DEATH BED : THE BED THAT EATS(GEORGE BARRY /1977 ) : เตียงกินคน
posted on 24 Jun 2008 23:48 by filmsick in sickfilm
กล่าวกันแบบตรงไม่อ้อมค้อม หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องของ เตียงกินคน! เตยงปีศาจหนานุ่มคลุ้มผ้าสวยงาม มีสี่เสาสูงและม่านคลุมรอบทิศ เตียงที่พอใครขึ้นไปนอนก็จะถูกกลืนกินจมไปในฟูกนอนทิ้งไว้แต่พรายฟองสีเหลืองราวละลายหายสูญไปไร้ร่องรอย!
ตลอดทั้งเรื่องจึงไม่ดีมีอะไรมากไปกว่า เหยื่อรายแล้วรายเล่า พากันมายังปราสาทหินห่างไกล บางคนมาจับคู่จู๋จี๋ บางคนมาท่องเที่ยวพักผ่อน บางคนก็มาหลบหนีการตามล่า หรือย้อนไปตั้งแต่สมัยต้นทาง กระทั่งพระท่านยังถูกเจ้าเตียงผีสิงที่กลืนกิน ภาพสยองของการการกลืนกินผู้คนครั้งแล้วครั้งเล่าถูกเล่าผ่านวิญญาณของจิตรกรที่มาวาดรูปเตียงนี้แล้วถูกจับขังไว้หลังรูปภาพจ้องมองเหยื่อแต่ละรายอย่างสมเพชเวทนา
โปรดอย่าเพิ่งนึกไปถึงหนังเกรดบีพลอตต่ำช้า ที่เอามันกันอย่างเดียวไร้สารพะ และหาอะไรไม่ได้มากกว่าความปัญญาอ่อน แม้พลอตจะชวนให้คิดถึงอะไรแบบนั้นก็ตาม เพราะนี่คือหนังสยองขวัญจากยุคเจ็ดสิบที่แทงบัญชีสาบสูญไปเป็นเวลานาน หนังสยองขวัญที่ไม่ได้มุ่งเน้นความโหดเหี้ยมของการสังหารหรือความบ้าวายป่วงของพลอตแบบที่ ไม่เอาอะไรกันอีกแล้ว เต็มไปด้วยบรรยากาศหลอกหลอนพิลึกพิกล พิพักพิพ่วนอย่างยิ่ง
ภาพยนตร์ปี 1977ของ GEORGE BARRY ชายผู้ทำหนังเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวแล้วก็สาบสูญไปจากวงการหนัง ( ในimdb มีข่าวลือกันว่า ผู้กำกับนั้นออกไปทำกิจการร้านหนังสือมือสองในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งกิจการรุ่งเรืองไปด้วยดี และจนถึงตอนนี้ก็เริ่มจะลืมๆไปแล้วว่าตัวเองเคยทำหนังเรื่องนื้ ) ตัวหนังจริงๆนั้นเริ่มถ่ายทำด้วยฟิล์ม 16 มม. ในปี 1972 และถ่ายทำอย่างยากลำบากลากยาวไปจนเสร็จในปี 1977 ว่ากันว่าหนังได้ฉายเพียงไม่กี่ที่และไม่เคยได้รับการจัดจำหน่ายเป็นวีดีโออีกเลย จนกระทั่งช่วงปี 82 หรือ 83 ว่ากันว่ามีวีดีโอออกวางขายในอังกฤษ แต่เป็นฉบับใต้ดินที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวผู้กำกับแต่อย่างใด ) จนในที่สุดยี่สิบปีล่วงพ้น หนังได้รับการจัดจำหน่ายครั้งแรกเป็นดีวีดี โดยบริษัท cult epics และนี่เป็นครั้งแรกที่เราจะได้ตื่นตากับหนังเรื่องนี้
