BEFF5 in PHUKET
posted on 21 Jun 2008 12:06 by filmsick in FILMFLUมาช้ายังดีกว่าไม่มา รวมมิตรหนังที่ฉายในเทศกาลหนังทดลองที่ภูเก็ตครับ!
(รูปงานรอดูที่บลอกBO(OK)HEMIAN นะครับ)
โอฬาร เนตรรังษี / Olan Netrangsri (TH) Drive 1.15 2007
ภาพขาวดำแบบฟิล์มโบราณที่ถ่ายท้องฟ้า และผู้คนประกอบกับเสียงเล่าของชายผู้ใฝ่ฝันจะเป็นนักบินแม้ความจริงจะเป็นได้แค่คนทำงานในคาร์โก้เท่านั้น
นิติพงศ์ ถิ่นทัพไทย / Nitipong Thinthupthai (TH) กระสอบ / Krasob 8.00 2007 A+
ภาพแช่นิ่งจากกล้องใต้ถันบ้างที่ผเฝ้าจ้องมองสังเกตการณ์การละเล่นของเด็ก้อยกลุ่มหนึ่งรอบๆกระสอบทรายที่ทำจากถุงปุ๋ยบรรจุทราย บางคนกระโดดห้อยโหน บาง คนเหวี่ยงกระสอบไปมา บางคนก็พยายามกระโดดเตะ ต่อมาก็ค่อยๆลุกลามจากการละเล่นแบบเด็กๆ ไปสู่การแสดงความเป็นเจ้าของและลงเอยด้วยการทะเลาะกันแบบเด็กๆ
มองตัวหนังในฐานะหนังที่เฝ้าสังเกตการณ์ หนังจับภาพการเล่นแบบเด็กๆที่ไม่มีจริตแบบเด็กชาวเมือง และไม่มีจริตแบบเด็กในหนังที่เราคิดว่าจะต้องน่ารักน่าใคร่อยู่ตลอดเวลา เด็กๆในเรื่องเล่นจริงเจ็บจริง ดุจริงประสาเด็กบ้านๆ
และหากมองแบบหนังการเมือง กระสอบก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะการเล่นแบบเด็กๆไปรอบกระสอบ(ที่รูปทรงเดียวกับพานคว่ำ )ที่ค่อยๆลุกลามเป็นเรื่องใหญ่โตจนต้องลุกมาไล่ตีกัน ก็ชวนให้ระลึกถึงภาพแทนสังคมไทยในช่วงที่ผ่านมาไม่น้อย
Inge 'Campbell' Blackman (UK) Legacy 18.00 2006 A+
หนังอังกฤษที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับคนสองรุ่นจากรุ่นของทาสไปสู่การปลดปล่อย เสียดายที่จำอะไรในหนังได้ไม่มากนักจำได้แต่หนังถ่ายสวยมาก และเนื้อหาที่ลูกกับแม่พูดกันก็ดีมากๆด้วย
ไมเคิล เชาวนาศัย / Michael Shaowanasai (TH) Observation of the Monument 5.00 2008 รอบ 2 A++++++
ประทีป สุธาทองไทย / Prateep Suthathongthai (TH) อธิบายคำว่าไทย / Explanation of the word ‘Thai' 2.25 2007 รอบ 2 A+
อดิศักดิ์ ภูผา / Adisak Phupa (TH) In Between Living and Dying 4.00 2007 รอบ 2 A/A-
Anders Weberg (Sweden) For Sore Eyes 2.17 2006 รอบ 2 A/A-
วินัย กิจเจริญ / Winai Kitchalern (TH) New Year Again 3.00 2008 รอบ 3 A+
วิชชุตา วัจนะรัตน์ / Vichuta Watchanarath (TH) ปลา Fish 9.00 2008ปลา Fish 9.00 2008 รอบ 2 A+/A
