จาก KISANGANI DIARY ถึง DARWIN ‘S NIGHTMARE แอฟริกาในดวงตาของ HUBERT SAUPER
posted on 30 Jan 2008 16:27 by filmsick
ทะเลสาบวิคตอเรีย ในแทนซาเนียถือเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโลก ตามตำนานเก่าแก่ของชนเผ่า มันคือต้นกำเนิดของมนุษย์ทุกคนบนพื้นพิภพนี้
เรากำลังจับจ้องมองทะเลสาบวิคตอเรีย ผิวน้ำนิ่งสงบสี้ขียวครามกระเพื่อมไหวตามแรงลม ตอนนั้นเองที่เราเห็นเงาของเครื่องบินลำยักษ์บนฟ้า เครื่องบินที่บินมาที่นี่วันละเที่ยว ไม่ได้นำอาหารมาให้ผู้คนที่ขาดแคลน แต่มา-เอา- อาหารจากสถานที่นี้ไป และอาหารนั้นคือเนื้อปลา NILE PERCH ปลาขนาดใหญ่ยักษ์ ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้
ว่ากันตามจริงแล้ว ปลา NILE PERCH ก็ไม่ใช่ปลาพื้นถิ่นของที่นี่ มันถูกนำมายังทะเลสาบวิคตอเรีย ในยุค 60 เพื่อทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ แต่ผลจากความแข็งแกร่งและการเป็นผู้ล่า (ที่ไม่ต่างจากเจ้าอาณานิคมผู้นำมันมา ) เจ้าปลา NILE PERCH ทำให้ปลาพื้นถิ่นในทะเลสาบเกือบทั้งหมด มีอันต้องสูญพันธ์ไป และโดยไม่มีใครคาดคิด สามสิบปีต่อมา มันจะกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำหรับ ประเทศแทนซาเนีย EU นำเข้าเนื้อปลาชนิดนี้เป็นจำนวนมาก จนสามารถตั้งโรงงานขนาดใหญ่ สำหรับการแล่เนื้อปลาส่งขายมีเครื่องบินมารับสินค้าทุกวัน ฟังดูเป็นเรื่องดีสำหรับประเทศยากจนอย่างแทนซาเนีย แต่ก็เช่นเดียวกับปลา NILE PERCH ผลของโลกทุนนิยมทำลายทวีปแอฟิกาจนป่นปี้อย่างเป็นระบบ ด้วยวิธีการอันซับซ้อโยงใย หากทวีปแอฟริกา คือ ทะเลสาบวิคตอเรีย เราเองใยมิคลายปลา NILE PERCH และนี่คือสิ่งที่สารคดีเรื่องนี้จะพาเราไปชม
แรกเริ่มเดิมที่ HUBERT SAUPER ผู้กำกับสารคดี ชาวออสเตรีย เดินทางเข้าไปในประเทศ คองโก ระหว่างการสู้รบของ เผ่า HUTUS และ เผ่าTUTSI ติดตามไปกับบรรดานักข่าวจากBBC และคนจากสหประชาชาติ เดินทางโดยรถไฟเข้าไปยังค่ายอพยพ เพื่อทำสารคดีเรื่อง KISANGANI DIARY สารคดีที่ไม่ได้ตั้งค่าถาม หรือมองอแฟริกาผ่านมุมของคนขาว แต่เป้นการถือกล้องกวาดไปตามเส้นทางมรณะ มองดูคนที่ต้องตายเพียงเพราะเกิดมาต่างเผ่า ชาวเผ่าHUTUS ที่โดนไล่ล่าเดินทางหนีตายไปตามค่ายพักผู้อพยพ บางค่ายโดนกวาดล้างสังหารหมู่ในตอนกลางคืน