THE FORSAKEN LAND (VIMUKTHI JAYASUNDARA/2005)แผ่นดินต้องห้าม
posted on 24 Dec 2008 02:00 by filmsick in see-it-and-die
สถานที่นั้นประหนึ่งตั้งอยู่ตรงปลายขอบโลก มันมีบ้านหนึ่งหลังที่ฉมจมอยู่ใต้เนิน ส้วมหลังหนึ่งโดเด่นแป็นสง่าอยู่ยนเนินเคียงคู่กับต้นไม้ไร้กิ่งใบชี้โด่เด่ ทัศนียภาพนั้นหรือคือทุ่งหญ้าสลับไปกับพื้นทราย ไกลออกไปเป็นป่ารกทึบของต้นไม้ที่ตายแล้ว กิ่งก้านยืดยาวเหยียดยืดห่มคลุมเสียจนรกชัฏ ป่าตายซาก หนองน้ำ ทุ่งหญ้า ถนนลูกรัง ทั้งหมดกองสุมรวมกันเป็นทัศนียภาพพิลึกชวนขนลุก ในความมืดของทุ่งหญ้า ชายหนุ่มถือปืนเดินตรวจการณ์มองหาอะไรสักอย่าง มือลึกลับแช่ค้างแข็งอยู่กลางหนอ และหญิงผู้หนึ่งตื่นขึ้นในบ้านหล่อนล้างเนื้อล้างตัว ด้วยน้ำในถังที่ตั้งตรงปากประตู เดินขึ้นเนินไปส้วม หยุดยืนมองรถถังมหึมาแล่นไปมาอย่างไร้จุดหมายบนทุ่งหญ้า ชายหนุ่มตื่นขึ้นข้างภรรยาสาวที่กำลังหลับไหล เขาคือ SOMA ยามรักษาการณ์ที่ทำหน้าที่เฝ้ายามดินแดนห่างไกลนี้ ที่ที่มีค่ายทหารอยู่ไม่ไกลนัก รับกะเช้าสลับกับกะดึกชายแก่ท่าทางเพี้ยนที่ชอบเปลือยกายลงเล่นน้ำตอนกลางคืน นอนอยู่ใต้ต้นไม้มากกว่าอยู่บ้าน เขาทั้งสองถูกสั่งให้เฝ้าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้จักตรงปลายขอบโลก LATA ภรรยาของSOMA ยังสาวสด หล่อนตื่นทีหลัง วักน้ำล้างตัวเปลือยอก แอบมองบรรดารถทหารจากที่ไกลๆ บ้างครั้งหล่อนเข้าป่าไปนัดพบทหารหนุ่มลับหลังSOMA ในบ้านนั้นนอกจากสองผัวเมียยังมีพี่สาวของSOMA สาวแก่ที่ถูกน้องสะใภ้ถากถางไม่ว่างเว้น เธอกำลังพยายามหางานเป็นครูในเมืองเพื่อที่จะไปจากที่นี่ ไปจากดินแดนต้องห้ามปลายขอบโลก แม้เธอจะรักน้องชายเธอมากขนาดซักกางเกงในให้เขาก็ตาม และยังมี BATTI เด็กหญิงตัวน้อยที่สนิทสนมกับพี่สาวของSOMA เด็กน้อยชอบมาที่บ้าน บางครั้งเธอเข้าไปเดินเล่นในป่า เจอกับบตาเฒ่าเพี้ยนๆและแอบเห็นหนุ่มกับสาวท้องแก่มากุ๊กกิ๊กกัน
ทั้งหมดคือภาพชีวิตอันเลื่อนไหลไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความมืดดำของดินแดนปลายขอบโลก ผู้คนในหนังพากันจมลงในปลักตมบางประการ บ้างก็ของอดีต บ้างก็ของปัจจุบันขณะ บ้างก็ของอนาคตที่ไม่เคยมาถึง SOMA กับครอบครัวของเขา เด็กน้อย BATTI และชายเฒ่า ท่ามกลางเสียงของสงครามที่ในวินาทีหนึ่งมัอยู่เหมือนคนละด้านของโลก แต่ในอีกวินาทีหนึ่งมันได้คืยเคลื่อนมาแว้งกัดทำร้ายเราโดยไม่คาดคิด
ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ VIMUKTHI JAYASUNDARA ผู้กำกับชาวศรีลังกา ที่เคยคว้ารางวัล CAMERA d' OR จากมือของอับบาส เคียรอสตรามีในเทศกาลหนังเมืองคานส์ (ได้ร่วมกันในปีเดียวกับ มิแรนด้า จูลาย) ได้รางวัลหนังยอดเยี่ยมเมื่อครั้งหนังมาฉายในเทศกาลWORLD FILM เมื่อสองปีที่แล้ว แต่น่าเสียดายที่หนังเรื่องนี้กลับประสบปัญหาอย่างยิ่งในบ้านเกิด (กระทั่งตอนมาฉายในบ้านเรา เขาก็โดนคนศรีลังกาที่มาดูต่อว่า) เมื่อนักวิจารณ์และรัฐเห็นพ้องต้องกันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ นำเสนอศรีลังกาในด้านลบ หนำซ้ำยังมีแนวโน้มสนับสนุนฝั่งกบฏทมิฬที่เป็นหอกข้างแคร่ของรัฐบาลศรีลังกามาตลอด โรงหนังหลายโรงถอดโปรแกรมออกหลังจากฉายไปได้ไม่กี่วันทำให้ผู้กำกับตัดสินใจถอดหนังออกจากโรงฉายทั้งหมดด้วยตนเอง
แต่ไม่ว่าหนังจะถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือไม่ THE FORSAKEN LAND ก็เปล่งประกายอันมืดหม่นของมันอย่างยิ่ง ตัวหนังนั้นแทบไม่คืบเคลื่อนไปไหน ราวกับเป็นขบวนอันต่อเนื่องของภาพเคลื่อนไหวซึ่งจับจ้องมองชีวิตของเหล่าตัวละครจากระยะไกล เหตุการณ์ในหนังไม่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยง เป็นเพียงชุดของเหตุการณ์ที่เกิดต่อเนื่องกันไป เหล่าตัวละครสามัญต่างก็ผเชิญหน้ากับปัญหาเฉพาะตน SOMA ยามเฝ้าแผ่นดินถูกเหล่าทหารลากขึ้นรถ แล้วจับเขาแก้ผ้าเปลือยเปล่าโยนเขาลงในน้ำและทิ้งไว้อย่างนั้น เขาถูกสั่งให้เดินเฝ้าอะไรสักอย่างที่เขาไม่รู้ว่าคืออะไร วันดีคืนดีเขาถูกลากจากเตียงไปในตอนกลางคืนเพื่อฆ่าใครสักคนในความมืด ในขณะที่ภรรยาของเขาก็จมอยู่กับการเฝ้าฝันถึงชีวิตที่ดีขึ้น เธอแต่งตัวสวยออกไปเดินชายป่า แอบมองคนร่วมรักกัน และลักลอบเล่นชู้กับเพื่อนของสามี ขณะที่พี่สาวของเขาจมอยู่ในกรอบของจารีต นางคือสาวแก่ที่โดนน้องสะใภ้กระแนะกระแหน นางข่มกลั้นทุกปรารถนาของตัวเองเอาไว้ ยามเมื่อถูฏลวนลามบนรถเมล์ ก็เก็บกามกำหนัดนั้นไว้ ทำได้เพียงนอนชั้นเข่าให้สายลมลอดไล้ (เช่นเดียวกับน้องสะใภ้ที่หลังจากเกิดเหตุบังเอิญให้ชู้รักหนุ่มไม่สามารถมาหาเธอได้ เธอจัดการเปิดประตูบ้านทุกบ้านแล้วนอนลงบนเตียง ชายเฒ่ายามกะดึกจมอยู่ในความหลังส่วนตัวเกี่ยวกับภรรยาแคระของเขา เจาตั้งหน้าตั้งตาเล่าเรื่องโศกนาฏกรรมชวนขวัญเสียเกี่ยวกับแม่นกน้อย