VALERIE AND HER WEEK OF WONDERS( JAROMIL JIRES /1970) : สัปดาห์รัญจวน
posted on 29 Jul 2008 22:21 by filmsick in see-it-and-die
วาเลอรีอาจกำลังฝันหรือไม่ เธอไม่อาจล่วงรู้ ที่เธอรู้คือเธอมีต่างหูหนึ่งคู่ ใครบางคนขโมยไปจากฆุของเธอตอนที่เธอหลับ ปีนลงมาจากช่องเปิดของหลังคาเรือนกระจก ใครคนนั้นที่อาจเป็นลูกสมุนของแวมไพร์น่าเกลียดน่ากลัว ผู้ซึ่งต่อมาต้องตาต้องใจจนลักลอบนำมันมาคืนเธอ เธอฝันว่าตนเองแหวกว่ายในสายน้ำ เห็นกลุมหญิงสาวในชุดสีขาวแนบเนื้อก้อร่อก้อติกกันและกันในสระ แล้วเธออาจตื่นขึ้น ไม่ก็เป็นอีกวันหนึ่งของเธอ เธอเดินเข้าบ้าน พลันเลือดหยดหนึ่งรินลงลงบนดอกไม้สีขาว เลือดที่ไหลมาจากหลืบเร้นในร่างกายเธอ เธออายุ13 และเลือดหยดนั้นคือการมาถึงของวัยสาว ท่ามกลางสัปดาห์อันวุ่นวาย ที่ทั้งน่าตื่นเต้นแลวนสะพรึงกลัว วาเลอรีต้องข้าไปเกี่ยวข้องกับส่างมากหลาย งานแต่งงาน พระโรคจิต ต่างหูวิเศษ พ่อแม่ที่พลัดหายไปเนิ่นนาน คนรักนักดนตรีของเธอ ไปจนกระทั่งแวมไพร์จากดินแดนดึกดำบรรพ์ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคนที่เลี้ยงดูเธอมาตลอดชีวิต!
นี่คือหนังที่ควบรวมเอาเทพนิยายพื้นบ้าน เรื่องสยองขวัญชวนแสยงขน และเรื่องอีโรติคชวนวาบหวิวเข้ามาผสมปนเปกัน ผลงานปี 1970ของ JAROMIL JIRES ผู้กำกับหนึ่งในกลุ่ม Czech New Wave ร่วมยุคกับ MILOS FORMAN , VERA CHYTILOVA หรือ IVAN PASSER JIRES นั้นเริ่มมีชื่อเสียงตั้งแต่ทำTHE CRY หนังยาวเรื่องแรก ก่อนที่จะเป็นที่รู้จักในฐานะผู้กำกับที่หาญกล้านำเอาบทประพันธ์ของMILAN KUNDERA อย่าง THE JOKE มาทำเป็นหนัง
THE JOKER นั้นออกฉายใน ปี1968 ท่ามกลางความสดฉ่ำของแวดวงคนทำหนังเชคที่ปรากฏแก่สายตาชาวโลก แต่ในขณะที่ฝรั่งเศศเกิดจราจลที่จะเปลี่ยนวิธีคิดของคนหนุ่มสาวและปัญญาชนไปชั่วนิรันดร์ ในเชคกลับเจออะไรที่โหดเหี้ยวกว่านั้นหลายเท่า เพราะในปี 1968นี้เองที่โซเวียตกรีทาทัพเข้าบุกยึดเชค เปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นสังคมนิยมสมบูรณ์
กลุ่มคนทำหนังเชคนิวเวฟ จึงกลายเป็นเป้าหมายหนึ่ง โซเวียตตั้งสภาตรวจสอบเซนเซอร์บทหนัง และส่งผลให้คนทำหนังหลายคนต้องออกจากเชคไป (เช่น MILOS FORMAN ไปกลายเป็นผู้กำกับฮอลลีวู้ดคนดัง) แต่บางคนก็ยังอยู่ในเชค JIRES เป้ฯหนึ่งในนั้น และช่าวยไม่ได้เลยที่THE JOKER จะไม่สบอารมณ์โวเวียตมันจึงโดนสั่งแบนและตัดออกจากประวัติการทำงาน
แต่ JIRES อาจจะยังโชคดีว่า ผู้กำกับอย่างJAN NEMEC หรือ VERA VHYTILOVA ที่หนังของเขาและเธอถูฏแบนตลอดกาล ขึ้นบัญชีดำห้ามทำหนังอยู่หลายปีดีดัก จนต้องหันไปทำงานทีวีเพื่อยังชีพ วงการหนังเชคตอนนั้นว่ายเวียนอยู่กับหนังประโลมโลก หนรังแฟนตาซี และ JIRES ก็หยิบเอา บทประพันธ์เก่าเรื่องนี้มาทำเป็นหนัง
ด้วยรูปแบบหนังแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยภาพที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม บรรยากาษศขรึมขลังแบบยุโรปโบราณ ที่ชวนตะลึงและชวนผวา การตัดต่อหวือหวาชนิดที่ไม่ต้องรู้เรื่องอะไรกันอีกแล้ว(ในบางฉาก) นำมารองรับเรื่องเล่าที่กระโดดไปมาระหว่างความฝันกับโลกจริง ระหว่างนิทานกับหนังโป๊ ระหว่างหนังชีวิตเข้มข้นกับเรื่องสยองขวัญ