ประมาณกันว่ามีคนตายในแต่ละวันเท่ากับจำนวนคนที่ตายในเหตุการณ์ 11 กันยา กล้องพาเราไปดูผู้คนที่ถูกเล่าไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องว่าจนถึงตอนนี้เขาและเธอคงตายกันหมดแล้ว เด็กทารกหิวโซที่เหมือนซากสัตว์มากกว่ามนุษย์ มือที่ไขว่คว้าขอความช่วยเหลือ กลุ่มฝูงชนที่เดินตามเสียงรถไฟไร้ประโยชน์ เพื่อดูว่าจะมีใครช่วยเหลือเขาได้หรือไม่ HASANGANI DIARY สะเทือนขวัญผู้ชมด้วยภาพ ของผู้อพยพ ล้มตายเพราะอดอาหาร กลิ่นศพเน่าเหม็น ทำให้คนที่ยังมีชีวิตรอดต้องปิดจมูกอาศัยเพราะพวกเขาก็ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะฝังศพ SAUPER ติดตามไปดูการช่วยเหลือจาก EU แล อเมริกา ที่ส่ง บิสกิตกับถั่วมากับเครื่องบิน ซึ่งบนเครื่องบินนั้นเองที่เขารู้สึกตะหงิดๆว่าอาจมีการขนอาวุธเข้ามาในแอฟริกา ความช่วยเหลือที่ล่าช้า และเด็กที่อดอาหารตายคนแล้วคนเล่า กองทัพนักข่าวถูกกล่าวหา ว่าเป็นสายของทางทหารและถูกกดันให้ออกนอกประเทศ ภาพสุดท้ายของ HSANGANI DIARYคือภาพเด็กแอฟริกันคนหนึ่งที่มีดวงตากลมโตใหญ่ยักษ์ เพิ่งมองมายังกล้อง จ้องมองเนิ่นนาน คล้ายจะถามไม่ก็ มองด้วยความสงสัย SAUPER ถามเขาว่า รู้สึกอย่างไร เด็กน้อยตอบว่า -ดี- คำสั้นๆที่สะเทือนอารมณือย่างยิ่ง เพราะหลังจากนักข่าวกลับไป ค่ายผู้อพยพก็ถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก
หลังเสร็จKISANGANI DIARY HUBERT SAUPER กลับมาที่แอฟริกาอีกครั้งเพื่อทำสารคดีเรื่องใหม่ ด้วยทีมงานเพียงตัวเขาเองกับตากล้อง พวกเขาต้องปลอมตัวและสมยอมเป้ฯทั้งนักธุรกิจ ชาวออสเตรเลีย เป็นนักท่องเที่ยวแบคแพค จนถึงหมอสอนศาสนา เพื่อแอบถ่ายทำ สารคดี DARWIN'S NIGHMARE แบบกองโจร พวกเขาถูกจับติดคุกในแอฟริกาหลายครั้ง (ด้วยข้อหาถ่ายหนังโป๊!) เมื่อมีนักข่าวชาวอเมริกันมาร่วมงาน ก็ถูกกดดันจากทางรัฐบาล อย่างไรก็ดี เขาก็ถ่ายทำ หนังเรื่องนี้จนเสร็จสิ้น และหัวข้อเดี่ยวเกี่ยวกับการค้าปลาในแทนซาเนีย สามารถส่งผลสะเทอืนในการอธิบายโยงใยซับซ้อนของโลกปัจจุบัน ที่ทำลายกันและกันอย่างน่าทึ่ง