หนังที่พาเราไปดูวัฒนธรรมการปล่อยปลาเพื่อสร้างสิริมงคลผ่านทางมุมของปลาที่ต้องแออัดอยู่ในกะละมัง หรือในถุง ในช่วงแรกหนังถ่ายภาพปลา คลอไปกับเสียงหอบหายใจที่แสดงถึงภาวะชวนอึดอัดหายใจไม่ออก ก่อนจะแสดงให้เห็นภาพกว้างตลกๆเกี่ยวกับการปลอยปลาในสังคมไทย ชื่อปลาที่ถูกเอาไปผูกฌยงกับความเป็นสิริมงคลแบบคำพ้องรูปพ้องเสียง หนังเป็นการจ้องมองเชิงตั้งคำถาม มากกว่าจะตัดสินเกี่ยวกับกการปล่อยปลา
โสรยา นาคะสุวรรณ / Soraya Nakasuwan (TH) 2008 3.00 2008 รอบ 3 A
พิเชษ เสมอเชื้อ / Pichet Smerchua (TH) Bangkok Beauty 3.00 2008 รอบ 2 A
ภาพกองขยะที่ประกอบด้วยขวดพลาสติก และกอสวะ หมุนวนอยู่ตรงปากประตูระบายน้ำ ถูกเล่นซ้ำไปซ้ำมาคลอไปกับเสียงเพลงลีลาสุนทราภรณ์(ที่ใช้ในการประกวดนางสาวไทย) จนดูราวกับขวดพลาสติกกำลังลีลาสกันอยู่ในแม่น้ำ
การเปรียบเทียบของหนังอาจดูจงใจตรงไปตรงมา แต่ที่น่าสนใจคอการที่หนังเลือกใช้เพลงเดียวกันสองเวอร์ชั่น ทั้งฉบับครูเอื้อ และฉบับแกรมมี่โดยเอามาตัดต่อสลับกันแล้วซ้อนกันเป็นบางครั้งให้อารมณ์ประหลาดพิลึกดีไม่น้อย
George Barber (UK) Automotive Action Painting (Car Painting) 6.00 2006 A
หนังเก๋ไก๋ทพยายามจะสร้างภาพเขียนจาก ...รถยนตร์ วิธีการนั้นสุดแสนจพ DIY ทำเองก็ได้ง่ายจัง ด้วยการเอาสีหลากหลาย ไปสาดบนถนนหลวง จากนั้นก็รอให้รถวิ่งผ่าน สีต่างๆก็ค่อยๆถูกปาดป้าย กล้องตั้งจากมุมสูงแลเห็นการเกิดขึ้นของภาพ ดูเล่นๆสนุกดี สวยด้วย
ภาณุ อารี / Panu Aree (TH) Silent Lights 3.00 2008 รอบ 2 A/A-
กนกพร มาลีศรีประเสริฐ, สุวัศน์ พุ่มภักดี / Kranookporn Maleesriprasert & Suwat Poomphakdi (TH) Slide สไลด์ 3.03 2008
หนังโชว์เทคนิคเกี่ยวกับฟิล์มสไลด์ หนังสวยมากเหมือนโฆษณาMTVดีๆเลยทีเดียว
ปิยะพจน์ เฉลิมสุข / Piyapoj Chalermsuk (TH) 3 1009 03146 81 2 7.00 2007
Johanna Reich (Germany) A/A-El viento (wind) 1.30 2007
หญิงสาวสองคนเป่าลมใส่กัน ในภาพขาวดำ และลมนำสีสันทั้งเข้ามาและจากไปบนใบหน้าสองหญิงสาวนั้น
Kim Woong-Young (Korea) A Piece of Heart 1.00 2007
หนัง STOP MOTION ที่ให้ร่างกายกลายเป็นใบไม้และแผ่นดินอย่างงดงาม
Osvaldo Cibils (Italy) ATo Be Continued 0.28 2007
Ji Hyun Ahn (USA) Their Circumstances 10.00 2007 A+++++
งานอนิเมชั่นห่ามเพี้ยน ที่ใช้ทั้งงานสีเทียน งานตัดปะ และงานอื่นๆ เป็นหารตูนที่สนุกมาก เฮี้ยนมาก ไม่เหมาะสำหรับเด็กด้วยประการทั้งปวง เพราะในการ์ตูนเรื่องนี้มีทั้ง ผีขาขาดทวงวิญญาณ ภรรยาที่นอกใจสามีไปอึ๊บกะครูลูกสาว และการกินเนื้อคน!
หนุกอะ
Sae Esashi (Germany) Hack Mince Müde 3.45 2007
Toh Hun Ping & Jeremy Sharma (Singapore) A-Athlete 13.00 2007
Chris Loukes (UK) Train Out, Train In 4.54 2008
Jun Iwakawa (UK) A+Harmonics (Fridge promo) 4.25 2007
Uli Westphal & Kristin Cooper (Germany) A+Coleoptera 2.30 2007
Jadwiga B. Podowska (Norway) A+++++++++Vacuum 12.00 2007
พัฒนพงส์ จาติเกตุ / Pattanaphong Jatikaet (TH) A+The Chameleon Hunt 8.52 2008
Manu Luksch & Mukul Patel (UK) A+Aju J's New Year Feast - In the Year of the Fire Dog 10.00 2006
Etta Säfve (Netherlands) North Sea: Low Tide (Ophelia) 5.28 2007
Rhino Ariefiansyah (Indonesia) A/A+Bisa Dèwèk - We can do it ourselves 45.00 2007
อุรุพงศ์ รักษาสัตย์ / Uruphong Raksasad (TH) รอยไถแปร Roy tai phrae 3.00 2008 รอบ 2 A
Nicolas Provost (Belgium) 2 รอบ A++++++++++++Plot Point 13.39 2007
ภาพยนตร์จาก NICOLAS PROVOST visual artist ชาวเบลเยี่ยมเรื่องนี้ เล่นสนุกกับการรับรู้และโครงสร้างภาพยนตร์แบบฮอลลีวู้ดได้อย่างน่าทึ่ง เพราะในหนังเรื่องนี้เขาแกบกกล้องออกไปเก็บภาพบนท้องถนนในนิวยอร์คอย่างง่ายๆ ภาพของผู้คยบนท้องถนน นักท่องเที่ยวถ่ายรูป ตำรวจสายตรวจออกตรวตรา ยามเฝ้าประตู คนเดินถนน คนขายหนังสือพิมพ์ ภาพค่ำคืนสุดแสนธรรมดา
จากนั้นภาพทั้งหมดถูกนำมาจัดวางใหม่ ด้วยวิธีการแบบเดียวกับที่เราพบเห็นในหนังฮอลลีวู้ด ผ่านทางการเคลื่อนกล้องแบบซูมเข้าช้าๆเพื่อนำสายตาคนดู การจับจ้องมองคนที่หยุดนิ่งกลางผู้คนที่เคลื่อนไหว การแพนกล้องอย่างรวดเร็วไปยังจุดที่ต้องการจ้องมอง การติดตามผู้คนคนบางคนอย่างใกล้ชิด การแสวงหารู)แบบบางอย่างในความสามัญที่จะแสดงภาพความสัมพันธ์ของใครสัคนที่ถูกติ๊งต่างให้เป้นอาชญากร และเป็นพระเอก หนังแสดงให้เห็นว่า วิธีการจ้องมองนั้นส่งผลต่อผู้ชมมากกว่าตัวภาพด้วยซ้ำ เพราะคนดูจะค่อยๆลุ้นระทึกและเฝ้าสงสัยว่าใครเป็ฯตัวร้ายใครเป็ฯคนดี แค่ใครสักคนม้วนหนังสือพิมพ์ใส่กระเป๋าก็ดูเป็นอาชญากรไปได้ หรือแค่การตัดภพาใบหน้าของชายหน้าตาน่ากลัว สลับกับภาพหญิงสาวที่อยู่ทิศทางตรงกันข้ามจ้องมองกันอยู่ ก็ศามารถให้ความรู้สึกคุกคามทำร้ายได้ กระทั่งการซูมภาพตำรวจพูดวิทยุโดยปราศจากเสียงก็ชวนให้คิดไปถึงไหนต่ไหนได้เลยทีเดียว
หนังใช้ดนตรีประกอบเป็นท่วงทำนองแบบบางเบา การตัดต่อ การวางภาพ และการถ่ายทำทำให้หนังเรื่องนี้เดินหน้าอย่างตื่นเต้นจนกระทั่งมันจบลงโยไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ราวกับว่าเรากำลังนั่งดูหนังระทึกเรื่องล่าสุดจากฮอลลีวู้ด!
