โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง : ความตายของชูมาน
posted on 19 Sep 2008 10:04 by filmsick
หมายเหตุผู้เขียน : นับถึงวันนี้เมื่อสองปีที่แล้ว เป็นวันที่ผมเริ่มต้นเขียนเรื่องสั้นชิ้นนี้ เพื่อเผยแพร่ที่นี่และเวบไซต์ onopen มาถึงวันนี้ผมยังอยาก อ่านมันอีกสักครั้งเนื่องในวาระครบรอบสองปีการล่มสลายทางจิตวิญญาณส่วนบุคคลครับ
ชูมานมาหาผมในเช้าวันอาทิตย์ ตัวเธอเย็นเยียบและสั่นไหว ราวกับเพิ่งขึ้นจากสถานที่ที่เย็นที่สุดในโลก ชูมาน เธอเป็นกวี เป็นนักดนตรี และเป็นเด็กสาวรักสองเพศ อย่าจำกัดความเป็นหญิงให้กับเธอเพราะเธอจะกราดเกรี้ยว เฉกเช่นเดียวกันไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์บอกว่าเธอเป็นรักร่วมเพศ สิ่งที่เธอชิงชังไม่ใช่ความเป็นรักต่างเพศ หรือรักร่วมเพศ หากคือการเป็นมนุษย์ประเภท นักจัดจำแนกต่างหาก ชูมานเคยกล่าวกับผมว่า เธอถือดียังไงถึงเที่ยวมาบอกว่าคนนั้นเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ฉันคือชูมาน และฉันคือฉันเองเท่านั้น ได้โปรดอย่าตัดสิน ตีความ แยกแยะ จัดกลุ่ม หรือพยายามให้ฉันเป็นอื่นเลย ฉันคือเสรีภาพ ฉันคือภารดรภาพ และฉันมีเจตจำนงเสรีที่จะแสดงออกอย่างที่ฉันเป็น
และตอนนี้ชูมานผู้ไม่ได้เป็นอะไรเลยยืนอยู่ต่อหน้าผม ผู้ซึ่งอาจไม่ได้เป็นอะไรเลยเช่นกัน กระทั่งการเป็นคนรักของเธอ เพราะกับชูมาน การไม่จัดจำแนกใดๆไม่ได้เพียงเกิดขึ้นภายในเธอ หากยังเกิดขึ้นในทุกสิ่งที่เธอสัมผัสจับต้อง ซึ่งนั่นนำความเจ็บปวดมาสู่ผม ผู้ซึ่งอย่างไรเสียก็ยังต้องการการจัดจำแนก
ตอนนี้เธอคือ ชูมาน ซึ่งผมอยากจัดจำแนกให้เป็นชูมานของผมเสียเหลือเกิน แม้เธอจะไม่เป็นของใคร พอๆกับที่ไม่เป็นอะไรเลย ผมกอดเธอไว้ นำเธอเข้าบ้านครั้งแล้วครั้งเล่า ในทุกยามที่เธอบาดเจ็บ ชูมานผู้หม่นเศร้า ฟูมฟาย และพิรี้พิไรต่อทุกความเลวร้ายบนโลกนี้ ชูมานผู้น่าสงสารและไม่ยอมรับว่าสิ่งที่เธอเชื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงได้นั้นเปลี่ยนแปลงไม่ได้เพราะมันไม่ได้มีอยู่จริงบนโลกมาตั้งแต่ต้น มีแต่เธอชูมานของผม เธอเป็นของผม และจะเป็นเช่นนั้น แม้การครอบครองจะทำให้ผมต้องเสียเธอไปนิรันดร์ก็ตาม
