TEETH(MITCHELL LICHENSTEIN /2007 ) :โยนีปีศาจ

posted on 04 Jun 2008 01:05 by filmsick  in sickfilm
 

 

 

DAWNเป็นสาวน้อยอายุ 17 เธอสวมแหวนสีแดงแสดงสถานะว่าจะรักษาความบริสุทธิ์ของตัวเองไปจนกว่า 'จะถอดแหวนวงนี้เพียงเพื่อสวมแหวนแต่งงานเท่านั้น'   DAWN เข้ากลุ่มปฏิญาณในเรื่องนี้นำซ้ำยังโดดเด่นจนได้เป็นตัวแทนขึ้นพูด ถ้อยคำของDAWN จับใจTOBY หนุ่มมาดเซอร์ยิ่งนักจนเขาตามจีบเธอ  ที่บ้านDAWN อาศัยอยู่ในครอบครัวชนชั้นกลางแสนสุข  ติดก็ตรงว่าแม่ของเธอกำลังป่วย  ส่วนพี่ชายของเธอก็กลายเป็นไอ้หนุ่มร๊อคจอมเพี้ยนที่วันทั้งวันเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องกับหมาและแฟนสาว ร่วมรักกันไม่เลือกเวลา   ที่โรงเรียน  ในวิชาเพศศึกษาคุณครูก็เอาสติกเกอร์แปะทับตรงรูปอวัยวะเพศหญิงเอาไว้ (แน่นอนพวกเขาเรียนเรื่องจู๋กันอย่างเปิดเผย)  ดังนั้นจะว่าไปแล้วDAWN จึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเครื่องเพศของเธอเลย !

 

แต่ทั้งหมดนั้นเปลี่ยนไปเมื่อเธอเริ่มมีความรัก  วันหนึ่งเธอไปเที่ยวกับ TOBY    ทั้งคู่ว่ายน้ำเล่นเข้าไปในน้ำตก  หลังจากเล้าโลมเจ้าหนุ่มโทบี้ ก็เริ่มรุกหนัก ดอว์นพยายามปฏิเสธแต่ก็ไร้ผล  และตอนนั้นเองที่เธอได้เรียนรู้เรื่องเพศภาคสนามจริงๆ  ที่มันหนักหนาไปกว่านั้นคือ ดอว์นพบว่าจริงๆแล้ว จิ๋มของเธอ นั้นมีเขี้ยว และมันจัดการโทบี้น้อยไปเรียบร้อยแล้ว!!!!!!!!!

ที่เล่ามาข้างบนน่นเป็นเพียงแค่บทต้นๆของTEETH ภาพยนต์โดย Mitchell Lichenstien (คุ้นนามสกุลไหม เขาคือบูกชายของRoy Lichenstein จิตรกรระดับตำนานเจ้าของงานPOPAFRT สุดเท่ที่โด่งดัง)  หนังหลอตระดับสุดเหวี่ยงว่าหญิงสาวในตำนานที่ถูกเรียกขานว่า Vagina Dentata หรือกล่าวอย่างง่ายว่า จิ๋มของเธอมีฟัน!!!!!!

 

ฟังเฉพาะพลอตก็ชวนให้ ขนหัวลุก (โดยเฉพาะหนุ่มๆ) อาจจะพาลคิดไปว่านี่คือหนังสุดคัลท์ที่เต็มไปด้วยฉากสยองเลือดสาด จู๋กระจัดกระจายเกลือ่นจอ  คลอไปกับฉากอย่างว่าชนิดฮาร์ดคอร์  ถูกต้องพวกคุณคิดถูก  แต่นั่นมันถูกเพียงครึ่งเดียว  ทำไมน่ะหรือ  เพราะว่าเอาเข้าจริงนี่คือหนังที่เป็นได้ทั้งหนังสุดคัลท์ สยองขวัญ  หนังตลกห่ามเพี้ยน  ไปจนถึงหนังสะท้อนสังคมที่เฉียบแหลม และหนังที่มีประเด็นน่าสนใจในชั้นเชิงอย่างยิ่ง

 

