MATHIAS พบศีรษะในกระเป๋าเดินทางของเขา !

 

ศีรษะของคนเป็นๆ ที่ทำให้แห้งแล้ว คนตายน่าจะตายมาไม่นานนัก  ศีรษะที่ถูกจัดการมาอย่างดีเย็ปปิดปากแผลสนิท  หอ่ผ้าขาวอย่างดีแนบมาในหระเป๋าเดินทางของเขา

 

พอนึกย้อนนกลับไป MATHIAS เดินทางจากเยอรมันมาฝรั่งเศสด้วยรถไฟ เขาเป็นลูกของอดีตท่านทูตฝรั่งเศสที่ไปเยอรมัน และเขาจะเข้ามาเรียนต่อแพทย์ในสาขา นิติเวชศาสตร์ บนรถไฟ เขามีเพื่อนร่วมทางเป็นคนทำงานในสถานทูต ระหว่างรถไฟแล่นข้ามพรมแดน ตำรวจรถไฟมาขอตรวจบัตร   บัตรของMATHIAS มีปัญหา  เขาถูกเรียกตัวไปพบชายคนหนึ่งที่สอบสวนเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย รื้อค้นข้าวของทั้งหมดของเขาออกมาโดยที่เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่  หลีงจากสอบสวนจนพอใจ ชายคนนั้นส่งเขากลับมายังตู้นอน พอเข้ามาถึงฝรั่งเศส ศีรษะนั้นก็อยู่ในกระเป๋าเดินทางของเขาเรียบร้อยแล้ว !

แต่แทนที่เขาจะช๊อค และรีบส่งต่อศีรษะให้กับตำรวจ เขากลับตั้งข้อสงสัยว่ามครส่องหัวนี้มา ส่งมาเพื่ออะไร และคำถามสำคัญ ตามหน้าที่ของนักนิติเวช เจ้าของหัวนี้คือใคร  จากนั้นเขาค่อยๆจมดิ่งลงในความสงัสยของตัวเอง เริ่มดำเนินการสอบสวนศัรษะตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ส่วนตัว  จมดิ่งลงในความใคร่รู้อันสุ่มเสี่ยงขชองตน เพราะเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ของเขา เป้นเจ้าหน้าที่สถานทูตที่เชี่ยวชาญอย่างยิ่งเรื่องสายลับข้ามชาติ คนที่ระวังจตัวแจและลอบสังเกตพฤติกรรมของเขาอย่างไม่ไว้ใจตลอดเวลา และในขณะเดียวกัน  การตั้งต้นใหม่ในฝรั่งเศสไม่ใช่เรื่องง่าย เขาต้องมุมานะเรียนหนักในวิชาที่สอนกันอย่างดุ สร้างมิตรภาพกับเพื่อนใหม่ จีบลูกสาวศาสตราจารย์  ที่เป้นนักประวัติศาสตร์ ดูแลน้องสาวที่มาเป็นนักร้องโอเปร่า  ความกดดันหลากหลายถาโถมขข้าใส่MATHIAS ที่นับวันยิ่งหลงใหล ศีรษะนั้นมาขึ้นทุกทีๆ

 

นี่คือหนังปี 1992 ของARNAUD DESPLECHIN  ผู้กำกับชาวฝรั่งเศส มือดี ที่หนังหลายต่อหลายเรื่องของเขาเดินสายประกวดไปทั่ว (หนังเรื่องล่าสุดของเขา  UN CONTE DE NOEL  ก็เข้าประกวดสายหลักในคานส์ปีนี้ )เขาทำหนังมาแล้วหลายแนว จากที่เคยได้รับชื่อว่าWOODY ALLEN คนใหม่ เขากลายเป็นคนทำหนัง เขย่าขวัญตื่นต้นในเรื่องนี้และกระโดไปทำหนังพีเรียด หนังตลก กระทั่งเรื่องล่าสุดอี่น่าจะออกแนวครบครัว

 

ใน LA SENTINELLE เขาผสมผสานความเป็นหนังสืบสวนสอบสวนแบบCSIเกี่ยวกับศีรษะลึกลับที่ไร้ที่มาที่ไป เข้ากับท่วงทำนองของหนังเขย่าขวัญ เพราะการครอบครองศีรษะมารนั้นเป็นอาชญากรรมอย่างหนึ่งและตอลดทั้งเรื่องเราเฝ้าติดตามการหลบหนีของอาชญากร ( หรืออาจคือฮีโร่ในอีกทางหนึ่ง) ที่ต้องซ่อนศีรษะนั้นให้รอดพ้นจากการตรวจจับของอำนาจรัฐ ซึ่งมีทั้งแบบตำรวจจริงๆ กับมาในรูปแบบรูมเมท ตัวแสบ แต่ทั้งหมดทั้งมวลถูกคลุกเคล้า อยู่ภายใต้ความเป็นหนังที่ว่าความกกดันในชีวิตของเด็กหนุ่มที่ต้องรับมือทั้งกับความแปลกถิ่น การพบเพื่อนใหม่ หรือการมีความรัก  ดังนั้น ในขณะที่ช่วงหนึ่งหนังจะระทึกตึกตักกับการซ่อนศีรษะ หรือชวนฉงนสนเท่ห์ ว่าศีรษะนั้นอาจไม่ธรรมดา  แต่ในนาทีต่อมาเราอาจพบว่านี่เรากำลังนั่งดูหนังชีวิตนักศึกษาหนักๆที่ไม่สามารถเข้ากับสังคมใหม่ของเขาได้

 

ความแปลกแยกเป็นอื่นคือหัวใจหนึ่งของหนังเรื่องนี้ หนังกำหนดให้เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างการข้ามพรมแดน ที่ฝรั่งเศส MATHIAS เป็นคนนอกโดยสิ้นเชิง   เขาถูกตรวจสอบอย่างบ้าคลั่งบนรถไฟไม่ต่างจากพลเมืองชั้นสอง และเมื่อมาถึงเขากลายเป็นหนุ่มนักศึกษาจนๆ ที่ต้องให้น้องสาวช่วยหาห้องใหม่ให้ ในขณะเดียวกันถูกตามล้างตามเช็ดจากรูมมเตที่สงสัยในตัวเขาจนอดคิดไม่ได้ว่าที่ยอมให้เข้ามาอยู่ด้วยเพราะต้องการจะจับตาเขามากกว่า

 

ยิ่งเมื่อหนังสืบสาวราวเรื่องไปจนพบว่าชายลึกลับบนรถไฟที่แท้เป็นสายลับสองหน้าที่ทั้งทำงานให้ฝรั่งเศส และทำงานให้ฟากคอมมิวนิสต์ด้วย  บางที่ศีราะนั้นอาจเป็นของคนรัสเซียที่เข้ามาในฐานะผู้ลี้ภัย   

 

ผู้ลี้ภัย คนนอก คนอพยพแรงงานต่างด้าวพลัดถิ่น กลายเป็นหนึ่งในปัญหาหลักของโลกในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หนังเรื่องนี้(ที่สร้างตั่งแต่ปี 92) กล่าวถึงปัญหานี้อย่างเฉียบแหลมว่า ในทุกประเทศ เราล้วนมีชีวิตโดยยืนอยู่บนซากศพของผู้อื่น ซึ่งซากศพเหล่านั้น กว่าครึ่งก็ล้วนเป็นคนต่างด้าวไร้หน้าไร้นาม   มันทำให้ทุกสิ่งง่ายขึ้นเพราะกองกระดูกที่เรายืนอยู่ไม่ใช่คนที่เรารู้จัก   แต่อย่าลืมว่าอย่างไรเสียพวกเขาก็มีพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูงในอีกที่หนึ่งเช่นกัน  ดังนั้นMATHIAS จึงยึดโยงตัวเองเข้ากับศีรษะลึกลับได้ในฐานะของคนชายขอบ พลเมืองชั้นสอง คนพลัดถิ่นที่ไม่มีทางกลับบ้านได้อีก ยิ่งเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คนรัสเซียเจ้าของศีรษะ มันยิ่งผลักดันเขาไปสุดทาง

 

ช่วงท้ายของหนังจึงกลายเป็นการระเบิดของความกดดันในใจMATHIAS ที่ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป   ทั้งกับความแค้นที่มีต่อชะตากรรมของตนและความแค้นสำหรับกะโหลกไร้นามพฤติกรรมต่ำช้าของเจ้าหน้าที่รัฐ  ความเพิกเฉยอันเรียบง่ายหมดจด ลบชื่อผู้คนนับล้านสูญสิ้นไป  ก่อนที่หนังจะเลือกจบอย่างคลุมเครือไม่คลี่คลายและอึดอัดขัดข้องจะว่าไป นี่ก็คือปลายทางของปัญหานี้มิใช่หรือ!

จะว่าไปแล้วตัวหนังเรื่องนี้เองก็เป็นหนังชายขอบพลัดถิ่นเรื่องหนึ่ง ด้วยความที่ตัวหนังแนบเอาทุกแนวหนังสำคัญมากวนรวมกันได้อย่างละเอียดและน่าทึ่ง เราจึงยากจะจัดจำแนกว่านี่คือหนังดราม่าชีวิต หรือหนังสอบสวนสุดระทึกดี  ทั้งที่บางทีการจัดจำแนกนี้เองคือตัวปัญหาใหญ่ที่แบ่งมนุษย์ออกจากกัน  และในที่สุดก็กลายเป็นคนละพวกกัน ฆ่ากันได้โดยไม่ต้องสำนึกบาปอีกต่อไป

 

ปล.ขอบคุณ น้องบิ๊ก บางกระบือ สำหรับ DVDอนุเคราะห์

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านเรื่องยอ ก็แนวมากแล้ว..

#1 By rokjitjung on 2008-05-10 08:55

น่าดูมากเลยครับ

#2 By prap and chai on 2008-05-10 17:27

อ่านแล้วอยากดูจัง

เสียดายแค่กลัวจำหัวศพไปฝันเท่านั้นเอง sad smile

#3 By = ต้น = on 2008-05-10 23:46

กรี๊ดดดดดดด หัวน่ากลัว ถ้าเจอเองคงวี๊ดกรี๊ดแตกเป็นบ้าเป็นหลังไปแล้วค่ะ
พล็อตเรื่องน่าดูมากๆเลย
แอบนึกถึงการ์ตูนเรื่องคุโรซากิ บริษัทส่งศพเลยแฮะ

#4 By gallantfoal on 2008-05-12 11:08