หลังออกจากโรงพยาบาลโรคจิต  เจสสิก้าย้ายาตามสามีมาอาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ  ระหว่างทางพวกเขาขับรถผ่านสุสาน ที่นั่นเจสสิก้าขอลงไปคัดลอกแผ่นหินจารึกเหนือหลุมศพ (งานอดิเรกพิลึกๆของเธอ ) โดยเอาดินสอดำแรเงาลงบนกระดาษบางที่วางแนบแผ่นหิน  ที่นั่นเธอกลับมาเห็นคนอีก ได้ยินเสียงอีก  แต่เธอได้แค่ท่องบ่นกับตัวเอง  เพราะถ้าบอกทุกคนเขาจะคิดว่าเธอกลับไปเป็นบ้า  เธอเก็บมันไว้ข้างในแล้วออกไปหาสามี และเพื่อนของสามีที่จะย้ายตามมาอยู่ด้วยกัน

 

แล้วเขาและเธอก็มาถึงเมืองเล็กๆเมืองนั้น  เมืองที่มีแต่ชายสูงวัยสุมหัวกันกน้าร้านชำ  ท่าทางไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย  ทั้งหมดจึงมุ่งตรงสู่บ้านหลังโตที่อยู่ติดกับทะเลสาบ  ที่ที่สามีของเจสสิก้าเอาเงินเก็บทั้งหมดมาซื้อ  จนไม่ว่าจะยังไง  พวกเขาก็ต้องอยู่ที่นี่ไปสักระยะ  ที่นั่นพวกิเขาพบกับหญิงสาวแปลกหน้าที่อาศัยอยู่ในบ้านมาก่อน  เธอเป็นคนพเนจรที่แวะผ่านมาพักที่นี่โยไม่รู้ว่ามีเจ้าของ  พวกเขาเชื้อเชิญให้เธออยู่ต่อ เจสสิก้าจะได้มีเพื่อน  แต่นั่นไม่ช่วยอะไร เจสสิก้าเริ่มเห็นเด็กผู้หญิงประหลาดมายืนกวักมือเรียก  ได้ยินเสียงเรียกประหลาดๆ  และที่ทะเลสาบเธอรู้สึกเหมือนมีใครสักคนดึงขาเธอลงไปในน้ำ  เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวเพราะยิ่งเธอพูมาก พวกเขาจะยิ่งมองเธอเป็นบ้า เธฮถูกคุกคามหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ  และเริ่มสงสัยว่าทั้งสามีและเพื่อนสามี อาจจะกำลังสนใจหญิงสาวหน้าใหม่อยู่ นั่นยิ่งทำให้เธอโดดเดี่ยวมากขึ้น  ท่ามกลางการหลอนหลอกไม่รู้จบ!!

 

 

นี่คืออีกหนึ่งหนังสยองขวัญอีกเรื่องที่ถูกลืมจากยุค 70's  หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นในปี 1971 โดยการกำกับของJOHN D. HANCOCK  ผู้กำกับที่ทำหนังทีวีมากกว่าหนังโรง และเคยเป็นผู้กำกับหนังชุด TWILIGHT ZONE อยู่หลายตอน  LET'S SCARE JESSICA TO DEATH เป็นหนังเรื่องที่สองของเขา โดยมี ZOHRA LAMPERT นางเอกหนังทีวีชื่อดัง(ในตอนนั้น) มารับบบท JESSICA และว่ากันว่านี่เป็นบทนำครั้งเดียวบนจอใหญ่ตลอดชีวิตการแสดงของเธอ  เมื่อครั้งแรกที่หนังออกฉายนั้น  มันไม่ประสปความสำเร็จทั้งในแง่รายได้และคำวิจารณ์ จนลาจอไปอย่างรวดเร็ว  แต่หลายปีต่อมา มีคนเอาหนังเรื่องนี้ไปฉายทางโทรทัศน์ และมันกลายเป็นหนังคัลท์สุดดังที่ฮิตจนกระทั่งมีแฟนคึลับเป็นของตัวเอง และก่อตั้งเวบไซต์ของหนังซึ่งยังเคลื่อนไหวอยู่จนถึงวันนี้

 

สาเหตุหนึ่งที่หนังไม่ประสบความสำเร็จอาจเป็นเพราะหนังออกฉายหลังหนังเรื่องสำคัญอย่างROSEMARY'S BABY และหนังดำเนินไปโดยวิธีการเดียวกันกับหนังหญิงสาวผู้ให้กำเนิดลูกของซาตานเรื่องนั้น โดยหนังเล่าเรื่องอย่างจำกัดมุมมองผ่านทางเฉพาะที่ตัวเอก (ฝ่ายหญิง)ต้องประสบพบเจอ  การค่อยๆกลายเป็นบ้าจากการถูฏคุกคามโดยสิ่งที่ผู้อื่นมองไม่เห็น  ปรึกษาใครไม่ได้ หนีก็ไม่พ้น  ต่างกันตรงที่ว่ในขณะที่ ROSEMARY ผเชิญชะตากรรมอยู่ในอพาร์ทแมนท์ และวงสังคมคนเมือง JESSICA กลับติดอยู่ในเมืองแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก  บรรยากาศชนบทที่ดูสงบเรียบง่ายกับทอประกายชวนหวาดแสยง ไม่เป็นมิตร และดูเหมือนเป็นเมืองลับแลตกสำรวจตลอดกาล  ที่สาหัสกว่าคือ JESSICA เองก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเอง เพราะเธอยังเข้าใจว่านี่คืออาการประสาทหลอนตกค้างจาฏโรคที่รักษษไม่หายของเธอ

