ตอนที่พวกเขาพบกันครั้งแรก เธอมีอายุ 18 เพิ่งหนีออกจากบ้านมาเร่ร่อนในปารีสได้ไม่นานนัก เขาเรียกเธอไปทดสอบหน้ากล้อง ประโยคแรกที่เขาบอกเธอคือ -แก้ผ้า! - เธอด่าเขา -ไอ้บ้า ! - แล้วทั้งคู่ก็ไม่ได้พบกันอีกเป็นเวลานานหลายเดือน

 

ใครจะรู้ว่าต่อมาทั้งคู่จะตกหลุมรักกัน จนเธอถึงกับทิ้งแฟนเก่ามาอยู่กับเขา เลี้ยงหมา ตั้งท้อง แต่งงานและถ่ายหนังเก๋ๆร่วมกัน หนังที่ต่อมาเป็นหมุดหมายของโลกภาพยนตร์ แม้ต่อมาทั้งคู่จะแยกทางกัน แต่หนังของพวกเขายังคงอยู่ เพราะเขา คือ JEAN LUC GODARD และเธอคือ ANNA KARINNA

 

A WOMAN IS AWOMAN ถ่ายทำ ในช่วงเวลาที่ GODARD กับ KARINNA ตกหลุมรักกันอย่างหัวปักหัวปำ หนังเรื่องนี้จึงกลายเป็นหนังที่สุกสว่างและเต็มไปด้วยอารมณ์แบบ หนุ่มสาวเต็มที่ ทั้งห่ามเถื่อนและอ่อนหวาน ทั้งร้ายกาจ และน่ารักน่าใคร่   ทั้งช่างคิด และเจ้าอารมณ์   และที่แน่ๆ หนังบอกชัดเจนว่า ผู้หญิงก็ย่อมเป็นผู้หญิงอยู่วันยันค่ำ งดงามเกินกว่าจะกล่าวโทษได้ เหมือนในเพลงที่เธอร้อง

หนังเล่าเรื่องของคู่สามีภรรยาวัยหนุ่มสาว EMILE ทำงานเป็นพนักงานร้านหนังสือ ส่วน ANGELA ฝ่ายหญิง ทำงานเป็นนางโชว์ในผับเล็กๆ แต่นอกจากทั้งคู่ก็ยังมี ALFRED เพื่อนของEMILE ที่แอบหลงรัก ANGELAอยู่เหมือนกัน   จริงๆสามีภรรยาคู่นี้ก็รักกันดีอยู่ บางวัน ANGELA แวะไปหา EMILE ที่ร้าน แล้วแอบคุยกันผ่านปกหนังสือด้วยซ้ำ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ANGELA ( ถึงขั้นไปซื้อหาเครื่องมือทำนายวันที่ไข่ตกมาทดลองใช้ )  นั้นอยากมีลูก ในขณะที่ EMILE ยังไม่ต้องการ  และนำไปสู่ รอยร้าวในท้ายที่สุด

 

โศกนาฏกรรม หรือขำขัน (  TRAGEDY OR COMEDY )  EMILE และ ANGELA หันมาถามผู้ชมเอาดื้อๆในฉากหนึ่ง  ใช่แล้ว เป็น GODARD ต่างหากที่ถามเรา ว่าต้องการ -หนัง - ที่เป็นโศกนาฏกรรม หรือขำขัน   เพราะเขากำลังจะทำสิ่งซึ่งเขาถนัดที่สุด นั่นคือการยั่วล้อ สลับไขว้ ย้อนแย้งและบ่อนทำลาย ขนบของหนังแต่ละประเภท ด้วยการกลืนมันทั้งหมดเข้าไป แล้วคายหนังเรื่องพิเศษ อันพิลาศพิไลออกมาแทน

 

การบิดขนบหนังวิทยาศาสตร์ไปผสมข้าสายกับหนังแกงสเตอร์เกรดต่ำ ใน ALPHAVILLE หรือการ เอาหนัง แกงสเตอร์ มาผสมกับหนังขบถหนุ่มสาว ใน BREATHLESS แต่วิธีการของGODARD ไม่ใช่เพียงหยิบนู่นมาเติมนี่แล้วเขย่าๆออกมาเป็นหนังใหม่ แต่เขาใช้วิธีสร้างขนบใหม่ในการเล่าขึ้นมาเลยทีเดียว ภาพ เสียง จังหวะการตัดต่อล้วนมีนัยยะความหมายใหม่ทั้งหมดทั้งสิ้น