อาการผันแปรเอาแน่ไม่ได้ของการลำดับเรื่องในหนังน่าสนใจยิ่งเพราะมันสะท้อนภาพความหวั่นไหววูบวาบของเด็กสาวที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่วัยสาว หนังเป็นเหมือนโลกที่วิปลาสไปในห้วงยามของประจำเดือนครั้งแรก ความสนุกสนานน่ารักแบบเด็กๆ ประสมกับความวาบหวิวรัญจวนใจของการกลายเป็นสาว การริรักกับชายที่อาจจะเป็นพี่ชายของเธอเอง โลกแห่งการผจญภัยและบ้านที่สงบอบอุ่น เกี่ยวกระหวัดเข้ากับโลกใต้ดินชวนสะพรึงของผีดูดเลือดดึกดำบรรพ์ พระบ้าตัณหากลับและการล่าแม่มด ทั้งหมดถูกนำมาประสมกันเป็นภาพร่างชนิดใหม่ รสชาติประหลาดที่บัดเดี๋ยวหวาน บัดเดี๋ยวขมฝาดลิ้น นิทานสำหรับผู้ใหญ่ และ หนังโป๊แบบเด็กๆ รัญจวนในความไร้เดียงสาอันทั้งบ้าคลั่งและน่ารักใคร่
แต่อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เพียงหนังภาพสวยเรื่องเก๋สำหรับประโลมใจเท่านั้น แม้หนังจะผ่านการตรวจสอบและออกฉายในฐานะหนังแฟนตาซีชวนบรรเจิด (และแอบแปะฉลากหนังโป๊ซอฟท์คอร์ชวนรัญจวนใจ) แต่หากจับหนังด้วยมุมมองทางการเมืองเราก็พบว่าหนังคมคายอยู่ไม่น้อยในการวิพากษ์เชคในขณะนั้น เนื่องจากหนังชี้ชวนให้คิดเทียบเคียงประชาชนชาวเชคกับสาวน้อยวาเลอรี ที่ต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพล มืดดำของคนรุ่นก่อนหน้า คุณยายที่ขายเธอแลกกับการดื่มเลือดสาวเพื่อจะคงงความงามไว้ตลอดไป รวมหัวกับแวมไพร์ที่แกล้งบอกว่าคือพ่อของวาเลอรี บาทหลวงหรือก็ช่วยไม่ได้เพราะที่จริงเป็นพวกบ้ากาม พอไม่ได้ดังสมประสงค์ก็ใส่ร้ายว่าเธอเป็นแม่มดจับเธอไปเผาทั้งเป็น ระบบครอบงำ คล้ายกับตัวแทนสังคมนิยม และโซเวียตที่ครอบงำชาวเชคไว้ในห้วงยามอันสยองขวัญแสยงขน (ฉากล่าแม่มดชวนให้นึกถึงเหตุการณ์ฬน THE FIFTH HORSEMAN IS FEAR หนังเชคที่แสดงภาพของตำรวจรัฐสมัยนาซี (ซึ่งสะท้อนภาพโซเวียตอีกต่อหนึ่ง)อย่างยิ่ง)
ในขณะเดียวกันหนังกลับฝากความหวังไว้กับตัวเอกที่เป็นนักแสดง กวี และนักดนตรีในคนเดียวกัน ราวกับจะให้ความหวังจากแสงสว่างของปัจเจกขนและปัญญาชนที่จะใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการแผ้วถางทางและเรียกคืนจิตวิญญาณของความเป็นเชค (พ่อกับแม่) กลับคืนมา
แต่หนังก็อาจเป็นเพียงฝันหวานที่ไม่อาจเป็นจริง เพราะภาพสุดท้ายของหนังคือเตียงสีขาวของวาเลอรีที่เดียวดายในใจกลางป่าทึบชวนสะพรึง!!!
แต่ไม่ว่าVALERIE AND HER WEEK OF WONDERS จะเป็นเพียงหนังแฟนตาซี ที่พูถึงโมงยามรัญจวนของวัยสาว หรือเป็นหนังการเมืองหนักแน่นหรือไม่ ที่แน่ๆนี่คือหนังที่ถึงพร้อมด้วยเทคนิคอันแพรวพราว ใช้ทรัพยากรที่ตัวมี ทั้งฉาก บรรยากาศ และเทคนิคทางภาพยนตร์พื้นประจงสร้างโลกฝันเฉพาะตัวที่ไม่ได้หมดจดงดงามหากทั้งยังลึกลับยั่วยวนชวนให้ผจญภัย หรือเลยเถิดไปจนเป็นความสยองขวัญสั่นประสาท เป็นอีกครั้งหนึ่งมที่ภาพยนตร์ได้แสดงศักยภาพของมันในการก้าวล่วงไปสู่ดินแดนที่ทมนุษย์ใม่อาจสร้างขึ้นได้โดยง่าย แล้วถ่ายทอดออกมาอย่างถึงอารมณ์

#1 By Mrs. Holmes on 2008-07-30 15:50