTULPAN ตอลดทั้งเรื่องเราจะไม่ได้เห็นใบหน้าของเธอ ไม่ได้พูดคุยกับเธอ เราได้เข้ใกล้เธอที่สุดในฉากหนึ่งที่เธอหลบในโรงนาหลังประตูไม้ แล้วASA พยายามแอบมองเธอก่อนที่แม่เธอจะมาไล่ แต่หนังก็เล่าเรื่องของเธอสั้นๆผ่านปากคำของผู้เป็นแม่ว่าเธอไม่อยากแต่งงานเพราะเธอต้องการจะเข้าเมืองมากกว่า การแต่งงานรังแต่จะรั้งเธอไว้ในดินแดนเปล่าร้างนี้
ในทางหนึ่งTULPAN คือตัวแทนแผ่นดินที่ฝันถึงของASA กะลาสีผู้ซ่อนความฝันไว้ใต้ คอเสื้อ เขาคิดว่าถ้าเขาได้แต่งกับTULPAN เขาจะได้หลงหลักปักฐาน ฝังรากฝากชีวิตไว้กับการทำกสิกรรมกลางทะเลทรายแห้งแล้งนี้ แต่แผ่นดินที่เขาฝันึงไม่ได้ฝันถึงผู้คนของนางอีกต่อไป หากกลับฝันถึงความลังเมลืองของเมืองงามมากกว่า ASA ถุกปล่อยให้พสูจน์ตัวเองกับฝูงแกะ และมื่อเขาพิสูจน์ว่าเขาเข้มแข็งพอได้ แผ่นดินก็ไม่ได้รอคอยเขาอีกต่อไป
ความฝันที่แตกสลายของASA จึงไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องเชิงปัจเจกของไอ้หนุ่มที่หาเมียไม่ได้ แต่มันคือการล่มสลายของวิถีชีวิตแบบเก่าที่ถูกการพัฒนา ถูกความเป็นเมืองกลืนกิน ฉากท้ายๆเรื่อง ASA กลายเป็นคนหนุ่มผู้ยอมจำนน เขาเกือบจะส่งมอบความฝันใต้คอเสื้อให้กับลูกชายของพี่สาวราวกับหนังจะฝากความหวังให้กับคนรุ่นต่อไป (ฉากที่เขานั่งบนรถของBONI จ้องมองครอบครัวที่เคลื่อนห่างออกไป อาจทำให้ใครต่อใครใจสลายได้)
อย่างไรก็ตามหนังกลับเลือกจบด้วยภาพของการพเนจรไปในท้องทุ่งประสาชาวไร่ ASA ขี่ม้าไล่หลังฝูงแกะ เลือกที่จะเร่ร่อน ในวิถีชิวิตแบบดั้งเดิมซึ่งกำลังสูญสลายไปช้าๆ การเร่ร่อนอยู่ในเส่วนหนึ่งของสายเลือด แต่ในหนังเรื่องรื่องนี้การเร่รอ่รนในท้ายเรื่องเป็นภาพแทนการอพยพหลัหนีที่ดำเนินไปอย่างสิ้นหวัง
ไม่ว่าจะมองหนังเรื่องนี้ในฐานะหนังเล่าเรื่องไอ้หนุ่มขอเมีย หรือสารคดีชีวิตทะเลทราย ของชาวบ้านร้านถิ่นในคาซัคสถาน กระทั่งมองว่านี่คือหนังที่ใช้เรื่องเล่าเพื่อเปรียบเปรย ภาพร่างของโลกาภิวัฒน์ หนังเรื่องงนี้ก็สมารถทำได้ถึงทั้งสามแบบ ยี่คือหนังแบบที่มอบสุขนาฏกรรมของความเปิ่นเทิ่งแบบชาวบ้าน ขณะเดียวกันก็เล่าเรื่องหนักแน่นจริงจังโดยไม่มีสายตาแบบสงสารสมเพช และเช่นกัน ตัวหนังก็ขึงขังและสรวลเสเฮฮาไปเช่นกัน
#1 By kobby1 on 2009-02-03 12:58