สุรีรัตน์ล่องหน (ส.อาสนจินดา /2504 ) : SUPREME THAI CULT FAVORITE
posted on 10 Oct 2008 16:00 by filmsick in made-in-thailand
สุรีรัตน์ และ สรางค์รัตน์ เป็นพี่น้องสองศรีที่ถูกเกลียดชังจากแม่ใหญ่และคุณย่า หลังจากแม่ของพวกเธอซึ่งเป็นสาวชาวเหนือไร้สกุล หายตัวไป แม่ใหญ่ผ่องพักตร์บอกว่าแม่เธอหนีตามผู้ชาย แม่ของเธออยู่กินกับพ่อมาก่อน แต่แม่เธอเป็นเพียงหญิงชาวบ้านไร้สกุลซึ่งคุณย่าเกลียดเป็นนักเป็นหนา ยิ่งมาหนีหายไปสถานภาพของเธอทั้งคู่ก็ลดลงเทียมคนใช้ แต่สุรีรัตน์ก็ไม่เคยน้อยเนื้อต่ำใจ เธอิดเพียงว่ามีที่กินอยู่หลับนอนหลังคาคุ้มกะลาหัวก็ถือเป็นบุญคุณแล้ว แม่พรรณีลูกสาวแม่ใหญ่และแม่ใหญ่เสียอีกที่เห็นพวกเธอเป็นก้างขวางคอ คอยแต่จะรังควาญกลั่นแกล้งพวกเธอสารพัด สุรีรัตน์และน้องสาวได้แต่ทำใจรับสภาพหวังสักวันว่าแม่สายบัวของเธอจะกลับมา
จนเมื่อคุณย่าฉลองอายุครบหกสิบปี ในงานวันเกิดคุณย่าเรียกลูกหลานทุกคนรวมทั้งสองศรีพี่น้อง ท่านประกาศกลางงานว่าจะแบ่งสมบัติให้ลูกหลานทุกคน ไม่เว้นแม้หลานชังอย่างสุรีรัตน์และน้องสาว มิใยที่แม่ใหญ่จะออกหน้าคัดค้านแต่ก็ไม่เป็นผล ทุกคนได้หยิบฉลากกันคนละชิ้นสุดแท้แต่บุญพาวาสนาส่ง สุรีรัตน์โชคดีหยิบฉลากได้เครื่องเพชรมรดกตกทอด ยังความริษยาให้สองแม่ลูกยิ่ง โชคร้ายไฟดัยพอติดขึ้นมาเครื่องเพชรก็หายไป สุรีรัตน์ได้รับตึกโบราณหลังหนึ่งเป้นการตอยแทน ซึ่งตึกหลังนั้น มีเพียงเจ้าหงัดคนสวนร้ายกาจ ลูกสมุนของแม่ใหญ่คอยดูแล แต่คุณย่าก็เอาไปปล่อยให้เช่า โดยผู้เช่าคือ มิสเตอร์ริชาร์ดนักวิทยาศาสตร์หนุ่ม เพื่อนของคุณวิบูลย์หนุ่มหล่อลูกคุณหลวงซึ่งผูกสมัครรักใคร่อยู่กับสุรีรัตน์ ยังความริษยาให้แก่พรรณียิ่งนัก
ด้วยเพิลงริษยาสุมแค้นแน่นอก แม่ใหญ่ซึ่งที่จริงจับนางสายบัวไปขังไว้ในห้องใต้ดินนานนับสิบปีโดยมีเจ้าหงัดคอยเฝ้าส่งข้าวส่งน้ำ ก็ได้ให้นายหงัดมาจัดการทำลายสุรีรัตน์เสียก่อนจะเกิดเรื่อง เจ้าหงัดหลอกสุรีรัตน์ไปที่ตึกเก่าหลังจากกำจัดมิสเตอร์ริชาร์ดที่บังเอิญรู้เรื่องสายบัวเข้า โดยไม่รู้ว่าที่แท้มิสเตอร์ริชาร์ดกำลังทดลองน้ำยาล่องหนอยู่ สุรีรัตน์เผลอดื่มมันเข้าไป แล้วกลายเป็น สุรีรัตน์ล่องหน!
แต่เรื่องยังไม่จบแค่นี้ สุรีรัตน์ยังต้องผเชิญหน้ากับความร้ายกาจทั้งจากแม่ใหญ่ พรรณี และเจ้าหงัด ถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกทำร้ายกลั่นแกล้งสารพัด ไหนจะความจริงเรื่องแม่ ความรักของเธอกับคุณวิบูลย์จะสมหวังหรือไม่ เมื่อไหร่พอและย่าจะหูตาสว่าง และเธอจะกลับมาเป็นสุรีรัตน์คนเดิมได้หรือไม่ โปรดติดตาม!!!!!!!!!
