MY BEFF 5 (part 2 )
posted on 01 Apr 2008 15:33 by filmsick in FILMFLUpart1 ที่นี่ครับ
http://filmsick.exteen.com/20080331/my-beff-5-part-1
VIDEO GROUND :recent works from Australia and Aotearoa/New Zealand
1.DIVIDE ( JOHN GILLLES / AUS /30.00 MINS)
2.SOUTH PACIFIC (STELLA BRENNAN / NZ /10.30 MINS) A-
ภาพที่เกิดจากการอัลตราซาวนด์ บุมเบลอไม่ชัดแจ้ง ถูกนำมาซ้อนโดย text หนักๆ ที่พูดถึงประเด็นการเมือง แน่นๆ น่าเสียดาย การแยกขาดระหว่าง ภาพกับ text ไม่สัมพันธ์ เชื่อมโยง และไม่เข้าคู่ขัดแย้งจนดูเหมือนต่างคนต่างมา ทำให้กำลังของหนังอ่อนลง
3.PACIFIC WASHUP(RACHEL RAKENA / NZ/ 6.00 MINS) A+
4.CONNECTED ( MERILYN FAIRSKYE / AUS / 25.16 MINS)
หนังเต้มไปด้วยบทสนทนา ที่ฟังไม่รู้เรื่อง(เพราะไม่มีซับ) หลับไปพอสมควร
5.WHITEFELLANORMAL (VERNON AH KEE / AUS/ 2.00 MINS )
6.AT THE ROTHUNDA ( PETER ALWAST / AUS / 12.00 MINS)
IF THESE WALLS COULD TALK
1.BARRIERS AND BEYOND (TERRY BERKOWITZ /VASHA NAIR / KARTIA SACHSE / 4.28 MINS)
2.AYUTTHA ANICCHA (CHRIS HENSCHKE / AUS / 4.00 MINS)
3.VELIKIJ VAM PRIVIT (PETER KRUPA / SLOVAKIA / 16.09 MINNS) A+
หนังสั้นที่เป็นโปรเจคต์การบันทึกภาพของผู้คนจากสองฝั่งพรมแดน ที่ไม่สามารถไปมาหาสู่กันได้ง่าย ฝั่งหนึ่งคือสโลวัค ส่วนอีกฝั่งคือโครเอเชีย ผู้กำกับบันทึกภาพผู้คนส่งความคิดถึงคำทักทาย แล้วเอาไปให้ผู้รับอีกฝั่งหนึ่งแล้วถ่ายการส่งกลับความคิดถึงกลับมาให้คนต้นเรื่อง
โปรเจคต์เล็กๆธรรมดาชิ้นนี้ สั่นสะเทือนอารมณ์คนดูอย่างยิ่ง เพราะการที่เรานั่งดูคุณย่าคุณยายส่งคำทักทายถึงพี่น้อง ลูกหลานที่อาจไม่ได้พบหน้าอีกแล้วชั่วชีวิต ใส่กล้องไปนั้น มีทั้งความขัดเขินประดักประเดิด และความอ่อนไหว สารภาพว่าตอนดูร้องให้ไปหลายรอบ ชอบบรรยากาศจริงๆของหนังมากๆๆ
4.BARRICADE ( THILO FROEBEL /GERMANY / 2.00 MINS)
5.DIRTY PICTURES ( JOHN SMITH / UK / 14.00 MINS)
6.A SLIM PEACE ( YAEL LUTTWAK / UK /59.00 MINS) A/A-
สารคดีที่มีคอนเซปต์เริ่ดๆ ด้วยการจับผู้หญิงชาวยิว ปาเลสไตนื อาหรับ หรือ โรมันคาธอลิค จากบริเวณ รอบๆอิสราเอลมาเข้าคอร์สร่วมกัน เพื่อลดน้ำหนัก !จากนั้นถ่ายทำสารคดี ว่าด้วยการ ผอมเพื่อสันติภาพ!!
