สุรีรัตน์ และ สรางค์รัตน์ เป็นพี่น้องสองศรีที่ถูกเกลียดชังจากแม่ใหญ่และคุณย่า หลังจากแม่ของพวกเธอซึ่งเป็นสาวชาวเหนือไร้สกุล หายตัวไป  แม่ใหญ่ผ่องพักตร์บอกว่าแม่เธอหนีตามผู้ชาย  แม่ของเธออยู่กินกับพ่อมาก่อน แต่แม่เธอเป็นเพียงหญิงชาวบ้านไร้สกุลซึ่งคุณย่าเกลียดเป็นนักเป็นหนา  ยิ่งมาหนีหายไปสถานภาพของเธอทั้งคู่ก็ลดลงเทียมคนใช้  แต่สุรีรัตน์ก็ไม่เคยน้อยเนื้อต่ำใจ เธอิดเพียงว่ามีที่กินอยู่หลับนอนหลังคาคุ้มกะลาหัวก็ถือเป็นบุญคุณแล้ว  แม่พรรณีลูกสาวแม่ใหญ่และแม่ใหญ่เสียอีกที่เห็นพวกเธอเป็นก้างขวางคอ คอยแต่จะรังควาญกลั่นแกล้งพวกเธอสารพัด  สุรีรัตน์และน้องสาวได้แต่ทำใจรับสภาพหวังสักวันว่าแม่สายบัวของเธอจะกลับมา

 

จนเมื่อคุณย่าฉลองอายุครบหกสิบปี ในงานวันเกิดคุณย่าเรียกลูกหลานทุกคนรวมทั้งสองศรีพี่น้อง ท่านประกาศกลางงานว่าจะแบ่งสมบัติให้ลูกหลานทุกคน ไม่เว้นแม้หลานชังอย่างสุรีรัตน์และน้องสาว มิใยที่แม่ใหญ่จะออกหน้าคัดค้านแต่ก็ไม่เป็นผล  ทุกคนได้หยิบฉลากกันคนละชิ้นสุดแท้แต่บุญพาวาสนาส่ง สุรีรัตน์โชคดีหยิบฉลากได้เครื่องเพชรมรดกตกทอด ยังความริษยาให้สองแม่ลูกยิ่ง โชคร้ายไฟดัยพอติดขึ้นมาเครื่องเพชรก็หายไป  สุรีรัตน์ได้รับตึกโบราณหลังหนึ่งเป้นการตอยแทน  ซึ่งตึกหลังนั้น มีเพียงเจ้าหงัดคนสวนร้ายกาจ ลูกสมุนของแม่ใหญ่คอยดูแล แต่คุณย่าก็เอาไปปล่อยให้เช่า โดยผู้เช่าคือ มิสเตอร์ริชาร์ดนักวิทยาศาสตร์หนุ่ม เพื่อนของคุณวิบูลย์หนุ่มหล่อลูกคุณหลวงซึ่งผูกสมัครรักใคร่อยู่กับสุรีรัตน์ ยังความริษยาให้แก่พรรณียิ่งนัก

 

ด้วยเพิลงริษยาสุมแค้นแน่นอก แม่ใหญ่ซึ่งที่จริงจับนางสายบัวไปขังไว้ในห้องใต้ดินนานนับสิบปีโดยมีเจ้าหงัดคอยเฝ้าส่งข้าวส่งน้ำ  ก็ได้ให้นายหงัดมาจัดการทำลายสุรีรัตน์เสียก่อนจะเกิดเรื่อง เจ้าหงัดหลอกสุรีรัตน์ไปที่ตึกเก่าหลังจากกำจัดมิสเตอร์ริชาร์ดที่บังเอิญรู้เรื่องสายบัวเข้า  โดยไม่รู้ว่าที่แท้มิสเตอร์ริชาร์ดกำลังทดลองน้ำยาล่องหนอยู่ สุรีรัตน์เผลอดื่มมันเข้าไป แล้วกลายเป็น สุรีรัตน์ล่องหน!

