จอร์จเป็นเจ้าของร้านขายของเก่า เช้าวันนั้นเขาปิดร้าน เก็บของบางชิ้นลงกระเป๋า ตั้งใจจะเดินทางไปเที่ยวในวันหยุดแถมพกด้วยการเอารูปปั้นโบราณไปเสนอขายลูกค้า ขึ้นมอเตอร์ไซค์คู่ชีพ ขับผ่านเมืองแออกสู่ชนบท เมืองที่เต็มไปด้วยปล่องควันโรงงาน ผู้คนป่วยไข้ไอจาม ท่อน้ำเสีย สิ่งก่อสร้างค้างๆคาๆ เครื่องจักรกล รถยนตร์ และแหล่งเสื่อมโทรม

 

บ่ายหน้าออกนอกเมือง ระหว่างทางเขาแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มเล็กๆแห่งหนึ่ง โดยบังเอิญรถยนตร์คันหนึ่งถอยมาชนมอเตอร์ไซค์ของเขาล้มคว่ำ สภาพของมันร้ายแรงพอสมควร เอ๊ดน่าหญิงสาวเจ้าของรถจึงยื่นข้อสเนอว่าเธอจะขับไปส่งเขาเอง  แต่ระหว่างทางเธอกลับขอร้องให้เขาไปส่งเธอก่อน เธอต้องรีบยไปเยี่ยมพี่สาวที่กำลังป่วย จากนั้นเขาสามารถเอารถเธอไปใช้ตลอดสุดสัปดาห์นี้ได้  แม้จะไม่เต็มใจแต่จอร์จก็จำต้องรับข้อเสนอ  ระหว่างทางพวกเขาขับรถพลัดหลงเข้าไปในไร่ที่กำลังใช้วิธีไล่แมลงแบบใหม่โดยใช้คลื่นเสียงโซนาร์ส่งลงไปบนพื้น โตรงการยังอยู่ในระยะทดลอง และสนับสนุนโดยรัฐ จอร์จลงไปถามทางกับชาวนาและบ่นเรื่องว่ามันอาจจะมีอันตรายกับชาวนา ระหว่างนั้นเอ็ดน่ารออยู่ในรถ  และเจอเข้ากับศพเดินได้ที่ไล่ฆ่าเธอ  แต่บอกใครก็ไม่มีใครเชื่อ จอร์จคิดว่าเธอเพี้ยน (เขาคิดแบบนั้นตั้งแต่แรกแล้ว)

 

ข้างฝ่ายพี่สาวของเธอซึ่งกำลังติดยา เธออาศัยอยู่กับสามีที่เป็นช่างภาพ  เธอคิดว่าเขาขอให้น้องสาวมารับเธอไปโรงพยาบาล หลังจากทะเลาะกัน สามีเธอออกไปถ่ายรูปเธอเข้าไปพี้ยา พลันพบศพเดินได้ไล่ฆ่า เธอวิ่งร้องกรี๊ดๆออกไปนอกบ้าน ผลกลายเป็นว่าสามีเธอมารับเคราะห์แทน กว่าเอ๊ดน่าและจอร์จจะมาถึง ตำรวจก็อยู่กันเต็มบ้านไปหมด 

 

ท่านสารวัตรไม่เชื่ออะไรใครทั้งสิ้น เขาคิดว่าเจ้าหล่อนเป็นคนฆ๋าสามีตัวเองเพราะสามีเธอเคยแอบถ่ายรูปโป๊เธอเอาไว้ ซ้ำเธอยังเป็นนังขี้ยาอีกต่างหาก  ความสงสัยเลยไปถึงจอร์จ ในฐานะที่เขาไว้ผมยาวไว้หนวดเครา แต่งตัวเหมือนฮิปปี้ซ้ำยังก่อเรื่องน่ารำคาญด้วยการบอกว่าเขาไม่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม  กลายเป็นว่าจอร์จและเอ๊ดน่าถูกกักตัวไว้ในเมืองเล็กๆ ตามสืบคดีลึกลับ เกี่ยวกับศพเดินได้และถูกจับตามองอย่างเอาเรื่องจากนายตำรวจขาใหญ่อีกต่างหาก

