MY WORLD FILM FEST 2007 /2

posted on 01 Nov 2007 11:17 by filmsick
31/10/50


1.MOTHER OF MINE

หนังที่หยิบจับช่วงสงครามโลกครั้งที่สองว่าด้วยแระเด็นของเด็กฟินแลนด์ ที่ถูกส่งตัวไปอยู่สวีเดนตามเพื่อหนีภัยสงครามตามโครงการของรัฐและรู้จักกับ แม่คนที่สองของเขา

หนังมาแบบจี๊ดๆ บิ้วดๆ และทำได้ไม่เลวทีเดียว ชอบการแคสต์ตัวเด็กกับตัวSIGNE แม่ชาวสวีเดน มากๆ เธอดูเป็นผู้หญิงที่ไม่น่าจะมีใครรักได้จริงๆ

หนังฟูมฟายแต่ไม่ล้นเกิน และถ่ายภาพสวยมาก (ซึ่งแน่นอนเป็นเพราะโลเคชั่น)


2. TH BAND 'S VISIT
หนังว่าด้วยวงดนตรีตำรวตอาหรับชาวอิยิปต์ ที่หลงทางในไปในเมืองเล็กๆ ของอิสราเอล

หนังทำท่าจะเป็น LENINGRAD COWBOYS (ที่ว่าด้วยวงดนตรีเดินทางเหมือนกัน แต่งตัวเหมือนๆกันแต่ห่ามกว่ากันเยอะ) ฉบับFREEZONE (เพราะหลงเข้าไปในอิสราเอล) แต่ทว่า เอาเข้าจริงหนังกลับกลายเป็นหนังประเภท คนแปลกหน้าเข้ามาในเมืองเล็กๆ แล้วเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน (ซึ่งมีหนังฮอลลีวู้ด ทำไว้เยอะมากๆๆๆ)

หนังมีมุกตลกขำขื่นหลายตอนที่ทรงประสิทธิภาพ แต่โดยรวมไม่ได้มีผลต่อหนังมากๆ

ตอนแรกนึกว่าหนังจะเล่นกับความแตกต่างของอาหรับ กับ อิสราเอง (ซึ่งจริงๆก็มีคนเล่นมาเยอะมากๆๆๆแล้ว) แต่หนังกลับเลือกเจาะปัญหาชีวิต(ที่เป็นสากล)ของตัวละครหลักบางตัวในวง และตัวละครหลักบางตัวในหมู่บ้าน
โดยรวมมันจึงกลายเป็นหนังซึ้งๆขายความประทับใจไปแทน ลดทอนอารมณืตลกขันขื่นไปเสียงอย่างนั้น และดารเลือกเล่าตัวละครหลักไม่กี่ตัว ทำให้ตัวละครอื่นๆ ในหนัง(ทั้งที่มีบุคลิกแรงไม่แพ้กัน)กลายเป็นตัวประกอบตกจอไปจนได้ 

รู้สึกว่าหนังมันน้อยไปหน้อย มีอะไรบางอบ่าสงหายหกตกหล่นระหว่างทาง อย่างไรก็ดีชอบฉาก MY FUNNY VALENTINE มากๆเพลงประกอบในหนังก็เพราะบาดใจมากๆๆๆๆ เหมือนกัน

เป็นหนังเรื่องแรกในเทศกาลที่มีคนปรบมือให้ (ที่ฮาคือในหนังมีการปรบมือตอนจบด้วยเลยไม่รู้ว่าคือเสียงไหนกันแน่)

3. VILLAGE PEOPLE RADIO SHOW (A++++++++++)



หนังสุดเซฮร์ไพรส์ในเทศกาล ว่าด้วยสารคดีเกี่ยวกับ เหล่าชายชราที่เคยร่วมขบวนการกอบกู้อาณาจักรมลายัน แล้วถูกชะตากรรมทางการเมืองเล่นตลก ตอนนี้พวกเขาเป็นชาวสวนแก่ๆ อยู่ในสามจังหวัดภาคใต้ของบ้านเรา

