ONCE : ร่วงหล่นอย่างเชื่องช้า
posted on 13 Mar 2008 00:47 by filmsick in love-is-all-around
บทความชิ้นนี้เปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของภาพยนตร์ และถูกเขียนขึ้นโดยฉันทาคติส่วนบุคคลที่ผู้เขียนมีต่อตัวหนังอย่างยิ่ง
กล่าวกันตามจริง เขาคือช่างซ่อมเครื่องดูดฝุ่นที่ทำงานร้านของพ่อ และกล่าวตามจริงเธอคือแรงงานต่างด้าวอพยพ ที่มาทำงานเป็นแม่บ้านค่าแรงถูกตามบ้านหลังใหญ่ๆโตๆ
แต่ในอีกทางหนึ่งหลังจากเสร็จงานแต่ละวัน เขาจะคว้ากีตาร์ออกไปเล่นดนตรีเปิดหมวกตามข้างถนน พอค่ำมืดดึกดื่นเขาก็จะแอบร้องเพลงที่ตัวเองแต่เองสักเพลงสองเพลง และเช่นกันเธออาศัยช่วงหลังเลิกงานไปขออาศัยเล่นเปียโนจากชายชราใจดีที่ร้านขายเครื่องดนตรี เพราะห้องเช่าของเธอนั้นแคบมาก และเธอเองก็ไม่มีปัญญาจะซื้อเปียโนมาเล่น นอกจากนี้เธอยังมีแม่ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ กับลูกสาวตัวเล็ก ส่วนสามีของเธอยังคงอยู่ใน เชค และมีวี่แววว่าอาจจะไม่ตามเธอมาอีกแล้ว
เขาพบกับเธอในคืนวันหนึ่ง เธอหยุดยืนฟังเขาครวญเพลงเศร้าสร้อยบนถนนที่เปียกชื้น เธอถามว่าเขาแต่งเองหรือไม่ เป็นนักดนตรีหรือเปล่า เขาตอบเลี่ยงๆว่าที่จริงเขาเป็นช่างซ่อมเครื่องดูดฝุ่น เธอถามว่าเธอจะเอาเครื่องดูดฝุ่นมาให้เขาซ่อมได้ไหม เขาตอบเลี่ยงๆว่าได้สิ วันรุ่งขึ้นตอนที่เขากำลังเล่นดนตรี เธอเดินลากเครื่องดูดฝุ่นมา เขาช๊อคเล็กน้อยแต่ทั้งคู่ก็คุยกัน เธอพาเขาไปที่ร้านขายเครื่องดนตรี แล้วจากนั้นพวกเขาสองคน ก็ -ร่วงหล่นอย่างเชื่องช้า - ไปพร้อมๆกัน
หนังเล็กๆจากไอร์แลนด์ ที่สร้างด้วยทุนสร้างกว่า75 %จาก irish film board อีกส่วนจากเงินทุนของผู้กำกับ ถ่ายทำกันตามบ้านเพื่อน และฉากที่ถ่ายบนถนนก็เป็นการแอบถ่ายทำโดยไม่ได้รับอนุญาต JOH CARNEY ผู้กำกับนั้นเป็นมือเบสในวง THE FRAMES ของ GLEN HANSARD ที่รับบทพระเอกในเรื่องนี้ แรกทีเดียวเขาอยากใช้แค่เพลงของ GLEN HANSARD มาประกอบหนัง แต่หลังจาก CILLIAN MURPHY(พระเอก 28 DAYS LATER )ที่ถูกทาบทามให้รับบทนำถอนตัวไป เขาจึงหันมาพึ่งบริการจากคนกันเอง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเล่นหนังเพียงครั้งเดียวใน THE COMMITMENTS หนัง(ที่เกือบจะเป็นสารคดี ) ของALAN PARKER ซึ่งพาคนดูไปท่องสังคมคน - โซล - ในกรุงดับลิน และใช้นักแสดงเป็นชาวบ้านในดับลินทั้งหมด (หนังเรื่องนี้เคยออกวีดีโอลิขสิทธิ์ในบ้านเรา) หนังถ่ายทำเพียงสิบเจ็ดวัน โดยถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล และหลังจากออกฉายมันทำเงินมหาศาล เป็นหนังในใจใครต่อใคร และเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เขียนโดย GLEN HANSARD และ MARKETA IRGLOVA สองนักแสดงนำของหนังเอง ก็ไปไกลถึงขนาดคว้ารางวัลออสการ์เพลงประกอบยอดเยี่ยม ( แต่ที่ยอดเยี่ยมและน่ารักไปกว่านั้น คือตอนนี้คนทั้งคู่กลายเป็นคู่รักในชีวิตจริงแม้อายุจะห่างกันเกือบยี่สิบปี! )