น่าเสียดายที่หนังสารคดีคอนเซปต์แรงๆ นี้ไม่ได้เป็นการ เฝ้าจ้องมอง กลุ่มผู้หญิงที่มีความแตกต่างกันในเรื่องแนวคิดทางการเมือง หรือศาสนา บางคนเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันตลอดการ ได้มาแชร์ปัญหาร่วม(กับผู้หญิงทั้งโลก)นั่นคือเรื่องของความอ้วน หนังไม่รีรอเฝ้าดูให้การปะทุนั้นเกิดขึ้น แต่ผู้กำกับกลับกระโดดลงไปเล่นบทบาท ตัวกระตุ้นด้วยการที่หยอดประเด็นทางการเมืองลงในผู้หญิงทุกคนในเรื่อง (ทั้งๆที่อยู่ในคลาสการควบคุมอาหาร) ดังนั้นเมื่อพวกหล่อนระเบิดความไม่เป็นมิตรออกมา มันไม่ได้มาจากความกดดันส่วนตัวล้วนๆ แต่มาจากปัจจัยภายนอกซึ่งคือการหยอดประเด็นของผู้กำกับอีกด้วย
อย่างไรก็ดี หนังไม่ได้พยายามจะเป็น แฮปปี้เอนดิ้ง หนังแสดงให้เห็นรอยร้าวที่ยากจะประสานของผู้คนที่แตกแยกทางความคิดมานับร้อยๆปี นำมาซึ่งฉากที่ดีที่สุดของหนังคือเมื่อหญิงชาวปาเลสไตน์ สุดแรงคนหนึ่งแวะไปเยี่ยมเพื่อนที่เธอคิดว่าเข้าท่าที่สุดในกลุ่มแล้วพบว่าไม่มีทางที่จะสานสัมพันธ์ได้ อีกต่อไป
EXPERIMENTAL DOCUMENTARY
1. THE HALFMOON FILES (PHILLIP SCHEFFNER / 87.00 MINS)
2. CROSSING FILEDS ( JOHANNA DOMKE / 12.00 MINS) A+
วารีระรื่น
1.WIND WATER STONE (KEVIN EVENSEN /USA/2.05 MINS) A+
2.H2O (EMMA BOWEN /UK / 4.14 MINS)
3.BEHIND THE SILVERWIDTH ( GJERT ROGNIL / NORWAY/3.30 MINS)
4.RIYAZ MASTER PROJECT ( TRAILER) ( LIMA BEECROFT / NETHERLANDS/ 7.16 MINS)
5.IN BETWEEN LIVING AND DYING ( อดิศักดิ์ ภูผา/4.00 MINS) A/A-
6.FOR SORE EYES ( ANDERS WEEBERG / SWEDEN /2.17 MINS)
7.NEW YEAR AGAIN ( วินัย กิจเจริญ/3.00 MINS /9.00 MINS) A+
ดูเป็นครั้งที่สองชอบหนังเรื่องนี้ที่สุดในโปรแกรมนี้
8.ปลา (วิชชุดา วัจนะรัตน์ /9.00 MINS)
9. 2008 (โสรยา นาคะสุวรรณ/3.00 MINS )
ดูเป็นครั้งที่สอง
10.ฺBANGKOK BEAUTY ( พิเชษ เสมอเชื้อ/3.00 MINS )
สื่อดัดแปลง
1.วัตถุทรงกลม ( จุฬญานนท์ ศิริผล /2.07MINS)
2.ASTRO BLACK : A HISTORY OF HIP HOP (EPISODE 1) ( SODA_JERK /AUS /6.35MINS)
3. ATOMICA ( นนทวัฒน์ นำเบญจพล/ 3.06 MINS )
งานMv ที่ใช้การปรากฏของภาพแทนจังหวะและถ้อยคำ แม้จะยังไม่มีอะไรใหม่ แต่ก็ทำได้ไม่เลว
4.FASHION DEATH (DANIEL RODRIGO / UK / 4.37 MINS)
5.THAUMATROPE(นวกานต์ ราชานาค / 4.20 MINS)
6.RUNNERS ( CHRISTOPHER FULHAM /AUS / 3.16 MINS)
7.FINDING HIMSELF IN A THAUMATROPE ( JESSE LA FLAIR /USA /5.00 MINS )
8.BEAT (LOUISE MALBOROUGH & OLIVE BARRETT / IRE /3.17 MINS)
ขออนุญาตรวบเขียนถึงหนังสามเรื่องนี้เพราะมีประเด็นร่วมคล้ายๆกัน
