conversation about JUNO

posted on 16 May 2008 11:59 by filmsick  in FILMFLU

 

ขออนุญาตเอาบทสนทนาในMSN ที่คุยกับเพื่อนเกี่ยวกับJUNO มาแปะให้อ่านครับ เพราะคงไม่เวลาเขียนถึงหนังเรื่องนี้ครับ  อนึ่งทั้งหมดเป็นบทสนทนาระหว่างเพื่อน หลายส่วนเป็นความเห็นส่วนตัวที่เกินเลยและเอามาใช้จริงไม่ได้คร่าบ

FILMSICK : ชอบไหม JUNO

I write, therefore I am. says:ชอบค่ะคุณพี่

FILMSICK : อือม

I write, therefore I am. says:แต่บุคลิกของจูโน่ มันเป็นยัย Diablo ไปหน่อย

I write, therefore I am. says:เด็กอายุ 16 ที่มั่นขนาดนี้นี่ ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่าหาได้จริงป่าว

FILMSICK :เรามีปัญหากับความชิลล์ของหนัง

FILMSICK : 555

I write, therefore I am. says:ยังไง

FILMSICK : เราว่าสุดท้ายมันเป็นหนังพาฝันที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง

I write, therefore I am. says:เราว่าไม่ขนาดนั้น

I write, therefore I am. says:เราว่ามันเกิดขึ้นได้

FILMSICK อือม

FILMSICK : แล้วแต่5555

FILMSICK : หนังไม่แสดงความกดดันของสังคมที่เธออาศัยอยู่เลย ทุกคนเสียใจสามวิ แล้วเดินหน้าต่อไป โอ้โห 55

I write, therefore I am. says:อืม ประเด็นนี้เรารู้สึกเหมือนกัน แต่เราไม่รู้ว่ามันพาฝันอยู่ดี

FILMSICK : อือ

I write, therefore I am. says:*ไม่รู้สึกว่า

FILMSICK : มเรื่องมันเลยกลายเป็นว่าจูโนเจอแต่ปัญหาในใตจตัวเอง โดยไม่เจอปัญหาสังคมเลย

FILMSICK : สำหรับเราเราว่ามันเป็นไปไม่ได้ 5555

FILMSICK :ทั้งนี้ไม่ได้หมายควาว่าไม่ชอบ แต่เราชอบน้อยกว่าที่คิดว่าจะชอบเยอะ

FILMSICK :ดูจบแล้วไม่ได้รู้สึกว่ามันพูดประเด็นสำคัญอะไร เพราะมันพาฝันมากๆ ว่าท้องแล้วก็มีชีวิตได้ ทุกคนให้อภัย ได้แฟนตอนจบด้วย ลั้นลา

FILMSICK : (ทั้งนี้เรายอมรับเรื่องการท้องของวัยรุ่น และไม่คิดว่าควรลงโ?าแต่ประการใด แต่ในสังคม มันก็ไม่เป้นเช่นนั้น ถึงจะในอเมริกาก็เถอะ555)

I write, therefore I am. says:เราคงชอบเพราะมันพูดถึงตัวเองเยอะมั้ง

FILMSICK : อือ

FILMSICK : มันฉลาด เท่ สนุก แต่ แบบพอดูจบก็ อ้าวแล้วไง 555

FILMSICK :ยังไงก็ตาม เราชอบมากที่มันจบด้วยการที่เจนิเฟอร์การ์เนอร์เลิกกับผัวแล้วยังแล้วยังได้ลูก555

I write, therefore I am. says:คือ เราไม่รู้สึกว่า การไม่มีประเด็นสังคมที่ชายว่า เป็นเรื่องที่ขาดไปอ่ะ

FILMSICK : มันพูดเรื่องอ่อนไหวในสังคมไง คือถ้ามันไม่ได้พูโเรื่องการตั้งท้องในวัยเรียน เราก็คงไม่ได้คิดว่าอะไรหรอกแต่นี่มันเหมือนจะชวนเราดูปัญหานี้ใหม่ ให้ถ้วนถี่ แต่ไม่พาไปไหนไกลกว่าการเป็นรเรื่องแต่งอะ

I write, therefore I am. says:อืม point taken.

FILMSICK : คือจริงๆเราคิดว่าจะได้A+ มันเลยได้ ฤA/A-

FILMSICK : แต่ไม่ได้ไม่ชอบนะ ตอนนี้ ยังฟังOST มันอยู่เลย

I write, therefore I am. says:อืม อย่างไรก็ตาม ชอบเพลงประกอบมากมายค่ะ

 

แถม ในบรรดาเพลงประกอบหนัง ชอบเพลงนี้ทุสุด เคยเอามาลงครั้งนึงแล้ว แต่เอามาลงให้ฟังอีก ชอบการเปรียบเปรยในเพลจัง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ขอบคุณค่ะ

บางอารมณ์... อ่านที่คนอื่นคุยกันก็สนุกดีค่ะ ได้เรื่องได้ราวดีค่ะ big smile
คุยกันได้เนื้อมาก

ผมเพิ่งดูไปเมื่อคืน สดๆ ร้อนๆ นี่เองครับ

โดยส่วนตัวไม่ชอบบุคลิกของ JUNO เล้ย ผมว่าเธอกร้าว+กร้านโลกไปหน่อย ด้วยบุคลิกแนวๆ กวนๆ ของเธอทั้งเรื่อง พอถึงฉากที่เธอ break โฮออกมา ผมเลยไม่ค่อยจะเห็นใจตัวละครตัวนี้เท่าไหร่ กลับ ชะอ้าว ร้องซะแล้ว อะไรแบบนั้นมากกว่า