โดยรวม ONCE ไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบมากนัก เพาะเรายังเห็นร่องรอยแหว่งวินของหนังที่พยายามจะใส่เพลงเข้าไปเป็นจำนวนมาก แม้ว่าเพลงจะเพราะเอามากๆ แต่เมื่อมันกินเวลาเกือบหนึ่งในสามของหนังก็ช่วยไม่ได้เลยที่หนังอาจจะถูกมองว่าเป็นมิวสิควีดีโอขนาดยาวมากกว่าเป็นหนังจริงๆ
แต่อาจจะเพราะความจริงใจ ไม่ทะเยอทะยานของหนัง ทำให้เรารู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่หนังที่ถูกทำขึ้นเพื่อตีหัวเข้าบ้าน หากเป็นเพียงหนังเล็กๆของคนรักดนตรี ที่พยายามเล่าเรื่องของคนรักดนตรีออกมาอย่างซื่อตรง
ตัวละครในหนังเรื่องนี้ต่างจากตัวละครอย่างใน MUSIC AND LYRICS ตรงที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนที่มีทุกอย่างสมบูรณ์พร้อม พวกเขาอาจจะมีพรสวรรค์ รวมทั้งมีความใฝ่ฝันทางดนตรี แต่ภาระของชีวิตทำให้พวกเขาไม่สามารถไปไหนไกลได้กว่าเมืองที่เคยอยู่ ชายหนุ่มกลับจากลอนดอนมาดูแลพ่อที่แก่เฒ่าหลังจากแม่ของเขาตายลง และเขาเองถูกแฟนทิ้ง เก็บความใฝ่ฝันทางดนตรีไว้ในกระเป๋ากีตาร์ งัดมันออกมาใช้ตามริมถนน ซึ่งเป็นการเล่นเพื่อต่ออายุความฝันมากกว่าจะเป็นการเล่นเพื่อหาเงิน ในขณะเดียวกันหญิงสาวเป็นเพียงแรงงานอพยพ ที่อาจจะมีพ่อเป็นนักดนตรี และถูกฝึกดนตรีมาแต่เล็ก แต่ภาระในฐานะแม่ที่มีลูกเล็กและลูกที่ต้องดูแลแม่ผู้พลัดถิ่น ทำให้เธอเลือกจะเป็นแรงงานต่างด้าว เป็นคนเร่ขายดอกไม้ตามถนนมากกว่าจะเป็นนักดนตรี
การพบกันของทั้งคู่ จึงเป็น เรื่องที่จะเกิดขึ้น -เพียงครั้งเดียว - พวกเขาเป็นเหมือนคนที่อยู่บนเรือผุพังใกล้จมลงสู่ก้นทะเล และพยายามครั้งสุดท้ายที่จะล่องเรือนั้นคืนเรือน ตราบเท่าที่ยังมีเวลา มัยปรากฏอยู่ในเนื้อเพลง อันเป็นเพลงแรกที่คนทั้งคู่เล่นร่วมกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในหนังจึงไม่ใช่เรื่องรักกุ๊กกิ๊ก แต่มันคือการบันดาลใจให้แก่กัน ซึ่งอาจะเกิดขึ้น - เพียงครั้งเดียว - หนังเลือกเล่าเรื่องเฉพาะเพียงในช่วงที่ทั้งคู่ตั้งวงกัน พยายามกู้เงินมาทำเพลง เร่ออกหาวงแบคอัพและซ้อมกันตามแฟลต มันคือการทำเพลงแบบบ้านๆ ของคนที่ทำสุดกำลังเท่าที่โอกาสเอื้ออำนวยให้ ยิ่งพอฟังเพลงเราจะยิ่งพบว่า เพลงแทบทั้งหมดในเรื่องนี้ล้วนถูกเขียนขึ้นจากความขมขื่น จะว่าไปแล้วหากนี่เป็นหนังรัก ก็แทบไม่มีเพลงใดถูกเขียน ขึ้นเพื่อกันและกัน ทั้งเขาและเธอล้วนเขียนถึงความขมขื่นในรักหลังจากถูกทอดทิ้งไป แปรความเศร้านั้นให้เป็นเสียงเพลง (แต่อาจจะยกเว้นเพียง FALLING FROM THE SKY และ FALLING SLOWLY )
เอาเข้าจริงๆแล้ว เนื้อเรื่องใน ONCE แทบจะไม่คืบหน้าไปไหนเลยด้วยซ้ำ คนสองคน เจอกัน ถูกชะตากัน ฟอร์มวงดนตรีด้วยกัน และทำเดโมออกมาชุดหนึ่ง อาจจะตกหลุมรักกันแต่ไม่ได้สานความสัมพันธ์ จะว่าไปแล้ว หากเป็นหนังเรื่องอื่น ทั้งหมดนี้อาจถูกเล่าจบในองก์แรกของหนัง ยังไม่ทันถึงจุดหักเหเลยด้วยซ้ำหากกับในชีวิตจริง เรากลับพบว่าส่วนที่สำคัญที่สุด มันก็อยู่ตรงจุด การเริ่มสร้างแรงบันดาลใจแล้วผลิตงงานออกมานั่นเอง
เลยพ้นไปจากส่วนของเพลงและตัวเรื่อง หนังเล่าความสัมพันธ์ของคนสองคนได้ออกมานุ่มนวลและจริงจังอยู่ไม่น้อย เพราะในฉากแรก หลังจากเธอพาเครื่องดูดฝุ่นไปซ่อมที่บ้าน เขาขอให้เธอนอนด้วยในคืนนั้นด้วยซ้ำไป หากเธอปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ในฉากต่อมาหลังจากปรับความเข้าใจกัน พวกเขาไปเที่ยว เขาถามเธอเรื่องสามี แต่เธอตอบมาเป็นภาษาเชค ซึ่งหนังไม่ได้แปล (และคำแปลจริงๆจี๊ดมาก) จนมาถึงฉากสำคัญเมื่อเขาเอ่ยชวนเธอไปลอนดอน แล้วเธอถามกลับอย่างคนที่มองเห็นความจริงในความฝัน ก่อนที่หนังจบลงในจังหวะที่พอดีที่สุด เพราะหนังจบเรื่องลง เมื่อ - เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว - จบลง เขาและเธอเดินหอบซีดีเดโมมาถึงทางแยก เขาพยายามจะยื้อเธอไว้ แต่เธอปฏิเสธ และทุกอย่างจบลงตรงนั้น
ONCE อาจไม่ใช่หนังสมบูรณ์เยี่ยมยอดในแง่ของการเป็นงานศิลปะ และในขณะเดียวกันในภาพของหนังเล่าเรื่องมันก็ยังมีส่วนขาดๆเกินๆอยู่เต็มไปหมด แต่ในบางบริบทหนังอาจเข้าถึงคนดูอย่างยิ่งในฐานะของเรื่องเล่าเพื่อปลอบประโลมใจหลากหลายผู้คนที่ดิ้นรนเงียบเชียบ เพื่อทำตามความฝันของตนในสถานการณ์ที่จำกัด(แน่นอน หมายรวมถึงคนเช่นผมด้วย) โชคดีที่หนังไม่ได้พยายามจะแสดงตัวในการไปถึงเส้นชัยของผู้คนเหล่านั้น แต่กลับเลือกจะให้ความรู้สึกว่า บางสิ่งอาจเกิดขึ้นได้ แม้เล็กจ้อยและเพียงครั้งเดียว มันก็จะเกิดขึ้น จงทำต่อไป และภาวนาว่ามันจะไปได้สวย (เช่นเดียวกับที่เราภาวนาต่อบทเพลงของเขาและเธอ )
เพราะเราทุกคนต่างมีเรือผุพังลำหนึ่งซึ่งกำลังร่วงหล่นอย่างเชื่องช้า เรามีเวลาไม่มากนักในการกลับไปเรือนพักของวิญญาณก่อนที่มันจะจมลง จงตัดสินใจแล้วไปเถิด

ผมว่ามันเหมือนหนังเพื่อคนดนตรีมากๆ....อยากรู้คำเเปลด้วยฮะเหอๆ เเต่ผมจี๊ดนะ จะมองว่ามันเปน mv หรืออะไร ก็ตาม เเต่หนังเรื่องนี้ก็โดนใขผมไปเต็มๆอ่ะ
#1 By ~* นายจดหมายรัก ^^ on 2008-03-13 01:16