 

แต่เรื่องยังไม่จบแค่นี้ สุรีรัตน์ยังต้องผเชิญหน้ากับความร้ายกาจทั้งจากแม่ใหญ่ พรรณี และเจ้าหงัด ถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกทำร้ายกลั่นแกล้งสารพัด ไหนจะความจริงเรื่องแม่  ความรักของเธอกับคุณวิบูลย์จะสมหวังหรือไม่  เมื่อไหร่พอและย่าจะหูตาสว่าง และเธอจะกลับมาเป็นสุรีรัตน์คนเดิมได้หรือไม่ โปรดติดตาม!!!!!!!!!

 

นี่คือหนังพลอตโก้เก๋ซึ่งเป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างหนังเมโลกดราม่า ชิวตเศร้าเคล้าน้ำตาประสาละคตรไทย กับหนังไซไฟมนุษย์ล่องหนสุดพิลึก!ผลงานกำกับของนักแสดงและผู้กำกับระดับตำนานอย่าง ส.อาสนจินดา โดยสร้างจากบทประพันธ์ของเจ้าพ่อกันตนา ประดิษฐ์ กัลป์จารึก

 

กล่าวตามจริง สุรีรัตน์ล่องหนไม่ได้เป็นหนังชั้นยอดซึ่งถูกหลงลืมไป หนำซ้ำมันยังเป็หนังพิมพ์นิยมที่สร้างมาเพื่อให้ถูกปากชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป  แต่ไม่ว่าจะอย่างไรนี่คือหนังที่ช่างเวรี่ไทย อย่างมาก  เพราะหากจะให้เลือกหนังที่เป็นตัวแทนของหนังไทยแล้วล่ะก็ มันก็มีเพียงหนังเมโลกดราม่าสงครามสตรียในบ้านหรูหรา กับหนังผีกึ่งตลกเท่านั้นที่จะเป็นตัวแทนหนังไทยได้ดีที่สุด ตรงที่สุด ทั้งในแง่ความเชื่อ ทัศนคติ  และสิ่งซึ่งแวดล้อมสังคมเมื่อวิเคราะห์ผ่านภาพพาฝันทั้งมวล

 

หนังได้การแสดงแบบทุ่มกายถวายชวิตของสุพรรณ บูรณพิมพ์ นักแสดงหญิงยอดฝีมือที่ล่วงลับไปก่อนวัยอันควร ในบทแม่ใฝหญ่ผ่องพักตร์  แม้จะต้องสวบทนางร้ายใจยักษ์ตีสองหน้า สุพรรณก็แสดงได้อย่างยอดเยี่ยม ยิ่งในฉากท้ายที่เธฮกลายเป็นคนบ้า เธอก็ดูเหมือนจะเป็นบ้าไปจริงๆ (ตามขบการแสดงหนังไทย นางร้ายในหนังมักอู่ในเส้นบางๆระหว่างความบ้าคลั่งกับความร้ายกาจ ซึ่งสุพรรณ คาบเส้นนั้นไปตลอดเรื่องก่อนจะระเบิดมันออกมาในตอนท้ายเรื่อง)  ฉากในช่วงท้ายที่เธอลุกขึ้นมารำดาบอย่างบ้าคลั่งจึงติดตาผู้ชมแม้จะดูจบไปนานแสนนาน  เช่นเดียวกับเด็กสาวที่รับบท พรรณี ที่ให้การแสดงครบองก์นางร้ายหนังไทย ทั้งท่าทีเสียดเย้ยไยไพ การเล่นหูเล่นตาแบบเหนือจริง (ภาษาชาวบ้านเรียกว่า น่าตบทุกกระเบียดนิ้ว)  เป็นการแสดงแบบล้นๆที่น่าจดจำ

ภาวนาชนะจิตร และ อดุย์ ดุลยรัตน์  รับบทนางเอกพระเอกตามลำดับ เป็นที่รู้กันว่าบทพระนานางในหนังนั้นไม่ค่อยจะได้แสดงอะไรมากเท่ากับนางร้าย (ซึ่งน่าสนใจมากว่าทำไม) ภาวนา(ที่ตอนนั้นสวยมากกก)  จึงได้แต่เป็นนางเอก แบบมึงด่ากูร้องให้ มึงใช้กูทำ จณะที่อดุลย์มักจะมาช้า และไม่ค่อยแก้ปัญหาอะไรได้อยู่เรื่อย

แต่สิ่งที่พอเหมาะพอเจาะและน่าตื่นเต้นที่สุดของหนังคือการที่หนังผปสมเอารูปแบบหนังไซไฟมารับรองความเป็นหนังเมโลดราม่าของหนัง  แม้มันจะดูไม่เข้าพวก ตลกๆ เชยๆ และประดักประเดิด  แต่ความประดักประเดิดนี้กลับกลายเป็นเสน่ห์อันสนุกสนานของหนัง ในหนังเรื่องนี้ การแสดงเหนือจริงปะทะกับพลอตเรื่องสุดเหวอ  การกำกับที่เชื่อมันของส.อาสนจินดา โดยเฉพาะการเคลื่อนกล้องไปมาของหนังที่อยู่ในระดับหนังมาจรฐานฮอลลีวู้ดเลยทีเดียว โดยไม่ต้องคิดที่คือหนังคัลท์ ขั้นสุดยอดของเมืองไทย !

 

ที่สุดของที่สุดคือหนังเรื่องนี้ยาว 145 นาที!!!! ตลอดความยาว เกือบสามชั่วโมงของหนัง ไม่มีความน่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย หนังสนุกอย่างร้ายกาจเหมือนดูละครหลังข่าวชั้นดี   และเราขอแนะนำหนังเรื่องนี้กับทุกคน!  

 

หมายเหตุ : หนังเรื่องนี้ เคยถูกนำมาสร้างใหม่ทั้งเป้ฯหนังและละครทีวี จากข้อมูลทราบว่าฮิตใช้ได้ แต่เนื่องจากไม่เคยดูเลยไม่สามารถบอกได้ ไม่รู้ว่าจะดำรงคงความคัลท์ ได้ขนาดนี้หรือเปล่า!

หมายเหตุ 2 : วีซีดีหนังเรื่องนี้มีขายตามกระบะลดราคาตามโลตัสในราคาแค่ 29 บาท และนี่คือปกครับ!

 

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊ดดดดดดดด

พล็อตคัลท์อย่างแรง เดี๋ยวว่าง ๆ ไปโลตัสแถวบ้านจะไปคุ้ยมาดูบ้าง

ป.ล.การต้องไปคุ้ยกระบะหาหนังเรื่องนี้ สามารถคิดเป็นพฤติกรรมที่คัลท์ได้พอ ๆ กับตัวหนังหรือเปล่าฮะคุณชาย question

#1 By ขเจน on 2008-10-10 16:37

อยากดู เวอร์ชั่น ที่ คุณ ส.อาสนจินดา กับกับ จัง

เดี๋ยวจะลองไปค้นดูตามโลตัสบ้าง
อ่านแล้วเลยอยากรู้ ว่าจะลงเอย ยังไง
จะว่าไป ลองไปถามแม่ ก็ได้เนอะ
แม่ต้องเคยดู !!

#2 By C-C on 2008-10-10 18:03

เคยดูเรื่องนี้เมื่อปีกลาย (มั้ง?)
ทีวีเอามาฉายใหม่
ตอบจบมีฉากระเบิดด้วย 555

#3 By o (58.9.137.14) on 2008-10-10 18:06

อ่าว จำผิดเรื่องอ่ะครับ โทษที

#4 By o (58.9.137.14) on 2008-10-10 18:07

พล๊อตเก๋น่าดูอย่างแรงค่ะ

#5 By 유이 on 2008-10-10 19:06

เหมือนเคยได้ยินชื่อนะเนี่ยsad smile
เดี๋ยวลองไปหาดูsad smile

#6 By blackholesun on 2008-10-10 21:27

อยากดูเรื่องนี้...

มันเปนละครนี้เองมิน่า..
คนถึงเรียกเรา สุรีรัตน์ล่องหน..

เพิ่งเข้าวันนี้เอง...

#7 By สุรีรัตน์ (125.24.188.88) on 2008-12-18 14:52

อยากให้หนังเรื่องนี้นำออกมาทำใหม่จัง คงสนุกน่าดูนะคะ

#8 By สุรีรัตน์ (117.47.198.85) on 2009-08-14 07:41