อย่างที่กล่าวไป ตัวหนังนั้นไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าเตียงปีศาจกลืนกินผู้คน หนังไม่มีเอฟเฟคต์เลือดสาด ไม่มีฉากคัลต์สุดกู่แสนฮา ไม่มีฉากเซกซ์ระบิดเถิดเทิง ไม่มีอะไรที่เราจะคาดหวังได้จากจากหนังสยองขวัญเกรดต่ำ(แต่ความสนุกสูง) จากยุค 70
เพราะที่หนังมุ่งมอบให้คือภาวะฝันหลอน แบบไม่รู้ทิศทางอะไรอีกต่อไป หนังเน้นภาพภาพฝันร้ายหลอกหลอนต่อเนื่องกันไป ตั้งแต่ภาพการจมลงในของเหลวสีเหลืองใต้เตียงของอาหารเครื่องดื่ม รากับเตียงค่อยกินมัน เสียงหัวเราะหอบหายใจ ไปถึงเสียงกรนจากเตียงทีว่างเปล่า ร่างจมลึกของผู้คนบนฟองสีเหลืองกระจัดกระจาย ภาพโครงกระดูกที่แช่ในน้ำสีเหลืองซึ่ง๔กนำมาคายทิ้งไว้ใต้พื้นดินโดยมีดอกกุหลาบงอกขึ้นมาจากรากที่ชอนไชไปบนกะโหลก รวมไปถึงฉากฝันร้ายของตัวละครตัวหนึ่งที่ถูกบังคับให้กินหนอนไหน่ แมลงสกปรก หรือภาพของหญิงสาวที่พยายามหลบหนีจากเตียงที่กินร่างหล่อนไปครึ่งตัว ภาพของชายที่โดนกลืนกินมือทั้งสองข้างจนเหลือแต่กระดูก ที่ค่อยๆหลุดล่อนไปทีละท่อน
หนังใช้เอฟเฟคต์เพียงน้อย เลือดปลอมจำนวนหนึ่ง และการตัดต่ออันน่าทึ่งสร้างภาพหลอกหลอนของปีศาจอย่างสวยงาม แสยงขนและสุดแสนคลาสสิค บรรยากาศสะพรึงในหนังไม่ต่างจากการหลงทางในเมืองแปลกหน้ากลางค่ำคืนอันมืดมิด ความรู้สึกราวกับมีสิ่งชั่วร้ายรอคอยอยู่โดยไม่กระโจนออกมา (ซึ่งแตกต่างจากการที่สิ่งชั่วร้ายเปิดเผยฟาดหัวฟาดหางตลอดหนังสยองขวัญแบบเลือดสาด)ภาวะฝันหลอนแบบนี้ไม่ได้พบบ่อยนักในหนังสยองขวัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสยองขวัญจากฝั่งอเมริกา
พลอตหนังนั้นเบาบางและอัดส่วนของเรื่องเข้าไปรวดเดียวในช่วงท้ายเรื่อง เกี่ยวกับมนต์ปีศาจของเจ้าของเตียงนำไปสู่ตอนจบแบบโศกนาฏกรรม ( ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรเหนือความคาดหมาย ) แต่ส่วนที่สำคัญคืองานภาพที่หนังมอบให้ หนังใช้ศักยภาพทางภาพยนตร์ในการมอบภาพฝันสุดประหลาดจนทำให้คนดูต้องมนต์กับภาพจนเรื่องเล่าลดความสำคัญลงไป

แม้โดยรวมเตียงกินคนจะไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าหนังสยองขวัญเรื่องอื่น หากพลังทางภาพของหนังก็น่าสนใจจนไม่อาจมองข้ามไปได้ น่าเสียดายที่ GEORGR BARRY ทำหนังไว้เพียงเรื่องเดียวไม่เช่นนั้นเราคงได้ดูหนังสยองขวัญแบบช้าแต่หลอนอีกหลายเรื่องนัก
#1 By desktop bomb on 2008-06-25 01:23