HORROR ME MY DEAR
posted on 25 Oct 2007 20:57 by filmsick
อันเนื่องมาจาก พี่ MdS ราชินีหนังมืด แนะนำให้รู้จักกับบรรดา บลอกเกอร์ จากทั่วทุกมุมโลก ที่กำลังซุ่มทำ LIST 31 หนังสยองขวัญที่ทำให้ฉันกลัว เพื่อที่จะประกาศผลเล่นๆในวัน ฮาโลวีนที่จะถึงนี้ ครั้นพอเห็นรายชื่อก็ทำให้ต้องตกตะลึง เพราะมีหนังมากมายที่คาดคิดไม่ถึง ชนิดที่ทำให้โพลลืหนังสยองขวัญทุกสำนักชิดซ้ายตกขอบ ผม กับ พี่ MdS ไปร่วมแจมส่งลิสท์กับเขาด้วย และในที่สุด เขาก็ประกาศ 181 หนังสยองขวัญที่เข้ารอบสุดท้าย เพื่อให้เรา โหวตเรียงลำดับความสยอง ส่งกลับไป และประกาศผลในวันที่ 31 นี้
ดูทุกลิสท์ ที่กล่าวมาได้ที่นี่ครับ
http://www.bioscopemagazine.com/smf/index.php?topic=650.0
พิจารณาจากรายชื่อ 181 เรื่อง บางเรื่อง สยองคลาสสิคไปแล้ว บางเรื่อง น่าตื่นเต้นมากที่ได้เข้ารอบมา (หลงคิดว่าชอบคนเดียวอยู่ตั้งนาน เช่น NIGHT MARE ON ELM STREET 3 : DREAM WARRIOR , EVENT HORIZON , THE EXORCIST 3 เป็นต้น ) บางเรื่องที่เราแอบเชียร์ก็ตกรอบแรกไป และบางเรื่อง เฉียดไปเฉียดมา หลายรอบ ไม่ได้ดูสักที จึงนับเป็นการดีที่เราจะมา หมกมุ่น อย่าง เมามัน กับบรรดา หนังสยองขวัญ สัญชาติหนังที่เก่าแก่เป็นอันดับต้นๆของโลก อีกครั้ง อีกครั้ง และ อีกครั้ง และใครจะเชื่อ หนังในลิสท์ นอมินี มีขายแบบลิขสิทธ์ ในบ้านเราเสียเกินครึ่ง!!!!!!!!! และนี่คือสามเรื่องที่ผมดูในช่วงนี้ ทั้งหมดมาจากแผ่นลิสิทธิ์ล้วนๆครับ
1.LAST HOUSE ON THE LEFT (WES CRAVEN / 1972)
นี่คือหนัง DEBUT ของ WES CRAVEN ก่อนที่เขาจะทำหนังสยองขวัญ สุดดัง อย่าง นิ้วเขมือบ (NIGHTMARE ON ELMSTREET ภาคต้อนฉบับ และภาคปิดท้าย) หรือ หวีดสุดขีด (SCREAM ) และยังเป็นต้นตำรับ ที่ดิบกว่าของ โชคดีที่ตายก่อน ( THE HILL HAVE EYES ) ว่ากันว่าตอนที่มันออกฉาย ในปี 1972มันเป็นหนังที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งในความหมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมของมัน
หนังเล่าเรื่องของเด็กสาวแรกรุ่นคนหนึ่ง ที่ขอพ่อแม่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนสาว ทั้งคู่เข้าไปในป่า แล้วออกมาเดินเล่นในเมือง หวังจะหากัญชา สักเล็กน้อย แต่ดันโชคร้ายดันไปเจอกับ พวกมนุษย์ใจโฉดที่เพิ่งแหกคุกมา พวกเธอจึงโดนทารุณ และสังหารโหด ก่อนที่เจ้าพวกนั้นจะเหิมเกริม ไปบุกบ้านเธอ และนำไปสู่การล้างแค้นสุดโหด
ยุค 70 เป็นยุคที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ค่านิยมเก่าแก่ถูกสำรวจตรวจสอบและทำลายล้าง เด็กๆเลิกเชื่อในอเมริกันดรีม ที่ขับเคลื่อนวิถีชีวิตแบบทุนนิยม พวกเขากลับทำตรงกันข้าม เสรึภาพสุดขั้วมีอยู่ในยุคนี้ และความเถื่อนถ่อยสุดขีดก็อยู่ในยุคนี้ นี่คือหนังที่เป็นหน้าหนึ่งขอยุคสมัย อันน่าตื่นตา และชวนช๊อค !