ชูมานกำลังจะตาย เธอกลับมาจากท้องถนน ที่รถถังวิ่งกันขวักไขว่ เธอรู้สึกชิงชังดอกไม้บนปลายปืนนั้น และรู้สึกสูญเสีย สับสน เธอชิงชัง เรื่องเหล่านี้ แต่มันเกิดขึ้นเพื่อทำลายเรื่องที่เธอชิงชัง แต่เธอคิด เราจะใช้ความชิงชัง ฆ่าความชิงชังกระนั้นหรือ เธอนั่งร้องไห้อยู่ริมถนน แต่ไม่มีใครสนใจ เธอร้องไห้ให้กับชัยชนะที่เธอเฝ้าฝันถึง หรือร้องไห้ให้กับความตายของสิ่งที่เธอไม่แน่ใจว่าเธอเชื่อ เธอเดินกลับบ้าน ไกลแสนไกลจากถนนเส้นนั้น ร้องไห้และบาดเจ็บ ชูมานของผม เธอกำลังจะตาย เธอบอกว่าเธอคือสินค้าชำรุดของระบอบประชาธิปไตย มันเลื่อนลอยและไร้ความรับผิดชอบที่เรายินดีกับการเกิดขึ้นเพียงเพราะมันอยู่ฝั่งเดียวกับเรา สัตว์ร้ายคือสัตว์ร้าย ไม่ว่ามันจะช่วยเธอจากสัตว์ร้ายหรือไม่ ชูมานเกรี้ยวกราดอย่างเศร้าสร้อยเอากับผม เธอกล่าวว่า
“มันเป็นความกลัวของเรานั่นแหละ เหมือนกับว่า คนแบบเราๆมักจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งพิงเข้ากับระบบอะไรสักอย่าง เช่นเราไม่มีกำลังพอจะออกไปสู้ตัวต่อตัว ไม่ฉลาดพอจะเอาตัวรอด ไม่มีสัญชาตญาณ ถ้าเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นกับเรา เราจะตาย เราเลยหาเกราะป้องกันในนามของระบบ อะไรสักอย่าง ที่จะขังเราไว้ข้างใน และไหลไปจัดการกับสิ่งต่างๆโดยที่เราไม่ต้องออกแรง และพอระบบมันเสียศูนย์เราก็รับไม่ได้ ประชาธิปไตย ทุนนิยม บริโภคนิยม กระทั่งคอมมิวนิสต์ เผด็จการ ก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบนี้ทั้งสิ้น เช่นนั้นเราก็เป็นคนที่น่าเศร้า เป็นของชำรุด ระบอบประชาธิปไตยไม่มีจริงหรอก มันโกหกทั้งเพ”
ผมโกรธเธอ นั่นเพราะผมดีใจกับมัน ผมเห็นว่ามันน่ารัก ผมเห็นว่ามันต้องเกิดขึ้น เพราะเราต้องเป็นเช่นนั้น เพราะเราต้องยอมผิดบาปบ้างเพื่อเป้าประสงค์ที่คาดหมาย เพราะมันสุกงอมที่สุดแล้ว ผมเห็นว่ามันคือเกมของอำนาจ มันจะเป็นเพียงหน้าประวัติศาสตร์ อันสุกสว่างและด่างพร้อย ผมอยากพาเธอไปถ่ายรูป ผมอยากยิ้มหัว ผมกลัว ผมรักเธอ แต่เธอไม่เคยรักผม เธอจะสูญเสียตัวเองช้าๆ ชูมานของผม เราไม่ใช่คนของที่นี่หรือที่ไหน ระบอบการปกครองนี้ หรือระบอบการปกครองไหนๆ เพราะที่แท้เราแค่ คนขลาดกลัว ชูมาน ถ้าเธอออกไปขวางรถถัง ผมจะไปอยู่ข้างๆเธอ