 

หนังเล่าเรื่องผ่านมุมมองJESSICA  ถึงขนาดมีเสียงเล่าของเธอตลอดเวลา  เสียงนั้กระตุ้นเตือนว่าเธอไม่ควรบอกใครว่าเห็นเด็กหญิงกวักมือเรียกตลอดเวลา  ไม่บอกใครว่าภาพที่เธอเห็นในห้องใต้หลังคาคือกุญแจนำไปสู่ความลับดำมืดของเมืองนี้  ไม่บอกใครว้าเธอเริ่มสงสัยเด็กสาวที่มาอาศัยพวกเธออยู่ว่าหล่อนอาจเป็นนางแวมไพร์ที่ฆ่าคนทั้งเมือง  หนังดำเนินเรื่องตามความสงสัยเธอไปเรื่อย ใช้ภาพ และเสียง ในบรรยากาศของเมืองชนบท ในการหลอกหลอนคนดู หมอกที่ลอยอ้อยอิ่งในทะเลสาบ  บ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยซอกมุมมืด หรือแยนินเขาทุ่งหญ้าที่ดูปิดบังสายตาและเหมือนมีความชั่วร้ายหลบซ่อนอยู่   ในขณะที่หนังให้เสียงปะปนระหว่างจริงกับลวง จนกระทั่งคนดูก็ได้แต่งงงวย  ฉากหนึ่งหนังถึงกับให้เจสสิก้าแสดงอาการลิงโลดเมื่อสามีเองก็เห็นในสิ่งที่เธอเห็น พิสูจน์ว่าเธอไม่ได้บ้าอยู่คนเดียว

 

แม้กล่าวโดยรวม LET'S SCARE JESSICA TO DEATH จะเป็นเพียงหนังสยองขวัญดาดๆตกสำรวจ แต่อย่างไรก็ตาม หนังทำได้ในระดับสมราคา และการแสดงของZOHRA LAMPERT ก็อยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยม หนังค่อยๆกดคนดูให้อยู่มือนำพาไปสู่ฉากท้ายเรื่องที่สุดแสนสิ้นหวัง  หญิงสาววิ่งหนีไปอย่างไร้ทิศทางไม่ว่าไปทางไหนก็ไม่อาจหนีพ้นกระที่งเป็นล้มสลบไปก็ยังต้องตื่นมาหนีต่อไป  ก่อนที่หนังจะจบลงอย่างหลอกหลอนในทะเลสาบอันเวิ้งว้างท่ามกลางแสงสีทองรำไรอันงดงาม  และโดยส่วนตัวหนังเรื่องนี้หลอกหลอนอยู่ในระดับเดียวกับ ROSEMARY's BABY และ เอาเข้าจริงแล้วหนังชวนให้นึกถึง สุดยอดหนังสยองขวัญพันธุ์หลอนอย่างCARNIVAL OF SOULS ยิ่งฉากจบของหนังรู้สึกเหมือนกับการสลับตำแหน่งแห่งที่ของ ฉาก ผีโผล่จากน้ำ ในCARNIVAL OF  SOULS ด้วยซ้ำ (ซึ่งต่อมาฉากนี้ถูกนำมารีเมคใน APOCALYPSE NOW ไปจนถึง LAND OF THE DEAD )

 

แต่อย่างไรก็ตาม LET'S SCARE JESSICA TO DEATH ก็ทำหน้าที่ของมันในฐานะหนังสยองขวัญได้อย่างทรงประสิทธิภาพ ลูกล่อลูกชนของเรื่อง เทคนิคทางภาพและเสียงที่นำมาใช้สั่นประสาทคนดูห่างไกลจากหนังสยองขวัญพันธุ์เลือดสาด ที่เกลือ่นตลาดในเวลาต่อมา  และชวนให้นึกถึงหนังสยองขวัญญุ่ป่นในยุค post-RINGU ด้วยซ้ำ 

หมายเหตุ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ LET'S SCARE JESSICA TO DEATH ได้ใน FILMVIRUS 4 : สางสำแดง ผู้เขียนรู้จักหนังเรื่องนี้จาก หนังสือเล่มนี้ และชื่อภาษาไทยของบทความหยิบมาจากชื่อไทยตอนที่หนังเข้าฉาย (อ้างอิงจาก FILMVIRUS 4 : สางสำแดง เช่นกัน)

เวบแฟนคลับของหนังอยู่ที่ http://www.letsscarejessicatodeath.net/

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หนังยุคเก่าภาพแบบนี้ เรื่องแบบนี้ ผมชอบมากๆเลย

หนังเรื่องนี้สร้างตอนนั้นผมเพิ่งได้ขวบเดียว ฮ่าๆๆๆbig smile big smile big smile

#1 By lolay on 2008-07-19 05:03