หนังตีสองหน้าเรื่องนี้อาจทำขึ้นเพื่อต่อต้านความรุนแรง แต่ตัวมันเองทอดสายตาด้วยเห็นความรุนแรงเป็นเรื่องสะใจ หนังพูดถึงเสรีภาพของวัยแรกรุ่น แต่ก็เชื่อมั่นในระบบของความเป็นระเบียบเรียบร้อยของระบบครอบครัว หนังทำตัวเหมือนผู้ใหญ่เคร่งศีลธรรม แต่กลับสอดส่ายสายตามองหาโนมเนื้อของสาวน้อย มันอาจเป็นหนังเลว ที่ทำขึ้นมาเพื่อตอบสนองความหื่นกระหายของวัยหนุ่ม ของ WES CRAVEN โดยยัดศีลธรรมลงไปแปะหัวปิดท้าย ให้คนดูพอใจ (ในความโหดเหี้ยมที่มีเพื่อเทศนาของหนัง) ไม่ว่าจะยังไง นี่คือหนัง เลวที่เป็นมาสเตอร์พีซ
หนังเปิดตัวด้วยภาพเด็กสาวอาบน้ำ เครดิตเปิดเรื่องเดินคู่กับภาพในห้องน้ำของสาวน้อย พ่อแม่ตำหนิเธอที่นุ่งน้อยห่มน้อย แต่คนดู อิ่มเอมกับโค้งเว้าของวัยสาวไปเรียบร้อยแล้ว จนเมื่อเธอออกไปเที่ยว หนังแสดงภาพโจรโฉดชนิดโหดเหี้ยมทั้งหญิงชาย การแต่งตัว แบบ หนุ่มสาวหนังฟิล์มนัวร์ ยุค ขาวดำ (โดยเฉพาะนางโจรหญิงที่ที่แทบจะลอกแบบ FEMME FATALE ของหนังตระกูลนี้มาเต็มที่ ) เด็กสาวในเงื้อมมือปีศาจ ถูกสังหารโหดโดยไม่มีใครช่วยเหลือ
หนังมีฉากเสียดสีสังคม ที่น่าสนใจ เมื่อเราเห็นความอ่อนด้อยไร้ปัญญาของระบบราชการ เมื่อตำรวจประจำเมือง ไม่ได้เอะใจทั้งที่คนร้ายมาเหยียบจมูกถึงถิ่น แต่พอรู้ตัว ก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้อีกต่างหาก ฉากที่น่าสนใจที่สุดของหนัง คือฉากที่ตำรวจขออาศัยรถของหญิงผิวดำแล้วถูกกลั่นแกล้ง ในทางหนึ่งมันเป็นมุกล้อตำรวจขำขัน แต่ในอีกทางหนึ่งมันแสดงถึง ภาพลักษณ์ของคนผิวสี และตำรวจ ค่อนข้างชัดเจน
แต่ต่อให้พวกโจรโหดเหี้ยมเท่าไร หนังก็เปิดเปลือยตัวเองในตอนท้าย อย่างน่ากลัวว่าคนที่โหดเหี้ยมสุดขีด คือเหล่าชนชั้นกลางมาดดีพวกนี้นั่นเอง เมื่อพ่อแม่ของเด็กสาวตัดสินใจ -เอาคืน - อย่างเหี้ยมโหดฉากไคลแมกซ์สังหารโหดท้ายเรื่องนั้นยาวนาน และทรมานคนดูพอสมควรไม่ว่าจะเป็นฉาก กัดกระซวกจู๋ หรือเลื่อยไฟฟ้ามหาประลัย (ไม่แน่ใจว่าต่อมามันกลายเป็นต้นแบบ ของEVIL DEAD ของSAM REIMI หรือเปล่า)
ฉากไคลแมกซ์นี้บอกอะไรแก่เรา มันบอกถึงสองอย่างที่ตรงกันข้ามจนชวนขนลุก ในทางหนึ่งนี่คือแฟนตาซีของชนชั้นกลางวัยพ่อแม่ ที่แค้นแสนแค้น เมื่อกฎหมายช่วยเหลืออะไรไม่ได้ พวกเขาตัดสินใจตั้งศาลเตี้ยขึ้นมาสังหารโหดด้วยตนเอง (อย่าลืมว่านี่คือยุคที่ DEAD WISH หนังศาลเตี้ยของ พี่หนวดหิน CHARLES BRONSONและ หนังไอ้ก้านยาว WALKING TALL ต้นฉบับ กลายเป็นหนังฮิต) ความเชื่อในระบบโดนสั่นคลอน และพวกเขามีความชอบธรรมในการจัดการเหล่าร้ายด้วยตนเอง และคนดู ก็นั่งดูมันด้วยความสะใจ (โดยเฉพาะพวกพ่อๆแม่ๆนั่นเอง )