 

ภาพยนตร์ปี 1974 ของผู้กำกับภาพยนตร์ชาวสเปน JORGE GRAU   หนังเรื่องนี้ถือสัญชาติกึ่งสเปนกึ่งอิตาลี แต่หนังก็พูดภาษาอังกฤษ ตัวละครรับทเป็นคนอังกฤษ และเหตุการ์ณก็เกิดในอังกฤษ (แต่ไปถ่ายกันในอิตาลี!) หนำซ้ำชื่ออังกฤษของหนัง(ที่มีมากมายหลายชื่อ)มีชื่อหนึ่งว่า THE LIVING DEAD OF MANCHESTER MORGUE (อีกชื่อหนึ่งกะขายตีหัวเข้าบ้านโดยการไปแอบอ้างเข้ากับหนังของของLUCIO FULCI นั่นคือ ZOMBI 3(ภาค3 ตรงไหน!))

 

ข้ามเชื้อชาติชวนงงและชื่อชวนขันไป นี่คือหนังสยองขวัญคลาสิคอีกเรื่องจากยุคเจ็ดสิบที่สานต่อสิ่งซึ่งNIGHT OF THE LIVING DEAD ของGEORGE A ROMERO ไว้ได้อย่างแข็งขัน แน่นนอว่าพลอต และ สไตล์นั้นลอกกันมาอย่างตั้งใจไม่ว่าจะเป็นศพลุกขึ้นจากหลุม มาเดินช้าๆไล่ควักตับไตไส้พุงของมนุษย์ (เพียงแต่ในหนังเรื่องนี้มีเลือดแดงฉาน) หรือการวางตัวละครหลักเป็นชายหนุ่มผู้ควบฐานะเป็นคนนอกสังคม กับหญิงสาวที่ดูเพี้ยนมากกว่าจะเอาใจช่วย รวมไปถึงตอนจบของหนังที่สะท้อนสังคมอย่างจริงจัง (และตัวละครยังร่วมชะตากรรมกันอีกด้วย)  ขณะที่NIGHT เป็นหนังขาวดำ  และสิ่งที่JORGE GRAU เอาติดมาด้วย (แต่ FULCI และ ZOMBI ของเขาลืม) คือการที่หนังมีประเด็นทางสังคมอย่างแข็งขัน

หนังสยองขวัญมักเป็นต้นธารของการแสดงภาพอาการวิตกจริตของสังคมมนุษย์ ด้วยค่าที่ว่าหนังสยองขวัญนั้นนำคนดูไปสุดพรมแดนของความพาฝัน  สิ่งที่เรารู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงแต่ไม่อาจแสดงออกในชีวิตประจำวันจะถูกนำมาขยายให้ใหญ่ในหนังสยองขวัญ จากนั้นคนดูก็จะเข้าไปดูมันโดยตั้งธงว่า ‘นี่เป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันสนุกสนาน' หลังจากนั้นเราจะสนุกไปกับมัน หวาดกลัวไปกับมัน และเมื่อมันจบลง เราก็จะได้รับการปลดปล่อยความกลัวนั้นออกไป ในฐานะของเรื่องเล่าที่จบลง  เราเป็นคนดูอยู่วงนอก เรื่องที่เรากลัวเกิดขึ้นแล้วแต่กับคนอื่น จากนั้นเราจะกลับบ้านและหลับอย่างเป็นสุข

 