ชูมานสูญเสียดวงตาในเช้าวันต่อมา ผมอยู่ในครัวตอนได้ยินเสียงเธอกรีดร้อง แหลมเล็กเหมือนมีดนับพันเล่มกรีดเฉือนหัวใจผม เสียงกรีดร้องแสนเศร้า ระโหยเรี่ยวแรง ราวกับว่านี่คือลมหายใจเฮือกสุดท้าย ผมเผ่นพรวดเดียวถึงประตูห้อง ชูมานนอนอยู่ใต้ผ้าห่มสีขาว ตัวเล็กลงกว่าชูมานที่ผมรู้จัก เธอยกมือปิดหน้า สะอื้นไห้จนตัวโยน และผมก็ได้แต่นิ่งขึงทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงประตูห้อง
ผมอยากให้เธอนอนหลับเหลือเกิน ชูมานของผม ในโลกฝันเธอจะไม่รู้ว่าเธอเสียดวงตาไปแล้ว ในนั้นเธอจะยังเห็นผีเสื้อ โบกปีกความฝัน เธอจะยังเห็นปุยเมฆล่องลอยไปที่ไหนสักแห่ง
แต่เธอตื่นขึ้นแล้วในโลกอันมืดบอด ผมได้แต่อยู่ข้างเธอ ทำอะไรไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว คืนนั้น ชูมานพยายามลุกจากเตียง เธอรื้อทำลายบทกวีของเธอเศษกระดาษปลิวว่อน ราวกับ ปลิดขนจากปีกนก เธอบ้าคลั่ง และค่อยๆสงบลงในยามรุ่งสาง ผมกอดเธอไว้ พิงหลังเธอกับอกผม เธอสัมผัสน้ำตาบนใบหน้าผม นั่นเอง เธอจึงสงบลง เราทั้งคู่สะอื้นไปพร้อมกันหายใจขึ้นลงในจังหวะเดียว
“อย่าร้องไห้ให้ฉันเลยที่รัก มันไม่ใช่แค่ดวงตา ไม่นานฉันจะสูญสลายไป” ชูมานพูดเศร้าๆ
“ไม่จริงหรอก เธอแค่ป่วยไข้ พรุ่งนี้เราจะไปโรงพยาบาล หมอจะรักษาเธอ เราจะไปดูดอกไม้กัน”
“ไม่มีดอกไม้อีกแล้วที่รัก ฉันเห็น ฟัง และอยู่ร่วมในเหตุการณ์เลวร้าย มันจะไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก ที่รักเธอรู้ว่าดอกไม้ ไม่ได้เกิดจากเมล็ดพันธุ์ มันเกิดจากดินและน้ำ เมื่อดินเปรี้ยว ฝนเป็นกรด กัดกินทุกอย่าง ดอกไม้จะไม่บานอีก หรือถ้ามันบาน มันก็จะบิดเบี้ยวผิดรูป เราถูกบดขยี้ และเรายิ้มหัวให้กับมัน เรายอมรับให้มันเกิดขึ้นได้ เราอาจจะไม่ได้เป็นประชาธิปไตยแต่แรกก็ได้ที่รัก เราเพียงพยายามจะเป็น เราเป็นเพียงเด็กไม่รู้จักโต ที่ถูกสอนให้หลงระเริง ยามเราพ่ายแพ้ เราจะไม่หาหนทางชนะที่ถูกต้อง หากเราหวังพึ่งผู้อื่นทั้งสิ้น แมวดำหรือแมวขาว ที่รัก คุณเลือกแมวดำหรือแมวขาว คุณต้องการหนู หรือต้องการจับหนู คุณต้องการอะไรที่รัก แมวดำหรือแมวขาว”
ผมไม่ตอบ ไม่อาจตอบ เพียงลูบหัวเธอ จูบศีรษะเธอ แล้วร้องไห้ เธอกล่าวคำมากมายในความเพ้อคลั่ง พูดออกมาเป็นห้วงๆขาดตอน บางครั้งเธอหลับไปในอ้อมแขนผม เพ้อเพราะพิษไข้