หนังแสดงภาพของเด็กสาวอินโนเซนท์ที่ไม่เคยรู้จักตนเองอย่างแท้จริงมาก่อน  การศึกษาในโรงเรียนแบบลักปิดลักเปิด  ครอบครัวที่ไม่เคยพูดคุยกันอย่างจริงจัง  ไปจนถึงกระทั่งค่านิยมการรักษษความบริสุทธิ์  (หนังจิกกัดเรื่องนี้อย่างเมามัน  เพราะเอาเข้าจริงๆมันคัดง้างและขัดแย้งกับฮอร์โมนเพศอันพลุ่งพล่านของวัยหนุ่มสาว อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเธอถูกโทบี้พยายามข่มขืน  หนังแสดงให้เห็นว่าเอาเข้าจริงเธอสำนึกบาปเรื่องการเสียความบริสุทธิ์มากกว่าการที่เธอสังหารโทบี้น้อยให้เป้นเหยื่อปูเสียอีก  กลายเป็นว่าใช่หรือไม่ที่การพยายามเหนี่ยวนำให้เด็ดกหนุ่มสาวรักษาความบริสุทธิ์  นำไปสู่ความหนักอึ้งเป็นบาปติดใจเมื่อพลาดพลั้ง(ในโลกความจริงใช่หรือไม่ที่หลายคนถึงขั้นฆ่าตัวตาย)  จนอดสงสัยไม่ได้ว่าที่แท้แล้วข้ออ้างทางศีลธรรมที่ยกมาอ้างนั้นเพียงเป็นไปเพื่อช่วยให้บรรดาผู้ใหญ่นอนหลับมากกว่าจะปกป้องวัยที่เปราะบางนี้จริงๆ

 

เมื่อเกิดปัญหาเด็กสาวเรียบร้อยอย่างดอว์นกลับไม่สามารถปรึกษาใครได้แม้แต่คนเดียว  เธอเตลิดไปไหนต่อไหนโดยไม่อาจเล่าให้แม่ที่กำลังป่วยหรือเพื่อนสนิทฟังได้  เธอเก็บปัญหาไว้กับตัว  และไม่ว่าไปทางไหน เรื่องมันก็ยิ่งเลวร้ายลง   คน(โดยเฉพาะผู้ชาย ) ที่เธอวิ่งไปหาลงท้ายด้วยการที่พยายามจะนอนกับเธอทั้งสอ้น ทั้งไอ้หนุ่มที่แอบชอบเธอ ไปจนถึงกระทั่งไอ้พี่ชายตัวแสบ

 

หนังแสดงภาพ ‘ครอบครัวนิวเคีลยร์'   ของดอว์นไว้ตั้งแต่ฉากเปิดเรื่อง  พวกเขาอาศัยในบังกะโลเล็กๆ พ่อแม่นอนอาบแดดที่สนามหญ้า ลูกๆเล่นกันอยู่ในสระยาง และว่ากันตามจริงแล้วนั่นเป็นครั้งแรกที่จิ๋มของดอว์นสำแดงตน เมื่อพี่ชายของเธอพยายามารุกล้ำ ผลก็คือแผลเป็นที่นิ้วซึ่งไม่เคยจางและเขายังสงสัยมาตลอดว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร   บ้านที่พวกเขาอาศัยมีฉากหลังเป็นปล่องควันโรงงานขนาดยักษ์ (มันถูกจับจ้องเป็นสิ่งแรกในหนัง)  มันปล่อยควันขาวมาตลอดเรื่อง  แต่คนในบ้านก็ไม่เคยใส่ใจมัน  ทุกคนทำเพียงคล้ายกับว่ามันไม่มีอยู่    ไม่ต่างจากเพศของดอว์น ที่ถูกทำให้ไม่มีอยู่ด้วยการไม่กล่าวถึง  ปิดบัง  และหล่อมหลอมให้ลืมเรื่องการมีเพศไปเสีย

 

ฉากที่น่าสนใจที่สุดคือฉากหลังจากที่ดอว์นพยายามปรึกษษผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องเพศ แล้วลงเอยอย่างนองเลือด  เธอกลับมาที่บ้านและพยายามศึกษาด้วยตนเอง ด้วยการลอกสติกเกอร์ออกจากหนังสือเรียน  พอสติกเกอร์ลอกออกมา มันจึงป็นครั้งแรกที่ดอว์นได้รู้จักตัวเองอย่างแท้จริง

 