ที่จริงแล้วหนังเรื่องนี้มีเพียงสองส่วนคือบทสัมภาษณ์คนไม่กี่คน กับภาพถ่ายชีวิตประจำวันของหมู่บ้านที่ไม่มีอะไรสลักสำคัญ และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องที่หนังกำลังทำ แต่หนังกลับเลือกมาใช้อย่างทรงพลัง โดยตัดสลับกับละครวิทยุเกี่ยวกับพระราชาสองพระองค์ที่เป็นเพื่อนกัน แล้วพระราชาองค์หนึ่งระแวงงว่าเพื่อนจะแอบชอบราชินีจนจับราชินีไปขังจับลูกที่เกิดใหม่ไปเผา

ภาพของหนังนั้นทรงพลังมาก ทั้งๆที่เป้นเพียงภาพ คนเดินบนถภนนในหมู่บ้าน รถขายของชำ เรือสวนไร่นา ภาพที่พบเห็นทั่วไปในหมู่บ้านเล็ก ๆตามต่างจังหวัด

มุมมองของคุณลุงคนเล่าเรื่องก็ไม่ได้เป็นมุมมองของคนที่เจ็บปวดเสียใจ      แต่เป็นการมองแบบคนที่ผ่านทุกอย่างมาแล้ว เล่าประวัติศาสตร์เป็นเรื่องขำๆ (ที่โคดขมขื่น)

หนังแสดงให้เห็นถึงชะตากรรมพลิกผันของคนที่ถูกประวัติศาสตร์หลอกใช้ จากการบุกยึดของอังกฤษ แล้วซ้ำด้วยญี่ปุ่น อังกฤษกลับมา  เข้าป่าไปเป็นคอมมิวนิสต์ แบ่งแยกดินแดน ไทย มาเลเซียกลายเป็นคนไร้สัญชาติ

สิ่งที่เจ็บปวดคือ เราพบว่ามันคือดอกผลของคนที่เชชื่อมั่นในอุดมการณ์ของอะไรสักอย่างอย่างจริงๆ คนแบบนี้มักถูกหักหลังหลอกใช้ในที่สุด ถูกหลงลืมไปในหล่มหลุมประวัติศาสตร์

ละครวิทยุที่ใช้ภาษษไทยแปร่งๆ (เดาว่าเป็นภาษาไทยของคนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กวัดไกวระหว่างภาพษษมลายูกับภาษาไทย) การใช้เสียงพากย์ที่ทรงพลังทำให้ละครที่ตัดตอนมาฟังขนลุกสุดขีด

ชอบประโยคสำคัญในเรื่อง ที่คอมมิวนิสต์สอนว่า ร่างกายอยู่ในป่าขา สองมือ โอบกอดแผ่นดินแม่ ดวงตาจ้องมองโลกกว้างไกล ในที่สุด สามคำนี้ทรยศผู้คนอย่างร้ายกาจ เพราะพวกเขาในที่สุดไม่มีแผ่นดินแม่อีกต่อไป

หนังไม่ได้เกี่ยวกับความไม่สงบในสามจังกวัดโดยตรงแต่เป็นหนังที่ควรดูอย่างยิ่งเพื่อทำความเข้าใจ -ราก- อันยาวนานและลึกศึ้งของรัฐไทย

ส่วนที่ไม่ชอบในหนังคือภาพดวงไฟวูปไหว และเสียงที่พยายามจะทำให้กลายเป็นละครวิทยุไปจริงๆ

แต่ถ้านับกันในเชิงสารคดี นี่เป้นหนังสารคดี กึ่งเชิงกวีได้ด้วย เพราะดวงตาของคนทำที่จ้องมองภาพคนในหมู่บ้านนั้นเป็นดวงตาเชิงกวีโดยแท้

นับถึงวันนี้ยกให้เป็นหนังที่อชบที่สุดในเทศกาล(แน่นอนวันนี้จะเสียอันดับแน่ๆ)