9.REPEATING DRAMATIC ( อาภาพรรณ ปลั่งสิริสุนทร /8.08 MINS) A+
หนังสั้นที่ภาพตั้งต้นมีเพียง ภาพจากละครไทยเรื่องบ้านทรายทอง ซึ่งเลือกมาในฉากที่สุดแสนจะรุนแรงสะใจคอละคร นั่นคือฉากที่หม่อมแม่ ด่าทอ ตบตี กระทบกระเทียบ พจมาน เริ่มจากภาพและเสียงของตัวละครในหนัง จากนั้น กล้องค่อยๆถอยห่างจากจอ และเริ่มมีเสียงอื่นๆแทรกเข้ามา ซึ่งมีตั้งแต่ เสียงผู้ประกาศอ่านข่าวการเมือง ไปจนถึงเสียงการอ่านประกาศของคณะ คปค. ขณะที่ภาพวนซ้ำนั้นค่อยๆถอยห่างออกมาเรื่อยๆจนในที่สุดเรามองเห็นเป็นเพียงแสงวาบและไม่อาจรับรู้ภาพได้อีก ท่ามกลางเสียงที่พันกันยุ่ง
10.DOMINANT CULTURE (STUART POUND / UK /14.54 MINS) A-
หนังใช้ฟุตเตจจากรายการเรียลลิตี้โชว์จำพวกbig brother โดยนำมาตัดให้เกิดความรู้สึกแบบแผ่นสะดุด ตลอดระยะเวลาเราจึงเห็นพวก -คนล่าฝัน-ในหนังพูดคำซ้ำๆแบบสะดุดๆ ตลอดทั้งเรื่อง โดยเน้นที่คำจำพวก sex , you , hate หรืออะไรทำนองนี้ (จำคำได้ไม่ทั้งหมด แต่ดูเหมือนคนทำจะเลือกคำที่ต้องการให้สะดุด) ซึ่งนอกจากจะมีตัวรายการยังมี โฆษณาคั่นแบบสะดุดๆด้วย เราจึงเห็นตัวละครทำอะไรซ้ำๆ ก่อนจะขัยบไปข้างหน้า น่าเสียดายที่หนังยาวไปหน่อยจนอาจทำให้หลายคนเริ่มรำคาญ
11. 00.06.03.08 ( ANGELO PICOZZI / UK / 6.03)
หนังถ่ายภาพของคลื่นที่ซัดเข้าหาชายหาด ดดยเล่นภาพเดิมซ้ำๆแล้วค่อยๆเคลื่อนกล้องออกจนในที่สุด ภาพของหนังก็เลือกนลางจนไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นภาพทะเลอีกเห็นเป็นเพียงแสงวูบวาบเลื่อนลอย
หนังทั้งสามเรื่องมาจากคนละที่กันแต่มีความน่าสนใจในเทคนิคที่คล้ายคลึงกัน อันประกอบด้วย การทำซ้ำ และการสร้างงานใหม่จากงานที่มีอยุ่แล้ว (รับสื่อจากสื่อ) โดยเราจะเก็นว่าทั้งREPEATING DRAMATIC และ DOMINATA CULTURES เลือกวิพากษ์สื่อ โดยการเอาสาส์นจากสื่อเดิมมาทำซ้ำ เพื่อให้เห็นความซ้ำซากวนเวียน (ซึ่งในทางหนึ่งมันคือหลักการโฆษณา ) ในขณะเดียวกัน คนทำก็ได้บิดเบือน สาส์นจากสื่อเดิมให้เกิดความหมายใหม่ จากการซ้ำตัวมันเอง (ในเรื่องหลัง) และการสร้างความหมายโดยนำเสีบองื่นมาสอดแทรก ให้ดูราวกับว่าข่าวการเมืองหรือการอ่านประกาศ คระปฏิวัติเป็นน้ำเนื้อเดียวกับตัวละคร (หรือคือการผลิตซ้ำของสื่อน้ำเน่า ) การทำซ้ำในหนังชุดนี้ (อาจรวมถึงSOMETHING HAPPENED และ DRAMA ,STRINGS AND HORN ในชุด BERLInด้วย) ล้วนสร้างความหมายใหม่จากการทำซ้ำ การทำซ้ำมีคุณค่าเท่ากับการวนเวียนไม่รู้สิ้น เหมือนการรับสื่อซ้ำๆของเรา