ในขณะเดียวกัน ใช่หรือไม่ ที่มันเปิดเปลือยความเหี้ยมโหดของคนดีๆ อย่างน่าสมเพช เจ้าพวกโจร อาจจะบังคับโกสาวให้เปลือย ข่มขู่ให้ร่วมรัก กระทั่งกระซวกหล่อนด้วยมีด แต่ฉากที่โหดเหี้ยมกว่า กลับเป็นฉากปาดคอ ฉาก เลื่อยไฟฟ้า ทุกสิ่งถูกมองด้วยสายตาที่สาแก่ใจในความตายของคนโฉด ใช่แล้ว ที่โหดเหี้ยมที่สุดคือพวกชนชั้นกลางดีๆ หนำซ้ำพวกเขายังมีข้ออ้างอันชอบธรรมในความเหี้ยมโหดนั้นเสียด้วย !!!
แต่เป็นที่น่าสนใจว่าหนังเรื่องนี้ชื่อ บ้านสุดท้ายหลังซ้ายมือ ไม่แน่ใจว่า คำว่า ซ้าย ในหนังจะมีนัยยะอะไรเกี่ยวกับ ฝ่ายซ้าย หรือเปล่า (เราต้องไม่ลืมว่านี่คือยุคที่อุดมการณ์ ซ้ายขวา เข้มข้นที่สุด)
มันอาจเป็นหนังตีสองหน้า แต่การครุ่นคิดถึงมัน ทำให้เรารู้สึกหนาวยะเยือก ที่สำคัญมันทำให้เกิดหนังแนวนี้ตามมาอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเราจะสรรหามาดูในเวลาต่อไป
(ต่อจากหนังเรื่องนี้ CRAVEN ทำ THE HILL HAVE EYS ซึ่งโครงเรื่องและนัยซ่อนเร้นตอกย้ำอุดมการณ์ครอบครัวอเมริกันหนักขึ้นไปอีก)
LAST HOUSE ON THE LEFT :TRAILER
THE HORROR OF BOB CLARK
BOB CLARK เป็นผู้กำกับชาวอเมริกันที่ไม่เคยได้รับการยกย่องในฐานะผู้กำกับคลาสสิค แถมยังเคยเข้าชิงรางวัล ราซซี่ สาขาผู้กำกับสุดห่วยแห่งปีมาแล้วสองครั้ง (จาก RHINESTONE ในปี 1984 และจาก BABY GENIUS ภาค 2 ) เขาเริ่มทำหนังในยุค 70 ตายเมื่อเดือนเมษายนปีนี้จากอุบัติเหตุรถยนตร์ (น่าเศร้าที่หนังเรื่องสุดท้ายของเขาคือไอ้หนังที่ทำให้เขาชิง ราซซี่นั่นแหละ ) หนังที่ฮิตที่สุดของเขาคือ PORKY'S หนังตลกลามก ที่กลายเป็นต้นแบบของ AMERICAN PIE แต่มองย้อนกลับไป ในยุค 70 เขาเริ่มต้นจากการทำหนังสยองขวัญ และไม่น่าเชื่อ ว่าหนังสยองขวัญในยุคนั้นของเขาติดโผ นอมินี เสียสามเรื่อง เทียบเท่า GEORGE A . ROMERO เจ้าพ่อหนังซอมบี้!!! แน่นอนว่านอมินีของชาวบลอกอาจแตกต่างจากนิมินีหนังสยองขวัญคลาสสิคของนักวิจารณื แต่เราพิสูจน์แล้วว่านี่มันเก๋าจริงๆ! และนี่คือสองในสามหนังของBOB CLARK ที่คอหนังสยองขวัญห้ามพลาด!