4.HELP ME EROS

หนังใหม่ของอาเสี่ยวกัง หลังจากหลายปีที่แล้วทำ THE MISSING (ซึ่งเต็มไปด้วยสัญลักษณ์โจ่งแจ้ง)

หนังเรื่องนี้ก็ยังเต็มไปด้วยสัญลักณ์โงแจ้งเหมือนเดิม มีลีลาคล้ายคล้ายคลึงไฉ้หมิงเลี่ยงผู้กำกับคู่บุญเมหือนเดิม เล่าเรื่องคนที่ตัดขาดตัวเองจากสังคมเหมือนเดิม

แต่ที่แน่ๆ อาเสี่ยวกัง ลามกกว่าไฉ้หมิงเลี่ยงแน่ๆ

หนังนำเสนอประเด็ของคนรุ่นใหม่ที่ได้มาง่ายเสียไปง่าย (ตามคำอาเสี่ยวกังเอง) และการร้องขอความช่วยเหลือของคนที่ไม่ยอมช่วยเหลือจัวเอง ( อันนี้คำของผม)

แต่ใช่หรือไม่ว่านี่คือหนังที่คล้ายคลึงกับหนังสือของรงค์ วงษ์สวรรค์ คือมองทุกอย่างเป็นเรื่องอย่างว่า!!!!

ปลาลไหล ไส้กรอก ขาหมู หมาด อะไรต่อมิอะไรกลายเป็นเรื่องเชิงสังวาสไปจนหมดสิ้น

หนังเต็มไปด้วยสัญลักษณืโจ่งแจ้ง )(เช่นภาพฉายตอนสามคนอลเวงเป็นยี่ห้อง หลุยส์ วิตตอง กรือกระดานหุ้น ) กัญชาเป็นเครื่องมือหนีบางอย่าง เหมือน MSN และ เซกส์

แต่อาเสี่ยวกังทำได้ฮามาก และโดยส่วนตัว ผมว่านี่คือ จินตนาการทางเพศของผู้กำกับที่ลามกดี ได้ใจ (ฝรั่งคนหนึ่งถามถึง FELLINI ในหนัง  ผมว่าอาเสี่ยวกังอาจไม่ได้อิทธิพลตรๆงขจากเฟลลินี่ แต่พวกเขาน่าจะมีบางส่วนร่วมกัน คือลามก บ้าผู้หญิง 555!)

ชอบหนังเรื่องนี้ในฐานะหนังตลกฮาๆ และหนังจินตนการทางเพศของผู้กำกับ ( ที่พยายามจะทำให้มันไปไกลด้วยการกลายเป็นสัญญะ) มากกว่าชอบแบบที่ชอบหนังะพี่ไฉ้ !!

1/NOV/ 07

หนังที่ได้ดูในวันนี้
1.SONGS OF EDO SHI (A+)

หนังของคนกะเหรี่ยง โดยคนกะเหรี่ยง และเพื่อคนกะเหรี่ยง โดยมีคนไทยเป็นBACKUP หนังเล่าเรื่องของเด็กหนุ่มEDOSHI ที่อยากเป็นทหารปลดลป่อยชนกลุ่มน้อย ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านกะเหรี่ยงชายแดนไทยพม่า และเห็นความทุกข์ทนขมขื่นของ -คนไร้รัฐ- อย่างพวกเขา

หนังเรื่องนี้อาจไม่ได้ใช้เทคนิคพิสดารหวือหวาในการทำตัวเป็นภาพยนตร์ศิลปะ แต่มันเป็นหนังที่สำคัญมาก เพราะมันยจำเป็นมากที่จะต้องมีหนังซึ่งเป็นกระบอกเสียงของคนส่วนน้อย หลายๆเหตุการณ์ในหนังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แม้ว่าเมื่อถุกนำมาร้อยรัดรวมกันมันจะก่อให้เกิดอารมณ์ ฟูมฟายไปบ้าง (รวมถึงความจงใจใส่บางบทสนทนาเรียกความฮึกเหิม) แต่มันก็ส่งทำให้คนกะเหรี่ยงตระหนักในความมีอยู่ของตัวเองได้ (หนังตระเวนฉายให้คนกะเหรี่ยงตามหมู่บ้านดูก่อนมาฉายในเทศกาล)