นี่คือหนังพลอตโก้เก๋ซึ่งเป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างหนังเมโลกดราม่า ชิวตเศร้าเคล้าน้ำตาประสาละคตรไทย กับหนังไซไฟมนุษย์ล่องหนสุดพิลึก!ผลงานกำกับของนักแสดงและผู้กำกับระดับตำนานอย่าง ส.อาสนจินดา โดยสร้างจากบทประพันธ์ของเจ้าพ่อกันตนา ประดิษฐ์ กัลป์จารึก
กล่าวตามจริง สุรีรัตน์ล่องหนไม่ได้เป็นหนังชั้นยอดซึ่งถูกหลงลืมไป หนำซ้ำมันยังเป็หนังพิมพ์นิยมที่สร้างมาเพื่อให้ถูกปากชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป แต่ไม่ว่าจะอย่างไรนี่คือหนังที่ช่างเวรี่ไทย อย่างมาก เพราะหากจะให้เลือกหนังที่เป็นตัวแทนของหนังไทยแล้วล่ะก็ มันก็มีเพียงหนังเมโลกดราม่าสงครามสตรียในบ้านหรูหรา กับหนังผีกึ่งตลกเท่านั้นที่จะเป็นตัวแทนหนังไทยได้ดีที่สุด ตรงที่สุด ทั้งในแง่ความเชื่อ ทัศนคติ และสิ่งซึ่งแวดล้อมสังคมเมื่อวิเคราะห์ผ่านภาพพาฝันทั้งมวล
หนังได้การแสดงแบบทุ่มกายถวายชวิตของสุพรรณ บูรณพิมพ์ นักแสดงหญิงยอดฝีมือที่ล่วงลับไปก่อนวัยอันควร ในบทแม่ใฝหญ่ผ่องพักตร์ แม้จะต้องสวบทนางร้ายใจยักษ์ตีสองหน้า สุพรรณก็แสดงได้อย่างยอดเยี่ยม ยิ่งในฉากท้ายที่เธฮกลายเป็นคนบ้า เธอก็ดูเหมือนจะเป็นบ้าไปจริงๆ (ตามขบการแสดงหนังไทย นางร้ายในหนังมักอู่ในเส้นบางๆระหว่างความบ้าคลั่งกับความร้ายกาจ ซึ่งสุพรรณ คาบเส้นนั้นไปตลอดเรื่องก่อนจะระเบิดมันออกมาในตอนท้ายเรื่อง) ฉากในช่วงท้ายที่เธอลุกขึ้นมารำดาบอย่างบ้าคลั่งจึงติดตาผู้ชมแม้จะดูจบไปนานแสนนาน เช่นเดียวกับเด็กสาวที่รับบท พรรณี ที่ให้การแสดงครบองก์นางร้ายหนังไทย ทั้งท่าทีเสียดเย้ยไยไพ การเล่นหูเล่นตาแบบเหนือจริง (ภาษาชาวบ้านเรียกว่า น่าตบทุกกระเบียดนิ้ว) เป็นการแสดงแบบล้นๆที่น่าจดจำ
ภาวนาชนะจิตร และ อดุย์ ดุลยรัตน์ รับบทนางเอกพระเอกตามลำดับ เป็นที่รู้กันว่าบทพระนานางในหนังนั้นไม่ค่อยจะได้แสดงอะไรมากเท่ากับนางร้าย (ซึ่งน่าสนใจมากว่าทำไม) ภาวนา(ที่ตอนนั้นสวยมากกก) จึงได้แต่เป็นนางเอก แบบมึงด่ากูร้องให้ มึงใช้กูทำ จณะที่อดุลย์มักจะมาช้า และไม่ค่อยแก้ปัญหาอะไรได้อยู่เรื่อย
แต่สิ่งที่พอเหมาะพอเจาะและน่าตื่นเต้นที่สุดของหนังคือการที่หนังผปสมเอารูปแบบหนังไซไฟมารับรองความเป็นหนังเมโลดราม่าของหนัง แม้มันจะดูไม่เข้าพวก ตลกๆ เชยๆ และประดักประเดิด แต่ความประดักประเดิดนี้กลับกลายเป็นเสน่ห์อันสนุกสนานของหนัง ในหนังเรื่องนี้ การแสดงเหนือจริงปะทะกับพลอตเรื่องสุดเหวอ การกำกับที่เชื่อมันของส.อาสนจินดา โดยเฉพาะการเคลื่อนกล้องไปมาของหนังที่อยู่ในระดับหนังมาจรฐานฮอลลีวู้ดเลยทีเดียว โดยไม่ต้องคิดที่คือหนังคัลท์ ขั้นสุดยอดของเมืองไทย !
ที่สุดของที่สุดคือหนังเรื่องนี้ยาว 145 นาที!!!! ตลอดความยาว เกือบสามชั่วโมงของหนัง ไม่มีความน่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย หนังสนุกอย่างร้ายกาจเหมือนดูละครหลังข่าวชั้นดี และเราขอแนะนำหนังเรื่องนี้กับทุกคน!
หมายเหตุ : หนังเรื่องนี้ เคยถูกนำมาสร้างใหม่ทั้งเป้ฯหนังและละครทีวี จากข้อมูลทราบว่าฮิตใช้ได้ แต่เนื่องจากไม่เคยดูเลยไม่สามารถบอกได้ ไม่รู้ว่าจะดำรงคงความคัลท์ ได้ขนาดนี้หรือเปล่า!
หมายเหตุ 2 : วีซีดีหนังเรื่องนี้มีขายตามกระบะลดราคาตามโลตัสในราคาแค่ 29 บาท และนี่คือปกครับ!

พล็อตคัลท์อย่างแรง เดี๋ยวว่าง ๆ ไปโลตัสแถวบ้านจะไปคุ้ยมาดูบ้าง
ป.ล.การต้องไปคุ้ยกระบะหาหนังเรื่องนี้ สามารถคิดเป็นพฤติกรรมที่คัลท์ได้พอ ๆ กับตัวหนังหรือเปล่าฮะคุณชาย
#1 By ขเจน on 2008-10-10 16:37