โดยรวมTEETHเป็นหนังที่สนุกสนาน เลือดสาดกระเซ็น และชวน๙อคสมประพสิทธิภาพหนังคัลท์พลอตประหลาด   แต่ในขณะเดียวกันการพูดถึงประเด็นเพศในวัยรุ่นของมันกลับหนักแน่นและเป็นจริงเป็นจังกว่าหนังอย่าง Juno ที่พูดประเด็น ท้องในวัยเรียนภายใต้บรรยากาศสมจริงแต่โดยรวมกลับมีอารมณ์พาฝันมากกว่าจะจับจ้องมองปัญหาและวิพากษ์มันตรงๆ  อย่างไรก็ดี  TEETH ยังมีอการลักลั่นอยู่ไม่น้อย  เพราะในฉากห้องเรียนเพศศึกษา เมื่อเด็ฏมองเห็นรูปอวัยวะเพศหญิงที่ถูกปิดบัง  ใครคนหนึ่งบอกว่า แน่ล่ะ เขาให้เรียนแต่เรื่องจู๋เท่านั้น จิ๋มเป็นสิ่งต้องห้ามที่มองไม่ได้ ไม่ควรรู้และทำเป็นลืมไปเสีย    หากในขณะที่หนังตอบโต้ความคิดจู๋เป็นใหญ่นี้  ตลอดเรื่องเราก็ไม่ได้เห้นภาพจิ๋มจริงๆ เลยสักครั้ง(แน่นอนมันเป็นปัญหาทางศีลธรรมของคนสร้าง ซึ่งเลยพ้นไปจากตัวเรื่อง) แต่ในขณะเดียวกันเรากลับได้เห็น จู๋เกลื่อนจอ  โดยเฉาพอย่างยิ่งที่หลุดเป็นชิ้นๆ  จนทำให้อดสงสัยว่าเอาเข้าจริงหนังก็ทำหน้าที่ไม่ต่างจากหนังสือเพศศึกษาที่หนังวิพากษ์อยู่  นั่นทำให้บางทีเราอาจพบว่าหนังเรื่องนี้เป็นการพูดถึง ความพ่ายแพ้หวาดแสยองของจู๋ มากกกว่าชัยชนะของจิ๋ม ซึ่งในทางหนึ่งก็ไม่ได้ต่างจากแนวคิดชายเป็นใหญ่อยู่ดี

 

 

เอาเข้าจริงแล้ว จิ๋มมีฟันของดอว์น   อาจเป็นเพียงจินตนาการเพ้อฝันของผู้หญิงที่อยากจะตอบโต้การตกเป้นเบี้ยล่างของตนมาตลอด (ไม่เว้นแม้แต่การร่วมเพศซึ่งฝ่ายชาย รุกล้ำและสอดใส่)  มันคือหนทางชนะเชิงนิทานสอนใจชายเจ้าชู้ที่เห็นสตรีเป้นของเล่น(เป็นนิทานก่อนนอนที่ฝันสยองมากๆ)  และที่แท้แล้ว มันอาจเป็นเพียงแค่ภาพแทนความ - หวาดกลัวการมีเพศสัมพันธ์ - ของเด็กสาวที่ถูกทำให้เชื่อว่า การมีเพศสมพันธ์เป็นเรื่องผิดบาป  เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้  และหนังแสดงให้เห็นแล้วว่า  เพศสัมพันธิ์ไม่ใช่เรื่องผิดบาป  หากมันสามารถเป็นสิ่งที่ยอมรับได้เมื่อมันเกิดขึ้นจากความยินยอมพร้อมใจ  เกืดจากการู้จักตนเองอย่างแท้จริง  เพราะดอว์นไม่ได้กัด ช้างน้อยของหนุ่มทุกคน 

 

แต่ผู้ชายทุกคนที่พยายามขอ้งแวะกับดอว์นล้วนลงเอยแบบศพไม่สวยทั้งสิ้น  เพราะถึงแม้ดอว์นจะมีจิ๋มเป็นอาวุธ แต่ในความเป้นจริงเธออาศัยอยู่ในโลกที่ชายเป็นใหญ่ ดังนั้นการสามารถทำลายองคชาติของเพศชายลงได้ไม่ใช่ชัยชนะ  เพราะสิ่งนั้นต้องแลกมาด้วยการยินยอมให้เพศชายรุกล้ำเข้ามาในร่างกาย  โดยเนื้อแท้มันเป้นเพียงการตอบโต้อันสิ้นหวัง(แม้จะทำให้เสียวสันหลังอยู่ไม่น้อย) ของสตรีเพศเท่านั้น  ดังนั้น  รอยยิ้มของดอว์นในฉากสุดท้ายของหนัง (ที่พยายามทำให้มันเป็นหนังตลกร้าย) จึงกลายเป็นเพียงรอยยิ้มอันสิ้นหวังเท่านั้นเอง

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คิกๆ ดูเรื่องนี้หลายรอบมากชอบๆ
เดือนกรกฏาคมนี้ก็จะได้เข้าโรงแล้ว โดยใช้ชื่อไทยว่า "กัด" โดย M-Pictures จ่ะ confused smile