ทั้งเรื่อง ผมชอบ jennifer ที่สุดแล้ว เรื่องนี้เธอสวยจริงๆ
เพิ่งไปดูมาเมื่อวานค่ะ

เห็นด้วยว่า soundtrack เด็ดมาก เพิ่งโหลดบิทเสร็จเนี่ย 555 ชอบ Belle and Sebastian อยู่แล้วด้วยมั้ง พออินโทรเพลง Pizza ขึ้นถึงกับกรี๊ดอยู่ในใจ

แล้วก็เห็นด้วยอย่างไม่ตั้งใจว่าหนังมันแอ๊บแบ๊วไปหน่อย ชีวิตมันช่างง่ายและสุขสันต์เสียจริงสำหรับยัย Juno ตอนเดินออกจากโรงยังคุยกับเพื่อนอยู่เลย ว่าถ้าเป็นเรื่องจริงในประเทศไทย ต้องมีฉากพ่อแม่โดดตบบ้องหูกันมั่งล่ะ แถมพอลี่ บลีเกอร์ แฟนหนุ่มก็สุดจะน่าร๊ากกก แบ๊วมาก ใสมาก เรื่องจริงมันดูดิบเถื่อนกว่านั้นเยอะ เพราะก็เห็นกันทั่วไป ท้องไม่รับ ฟันแล้วทิ้ง

หนังมันสนุก ฮา บ้าบอ แต่ไม่มีอยู่จริงเพราะความแอ๊บแบ๊วของมันนั่นแล feel good มากๆ เราว่าในประเด็นใกล้เคียงกัน วัยอลวนยังจริงกว่าเลยนะ

#3 By IwalkTheLine on 2008-05-16 12:35

ขอสรรเสริญ ost. อีกหนึ่งทีว่าเท่และเลือกเพลงมาใช้ได้มีรสนิยมมากๆ

#4 By IwalkTheLine on 2008-05-16 12:44

ไม่รู้นะ ผมอาจจะเข้าข้างคนทำหนังมากไป
ปัญหาสังคมจริงๆอาจเกิด แต่หนังเลือกที่จะไม่เล่า (ซึ่งก็พอเข้าใจได้ว่าทำไม)

ดูๆไป เหมือนยัยจูโน่นี่เป็นภาคขยายของ "เด็กหญิงพลอย" จากหนังของเป็นเอก อยู่กลายๆ

บุคลิกยัยจูโน่นี่น่ารำคาญจริง แต่ใครจะปฏิเสธได้ว่าเราก็เคยมีช่วงเวลาที่กลายเป็นตัวน่ารำคาญแบบนี้อยู่บ้างแหละ


ปล. จริงๆผมว่าบทประมาณ 4/5 แรกมันไม่มีผลต่อการเลือกจบในช่วงท้ายของหนังเลย เหมือนหนังจะเลือกไปทางที่พาฝัน หรือทางที่โหดร้ายต่อตัวละคร ก็ได้ เพราะเนื้อเรื่องก่อนหน้าแทบไม่มีผลอะไรเลย มันมีจุดพลิกอยู่แค่จุดเดียวเล็กๆเอง

ซึ่งตรงนี้ไม่ได้มองว่ามันเป็นปัญหานะ เพราะหนังก็ฉลาดพอที่จะทำให้มันเลือกออกได้สองทาง แล้วแต่ละทางก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันด้วยสิ (แต่ก็รู้สึกนิดๆว่าจบแบบที่เป็นอยู่นี้ก็โอเคแล้ว)

#5 By nanoguy on 2008-05-16 13:23

เอ่อ แอบมาบอกว่า เมื่อวานดูที่สกาล่ารอบดึก
เจอน้องก้อยกับเป้-อารักษ์มาดูด้วยกัน ดูเป็นคู่ที่น่ารักดี ฮิฮิ แค่เนี้ยแหละ

อนึ่ง ตัวจริงน้องก้อยมักจะสวยกว่าในทีวีเสมอ ไม่รู้ทำไม เป็นงี้มาตั้งแต่สมัยเรียนนิเทศฯแล้ว surprised smile

#6 By I write, therefore I am (203.146.150.228) on 2008-05-16 14:01

ชอบเพลงประกอบเรื่องนี้ ก็ดูเพลินๆ น่ารักดี
แต่ดูแล้วรู้สึกตงิดๆ ว่า นี่มันหนังแอบต่อต้านการทำแท้งป่ะเนี่ย ยัยไดอะโบลนี่แอบเป็นคนดีเนอะ
หนังเหมือนจะบอกเด็กๆ ที่เผลอท้องว่าการเอาเด็กไว้มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายขนาดนั้น
แต่ยังไงซะพระเอกก็ไม่หล่อ ตัดคะแนนๆ

ส่วนเจมส์ แมคอะวอย ในเพเนโลปี้ เอาไปเลย เอบวกๆๆๆๆๆ

#7 By Sunday Syndrome on 2008-05-23 01:35

โดยส่วนตัวค่อนข้างชอบค่ะ รู้สึกเช่นเดียวกันว่าหนังเล่นกับความรู้สึกในใจจูโน แต่ตอนจูโนร้องไห้ เราแอบน้ำตาซึมนะ หรือว่ามันเป็นอารมณ์ผู้หญิงกับการมีลูกก็ไม่รู้ (ดิฉันยังไม่มีนะคะ แต่อยากมีลูกน่ะค่ะ ...อิอิ)

#8 By แอนนา เพนกวิน (58.8.115.246) on 2008-05-30 15:57