ในหนังเรื่องนี้  ประเด็นความหวาดกลัวเทคโนโลยี และความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศน์ถูกนำมายาให้ใหญ่ผ่านฉากเปิดเรื่อง(ที่คลาสสิคมาก) เมื่อจอร์จขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านเมือง หนังตัดภาพของจอร์จบนมอเตอร์ไซค์เขากับภาพของเมืองที่เต้มไปด้วยมลพิษ ภาพปล่องควันของโรงงานนิวเคลียร์ ภาพแหล่งเสื่อมโทรม ภาพการก่อสร้าง ภาพคนไอจาม เชื้อโรค ควันพิษ ผุ่น ความสกปรก เสียงอันอื้ออึงของเมืองใหญ่ถูกแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในฉษกนี้ ก่อนที่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นจะเปลี่ยนภาพแทนไปเป็นไปอยู่ในรูปของเครื่องมือไล่แมลงชนิดใหม่จากรัฐ ที่กำลังทำการทดลองเพื่อจะนำมาแทน ยาฆ่าแมลง โดยใช้คลื่นเสียงโซนาร์สาดลงไปบนพื้น ตัวแทนรัฐบอกว่ามันจะส่งผลกับระบบประสาทของมวลแมลง ทำให้พวกมันบ้าคลั่งแล้วเตลิดหนีไป  หนังสร้างสมมติฐานเล่นๆว่าระบบประสาทของคนที่ตายไปใหม่ๆจะยังคงยู่แต่อาจลดรูปไปเหมือนโครงสร้างของแมลง ดังนั้น มันจึงทำให้เหล่าศพกลายเป็นบ้าลุกขึ้นมาเดินดิน!

 

แน่นอนว่านี่เป็นสมมติฐานเบื้องต้นข้างๆคูๆ (แถมยังถูกทำให้รั่วไปช่วงท้ายเรื่อง) แต่มันก็กลับประจุความวิกจริต ความไม่ไว้ใจที่สังคมขณะนั้นมีต่อทเคโนโลยี แต่มากกว่าเทคโนโลยี อีกสิ่งหนึ่งที่ถูกสงสัยในหนังเรื่องนี้คือคนหนุ่มสาวชาวบุปผาชน

 

หากในหนังเรื่อง I DRINK YOUR BLOOD ของ DAVID E. DURSTON  มองฮิปปี้ในฐษนะของตัวอันตรายที่ไล่ฆ่าผู้คนทั้งยามเป็น และยามตาย  ในLET THE SLEEPING  CORSPE LIES  หนังก็สะท้อนค่านิยมกลัวฮิปปี้ผ่านทางตัวละครสารวัตรที่สงสัยจอร์จ เพราะเขาดูเหมือนพวกฮิปปี้ แถมยังพกตุ๊กตาประหลาดจนไพล่คิดไปว่าเขาเป็นพวกคลั่งลัทธิ ซึ่งก็เป้นสิ่งที่ผู้คนภายนอกมักคิดเกี่ยวกับฮิปปี้ และเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงฉากไคลแมกซ์ เราก็พบว่าที่จริงแล้วเหล่าซอมบี้ไม่ได้มีความสำคัญอะไรอีกต่อไป  สิ่งที่ทำให้ทุกสิ่งไปสู่หายนะจริงๆจึงคืออคติในใจผู้คนต่างหาก  ดังนั้นการกลับมาทวงแค้นในฉากสุดท้าย(เมือ่ฮิปปี้กลายเป็นผีดิบไปจริงๆ) จึงกลายเป็นฉษกที่น่าสนใจมากๆ เพราะมันคือการผลของการผลักดันกีดกันแบ่งแยกออกจากสังคม  การตีตราที่ในที่สุดส่งผลจริงๆ 

 

ที่จริงแล้วหนังเรื่องนี้จึงคือการนำเสนอภาวะพาฝันของเหล่าบุปผาชน ที่หวาดกลัวต่อการรุกคืบของเทคโนโลยีที่มุ่งทำลายธรรมชาติในขณะเดียวกันก็แสดงภาพอคติที่พวกเขาต้องผเชิญจากสังคมอีกชั้นหนึ่งด้วย

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เมคอัพสุดยอด wink

#1 By ตุ้ย since 2006 on 2008-10-23 18:50

ว้าวๆๆ เรื่องนี้น่าสนใจครับ confused smile

#2 By desktop bomb on 2008-10-23 21:09

หาดูได้ที่ไหนน๊อ โหด แต่น่าดูมากค่ะ

#3 By (^_^)/nana on 2008-10-24 00:14

ตอบคุณ nana หนังเหล่านี้โหลดได้ในบิททอร์เรนท์ครับ
แหะๆ big smile

#4 By filmsick on 2008-10-24 00:54

มาตามดูหนังครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลหนังดีๆแบบนี้ครับ

#5 By mouse4006 (222.123.27.117) on 2008-11-02 02:13