 

ซึ่งใน A WOMAN IS A WOMAN นี้ GODARD หยิบเอาขนบของหนังเพลง ( COMEDY ) กับหนังดราม่าผัวเมียละเหี่ยใจ ( TRAGEDY ) มาสลับไขว้ เลือนตำแหน่งแห่งที่ กันอย่างสนุกสนาน หนังสองสายพันธ์ที่เป็นอารมณ์ฝั่งตรงกันข้าม สุข-โสก มาปะทะกันอย่างเข้มนข้น และน่าตื่นใจในหนังเรื่องนี้

แต่ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว GODARD ไม่เพียงแค่หยิบนู่นประสมนี่ เขาคิดค้นภาษาใหม่ๆของภาพยนตร์ขึ้นมาเอง ในฐานะของหนังเพลง เขาต้องการทำหนังเพลงที่ ออกแบบท่าเต้นโดย BOB FOSSE และ แสดงนำ โดย GENE KELLY แต่ด้วยวิธีการแบบของเขาเอง !   ในฉากหนึ่งเขาจึงถึงกับให้ ตัวละครของเขา (ANNA KARINA และ JEAN -PAUL BELMONDO  ออกมาพูดประโยคนี้ด้วยตัวเอง ประกอบกับท่าเต้นสุดน่ารัก!!! )

 

 เขาเอาวิธีการของหนังเพลงมาล้อเล่น ด้วยการใส่เพลงเข้ามาให้เป็นเหมือนภาษาพูดทั้งของตัวละครและของตัวเขาเอง ในฉากแรก ANGELA เดินเข้ามาในร้านกาแฟเธอหยอดเหรียญ ฟังเพลง แต่ยังไม่ทันที่เพลงจะเล่นเธอก็ผลุนผลันออกจากร้าน เสียงเพลงขาดสะบั้นลง แล้วโพล่งออกมา ในเวลาที่เธอเดินถนน (กล้องมุมเงย จดจ้องใบหน้าของANNA KARINA ทรงประสิทธิภาพและหลงใหลในตัวนักแสดงอย่างยิ่ง )

 

ในเวลาต่อมา เสียงดนตรี เพลง ยังโพล่งมาแบบไม่มีคำว่ากาลเทศะในพจนานุกรม การระเบิดของตัวโน้ตสองสามตัวในฉากที่ทั้งคู่ทะเลาะกัน กลายเป็นการเล่นสนุกที่ยั่วล้อกับขนบของหนังเพลง(ที่ตัวละครจะร้องเพลง เพื่อแสดงความรู้สึกภายในออกมาเป็นเพลงๆ ) จนถึงขั้นย้อนแย้งมัน

 

และถ้าจะมีเพลงเต็มๆสักเพลง เขาก็เลือกให้ ANGELA ร้องเพลง ประกาศ ความงาม (และความเอาแต่ใจ)ของตัวเอง แต่ที่สำคัญคือท่อนร้องกับท่อนเพลงกลับแยกขาดจากกัน โดยเมื่อเธอเริ่มเอื้อนเอ่ย เสียงเปียโนจะขาดสะบั้นลง เสียงเพลงและถ้อยคำกลายเป็นสิ่งเดียวกัน มีค่าเท่ากัน  คำพูดกับการร้องเพลงทดแทนกันได้ในคราวเดียว

แต่ทั้งที่ทำตัวเยี่ยงหนังเพลง ตัวหนังกับเต็มไปด้วยความร้าวรานใจ จากความไม่รู้จักโตของตัวละคร EMILE  เกรี้ยวกราดเอากับ ANGELA ในเรื่องเล็กๆน้อยๆ  ทำตัวเสเพลไม่ทำงานบ้าน ขณะที่ ALFRED ก็มุ่งหมาย กิ๊กแฟนเพื่อนตลอดเวลา ในขณะที่ ANGELA ก็เจ้าแง่แสนงอนและเอาแต่ใจ จริงๆแล้วในโลกความเป็นจริงความสัมพันธ์ของทั้งสามคนล้วนมีแต่นำไปสู่บทสรุปอันเศร้าสร้อย แต่ในเมื่อคนดู (และ GODARD) เลือก  ฝั่ง COMEDY เราจึงได้ความรู้สึกแปลกแปร่งออกไป   

 