CHILDREN SHOULDN'T PLAY WITH DEAD THINGS ( BOB CLARK / 1972 )
นี่คือหนังเรื่องแรกของ BOB CLARK (ตอนนั้นเขาใช้ชื่อเต็มว่า BENJAMIN CLARK )หนังซอมบี้สุดแสนทุนต่ำ ที่ว่าด้วยกลุ่มนักศึกษา ล่องเรือไปเกาะร้าง ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสุสาน แล้วอ่านคัมภีร์ปลุกวิญญาณ หวังว่าจะได้เห็นคนตาย ลุกขึ้นมาเดินดิน แต่คำขอไม่เป็นผล แม้จะทำพิธีกรรมอย่างเต็มที่ (ถึงขั้นขุดศพขึ้นมาเลยทีเดียว) ผู้นำกลุ่มเกิดอาการเซ็งจิต ขนาดหนักเลยสั่งให้ลูกทีม (ซึ่งไม่พอใจหัวหน้าเท่าไหร่) ขนศพกลับไปที่บ้านพัก เพื่อไปแต่งงาน กับศพ! ข้างน้องสาวคลั่งวิญญาณเริ่มพร่ำเพ้อว่าหล่อนกำลังจะโดนฆ่าไม่ทันไรเหล่าคนตายก็ลุกขึ้นมาเดินดิน
หนังไม่ปิดบังตัวเองในเรื่องของความเป็นหนังทุนต่ำ ครึ่งแรกของหนังนั้นมีทีท่าเกือบจะเป็นหนังตลกปัญญาอ่อนอยู่รอมร่อ เมื่อเราเห็นตัวละครแบบ หนุ่มคลั่ง หนุ่มอ้วนงี่เง่า สาวคลั่งวิญญาณ สองตุ๊ดจอมซ่าส์ หญิงสาวมาดนางพญา และ คู่รักที่ดูปกติที่สุด หนังแต่งหน้าศพกันแบบง่าย ทาหน้าขาวๆลงเอฟเฟคต์เล็กๆพองาม
ที่น่าสนใจคือซอมบี้ในหนังไม่ได้เป็นพวกโดนน้ำยาเคมี หรือพวกที่ติดเชื้อที่กัดใครแล้วจะลุกมาเป็นซอมบี้ด้วย พวกเขาเป็นแค่คนตาย ที่ถูกปลุกขึ้นมา แล้วเดินทื่อๆแข็งๆ กระหายเนื้อมนุษย์ แล้วก็ไล่ฆ่าบรรดาตัวละครไปเรื่อยๆ
นอกจากนี้ฉากแต่งงานกับศพนอกจากจะดูขำขันปัญญาอ่อนแล้วมันยังมีนัยยะประหลาดๆ เพราะ ALAN หัวหน้าทีม (และเป็นคนปลุกผี) บอกว่าถึงศพจะเป็นผู้ชายก็ไม่เห็นเป็นไร เอาฟ้ามาคลุมเสียหน่อย เดี๋ยวนี้ใครๆก็แปลงเพศกันได้!!!!!!!!!!
ที่เจ๋งที่สุดคือหนังหน้าตาปัญญาอ่อนเรื่องนี้ใช้ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายหลังจากศพลุกขึ้นจากหลุมได้อย่างคุ้มค่า แม้ทุนจะต่ำแสนต่ำ แต่ผลลัพธ์ของหนัง กลับออกมาชวนช๊อคสุดขีด จริงๆหนังแทบไม่มีฉากไส้พุงทะลัก แต่การแต่งหน้าศพแบบแปลกๆปูดโปนๆ และการเล่นกับจังหวะของหนังที่มีประสิทธิภาพทำให้หนังช่วงสุดท้ายเป็นหนังที่เรียกได้เต็มปากว่า สยองขวัญ
นอกจากนี้หนังไม่มีนักสู้ มีแต่พวกเหยื่อ เมื่อสังหารโหดหมดสิ้น พวกซอมบี้ก็ตรงไปที่เรือ ชัยชนะของปีศาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าเด็กๆ(ที่เล่นกับของตาย) พวกนี้ไม่มีปัญญากระทั่งจะต่อสู้ เป็นเหยื่อชัดๆ!
หนังมีขายในฉบับลิขสิทธิ์พาย์ไทย (ภาพแย่ พากย์แย่มาก ซึ่งนั่นทำให้มันCULTมากขึ้นไปอีก) ภายใต้ชื่อ ซอมบี้สยองจากนรก!!!