“คุณจำหนังที่เราไปดูด้วยกันได้ไหม หญิงสาวเขียนบทความ ทำไมเราจึงไม่ต้องการวีรบุรุษ เพราะวีรบุรุษไม่มีอยู่จริงยังไงเล่า”
“เราทำถนนนั่นมา ตัดผ่านป่ารกชัฏ เรายิ้มให้แก่กัน และ เฝ้าฝันว่าข้างหน้าป่าจะเป็นดินแดนมลังเมลือง ที่รักคุณก็อยู่กับฉัน ที่ตรงนั้น ในความมืดมิด ตอนนี้เราละทิ้งถนนนั่นแล้ว มันจึงมืดและรกร้าง เราจุดไฟเผาป่าทั้งป่าได้ เพื่อจะไปให้ถึงเมืองเมลืองมลัง”
“ที่รัก คุณลืม ฉันลืม ฉันไม่ได้สูญเสียเพียงดวงตา ฉันสูญเสียความทรงจำไปด้วย เราลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ ทำไมเราจึงเป็นเช่นนั้น ทำไมเราจึงไม่ควรยอมรับในสิ่งที่เราเป็นอยู่ ประวัติศาสตร์เป็นเพียงหนังสือบนรอยทราย ที่พอคลื่นแห่งความพึงใจสาดมาก็ซัดมันไปหมด ฉันจะไม่กลับไปเป็นแบบนั้นอีกแล้วที่รัก เขาบอกให้เราถอยลึกเข้าไปในประวัติศาสตร์ เพื่อก้าวไปข้างหน้า ลืมไปแล้วหรือว่า เลือดและน้ำตาไม่เคยลบลืม เราไม่ได้ก้าวไปไหนเลย”
“คุณจำตอนที่เราล้มตายได้ไหม บนถนนนั่นตอนที่คุณเป็นนกสีเหลือง และฉันเป็นลูกกระสุน คุณจำได้ไหม ตอนที่เราหมอบราบคาบแก้วให้กับเทพเทวา ที่ชี้นิ้วให้เราตายหรือเป็น คุณจำได้ไหม เราเลือกเองที่จะเป็นเช่นคุณและฉัน ทำไมวันนี้เราจึงบอกว่า เราไม่ควรเลือก เราจะถอยกลับไป เป็นนก เป็นปืน คุณจำได้ไหม เราตระบัดสัตย์ต่อตัวเองมากมายแค่ไหนในแต่ละลมหายใจ หรือเราไม่เคยมีคำสัตย์มาตั้งแต่ต้น ที่แท้มันเป็นเพียงความจอมปลอม เพื่อที่เราจะนอนหลับเท่านั้น”
“ชูมาน คุณหลับเถอะ ผมจะร้องเพลงกล่อมคุณ”
ชูมานหลับใหลในอ้อมแขนผม ร่างกายซูบซีดนั้นเบาหวิว ผมตระหนักรู้ได้ทันทีว่าเธอไม่ได้ป่วยไข้ เธอกำลังจะจากไป เหมือนความดีงามทุกอย่าง เธอจะสูญเสียอวัยวะอย่างช้าๆ และในที่สุดจะกลายเป็นอากาศธาตุ ผมรู้สึกชอบใจในสิ่งที่ผมได้เห็น แต่ผมอยากร้องไห้ให้กับชูมาน เพราะเธอพูดถูกทุกถ้อยคำ เธออาจเป็นเพียงชูมานผู้โง่เขลา ชูมานผู้เพ้อคลั่ง ชูมานผู้วิตก ชูมานผู้น่าสมเพช ชูมานผู้สิ้นศรัทธา ชูมานผู้กำลังสร้างความแตกแยกแต่ผมรู้ ชูมานพูดถูก และเธอกำลังจะตาย ถ้าเธอตายผมจะกลายเป็นนก เธอจะเป็นคันศรที่ปักอกผม เพราะปราศจากชูมานมันก็ไม่มีความหมายที่จะอยู่
ทรราชตายแล้ว!
ข่าวสารเดินทางมาถึงผมในยามเช้า ผู้คนออกมาโห่ร้องยินดีกันบนถนน ผมรู้สึกหัวใจพองโตคับอก เสียงโห่ร้องลอยลมลอดเข้ามาถึงในบ้านสวนห่างถนนของเรา มีการเฉลิมฉลองทั่วไปหมด ผมนึกอยากบอกชูมาน อยากอุ้มเธอขึ้นมาจากเตียง แล้วเต้นรำไปรอบๆ บ้าน เราจะเต้นเพลงวอลท์ซ อิงซบไหล่กันและกันอย่างเป็นสุข
เขาตายอย่างทุกข์เศร้า บนเกาะแก่งอันโพ้นไกล ปิดตำนานวันเวลายาวนานของความทุกข์ยากและคลั่งแค้น ผมอยากบอกกับชูมานเรื่องนี้ ต่อไปเราจะไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยขับไล่ใครอีกแล้ว เธอจะเขียนบทกวีเกี่ยวกับความรัก และเราจะเริงรำ เธออาจไปหาชู้รักคนอื่นๆ ผมอยากให้เธอเป็นเช่นนั้น ผมยอมให้อะไรเกิดขึ้นก็ได้แค่ให้เธอตื่นขึ้นผมเคาะประตูห้องเธอเบาๆเปิดเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต
เธอดูตัวเล็กกว่าคืนก่อน นอนแซ่วบนเตียงใต้ผ้าห่มผืนสีขาว ราวลูกนกบาดเจ็บ ผมรู้สึกว่าบางทีร่างกายของเธอกำลังระเหยหายไปช้าๆ ชูมานของผมกำลังละลาย เหมือนก้อนน้ำแข็งในมหาสมุทร เหมือนน้ำตาลในถ้วยกาแฟ เหมือนผงแป้งในฝุ่นลม
ชูมาน! ผมเรียกเธอเบาๆ แต่เธอไม่ตอบคำ หากยังคงนอนนิ่งผินหน้าไปนอกหน้าต่าง ที่เปิดสู่สวน ดอกโมกย้อยกิ่งห้อยมาในกรอบหน้าต่าง ดอกเล็กๆสีขาวจะหอมยามลมพัด ชูมานจ้องมองดอกโมก แม้เธอจะมองไม่เห็นอีกแล้ว เหม่อลอยคล้ายเคลิ้มไปในความฝัน
ชูมาน! ผมเรียกเธออีกหน น้ำเสียงเจือความดีใจจนปิดไว้ไม่มิด หากชูมานยังไม่ตอบคำ
ผมขยับเข้าไปใกล้เธอ สัมผัสมือแผ่วเบา เธอจึงผินหน้ามาจับมือผมไว้ ค่อยๆลูบท้องแขน ไล่ขึ้นมา เธอโอบไหล่ผมไว้ แผ่วเบาจนเหมือนอากาศ เรากอดกัน ผมกระซิบบอกเธอ ชูมาน ทรราช ตายแล้ว แต่เธอยังคงเงียบงัน ซบหน้าสะอื้นไห้กับไหล่ผม เราสองคนเหมือนเด็กหลงทางในโลกที่เวลาถอยหลัง
ชูมานไม่ได้ยินอะไรอีกต่อไปแล้ว ประสาทการรับรู้ของเธอกำลังปิดตัวเองไปช้าๆ เธอลูบไล้ลำคอผม สัมผัสแรงสะเทือน ของหลอดลม เธอรู้ว่าผมกำลังพูด เธอรู้แล้วว่าเธอไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว บางทีเธออาจจะรู้ก่อนผมรู้
ชูมานไม่ได้กรีดร้อง เธอเรียนรู้ช้าๆและค่อยๆสงบลง ถึงตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเธอกำลังจะจากไป ชูมานกลายเป็นชูมานอีกคน เธออาจเศร้า และเจ็บปวด แต่เธอสงบลงแล้ว เธอกล่าวเชื่องช้ากับผม ราวกับว่าเธอเป็นชูมานคนเดิม
“ฉันต้องพูดเรื่องนี้ก่อนที่ฉันจะพูดไม่ได้อีก ที่รักคุณรู้ใช่ไหมว่าฉันกำลังจะไปจากที่นี่ ท้องฟ้ามีรอยแยก และแผ่นดินกำลังชื้นด้วยน้ำตาแห่งความเศร้า ที่รัก ฉันได้เพียงต้องจากไปเท่านั้น”
ผมนั่งอยู่ข้างเธอ แสงแดดยามสายล้อสายลมและกลิ่นหอมเย็นของดอกโมก เธอจับมือผมไว้มั่น สงบราวกับว่าไม่เคยมีเรื่องราวเลวร้ายเกิดขึ้น
“ทรราชตายแล้ว ใช่ไหมคะ ฉันรู้สึกได้เช่นนั้น มวลของความยินดีปรีดาล่องลอยอยู่รอบเรา แต่ที่รัก คุณรู้ใช่ไหมว่าที่แท้มันคือความปรีดาอันแสนเศร้าสร้อย นับจากวินาทีนี้ เวลาจะเดินถอยหลัง ที่จริงแล้วเราอยู่ในสภาวะนิ่งงันมาตลอดเวลาอันยาวนาน เวลาของเราเดินวนเป็นวงกลม 15 ปี 30 ปี เราไม่เคยได้ก้าวไปไกลกว่าที่เราเป็น ในเสียงโห่ร้อง คุณได้ยินไหมคะ เสียงคำรามของการบรรจุกระสุน มันแผ่วเบาและเงียบเชียบ เมื่อเรายอมให้สัตว์ร้าย ฆ่าศัตรูของเรา เราก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสัตว์ร้าย คุณคะ ลูกของเรา คุณรู้ใช่ไหมเรื่องลูกที่ยังไม่ได้ถือกำเนิดของเรา แกจากไปแล้วเมื่อคืนนี้ “
ผมรู้สึกเย็นวูบ ตัวชาประหนึ่งถูกฟาดด้วยแส้น้ำแข็ง เข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงหัวใจ ร่างกายผมกำลังโดนความจริงของชูมานโบยตี แผลของผมปริแตกจนเห็นรอยเลือด ผมบีบมือเธอแน่นจนเธอรู้สึก
“ฉันเสียใจค่ะ ที่ไม่ได้บอกคุณ เด็กสาวแสนสวยของเราเธอจากไปแล้ว ฉันเป็นคนบอกให้เธอไปเองค่ะ คุณคะ ฉันกลัวเหลือเกิน ถ้าแกเกิดมา ในโลกที่เวลาเดินถอยหลัง ในโลกที่เรายอมรับว่าเราจะทำอะไรก็ได้เพื่อให้บรรลุผล เรากลายเป็นตัวกลิ้งกลอก กับตัวเราเอง ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณ ไม่ได้ให้คุณเห็นลูก ฉันขอโทษที่ฉันทำลายโอกาสการมีชีวิตของแก ฉันสำนึกบาปเสมอ ฉันบอกให้แกกลับมาในสักวัน ในครรภ์ของหญิงสักคน เมื่อเวลาเดินไปข้างหน้า เมื่อเราเรียนรู้ที่จะไม่สมยอมกับความเลวร้ายทั้งปวง ยอมที่จะเสียตัวเองเพื่อรักษาสิ่งที่ถูกต้องเวลาที่เรากล้าหาญพอ อย่าให้เด็กๆรับรู้ความขลาดของเราเลยค่ะ”
ณ วินาทีนั้น ผมเกลียดเธอ ชูมานไม่ให้โอกาสแก่เด็กน้อย ชูมานไม่เชื่อว่าผมจะสอนลูกของเราต่อสู้ ให้ลูกของเราไม่ยอมรับความรุนแรง ให้ลูกของเราไม่ทำตัวเป็นความเบาหวิวเหลือทนที่พยายามมองทุกอย่างให้สวยงาม ชูมานไม่เชื่อว่าผมจะสอนสาวน้อยให้ไม่ประนีประนอมกับความเชื่อ เธอมันนางโสเภณีชั้นต่ำ ผมประณามเธอในใจ สะบัดมือเธอออกจากมือผม แต่ชูมานรู้ เธอไม่ตอบโต้ ไม่ร้องขอ ไม่เศร้าสร้อย ชูมานของผม ทำไมเธอกลายเป็นคนสาวเช่นนี้ ท้องถนนในวันนั้นทำอะไรกับเธอ ชูมานผู้แสนสวยงามของผมไปไหนแล้ว ชูมานคนที่มองโลกสวยงาม
“โลกนี้มืดบอด และฉันเสียใจแทนคนที่เห็นมัน” ชูมานกล่าวเศร้าสร้อย ด้วยดวงตาอันบอดมืดไปของเธอ การปฏิวัติทำอะไรเธอ การปฏิวัติอันน่ายินดีนั้นทำลายชูมานของผมลงเสียแล้ว
“คุณไม่ควรให้อภัยฉัน เพราะฉันทำผิดพลาด เฉกเช่นที่เราไม่ควรให้อภัยในทุกการกระทำผิด ความสำนึกเสียใจควรจะตามติดและหลอกหลอนเรา เหมือนที่มันกำลังแผดเผาฉัน เมื่อใดที่เราทำเป็นลืมๆมันไปเสีย เพียงเพราะเราพึงใจในผลของมัน เราก็จะกลายเป็นคนที่เราเกลียดชัง เราผิด เราควรยอมรับ และสำนึกบาป อย่าให้อภัยฉัน อย่ากุมมือฉัน ให้ฉันตายโดยลำพัง เมื่อฉันเลือกความผิดฉันควรยอมรับมัน ความตายอันเดียวดายเป็นทั้งบทลงโทษอันร้าวรานและความอิ่มเอมเปรมใจในความกล้าหาญ ถ้าเราขาดกลัวเกินไป เราจะยอมให้อะไรเกิดขึ้นก็ได้เพียงเพราะมันให้ผลที่เราพึงใจ”
เธอหลับตาลง ทั้งๆที่การหลับหรือลืมตาไม่ได้มีความหมายอีกต่อไป ดูเหมือนเธอไม่มีเรื่องที่จะพูดอีกต่อไป ผมห่มผ้าให้เธอปล่อยให้น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงกระทบแก้มตอบซีดของเธอ ชูมานของผม ไม่ได้เป็นของผมอีกต่อไป เธอจะกลายเป็นของท้องฟ้า ที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของ ไม่มีใครครอบครองท้องฟ้าได้หรอก แม้อำนาจจะผันไปสู่มือของใครก็ตาม
หลายวันต่อมา ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดี ในช่วงเวลาสุญญากาศของการเปลี่ยนแปลงปฏิรูป ผู้คนยิ้มแย้มในความชื่นมื่นสามัคคี ผมเห็นเมฆฝนครึ้มฟ้า อยู่ที่ริมขอบหลังภูเขาแต่ไม่อาจกล่าวออกมา
ชูมานละลายกลายเป็นอากาศธาตุ สายลมไหลย้อนกลับ และผมสัมผัสถึงวิญญาณเธอ รายรอบอยู่ในสวนของเรา ผมหลับไปในตอนบ่าย และตื่นมาพบว่าเป็นเวลาเช้า เพราะนาฬิกาเดินถอยหลัง และลึกๆแล้ว ผมพึงใจกับมัน
..........
แรงบันดาลใจตัวละครจากหนังสือ ชูมาน โดย พิบูลศักดิ์ ละครพล และเพลง FAREWELL, ANGELINA ขับร้องโดย JOAN BAEZ
23 กันยายน 2549.

แต่ฉันติดใจประโยคนี้ค่ะ
"ทำไมเธอกลายเป็นคนสาวเช่นนี้"
คำว่า"คนสาว" หมายความว่ายังไงคะ?
#1 By นกไร้ขา on 2008-09-19 14:28