การย้อนแย้งขนบหนัง ยังมีรายละเอียดเล็กๆอีกมากมาย ที่จริงหนังย้อนแย้งความเป็นหนังของตัวเองด้วยซ้ำ เพราะในขณะที่หนังเรื่องอื่น จะถูกทำให้สมจริงจนคนดูเผลอคิดไปว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของตัวละครในหนัง แต่หนังเรื่องนี้กลับ เปิดเผย  ‘ ความเป็นหนัง ‘ ของตัวเองตั้งแต่ฉากแรก ที่ ANGELA เดินเข้าไปในคาเฟ่ สั่งกาแฟแล้วหันมาขยิบตาให้คนดู ราวกับจะบอกว่า  ‘ ฉันรู้ว่าคุณกำลังแอบดูชีวิตฉันอยู่  ‘  (แน่นอนรวมถึงฉาก TRAGEDY OR COMEDY )  นอกจากฉากนี้ ยังมีอีกหลายฉากที่ตัวละครจะหันมาพูดคุยกับคนดูเอาดื้อๆ ถึงขั้นในฉากหนึ่ง ANGELA บอก EMILE ว่า ก่อนจะทะเลาะกัน หันมาโค้งผู้ชมก่อนสิคุณ แล้วทั้งคู่ก็หันมาโค้งงามๆหนึ่งทีก่อนจะเข้าสู่หนังกันต่อ!

 

นั่น ในฉากหนึ่ง หลังจาก ANGELA ทะเลาะกับEMILE เธอเดินเข้าครัวไปทำอาหาร ขณะกำลังถือไข่ในมือ มีเสียงตะโกนบอก ให้เธอทำไข่แตก (ซึ่งไม่อาจแน่ใจว่าเป็นเสียงของ EMILE หรือเสียงของ GODARD ) เธอทำไข่ตก ก้มลงไปทำท่าจะร้องให้ แต่กลับระเบิดเสียงหัวเราะออกมา  เธอหันมาถามผู้ชมดื้อๆว่า ‘ นี่ฉันควรจะหัวเราะหรือร้องให้ดี! ‘ ก่อนจะพาคนดูเลี้ยวออกไปพูดคุยถึงประเด็นสตรี ว่าควรหรือไม่ควรร้องให้ ‘ เราควร คว่ำบาตร สตรีที่ไม่มีน้ำตา' ANGELA ประกาศหลังจากบอกว่าเธอร้องให้ได้สวยที่สุด

ต้องไม่ลืมว่าก่อนที่ GODARD จะมาเป็นผู้กำกับ เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มนักวิจารณ์ฝีปาก(กา)กล้าจาก CAHIER du CINEMA  เขาเป็นคนหนุ่มคลั่งหนังสุดเดช  และถ้าจะหาต้นตอยุคแรกของ หนังอิงหนัง รุ่นแรกๆ ต้องไม่ลืมนับ GODARD เข้าเป็นพวกด้วย!  ว่ากันเฉพาะหนังเรื่องนี้  GODARD อ้างอิงหนัง ทั้งหนังโปรดของตัวเมื่อในฉากหนึ่งตัวละครพากันชักชวนกันไปดู VERA CRUZ หนังคาวบอยสุดเก่าที่มี เบริ์ต แลงคาสเตอร์  ปะทะ แกรี่คูเปอร์   หรือหนังของเพื่อนซี้ อย่างTRAUFFAUT ในฉากหนึ่ง ฌาน มอร์โรว นางเอก จาก JULSE AND JIM ปรากฏตัวเป็นพิเศาในฉากหนึ่งในผับ ซึ่งในฉากนั้น ALFRED เดินเข้าไปถามเธอว่า JULES AND JIM เป็นไงมั่ง และเธอตอบ ก็งั้นๆ!  (จะว่าไปแล้ว A WOMAN IS A WOMAN ก็มีพลอตใกล้เคียงกับ JULESAND JIM ที่ว่าด้วยรักสามเส้า แต่ ในขณะที่ JULES AND JIM จริงจัง นุ่มนวล และร้าวรานใจ A WOMAN IS A WOMAN กลับรื่นเริง   ไม่ยี่หระ และ ร้ายกาจ และจะว่าไปอีกที เราอาจใช้ชื่อ A WOMAN IS AWOMAN อธิบาย JULES AND JIMได้เลยด้วยซ้ำ )   รวมไปถึงฉากหนึ่งที่เพื่อนสาวชวน ANGELA ไปดูหนัง เธอแสดงท่าทาง เล่นเปียโน และยิงปืน ANGELA เลยทายว่า อ๋อ จะชวนฉันไปดู SHOOT THE   PIANO PLAYER ล่ะสิ ซึ่ง SHOOT THE PIANO PLAYER เป็นหนังของTRAUFFAUT และแม่เพื่อนสาวคนนั้นคือ MARIE DUBOIS นางเอก SHOOT  THE PIANNO PLAYER นั่นเอง กระทั่งจิกกัดหนังตัวเอง  (BELMOND ซึ่งเล่นเป็น ALFRED ในหนังเรื่องนี้ บอกกับคู่รักว่า เขาไม่อยากพลาด การฉาย BREATHLESS (ซึ่งBELMONDO เป็นพระเอกเอง )ทางทีวี)