ให้เด็ฏหญิงฟังเรื่องเล่ารันทดเกี่ยวกับหญิงคนแคระที่หอบข้าวสารกอบสุดท้ายออกจากบ้านเร่ร่อนเพื่อหาใครสักคนมาเป็นสามี หล่อนเดินทางจากหมู่บ้านสู่หมู่บ้าน ก่อนจะพบกับชาวนาคนค่อม ควาไมม่รู้และประวัติศาสตร์อห่งควาฒโกรธแค้นส่วนบุคคลนำพาเรื่องทั้งหมดให้กลายปเนโศกนาฏกรรมอันลึกลับมืดดำ ส่วนเด็กหญิงBATTIที่เฝ้าสงสัยเรื่องการเจริญพันธุ์ของตน หลังจากแอบพบเห็นการร่วมรักในป่าโดยบังเอิญ ยิ่งในเวลาต่อมาเด็กน้อยหลุดเข้าไปในบ้านร้างที่มีภาพทะลึ่งตึงตังร่างเปลือยของผู้หญิงเอาไว้ นั่นก็ยิ่งทำให้หล่อนฉงนฉงายมากขึ้น ยิ่งเมื่อสำทับกับนิทานแม่นกน้อยที่ไม่ยอมโตมันทำให้การเจริญวัยกลายเป็นความลึกลับที่ชวนขนหัวลุก
ภาพร่างทั้งหมดทั้งมวลซ้อนทับกันภายใต้ทัศนียภาพอันประหลาดพิลึกตัวละครหลักทั้งหมดทั้งมวลดิ้นรนอย่างสิ้นหวังภายใต้กรอบสองสามชั้นที่ล้อมรอบพวกเขาไว้ เริ่มจากกรอบของการสงครามที่ดูเหมือนในหนังถูกนำเสนออย่างไร้สาระผ่านทางฉาก รถบรรทุกสองคันนประจันหน้ากันถอยหลบกันไปมา หรือการให้ทหารเอาแต่ร้องรำทำเพลง ไปจนถึงการที่จู่ๆรถถังก้ฮอกมาวิ่งเล่นไปมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือในระดับที่เลวร้ายกว่า อย่างการหลอกล่อประชาชนไปเป็นเครื่องเล่น และเลวร้ายขั้นสุดยอด เมื่อทหารเรียกSOMA มากลางดึก เพื่อให้มาฆ่าคนที่เขาไม่รู้จัก (ไม่รู้ว่าเป็นใคร) เอาเข้าจริงคนที่เรา(SOMA)ฆ่าอาจะเป็นเพื่อนของเรานั่นเอง คราบเลือดที่ตามหลอกหลอนเขาในรุ่งเช้ากลายเป็นตราบาปติดตัวไปชั่วนิรันดร์
ในกรอบถัดออกมาจารีตประเพณีที่ไม่ได้ปรากฏตัวอย่างชัดเจ กลับเป็นสิ่งซึ่งห่มคลุมความสัมพันธ์ของตัวละครอย่างแน่นหนา เรื่องเล่าของ ‘แม่นกน้อย'คือตัวอย่างทางจารีตอันโหดเหี้ยม ที่ถูกนำมาเล่าสืบต่อไม่รู้จบ ปลูกฝังลงในหัวของเด็กน้อยBATTIขณะเดียวกันมันผลิดอกออกผลในตัวพี่สาวของSOMA ซึ่งเราอาอจกล่าวได้ว่านางคือหญิงผูยึดจารีตอย่างถึงที่สุด นางอกตรมขมไหม้ตลอดเวลารู้สึกสำนึกบาป ที่เป็นหญิงไร้ผัว (ในทางหนึ่งหนังเปรียบเทียบเธอกับแม่นกน้อย) ยิ่งเมื่อเธอพยายามจะทำทุกอย่างให้เป็นไปตามขนบ พยายามจะย้ายออกจากบ้านของน้องชาย พยายามจะเป็นครู พยายามจะเก็บกดอารมณ์ดำกฤษณาของตนไว้ พยายามจะสอนสิ่งดีงามให้ BATTI (ฉากหนึ่งในหนังBATTI เดินเข้าไปในบ้านร้าง แลเห็นภาพสาวเปลือย แล้วพยายามจะกิน สีที่หกบนพื้น(ในทางหนึ่งมันดูคล้ายน้ำรักมากๆ) จนเธอมาห้ามไว้ แต่สุดท้ายชีวิตเธอก็จบลงในรูปแบบเดียวกันกับโศกนาฏกรรมของแม่นกน้อย
พี่สาวของSOMA ซื้อวิทยุมาให้แต่มันรับคลื่นไม่ได้จนฉากสุดท้ายของหนังในฉากสุดท้าย LATA เป็นคนเดียวที่หาคลื่นวิทยุเจอ หล่อนผู้ละทิ้งจารีต (หล่อนเห็นว่าพี่สาวของSOMA เห็นหล่อนเริงรักกับชายชู้ (ที่เป็นทหาร)ในบ้าน มีแต่หล่อนที่กำชัยชนะ ยิ่งเมื่อคิดว่าหล่อนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับทหาร(การสงคราม) จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่หล่อนจะเป็นคนที่หาคลื่นเจอแถมคลื่นที่หล่อนรับได้ไม่ใช่อะไรนอกจากข่าวการหายตัวไปของผู้คน (ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจจะเป็นคนที่ถูกสามีของหล่อนทุบตายเมื่อคืน)
หากกรอบที่ใหญ่ที่สุดซึ่งครอบทุกคนไว้คือวัฏสงสารอันวนเวียนไม่รู้จบ เรื่องเล่าของแม่นกน้อย ไม่ได้จบตรงนั้น มันวนกลับมาเกิดใหม่ในรูปแบบอื่นเมื่อเทียบเคียงกับชีวิตของพี่สาวของSOMA การเกิดและตายในหนังคือวงจรอุบาทว์ที่อยู่ใกล้ชิดกันอย่างรุนแรง ในฉากต้น BATTI และ LATA แอบเห็นชายหนุ่มร่วมรักกับหญิงท้องแก่ สัญฯของกำหนัดและกำเนิดชิดใกล้กัน การณ์ต่อมา BATTI(ผู้ซึ่งเป็นเด็กคนเดียวในเรื่อง จึงกหมายความว่าเธอถือครองภาวะการเจริญเติบโตได้) ถามเรื่องการโตเป็นผู้ใหญ่กับพี่สาวของSOMA เธอกำลังได้รับคำอธิบายว่าเธอจะโตขึ้นเป็นสาวไม่เป็นคนแคระเหมือนแม่นกน้อย ภาพตัดกระชากไปหาฉkกการแบกศพกลางฝนในบัดดล และยิ่งโหดเหี้ยมมากขึ้นเพราะศพนั้นคือศพของหญิงท้องแก่ ความตายเดินทางมาถึงก่อนการกำเนิด ที่แท้มันผูกอยู่ด้วยกันเป็นห่วงโซ่ วนเวียนไม่รู้จบเช่นเดียวกับนาฏกรรมของแม่นกน้อย
หากเป็นเช่นนั้นเราอาจบอกในอีกทางหนึ่งได้ว่า ตัวละครเหล่านั้นคือผู้ติดบ่วงเป้นตัวแทนของมนุษย์สามัญ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า แผ่นดินต้องห้าม กลางทัศนียภาพไม่ใช่อื่นใดนอกจากโลกของเรา ยิงตัวละครถูกตัดขาดจากโลกภายนอก การดิ้นรนของตัวละครจึงไม่ต่างอะไรกับการเวียนว่ายไม่รู้จบในวัฏสงสารนั้นเอง
หมายเหตุ ROUGH LIST 2008
- กอด
- NOW SHOWING
- DIARY OF THE DEAD
- THE HEADLESS WOMAN
- MISTER LOENY
- I'M NOT THERE
- PAPER CANNOT WRAP UP THE EMBERS
- WENDY AND LUCY
- SILENT LIGHT
- จอมโหดมนุษย์ซีอิ้ว
- SUMMER HOURS
- CARGO 200

#1 By หญิงป่าน (161.200.255.162) on 2008-12-24 16:27