หนังทำให้รัฐไทยดูเป็นตัวร้าย ซึ่งจริง! ( หลังหนังฉายมีผู้ชมท่านหนึ่งซึ่งน่าจะเป็น NGO บอกว่า ปัญหาไม่ได้อยุ่ที่พวกเขาเป็นREFUGEE ปัญหาอยู่ที่รัฐไทยไม่ยอมรับว่ามีREFUGEE อยู่ในประทเศ ปฏิบัติต่อเขาเยี่ยงคนไร้ตัวตนมาตลอดเวลาหลยสิบปี) ปม้เราจะเข้าใจไดเว่าทำไมรัฐไทยต้องทำ แต่มองผ่านแง่มุมของมนุษยธรรมมันก็โหดเเห้ยมอยู่ดี

ชอบฉาก ให้ยาดมมารักษษขจาหักมากๆ รู้สึกว่าเป็นฉากที่สะเทือนใจอย่างรุนแรง(ในฐานะคนทำงานสายนี้)  ในขณะที่ฉากข้าราชการทั้งสองฉากก็สะท้อนปัญหาสำคัญคือทัศนคติที่คนไทยมีต่อ-เพื่อนชนเผ่า- อย่างตรงไปตรงมา (ตอบน้องนาโนกาย ที่ช้าราชการดูในฉากที่สองรู้สึกจะเป็นการตรวจ ลอตเตอร๊!!!) ซึ่งทัศนคติพวกนี้เป็นกลไกสำคัญไม่แพ้อำนาจรัฐ ที่กดให้พวกเขาไร้รัฐไปจริงๆ

ชอบหนังมาก อยากให้หนังได้ฉายอีกในที่ต่างๆ


2. PHANTOM LOVE (A+++++++++++++)

หนังเล่าเรื่องของหญิงสาวที่มีชีวสิตซังกะตาย กับงาน คนรัก และข้าวในทีวี เธอมีน้องสาวที่กำลังป่วสยเป็นแผลพุพอง และมีแม่ประสาทหลอนที่โทรหาเธอตลอดเวลา รวมทั้งมาฆ่าในความฝัน!!!!


นี่คือหนังที่น่าตื่นเต้นมากๆ เพราะมันละทิ้งหน้าที่ของการเล่าเรื่องไปสู่การเป็น กันบันทึกฝันยร้ายไม่รู้จบของการเกิดเป็นหญิง หนังไม่ลำดับเวลา ไม่ลำดับสถานที่ ไม่รู้เหตุการณ์จริงลวง เรื่องต่างๆสับสนปนเปด้วยห้วงซ้ำของกิจวัตรกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ

หนังเต็มไปด้วยสัตว์ (ว่ากันว่าผู้กำกับเชื่อว่าในทางจิตวิญญาณของมนุษยืเชื่อโยนงกับสัตว์) เราจึงเห็นทั้งปลาหมึกยักษ์ งู หมา แมว ผึ้ง ผีเสื้อ ปรากฏอยู่อย่างมีที่มาบ้างไร้ที่มาบ้าง มันอาจเป็นสัญลักษณ์ แทมนตัว แทนพลังอำนาจ หรืออาจไม่ใช่ก็ได้

โยส่วนตัวรู้สึกว่านี่คือหนังเฟมินิสต์แบบพิเศษ เพราะแม้หนังจะสะท้อนยภาพของผู้หญิงในโลกชายเป็นใหญ่ แต่หนังเรื่องนี้ไม่ได้บอกให้ผู้หญิงผนึกกำลังกันสู้ แต่บอกว่าในบรรดาผู้หญิงก็เกลียดกันเอง และกระทั่งความเป็นแม่ลูกก็กลายเป็นเรื่องน่ากังขา เมื่อในฝัน เธอฝันว่าแม่มาข่มขืนเธอ มาฆ่าเธอ (ก่อนที่เธอจะหยิบกระจกมาสะท้อน ความเป็นแม่ ให้แม่เห็น) 