และหากเราลองพิจารณา REPEATING DRAMATIC เทียบกับ 00.06.03.08 เราจะเห็นว่าหนังทั้งคู่เลือกถ่ายภาพจากสื่อเดิมที่มีอยู่ผ่านทางจอทีวี หนังไม่ได้มีความเป็นoriginal ผู้ทำไม่ได้รับสารจากเหตุการณืโดยตรง แต่รับผ่านสื่ออย่างทีวี (ซึ่งนี่คือวิธีการรับสารทางหลักของผู้คนในยุคปัจจุบันนี้ใช่หรือไม่)จากนั้นเราค่อยๆเห็นอย่างช้าๆว่า การรับสื่อจากสื่อในที่สุดได้ตัดทอน ลดคุณค่าความหมาย และถูกบิดเบือนไปจนไม่เหลือคุรค่าของเหตุการณืเดิมอีกต่อไป สื่อกลายเป็นเพียงตัวสื่อเอง ที่แยกขาดออกจากความเป็นจริง แสงวาบในท้ายเรื่องของหนังทั้งสอง เป็นตัวแทนของทีวี ไม่ใช่เหตุกาณ์แม่ผัวลูกสะใภ้ หรือคลื่นในทะเลอีกต่อไป
TRACK CHANGES
1. 19.09.2549 ( บพิตร วิเศษน้อย /4.10 MINS )
2.ฺBANGKOK TANKS(นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ /5.50 MINS) A+
ดูเป็นครั้งที่สองยังชอบหนังเรื่องนี้มากๆเหมือนเดิม
3.IN THE NIGHT OF REVOLUTION (วาทิต วัฒนสกลพันธุ์ /9.21 MINS)
4.OBSERVATION OF THE MONUMENT (ไมเคิล เชาวนาศัย/5.00 MINS) A++++
ตัวหนังคือภาพของ คุณ ไมเคิล เชาวนาศัยที่สวมใส่ชุดของสตรีสูงศักดิ ยืนนิ่งอยู่บนแท่น ที่ข้างตัวมีโต๊ะจัดวางผลไม้ และด้านหลังมีเก้าอี้สีทองแบบหรูหรา วางอยู่ กลางวงเวียนที่ไหนสักแห่ง โดยมีกล้องหมุนไปรอบๆตัวเธอ โดยมีสามครั้งเป็นการยืน การนั่ง และการปรบมือ(ราวกับดูการแสดงอยู่)
ตัวหนังมีเพียงเท่านี้ แต่สารที่ส่งมานั้น แรงมาก และทรงพลังมาก (ชนิดที่ถ้ามีคนขวาจัด บางคนมาชมอาจเดือดเป็นไฟ ได้ ) หากภาพแทนของสตรีสูงศักดิ์นั้น ไม่ได้หยุดความน่าสนใจไว้เพียงแค่ท่าทาง หรือ การแทนค่าความหมายว่าคือใคร แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือการที่งานชิ้นนี้ถ่ายทำในที่สาธารณะ (ซึ่งอาจเป็นวงเวียนในหมู่บ้าน )ไม่ใช่ในสตูดิโอ ตลอดการเคลื่อนกล้อง เราจะเห็นรถยนต์วิ่งไปมา ได้ยินเสียงของสิ่งแวดล้อมภายนอก และมองเห็นไฟ และทีมงานด้วย ซึ่งการถ่ายทำนอกสถานที่นั้นขับเน้นให้ภาพของสตรีสูงศักดิ์ที่เห็นนนั้นทำหน้าที่เป็น - อนุสาวรีย์ - อันคือภาพแทนแข็งแกร่งที่จะล่มสลายมิได้ และจะดำรงคงอยู่ แม้ว่าเจ้าของรูปที่ทำเป็นอนุสาวรีย์นั้นจากไปแล้ว ในขณะเดียวกันกล้องที่หมุนเคลทื่อนทำหน้าที่ เช่นเดียวกับชื่อเรื่องบอก คือ การจ้องมองไปยังอนุสาวรัย์ เฉกเช่นเดียวกับเวลาเราขับรถวนรอบอนุสาวรีย์ที่ใดสักแห่งหนึ่ง
ที่น่าขัน (และโดยส่วนตัวเห็นว่าเจ็บแสบมาก) เราจะพบว่า เอกล้องเคลื่อนไปถึงจุดหนึ่งเราจะเห็นสุ่มไก่ว่างอยู่หลังอนุสาวรีย์ ที่สำคัญคือในสุ่มมีไก่ (เราไม่เห็นแต่เราจะได้ยินเสียงไก่) บางทีหากคุณไมเคิล รับบทภาพแทนสิ่งซึ่งลบล้างไม่ได้ ไก่ในสุ่มที่ครอบก็ไม่แตกต่างอะไรกับคนผู้อยุ่ใต้ภาพแทนอันล่วงละเมิดมิได้นั้น!