NICOLAS PROVOST แสดงให้เห็นถึงรูปแบบการเร้าอารมณ์ที่ ‘ทำเองก็ได้ง่ายจัง' จนชวนให้ครุ่นคิดถึงเทคนิคทางภาพที่ทำให้เราระทึก ซึ่งไม่ได้มีเพียงแต่ในหนังยังรวมไปถึงภาพอื่นๆกระทั่งภาพที่รับสมอ้างความจริง ซึ่งที่แท้เป็นเป็นเพีบงภาพจริงที่ถูกทำขึ้นเท่านั้น
http://atrickofthelight.wordpress.com/2008/03/07/papillon-d-amour-nicolas-provost/
Neil Beloufa (France) Kempinski 14.00 2007 2 รอบ A+++++++++++++
นี่คือหนังที่พาเราเข้าไปในแอฟริกา พร้อมกับการตั้งคำถามง่ายให้คนแอฟริกันคิดว่า อนาคตที่เขาต้องการคืออะไร ภาพของหนังคือคนแอฟริกันที่ยืนถือหลอดไฟนีออนกลางความมืด ทุกคนพร่ำบ่นข้อความชวนขนลุก เกี่ยวกับโลกที่มีเครื่องย้ายมวลสาร หรือการใช้พลังจิตในการมีเซกส์กับภรรยา ไปจนถึงรถยนตร์ที่พูได้ตอบสนองได้
โลกประหลาดจากปากคำของผู้คนถูกตัดสลับกับภาพการจับจ้องมองดวงไฟใหญ่ยักษ์แบบโคมไฟในสนามกีฬา ยิ่งเมื่อผู้คนในหนังค่อยๆเบือนหน้าไปจ้องมองแสงไฟนั้นภาพที่เห็นก็หลอกหลอนถึงขีดสุด
จุดตั้งต้นของภาพยนตร์อาจเป็นเพียงคำถามสนุกๆแบบความคิดของเด็กๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือหนังสุดหลอนที่บรรยายยากอย่างยิ่ง ความไซไฟกึ่งวิทยาศาสตร์ของเรื่องเล่า ในดินแดนลับแลแบบแอฟริกาถูกเปลี่ยนรูปไปสู่มนต์ดำอันมืดมัวชวนขนหัวลุก
นี่คือหนังที่ชวนหลอนที่สุดที่ได้ดูในรอบปีนี้
http://en.unifrance.org/movie/29438/kempinski/complete
วีราภา เองมหัสสกุล / รวิสรา พันธุ์แพร Veerapha Engmahatsakul / Ravitsara Phunphrae A/A-May I Go to Toilet Please? 6.24 2008
หนังเล่าความกดดันของเด็กสาวได้ฮาในวิธีการดี ชอบที่หนงัไม่มีเสียงเลย
Tan Pin Pin (Singapore) Singapore Gaga 55.00 2007 รอบ 2 A++++++++++
เฉลิมรัฐ กวีวัฒนา / Chalermrat Gaweewattana (TH) A+A century of love 14.25 2007
ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์ Tanatchai Bandasak (TH) วัฏคีตา / Endless Rhyme 26.36 2008 A+++++++++++
นี่คือหนังที่พาเราไปทอดน่องโมงยามแห่งรัตติกาลของสามชีวิตในค่ำคืนอันดึกสงัด เริ่มจากชายคนหนึ่งที่นั่งดูละครแล้วปิดทีวี มุดมุ้งเข้าไปนอน ตามด้วยการตื่นกลางดึกของคนผู้แม่ที่ลุกมากอดกล่อมลูกน้อยจ้องมองความมืดอันเนิ่นยาว กิ่นยามเช้าจะเริ่มต้นอีกครั้งอย่างเชื่องช้าในแสงสีทอง
ตลอดเวลา26นาทีของหนัง ล้วนดำเนินไปอย่างเชือ่ช้าในช่วงเวลาที่ความมืดเป็นใหญ่ ภาพของต้นตาลสูงทะมึนในยามกลางคืน ห้องรกๆของบ้านโทรมที่สลัวราง และชานเรือนอันหมองมัว หนังไร้บทสนทนาโดยสิ้นเชิง รวมทั้งยังร้างไร้เสียลงดนตรีประกอบ ท่ามกลางความมืดอันสงบนิ่ง เราได้ยินแต่เฉพาะเสียงของกลางคืนซึ่งคือดนตรีอันวิเวกของยามดึกสงัด พอยามเช้ามาถึง ทาสผู้ซื่อสัตย์ก็กลับคืนสู่วงจรซ้ำซากของวันเวลาอีกครั้ง
หนังอาจเชื่องช้าและไม่มีเรื่องราว แต่ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์กลับจูงมือผู้ชมเดินทางเข้าสู่ใจกลางของความมืดอันเงียบสงบและติดจะเศร้าสร้อย หากหนังเรื่องนี้กล่างถึงดนตรีแห่งชีวิตประจำวันอันวนเวียน ที่เราได้ยินคือท่วงทำนองของความมืดที่งดงามและบางเบา
หนังอาจยาวและนิ่งจนชวนน่าเบื่อ แต่นี่คือหนังสั้นไทยที่ผมชอบที่สุดเรื่องหนึ่งจากเทศกาลนี้ และรวมถึงในปีนี้ด้วย
อโนชา สุวิชากรพงศ์ Anocha Suwichakornpong (TH)A+/AMirror 3.00 2008
วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย / Watchathanapoom Laisuwannachai (TH) A+/ Golden Mountain 10.30 2008
ชาย ไชยชิต /Chai Chaiyachit (TH) A+พลงชาติไทย / National Anthem 27.00 2008
หนังเรื่องนี้แบ่งตัวเองออกเป็นสองส่วนโยในครึ่งแรกเป็นภาพสังเกตของบรรดาผู้คนที่เดินออกกำลังจากสวนสาธารณะในความเงียบตัดสลับกับภาพของกระรอกบนต้นไม้ ส่วนในครึ่งหลังคือภาพของคนพเนจรที่กินนอนกันที่สนามหลวงก่อนจะปิดท้ายด้วย สุนทรพจน์ของชายคนหนึ่งที่สนามหลวงที่แสดงความเห็ฯทางการเมืองยุคpost ทักษิณอย่างฉะฉาน โดยตัดสลับกับภาพของหนูในพุ่มไม้ ภาพทั้งสองส่วนกลืนเข้าหากันในช่วงกลางของเรื่อง กลางเสียง ‘เพลงชาติไทย' นั่นเอง
หนังเรื่องใหม่ของชาย ไชยชิต ยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องของการเมืองประจำยุคสมัย ในคราวนี้เขาหยิบยกเอา ‘เพลงชาติ' และ ‘ความเป็นชาติ' มาเสียดสีอย่างน่าสนใจ เมื่อคนสองกลุ่มที่มัสถานะแตกต่างกัน ระหว่าง ‘ชนชั้นกลาง' ผู้เงียบเชียบ (ในช่วงของสวนสาธารณะเขาดูดเสียงออกจนหมด) เป็นคนในชาติที่ดูรื่นรมย์ไม่มีพิษภัย ( เหมือนกระรอกน้อยบนต้นไม้ ) และตอบรับแนวคิดรัฐชาตอย่างยินดีปรีดาด้วยการลุขึ้นยืนตรงอย่างภาคภูมิในขณะที่เพลงชาติไทยบรรเลง ในขณะเดียวกัน ชนชั้นล่างกลุ่มผู้คน ‘รากหญ้า' กลับทั้งนั่งทั้งนอน เดินไปเดินมาใน ‘ชั่วขณะของการรวมชาติ' พวกเขาคือพลเมืองที่ใช้ไม่ได้ เพราะพวกเขาไม่ภาคภูมิในความเป็นชาติหระนั้นหรือ หรือเพราะเพียงพวกเขาคือเหล่าคน เจ็บ จนโง่ ที่รัฐชาติไม่ต้องการ พยายามกีดกัน จำกัด ผลักดันพวดเขาไปอยู่ชายขอบ แล้วป้ายสีความไม่รักชาติกับพวกเขา กล่าวอีกอย่างพวกเขาถูกทำให้หลายเป็นหนูไร้ค่าที่ถูกรังเกียจและเป็นปัญหาสังคม
นอกจากนี้เสียงเงียบของคนชั้นกลางในเมือง กับความฉะฉานในการกล้าแสดงความคิดเห็นของคนเร่ร่อน ยังเป็นภาพแทนสภาพของการเมืองไทยที่น่าสนใจมาก เพราะในขณะที่คนชั้นกลางตอบรับการมาถึงของ ‘สีเขียว' ที่ผูกความเป็นชาติต่างผ้าพันคอฉลากยี่ห้อด้วยความเงียบ คนชนชั้นรากหญ้ากลับตอบโต้ด้วยการเลือกพรรคพลังประชาชนอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งครั้งต่อมา
ในทางหนึ่งการใช้ภาพเปรียบเปรย (ซึ่งใน ผีมะขาม ไพร่ฟ้า ประชาธิปไตย ชาช ไชยชิต ก็ใช้วิธีการคล้ายคลึงกันนี้ ) ยังมีข้อเคลือบแคลงอยู่บ้างเนื่องจากภาพของชนชั้นกลาง และ คนเร่ร่อนนั้นถูฏทอนค่าลดความหมายเป็นเพียงภาพลักษณ์เชิงเหมารวมของกลุ่มผู้คนที่ไม่ได้มีความเป็นปัจเจก การเหมารวมผู้คนเพื่อให้กลายเป็นตัสแทนสำหรับถ่ายทอดสิ่งที่ผู้กำกับคิดในทางหนึ่งเป็ฯการใช้สัญลักษณ์ที่แยบคายแต่ในอีกทางก็ดูเหมารวมจนเกินไป ภาพของบทสนทนาตอนท้ายเรื่องของชายเร่ร่อน จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคำพูดของเขา แต่เป็นคำพูดจากตัวแทนชนชั้นของเขา ซึ่งอาจขัดแย้งกับกระวนคิดของชนชั้นกลาง แต่ต้องไม่ลืมว่าที่จริงแล้วความคิดนั้นเป็นเพียงความคิดของคนคนหนึ่งเท่านั้น การใช้ภาพเหมารวมมาใช้แสดงความคิดเห็นทางดารเมืองส่วนบุคคลของผู้กำกับในทางหนึ่งจึงยังชวนให้รู้สึกอึดอัดย้อนแย้งอยู่บ้าง เพราะมันดูราวกับการใช้คนอื่นมาพูดแทนสิ่งที่ตัวคิดผ่านทางเทคนิคของภาพยนตร์
อย่างไรก็ตาม แม้เพลงชาติไทยจะเป็นเหมือน การเสียดสีมากกว่าการผเชิญหน้ากับตัวปัญหาโดยตรง แต่มันก็ทรงประสิทธิภาพในการชี้ชวนให้คิดอย่างสนุกสนาน และภาพสุนทรพจน์ช่วงท้ายเรื่องก็กลายเป็นฉากจำที่สุดแสนทรงพลัง
Stuart Pound (UK) -Dominant Culture 14.54 2008รอบ 2 A/A
Angelo Picozzi (UK) 00:06:03:08 6.03 2006 รอบ 2 A+
Sally Jo Bellosillo (Philippines) Laban: the meaning of the EDSA revolution 100.00 2007รอบ 2 A+++++
Phillip Scheffner (Germany) รอบ 2 A+++++++++The Halfmoon Files 90.00
สารคดีเชิงทดลองสุดประหลาดที่เล่าเรื่องของการติตดามหา ‘เสียงผี' เมื่อชายคนหนึ่งค้นพบแผ่นเสียงที่บันทึกเสียงของทหารชาวอินเดียคนหนึ่งซึ่งถูกอังกษเกณฑ์มารบในเยอรมันตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่1 จากเสียงเล็กๆที่บอกเล่าข้อความสำคัญ เขาพยายามตามหาเจ้าของเสียง ชายชาวอินเดียชื่อโหลที่ตายไปหลายสิบปี ค่อยๆสืบสาวไปเพื่อค้นหาตัวตนของเจ้าของเสียงผ่านทางเอกสาร ภาพถ่ายการตามหาเรื่องเล่า และมันกลายเป็นสารคดีเรื่องนี้

ถือเป็นบทวิจารณ์สำหรับภาพยนตร์ชิ้นแรกของเราเลย
จะรับไว้ และจะอ่านทวนเสมอๆ
ปลื้มใจจัง
วิชชุตา
#1 By pongx2 (58.9.54.172) on 2008-06-21 14:25