ยังมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งกลางหุบเขาลึก  เมืองน่าอยู่ผู้คนน่ารัก  ทุกคนในเมืองหน้าตาดีแต่งตัวเรียบร้อยยิ้มแย้มชื่นบานต้อนรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว กระทั่งนายกเทศมนตรีผู้อารีอารอบยังออกมาต้อนรับ เมืองที่ทั้งเมืองกำลังเฉลิมฉลอง นักท่องเที่ยวสี่คน และ  คนแรมทางอีกสองแวะผ่านเข้ามาในเมือง  ผู้คนยิ้มแย้มยินดี พาพวกเขาไปพักในโรงแรมที่ดีที่สุดของเมือง  พวกกนุ่มสาวหน้าตาดีในเมืองเกี้ยวพาราสีผู้มาใหม่  ทุกสิ่งดูดีงดงามเกินความเป็นจริง  หากปรารถนาการเดินทางอันเป็นที่จดจำ  ก็จะได้รับการจดจำ เพียงแต่ในมันอาจเป็ฯความทรงจำสุดท้ายอันสุดสยอง!

 

นี่คือภาพยนตร์สยองขวัญพันธุ์เกรดต่ำจากปี 1964 โดยผีมือของ  HERSCHELL GORDON LEWIS ชายที่ได้ชื่อว่าเป็น THE GODFATHER OF GORE อันหมายถึงว่าเขาคือต้นแบบของบรรดาหนังเลือดสาดทั้งหมดทั้งมวล  LEWIS เริ่มต้นจากการทำหนังโป๊เปลือยวับๆแวมๆตั้งแต่ต้นยุคทศวรรษที่หกสิบ  จนกระทั่งหนังอีโรติคเริ่มตกกระแสเขาจึงหันมาทำหนังสยองขวัญดูบ้างโดยหนังสยองเรื่องแรกของเขาคือ BLOOD FEASTในปี 1963 โดยไม่มีใครรู้หนังเรื่องนี้ต่อมาได้พลิกหน้าใหม่ของวงการหนังสยองขวัญของอเมริกาให้เดินเข้าสู่ยุคของหนังที่เรียกกันว่า SPLATTER FILM อันหมายถึงหนังสยองขวัญที่เต็มไปด้วยภาพโหดร้ายทารุณ  การฆาตกรรมแบบถึงเลือดถึงเนื้อถึงพริกถึงขิง  นักวิจารณืหลายสำนักยกให้ BLOOD FEATS เป็นหนังเชือดเลือดสาดเรื่องแรกของโลก และมันเป็นแค่จุดเริ่มต้น

 

TWO THOUSAND MANIACS เป็นหนังเรื่องต่อมาและเป็นหนังเรื่องที่สองของไตรภาคแห่งลาบเลือด ก่อนจะปิดไตรภาคด้วยCOLOR ME BLOD RED  แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะหยุด เพราะตลอดยุคทศวรรษที่70เขายังคงทำหนังออกมาอย่างต่อเนื่อง มีตั้งแต่สุดขีดหนังเชือดเลือดสาดไปจนถึงหนังโป๊ หนังอาชญากรเด็ก  อนึ่ง หนังสำหรับเด็กเขาก็ทำ 

 

ดังนั้นในฐานะของภาคสองแห่งไตรภาคลาบเลือด (BLOOD TRILOGY) สิ่งที่คุณได้รับย่อมไม่แตกต่างจากที่คุณคาดหวัง   หนังที่ว่าด้วยเรื่องเมืองลึกลับของชาวใต้ ที่ผู้คนยังติดยึดอยู่กับสงครามกลางเมืองเมื่อร้อยปีที่แล้ว จนฉลองครบรอบการทำสงคราม(หรือการแพ้สงคราม) ด้วยการคอยดักจับรถที่เป็นทะเบียนของชาวเหนือ(ไอ้พวกแยงกี้!) แล้วก็จับมาเชือด เชือดนิ่มๆซะ! หนังเต็มไปด้วยการสร้งสรรค์อภิมหาฉากเลือดสาดที่เต็มไปแบบทุนต่ำเตี้ยเรียดิน ฉากมีตั้งแต่ฉากจามแขนด้วยขวาน(ระดับความสร้างสรรค์สองบวก) การใช้ม้าแยกร่าง (ระดับความสร้างสรรค์ห้าบวก) จนไปถึงการจับใส่ถังแล้วค่อยๆตอกตะปูแหลมๆรอบๆถังจากนั้นก็กลิ้งลงเนินมา(ระดับความสร้างสรรค์ เจ็ดบวก)  และการจับขึงพืดให้ชาวเมืองมาเล่นสาวน้อยตกน้ำ โดยไอ้ที่ตกลงมาคือหินก่อมหึมา!(ระดับความสร้างสรรค์ สองร้อยบวก)

 

 