อนึ่ง หากเข้าใจไม่ผิดงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งสำหรับจัดแสดงในงานศิลปะชุด OUR LADY OF LOW COUNTRY ซึ่งน่าเสียดายมากที่ผมไม่ได้ไปดูงานชิ้นนี้ (ฮือ ฮือ)
5.จดหมายจากความเงียบ (ปราปต์ บุนปาน /5.11 MINS) A+
ดูเป็นครั้งทีสอง
6.อธิบายคำว่าไทย ( ประทีป สุธาทองไทย/2.25 MINS) A+
แข็งแรงและตรงไปตรงมา นี่คือหนังที่มีเพียงภาพของชายคนหนึ่งอ่านคำนิยาม เกี่ยวกับความเป็นไทยด้วยภาษาถิ่น และมีซับไตเติ้ลขึ้นเป็นภาษาคาราโอเกะ
ด้วยเรื่องเพียงเท่านี้ หนังตีแสกหน้าคำว่าความเป็นชาติ ได้อย่างแหลมคม เพราะเชื่อมั่นว่า ไม่มีทางที่ผู้ชมจะฟังทุกคำที่ตัวละครพูดได้อย่างถูกต้อง(เว้นแต่จะอยู่ในท้องถิ่นเดียวกัน) การขึ้นซับไตเติ้ลเป็นคาราโอเกะทำให้ตัดช่องทางสื่อสารจากคนภิ่นอื่นอย่างสมบูรณื ทำให้เราได้รู้ว่า ประเทศไทยไม่ได้ประกอบขึ้นด้วยเชื้อชาติไทยเพียงอย่างเดียว มันเกิดจากคนหลายเชื้อชาติ หลากวัฒนธรรม และบางคนถูกทำให้เป็นคนชายขอบจากความเป็นไทยกระแสหลัก และไม่เคยถูกพูดถึง ในนิยาม ความเป็นไทยที่กำลังถูกอ่านนั้น
7.ฺ BURMESE MAN DANCING ( นฆ ปักษนาวิน /11.46 MINS) A/A-
หนังพาเราไปจับจ้องมองการทำงานของคนพม่าบนเรือ และเรือตังเกที่จอดเรียงรายที่ท่าน้ำในฐานะทํศนียภาพของคนพม่า ในขณะที่หนังขึ้นซับไตเติ้ล เป็นภาษาที่อ่านไม่ออกไม่ต่างจากความรู้สึกแห่งการสื่อสารไม่ได้ของแรงงานต่างด้าวนประเทศไทย
หนังสองจอเรื่องนี้เต็มไปด้วยการจ้องมอง มีโครงสร้าง แข็งแรง ชัดเจน น่าเสียดายที่ในช่วงกลางเรื่องจู่ๆมีบทสนทนาที่เกิดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้พลังแห่งการจ้องมองนั้นลดลงไป (สารภาพว่าคือเสียงของผมเองซึ่งทำให้รู้สึกละอายเล้กน้อยที่เสียงของตัวเองทำให้หนังมันลดพลังลง) ปัญหาอีกส่วนหนึ่งมาจากการที่หนังต้องแบ่งตัวเองเป็นสองจอ ที่ไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องกัน และไม่จำเป็นต้องแบ่งเป็นสองจอ (ภาพที่ได้แทบจะเป็นภาพเดียวกัน โดยไม่มีความแตกต่าง) (เข้าใจว่าการต้องทำสองจอเกิดจากปัญหาทางเทคนิค ) ทำให้การจ้องมองจากสองฟากฝั่งไม่ได้แตกต่างจากการมองจอเดียวแต่อย่างใด
สิ่งที่แข็งแรงที่สุดคือการที่หนังไม่พยายามตัดสินจากการจ้องมอง (การตัดสินจะมาจากโควตตัวหนังสือในตอนท้าย ซึ่งเป็นมุมมองจากคนไทยมองกลับไปยังแรงงานต่างด้าวเป็นภาพสะท้อนย้อนแย้งที่เจ็บปวดเอาการ)
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามหนังแข็งแรงดี(แม้จะยาวไปนิด)และนับเป็นก้าวย่างที่น่าจะบตามองของคนทำ (เพื่อนผมเองครับฮ่าฮ่า)
คุยกับคนทำโดยตรงที่
http://bookhemian.exteen.com
8.ATRMX ( RICARDO NASCIMENTO / AUSTRIA /5.22 MINS)
9.PROMETHEAN INVENTION ( TINTITN COOPER/TH /4.26 MINS)
หนังนอกเทศกาลที่ได้ดู
1. MY BLUEBERRY NIGHTS (WONG KAR WAI )A+++++++
2.ALWAYS : SUNSET AT THE THIRD STREET 2 A+
#1 By คนรักผู้โชคร้าย... on 2008-04-01 16:10