CHILDREN SHOULDN'T PLAY WITH DEAD THINGS :TRAILER
BLACKCHRISTMAS ( BOB CLARK /1974 )
หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในหนังที่ฮิตที่สุดของ BOB CLARK หนังออกฉายในปี 1974 เล่าเรื่อวของฆาตกรฆ่าต่อเนื่องที่ไล่ฆ่าเด็กสาวๆในหอพักมหาลัยในคืนวันคริสมาสต์ แม้ว่า HALLOWEEN ของ JOHN CARPENTER จะได้ชื่อว่า เป็นหนังเชือด (SLASHER FILM) เรื่องแรกของโลก แต่HALLOWEEN ออกฉายหลังหนังเรื่องนี้ถึง 4 ปี ดังนั้น ในทางเทคนิค หนังเรื่องนี้สิ ถือว่าเป็นหนังเชือด เรื่องแรกของโลก !!!!!!(ว่ากันว่า จริงๆแล้ว BOB CLARK ก็ได้ให้ไอเดียบางอย่าง แก่ JOHN CARPENTERS ในการทำหนังเรื่อง HALLOWEEN ด้วย)
หนังนำแสดงโดย OLIVIA HUSSEY สาวน้อยที่เคยตรึงตาคนทั่วโลกเมื่อครั้งเธอรับบท จูเลียต จากROMEO JULIETต้นฉบับ ตัวหนังนั้นเริ่มต้นจากโทรศัพท์โรคจิต ในคืนคริสมาสต์อีฟ เช้าตอ่มาสาวๆจะต้องแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน คืนนั้น ใครบางคนหายตัวไป (แน่นอน คนดูรู้ว่าอีนี่ถูกสังหารโหดไปแล้ว) ตามด้วยคดี เด็กหายอีกคน ร้อนถึงตำรวจต้องปิดเมืองล่าฆาตกร (สมกับชื่อหนังฉบับภาษาไทย ว่า ปฏิบัติการพลิกเมืองล่าซานต้า)
ที่น่าทึ่งคือในหนังเชือดเรื่องนี้กลับมีฉากเชือดโหดน้อยมาก หนังเล่าเรื่องไปอย่างเชื่งช้าและปล่อยให้สถานการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในบ้านหลังเดียว ตลอดทั้งเรื่อง เราจะไม่ได้เห็นตัวฆาตกร เพราะเมื่อมีการฆ่า หนัง จะหันไปใช้มุมมองของฆาตกรในการเล่าเรื่องฉากนั้นๆ !
หนังจึงมีเพียงการสืบคดีที่เป็นไปอย่างเชื่องช้าและตัวละครที่มะงุมมะงาหราโดยไม่รู้ว่า ภัยร้ายอยู่ไม่ไกลตัวเลยสักนิด ไคลแมกซ์ของหนังก็ไม่ใช่ฉากไล่ล่าสุดระทึก หากแต่เป็นฉากการโทรศัพท์ ซึ่งพอถึงจุดนั้น คนดูจะรู้สึกเสียวสันหลังทุกครั้งเมื่อโทรศัพท์ดังขึ้น ที่สำคัญ หนังทิ้งปมของตัวฆาตกรไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องแต่ไม่ได้ใส่ใจที่จะคลี่คลายมันแม้แต่นิดเดียว ผลก็คือฆาตกรยังคงเป็นคนลึกลับจากต้นจนจบเรื่อง และบางปริศนาก็ไม่ได้รับการคลี่คลายด้วยซ้ำ ศพที่ถูกซ่อนไม่มีใครหาพบ(นอกจากคนดู ) และทุกครั้งที่กล้องแพนไปยังศพนั้น คนดูก้ยัง๙อคทุกครั้งไป!
หนังถูกนำมารีเมคใหม่เมื่อปีที่ผ่านมา น่าเสียดายที่ได้ข่าวว่าออกมาแย่มาก (ได้ข่าวว่า มีการเปิดเผยที่มาที่ไปและขยายปมของตัวฆาตกรอีกต่างหาก )
น่าเสียดายที่ พอลุเข้ายุค 80 BOB CLARK ก็หันไปทำหนังอย่างอื่น (มีทั้งดังๆอย่าง PORKY (ที่มีตอนต่อถึงสามตอน) หรือหนังดับๆ อย่าสองเรื่องที่เข้าชิงราซซี่ นั่น แต่อย่างไรก็ดี นี่คือผู้กำกับที่ถูกหลงลืม ทั้งที่เขาเป็น ผู้บุกเบิกอะไรไว้มากมาย ครับ
BLACK CHRISTMAS : TRAILER

#1 By sofa on 2007-10-25 21:35