#1 By ตุ้ย since 2006 on 2008-06-04 01:28

ชอบหมาเคี้ยวครับ

#2 By ON AIR on 2008-06-04 09:15

ภูเก็ตมันจะมีฉายไหมเนี่ย ...อยากดูอะจิ๋มมีฟัน555

#3 By Duoartists in phuket on 2008-06-04 19:18

อยากดูมาก เข้าโรงแล้วจะมีม่านหมอกศีลธรรมไหมเนี่ย

#4 By eak early : เอกเช้า on 2008-06-04 20:39

อ่านจากเม้นแรก
ชื่อไทยว่า "กัด"
มันช่าง...sad smile sad smile sad smile

#5 By (^_^)/nana on 2008-06-05 00:19

ก็สงสัยอยู่ว่าเป็นอะไรกับRoysหว่า

#6 By gument on 2008-06-05 18:31

เข้าโรง ไม่โดนคนแก่ตัดซะหายไปค่อนเรื่องเหรอเนี่ย sad smile
สงสารน้องหมาค่ะ น้องหมาท้องเสียแหง ๆ

แอบหวั่นว่าฉายไทยจะโดนหมอกลงไปแค่ไหนเนี่ย
แต่ก็นะ คนโหลดบิทเป็นหลายคน คงได้ดูกันไปแล้วล่ะค่ะ

#8 By BeeJang on 2008-06-05 20:59

ศัพท์ที่เราใช้อธิบายกิจกรรมระหว่างจู๋กับจิ๋มมันมีอยู่จำกัดค่ะ
ซ้ำส่วนใหญ่มักเป็นศัพท์ที่อธิบายการกระทำของฝ่ายชาย เช่น การสอดใส่ รุกล้ำ แทง แหย่ แยง ฯลฯ
เมื่อมันเป็นแบบนี้ เวลาพูดถึงเพศสัมพันธ์ เราเลยเกิดภาพขึ้นโดยอัตโนมัติว่า ผู้หญิงเป็นฝ่ายถูกกระทำ เพราะเจ้าหล่อนเป็นฝ่ายโดนรุกล้ำและโดนเอา

แต่ถ้าเปลี่ยนประธาน กริยา กรรมซะ แทนที่จะเป็น he penetrates her เป็น...เอิ่ม...she envelopes him หรือการห่อหุ้ม โอบรัด กลืนกิน
อิมเมจของเพศสัมพันธ์ซึ่งว่าด้วยการที่ "ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์" ของสตรีเพศถูกรุกราน ก็จะลดความเข้มข้นลง
สรุปว่าชัยชนะของจิ๋มจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เรามีคำกริยาที่อธิบายถึงกิจกรรมที่จิ๋มเป็นฝ่ายกระทำต่อจู๋มากขึ้น
เพราะเราทุกคนล้วนตกเป็นทาสของภาษา

sad smile

หนังเรื่องนี้สนุกดี แต่ดูพล็อตแล้วนึกว่าจะคัลท์กว่านี้นะ แบบกะเต็มที่ว่าต้องมีฉากจิ๋มอ้าปากแยกเขี้ยว แล้วกินผู้ชายลงไปทั้งตัว ไม่ใช่แค่กัดแล้วถ่มลงมาเฉยๆ น่ะ

ไม่สะใจเล้ยยยย

#9 By Sunday Syndrome on 2008-06-05 21:04

ตอบแซนดี้

การที่ไม่มีจิ๋มแยกเขี้ยว แสดงได้ชัดว่า มันเปนหนังของผู้ชายฮ่ะ!55

ขอแนะนำให้แซนดี้ชม INSIDE

CHILDBEARING IS HYSTERIA !!! big smile

#10 By filmsick on 2008-06-05 21:33

สารภาพว่าทีแรกนึกว่าเป็นหนังเกรดบีแบบโป๊ไปวันๆ
งั้นเดี๋ยวกลับไปเช่ามาดูดีกว่าค่ะ

ถึงคุณแซนดี้...ชอบคำว่า "กลืนกิน" มันฟังดูเจ๋งดี 5555

#11 By nyanta on 2008-06-06 15:32

ชอบมากตอนหลังจากนางเอก

หัดใช้ความสามารถพิเศษจนคล่อง

^^

#12 By iTTBK (58.8.116.188) on 2008-06-11 04:40

หวังไว้ว่าต้องตลกมากประมาณ Black Sheep
แต่ก็โอเคนะ พยายามแฝงแนวคิดทางสังคมมากมาย
แต่บทกะ acting แต่ละฉากเหมือนคนละคนเลย

นางเอกเหมือนเพิ่งเล่นหนังเป็นประมาณกลางๆเรื่อง

แต่ก็นะ ตอนอ่านเรื่องย่อพี่เขียนสนุกกว่าดูหนังทั้งเรื่องอีก

: )

พี่เลือกเขียนคำได้เด็ดขาดจริงๆ

#13 By PAT (58.9.152.68) on 2008-07-04 22:59