สิ่งที่น่าสนใจในหนังสารคดีของHUBERT SAUPER คือดวงตาที่เขาจ้องมองสิ่งซึ่งเขาถ่ายทำ นักทำสารคดีอย่างMICHEAL MOORE นั้นเลือกข้างชัดเจนและทำสารคดี มุ่งโจมตี เป้าหมายอย่างทรงประสิทธิภาพ แต่สำหรับ SAUPER เขามีคำถามอยู่ในหัว และไม่พยายาม มุ่งโจมตีเป้าหมาย กล้องของเขากลับพาเราซอกซอนไปยังชีวิตเล็กๆบนท้องถนน ตั้งแต่กลุ่มเด็กขาขาดไร้บ้าน ที่เร่ร่อนขอทานบนถนน ชายหนุ่มที่เป็นจิตรกรคนเดียวในเมือง พา SAUPER ท่องไปดูกลุ่มเด็กที่ต้องอาศัยอยู่ด้วยกันเพราะหากแยกกันอาจถูกกลุ่มอื่นทุบตีทำร้าย กล้องพาเราไปพบ ELIZA โสเภณีที่ขายตัวให้กับกลุ่มนักบินรัสเซียที่บินมารับปลา เธอตายก่อนสารคดีถ่ายทำเสร็จ ถูกแทงยับจากลูกค้าของเธอเอง หรือคุยกับยามโรงงานปลาที่มีอาวุธเป็นธนูอาบยาพิษ ยามที่ถูกคอจนพาเขาลึกเข้าไปในเกาะกลางทะเลสาบ ที่อยู่อาศัยของคนงานหาปลา และโสเภณี หรือแฝงตัวเข้าไปชมชีวิตของกลุ่มนักบิน ที่พอจะรู้เลาๆว่าตัวเองไม่ได้มาเพื่อขนปลากัลบไปเพียงอย่างเดียว ภาพนักบินพูดเศร้าๆโดยไม่มองกล้องเล่าเรื่องว่า เขาบินมาลงที่คองโก เพื่อส่งอะไรสักอย่างในกล่องขนาดใหญ่ แล้วแวะอีกประเทศเพื่อขนองุ่นไปพอเป็นพิธี กลับไปบ้าน -เด็กบ้านผมได้องุ่นเป้นของขวัญวันคริสมาสต์แต่เด็กแอฟริกันได้ปืน - เขาพูดเศร้าๆ เพราะในฐษนะเฟืองชิ้นเล็กที่ต้องอยู่ต้องกิน มันเป็นธุรกิจที่เขาไม่มีปัญญาคัดค้าน
มองผ่านมุมของคนเล็กคนน้อย น่าตื่ตาที่ SAUPER ร้อยเรียงเรื่องเล่าอย่างเป็นระบบ จากธุรกิจค้าปลาเขาขยายผลให้เราเห็นอย่างชัดเจน ถึงการทำลายจากระบบทุน การล่าอาณานิคมที่ไม่เสียเลือดเนื้อ แต่บีบให้คนเล็กคนน้อยตายไปเองได้อย่างไร
หนังพาเราไปชม โรงงานปลาที่มีคนงานแอฟริกันคอยแล่ปลาตัวยักษ์ (ตัวเท่าคนแล่) ออกเป็นชิ้นๆ สำหรับส่งขายให้ EU มันฟังดูไม่เลวร้าย ถ้าไม่เพียงว่าความจริงคือ แรงงานคนในการหาปลานั้นเป็นชาวบ้านที่เคยทำกเษตรกรรม ในแถบนั้น ความยากจนทำให้พวกเขาแปรสภาพมาเป็นคนงานที่พร้อมจะอาศัยในทะเลสาบ เสี่ยงกับการถูกกัดขาขาดโดยจระเข้ และ การติดเอดส์จากโสเภณี เมื่อใครสักคนป่วยเจ็บ พวกเขาจะถูกไล่กลับบ้านเพราะการไปทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ ราคาถูกกว่าการกลับไปเป็นศพ (กรณีที่ตาย พวกเขาจะฝังเอาไว้ที่นั่นเลย) สำหรับครอบครัว เมื่อสามีตาย ฝ่ายภรรยาก็ต้องออกไปขายตัว เพื่อแลกเงินตามท่าเรือ เข้าสู่วงจรของโรคเอดส์ทีร่ไม่จบสิ้น (หนังแสบสันต์เมื่อSAUPERถามบาทหลวงที่ฝังศพว่า เขาเคยแนะนำเรื่องถุงยางอนามัยหรือไม่ แล้วบาทหลววงบอกว่าเขาพูดไม่ได้ เพราะมันผิดหลักศาสนาที่จะมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส! ) ในขณะเดียวกันเด็กที่พ่อแม่เลี้ยงดูไม่ได้ ก็จะออกมาเป็นอันธพาลตามท้องถนน เมื่อได้อาหารพวกเขาต่อยตีแย่งกันเหมือนสัตว์ พยายามจะมีชีวิตรอด ที่ชวนเจ็บปวดคือพวกเขาเอาพลาสติกห่อแพคปลามาต้น ใช้ดมแทนกาว เพื่อให้ลืมว่าพวกเขาต้องนอนบนถนน
ในขณะเดียวกันธุรกิจค้าปลาก็ผูกพ่วงโยงใยกับธุรกิจค้าอาวุธ เมื่อเครื่องบินจากรัสเซีย จะขนอาวุธมาแวะลงคองโก รวันดา และแอฟริกาส่วนที่ยังมีสงคราม (สถานที่ที่เหมือนนรกบนดินใน HASANGANI DIARY ) แล้วจากนั้นทำทีว่ามารับปลากลับยุโรปไป
หนังถึงขั้นพาเราไปดูปารประชุมของ EU ที่กล่าวชื่นชมการจัดการอุตสาหกรรมปลา (ตัดสลับกับภาพคนตัวเล็ฏตัวน้อยรอบทะเลสาบ) ติดตามไปจนถึงซากปลาที่ถูกนำไปตากในดินแดนสยดสยองลึกเข้าไปในแผ่นดิน ที่เป็นเหมือนสุสานซากปลา คนงานตากปลาทำงานอยู่กับดินทรายและหนอนสกปรกบนตัวปลา ยามที่มันเน่าแกซแอมโมเนียจะลอยฟ่อง และทำให้คนงานตาบอด คุณภาพชีวิตระดับต่ำสุดจากธุรกิจปลาสำหรับพวกเขาอาจถือเป็นเรื่องดี เพราะท่ามกลางความยากจนข้นแค้นของประเทศ การเป้นคงานทำเงินมากกว่าการทำอย่างอื่น
แอฟริกาไม่ใช่ดินแดนข้นแค้น มันเต็มไปด้วยทรัพยากรแต่คนแอฟริกันอดตายเพราะ พวกเขาถูกโลกฉกฉวยทรัพยากรไปจนหมดสิ้น !
มันจึงเป็นเรื่องตลกที่ไม่มีสิทธิ์หัวเราะเมื่อเราพบว่า ปลา NILE PERCH ก็เป็นเสมือนตัวแทนขแงเหล่าคนขาวเจ้าอณานิคม ที่แพร่ขยายเข้าไปในแอฟริกา เหมือนทั่มนขยายพันธุ์เต็มทะเลสาบวิคตอเรีย ทำลายปลาพื้นถิ่นจนหมดสิ้นไม่ต่างจากคนแอฟริกาตัวเล็กตัวน้อย ที่ -ฉิบหายอย่างเป็นระบบ- จากโครงสร้างขนาดใหญ่ที่กดทับลงมา
หาก ชารล์ส ดาร์วิน ประกาศกฎแห่งการอยู่รอด เกี่ยวกับปลาใหญ่กินปลาเล็ก สัตว์ที่แข็งแรงย่อมอยู่รอด นี่ก็คิอก้านมืด คือฝันร้าย ภาพสะท้อนอันชัดเจน เป็นฝันร้าย ที่กระทั่งดาร์วินเองก็อาจต้องสะพรึง!
โดยส่วนตัวนี่คือหนังที่ผมชอบที่สุดในเดือนมกราคม ครับ
รู้จัก HUBERT SAUPER เพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ
เวบทางการของDARWIN 's NIGHTMAREครับ
http://www.darwinsnightmare.com/

กำลังหาสิ่งน่าสนใจดูอยู่พอดีเชียว
#1 By blackholesun on 2008-01-31 10:41