ต่างจากหนังสยองขวัญนักเชือดทั่วไป  ที่ฆาตกรมักมีเพียงหนึ่งคน หนังเรื่องนี้บอกไว้โต้งๆตั้งแต่ชื่อเรื่องว่ามีไอ้บ้าสองพันคน! ซึ่งก็เท่าจำนวนประชากรในเมือง  หนังที่มาษตกรโรคจิตสองพันคนนี้ช๊อคคนดูได้ชะงัดด้วยการใส่ฉากสังหารให้โดยมากเกิดกลางแจ้ง ท่ามกลางดวงตาผู้คนของชาวบ้าน ฉากสังหารโหดมักถูฏตัดแทรกด้วยภาพดวงตาของชาวบ้านที่ยืนมองเหยื่อ อย่างไม่ยินดียินร้าย บางคนเหยียดยิ้มมุมปากอย่างชวนสยอง ทั้งพ่อแก่แม่เฒ่า ลูกเล็กเด็กแกง ใช่แล้วนี่คือการเฉลิมฉลอง โดยการเชือดไอ้พวกแยงกี้ขี้เท่อ!!!

 

หนังดำเนินตามสูตรหนังเชือด (ที่เดาว่าตอนนั้นยังไม่มีสูตร) ตัวละครหลบหนีออกมาได้ แล้วหนังก็หักมุมเมื่อตัวละครพากันไปแจ้งตำรวจเพื่อจะค้นพบว่าเมืองนั้นไม่มีอยู่บนแผนที่ พวกเขาพลัดหลงไปในแดนสนธยา  ที่ไม่มีอยู่จริง  ฉากการกลับมาตามหาเมืองPLEASANT VALLEY กลายเป็นฉากหลอนจิต (แบบที่ต่อมาพบเห็นในหนังเสด็จพ่อ DAVID LYNCH) ไม่ทางเข้าไม่มีร่องรอย ป้ายบอกกล่าวเรื่องสงครามที่ตัวเอกเคยเห็น ค่อยๆเลือนหายไปอยู่ข้างหลังพวกเขานั้นเอง !

 

หนังจบลงด้วยความชั่วร้ายยังคงอยู่ ภูติปผีที่ตายฟื้นคืนชีพจากหลุมทรายดูด รอคอยนักท่องเที่ยวขับรถติดป้ายทะเบียนทางเหนือรายต่อไป 

 

ว่ากันว่าหลังจากหนังเรื่องนี้ LEWIS ยังเล่นกับประเด็นสงครามกลางเมืองและชาวใต้ใจเหี้ยมในหนังสยองขวัญสุดห่ามอีกอย่างน้อยสองเรื่องนั่นคือ NOONSHINE MOUNTAIN และ THIS STUFF I'LL KILL YA   ที่น่าสนใจก็คือสิ่งที่ชวนสยองที่สุดในหนังไม่ใช่การเชือด (เพราะมันออกจะให้เอฟเฟคต์ราคถูก) หากมันคือการแพนภาพชาวเมืองที่รื่นอริงระหว่างรับชมนาฏกกรรมสังหาร  ภาพรอยยิ้มปลอมๆ เสียงเพลงคันทรี่อันเปี่ยมสุข  เสียงโห่ร้องดีใจ งานรื่นเริงในหนังเรื่องนี้คือรูปแบบของนรกของจริง!

 

2000 MANIACS ถูกรีเมคใหม่ในปี 2005 โดยให้ ROBERT ENGLAND (หรือ ท่านเฟรดดี้ ครูเกอร์) มารับบทนายกเทศมนตรี และเพิ่มจำนวนคนบ้ามาอีกหนึ่งคนกลายเป็น 2001MANIACS  นอกจากนี้หนังเรื่องยังบันดาลใจให้เกิดชื่อวงดนตรีอย่าง 10,000 MANIACS อีกด้วย!

 

เลือดปลอม เสียงกรีดร้อง อวัยวะกะรุ่งกะริ่ง  เสียงหัวเราะบ้าคลั่ง และเพลงคันทรี่(ที่ผู้กำกับร้องเองเล่นเอง)  คือบรรยากาศที่ปกคลุมไปในหนังหนังทุนต่ำ ที่สร้างเพื่อเอาไปฉายในโรงหนัง drive in เรื่องนี้  นี่ไม่ใช่หนังดี ไม่ใช่หนังคลาสสิคตกสำรวจ แต่ที่หนังเรื่องนี้มีดีคือความชั่วร้ายในตัวหนังเอง

 

HERSCHELL GORDON LEWIS

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เหอะ ๆ ไม่ดูหนังสยองมานานแล้วค่ะ
แบบว่าดูแล้วรู้สึกป่วยอ่ะ มันตื่นเต้นเหงื่อแตก นึกว่าเป็นโรคหัวใจ sad smile

#1 By Fein on 2008-10-23 10:25