หนังบเต็มไปได้วยประเด็นน่าสนใจมากมาย ทั้งความฝันหลอน หรือสถานที่ประลาด (ตัวละครใส่กี่เพ้า ทำงานคาสิโนที่ดูเหทือนอยู่ในเมืองจีน แต่เหตุการณ์เกิดในอเมริกา แลบะนของน้องสาว (กับสะพาน)ดันไปอยุ่ในอินเดีย และทีวีทุกช่องมีแต่ข่าวอิรัก)

จะวง่าไปแล้วนี่อาจจะเป็นได้ทั้งหนังของคนที่ทำหนังไม่เป็น หรือหนังของคนยที่กล้าทดลองกับทุกวิธีการเล่าเรื่องก็ได้



3. 4ELEMENTS

สารคดีสี่ธาตุที่พาเราไปชม ดินน้ำลมไฟ ผ่านทางการทำงานของ พนักงานดับไฟป่า เรือหาปู  เหมืองใต้ดิน และ นักบินอวกาศ

เสียดายที่หนังหันไปโฟกัสที่คนงาสนมากกว่า ธาตุทั้งสี่ โดยไม่ได้ตั้งใจในทมี่สุดหนังกลายเป็น สารคดี ทัวร์โรงงานที่ถ่ายภาพสวยมาก เป็นระยะ แม้หนังจะตั้งใจ จะเปลี่ยนคนไปสู่เครื่องจักร (จากพนักงานดับไฟป่าที่ทำงานในฐานะมนุษย์ ไปถึงนักบิน อวกาศที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักร)  มันกลับยิ่งพาหนังไปไกลกว่าการให้เห็น ธาตุทั้งสี่ และการเปลี่ยนแปลงเหมือนปรัชญาของ เอ็มพลีโดคลีสที่หนังยกมาต้นเรื่อง


4. EGG (A++++)

หนังนิ่ง น้อย แต่มากจากตุรกี ที่เล่าเรื่องชายคนหนึ่งกลบับไปงานศพแม่ที่บ้านเกิดซึ่งจากไปนาน แล้วค้นพบบางอยย่าง

ที่จริงแล้วหนังเรื่องนี้เดินตามขนบหนัง น้อยแต่มาก อย่างเต็มที่ ฉาก ภาพ บรรยากาศ สวยงาม ผู้คนที่ดูเป็นคนดี และตัวเอกผู้เย็นชาหมางเมิน ค่อยเรียนรู้ว่าตัวเองเป็นคนเย็นชาแค่ไหน


แต่หนังก็ทำทมุกอย่างอย่างช้าๆ  สวยงาม อาการค่อยเป็นค่อยไปขจองหนังทำให้เราค่อยๆคลี่คลายไปพร้อมกับตัวละครฉากและบรรยากาศ จนในที่สุด มันทำให้เรานึกถึงประโยคคำโปรยของไบโอเล่มลาสุดนี้

วันนึงเราจะรู้ว่าเราเปราะบาง เกินกว่าจะอยู่คนเดียว


สรุปอันดับ


1.PHANTOM LOVE
2.EGG
3.VILLAGE PEOPLE ON RADIO SHOW
4.DALLAS AMONG US
5.SAVIOR 'S SQUARE
6.SONGS OF EDO SHI
7.THE CALIFORNIA
8.THE BAND,s VISIT
9.HELP ME EROS
10.4 ELEMENTS
11.MOTHER OF MINE
12.THOUGH ENOUGH
13.SALMONBERRIES


แยก MELIES ครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สงสัยรีบเขียนมาก คำผิดเต็มเลย
แอบปรูฟ 555

#1 By แมวหมาฯ (203.146.136.113) on 2007-11-02 13:44

น่าดูหมดเลยbig smile

#2 By lolay on 2007-11-03 14:16

แวะมาเยี่ยมนะครับ ^ ^

#3 By Friend (222.123.82.172) on 2009-03-18 15:34