 

นอกจากนี้ยังมีภาษาหนังใหม่ๆเท่ๆ อีกมากมายในเรื่อง ทั้งการแสดงความคิดเห็นของผู้เล่าเรื่อง (ซึ่งคือ GODARD นั่นเอง) ลงเป็นตัวอักษรในหนัง ทั้งตำหนิ และคาดเดาทำนายอนาคตของตัวละคร การ jump cut สุดเท่ หรือการถ่ายฉากบทสนทนา ของตัวละครด้วยการหันเหไปถ่ายภาพผู้คนบนท้องถนนแทนแบบสารคดีแทน (ผลที่ได้คือเราดูภาพผู้คนบนท้องถนนในปารีส ขณะได้ยินเสียงสนทนาของสองสาวอย่างออกรส

 

บทจบของหนังควรจะร้าวรานใจอย่างยิ่ง แต่ที่ GODARD ทำคือการคลี่คลายมันด้วยวิธีการห่ามๆ ความเสรีของหนุ่มสาวฝรั่งเศสยุคหกสิบอวลกระอายในหนังเรื่องนี้ โอบคลุมทั้งวิถีชีวิต แฟชั่นเสื้อผ้า ไปจนถึงเรื่องสำคัญๆ (ที่หนังมักไม่กล้าทำ ) นั่นคือการคิดด้วยแนวคิดแบบหนุ่มสาว ต่อต้านขนบเดิม โดยไม่เกรงผลจากคนคร่งศีลธรรมแต่อย่างใด

 

อารมณ์ขัน  ความขบถของวัยหนุ่ม ความคลั่งในสองเรื่อง นั่นคือหนัง และ สตรี ( ซึ่งในที่นี้คือ ANNA KARINA ) ทำให้หนังเรื่องนี้มีผลลัพธ์เป็นหนังเพลงที่ยากจะบอกว่า เป็นหนังแนวใดแนวหนึ่ง (ซึ่งที่จริงการพยายามบอกว่าหนังของGODARD เป็นแนวใดแนวหนึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง  ตัวหนังสุกสว่างด้วยอารมณ์เริงรื่นของความรักและการถือกำเนิด (ANA KARINNA กำลังท้องในช่วงนั้น ) (ก่อนที่ VIVRE SA VIE จะกลายเป็นหนังแห่งความทุกข์ระทม และความตาย (เธอแท้งลูก และครุ่นคิดเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย )

 

ว่ากันว่านี่คือหนังที่รื่นเริงที่สุดของ GODARD แม้หนังจะไม่ทำเงินในขณะฉาย แต่ไม่ว่าจะพิจารณาในฐานะ หนังอิงหนัง หนังที่สร้างภาษาหนังใหม่ หนังที่ไปพ้นจากกรอบคิดเดิมๆ ไปจนถึงหนังสะท้อนวิญญาณเสรีของหนุ่มสาวแห่งยุคสมัย ไปขนถึงหนังส่วนตัวของ GODARD กับ KARINA  หนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังที่น่าตื่นตาที่สุด ผลผลิตอันพิลาศพิไล จากหนุ่มๆ FRENCH NEW WAVE ที่โลกจะรำลึก

ขอบคุณ  FILMVIRUS สำหรับหนังสือ GODARD :THE PORTRAIT OF THE ARTIST AT SEVENTY โดย COLIN McCABE

ชื่อบทความจากชื่อเพลงเพื่อชีวิตที่จำไม่ได้เสียแล้วว่าของใคร

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet