ดูหนังทั้งเรื่องได้เลย ด้านบน ครับ

DADA หรือ DADAISM เป็นการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรม ที่เริ่มต้นใน ซูริค สวิสต์เซอร์แลนด์ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และขึ้นสู่จุดสูงสุดในช่วงระหว่างปี 1916-1920 เริ่มต้นจากงานพวก ทัศนศิลป์ ม วรรณกรรม (บทกวี ,แถลงการณ์ทางศิลปะ , ทฤษฎีทางศิลปะ) การละคร และงานกราฟฟิค มุ่งความสนใจไปยังการต่อต้านสงคราม ผ่านทางการปฏิเสธมาตรฐานดั้งเดิมที่มีอยู่ในแวดวงศิลปะ ซึ่งมีทั้งการแสดงศิลปะ งานวรรรกรรม รวบรวมเอาทั้งเรื่องการเมืองและวัฒนธรรมมาเป็นส่วนหนึ่งของงาน งานของกลุ่ม DADA มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการเคลื่อนไหวในยุคต่อมา ทั้งกลุ่ม SURREALISM , POP ART และ FLUXUS

แม้จะเป็นการรวมตัวกันเพียงหลวมๆ ไม่มีขอบเขตแน่ชัด รวมถึงทั้งกระจายสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว งานของกลุ่ม DADA ก็ผลักโลกศลปะเดินไปข้างหน้า งานของกลุ่ม DADA มีความหลากหลายตั้งแต่ ภาพเขียน วรรณกรรม รวมถึง งานภาพยนตร์ด้วย

และนี้คือภาพยนตร์สุดพิเศษ ที่ชักชวนศิลปิน DADA ที่อพยพมาอยู่ในอเมริกา ในช่วงสงครามโลกมาทำงานร่วมกัน ด้วยการผลัดกัน เนรมิต ความฝัน- ให้ออกมาเป็นงานด้านภาพหลอกหลอนแต่น่าตื่นตาอย่างยิ่ง และทำให้ ดินแดนของภาพนิ่งความเร็ว 24 เฟรม / นาที กลายเป็นดินแดนของความฝันที่ซื้อได้ด้วยเงิน !

หนังเล่าเรื่องของยอดชายนายโจ ที่หลังจากถูกคนรักหักอก ก็กลับมานั่งเศร้าในห้องเช่าคับแคบ มองดูรูปคนรัก จ้องมองดวงตาพลันค้นพบความสามารถพิเศษที่เขาไม่เคยรู้ เมื่อเขามองเห็นความฝันของเธอเต้นเร่าในรูปถ่าย ใช้แล้ว เขาสามารถ เข้าฝัน-ได้ ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอะไรทำนองการทรงเจ้าเข้าผี แต่หมายถึงเข้าไปในความฝันของผู้คน จากนั้นเนรมิตให้เกิดนิมิตหลอกหลอนแก่ผู้คนนั้นได้

จากความสามารถส่วนตัว นำไปสู่ธุรกิจค้าฝัน เขาแปรสภาพห้องเช่าให้กลายเป็นคลินิกรักษาไข้ความฝัน เพียงวันแรกที่เปิดคลินิค ลูกค้าก็แห่มาเข้าคิว มีทั้งไฮโซ เจ้าหน้าที่สรรพากร ไล่ไปจนถึงชายชราตาบอดและเด็กน้อย

และจากตรงนี้เอง สื่อภาพยนตร์กับ ศิลปะได้เปิดเผยตัวและปะทะสังสรรค์ต่อกันอย่างสนุกสนานครึกครื้น หนังเป็นผลงานของHANS RICHTER ผู้กำกับหนัง และศิลปินจากเยอรมันนี ที่หลังจากปลดประจำการ(จากการบาดเจ็บ)จากสงคราม ก็เข้าไปร่วมกับกลุ่มDADA ในซูริค เพื่อสร้างงานศิลปะต่อต้านสงคราม เขาเริ่มทำหนังในปี 1921 โดยเริ่มจาก RHYTHMUS 21 ซึ่งเป็นหนัง ABSTRACT เรื่องแรกๆของโลก ตัวหนังนั้นประกอบด้วยภาพสี่เหลี่ยม เคลื่อนที่เข้าออก กระพริบวูบไหวไปมา ปี 1940 เขาย้ายมาอยู่เมริกา และได้งานสอนในมหาวิทยาลัย ในช่วงนี้เองที่เขาและเพื่อนศิลปินได้ร่วมกันทำหนังเรื่องนี้ออกมา (นอกจากหนังเรื่องนี้ยังมี 8x8 CHESS SONATA ซึ่งเขาทำร่วมกับ ผู้กำกับคนสำคัญ JEAN COCTEAU อีกเรื่องหนึ่ง)

หนังแบ่งออกเป็น 7 ตอน โดย ในตอนแรก ชื่อ DESIRE เป็นฝันหลอนเกี่ยวกับสตรีในหนังสือของ นักบัญชี ทำโดย MAX ERNST ศิลปินเยอรมันอพยพอีกคนหนึ่ง ในตอนนี้หนังเต้มไปด้วยอารมณ์อีโรติค หลอกหลอน ด้วยสีแดงเลือดนกของผ้าม่าน และภาพหลอนของสตรี ตามด้วยTHE GIRL WITH THE PREFABRICATED HEART โดย FERNAND LEGER ที่อาศัย หุ่นโชว์เสื้อมาทำอนิเมชั่นประกอบเพลง เสียดสีวิธีคิดแบบชนชั้นกลาง ตามด้วย RUTH , ROESES AND REVOLVER โดย MAN RAYตอนนี้หนังใช้ทั้งความเป็นหนังและตัวตนของศิลปิน ตามด้วย DISC ของ MARCEL DUCHAMP ศิลปิน DADAคนสำคัญ ในตอนนี้หนังใช้ภาพวงกลมวนไปมา (ลักษณะคล้ายกับ RHYTHMUS 21 ของHANS RICHTER เอง ) สะท้อนฝันหลอนของมาเฟีย

ต่อด้วย ความฝันของเด็กน้อย และผู้ชรา จาก CIRCUS และ BULLET โดยฝีมือของ ALEXANDER CALDER ซึ่งมีทั้งงานโมบายเคลื่อนไหวที่เขาถนัด และอนิเมชั่นที่ประดิษฐ์ตัวละครจากลวด ปิดท้ายด้วย HANS RICHTER เองที่ผลิตสร้างความฝันของนายโจขึ้นมาในรูปแบบหนังทดลองสุดแสนพิศวงงงงวย

แม้หนังทั้งเรื่องจะเป็นเหมือนงานหนังสั้นของแต่ละคนที่มาเชื่อมร้อย เข้าด้วยกันผ่านเส้นเรื่องบางๆ แต่ที่น่าสนใจคือภายใต้รูปแบบอันแตกต่าง แต่ละความฝัน ล้วนมุ่งหมายเสียดเย้ย วิธีคิดแบบทุนนิยมทั้งสิ้น ในหนังเราเห็นตัวละครชนชั้นกลางเดินเข้าออก คลินิก (เว้นแต่คุณตาตาบอดกับเด็กน้อย ที่เข้ามาในคลินิกแล้วไม่ได้รับการเนรมิต ฝันจาก JOE แต่กลับสร้างมันขึ้นมาและคอยดูแลJOE อีกทอดหนึ่ง ) ความฝันของผู้คนซื้อขายกันได้ด้วยเงิน เมื่อเข้ามาก็จากไปโดยง่าย เมื่อมีมาเฟียมาขโมยเงิน (แถมหนังยังกัดว่า รู้จักกับพวกตำรวจอีกต่างหาก) และกล่าวถึงที่สุด กระทั่งภาพยนตร์ (หรืองานศิลปะใดๆ) ก็ล้วนเป็น รูปแบบหนึ่งของ ความฝันที่ซื้อได้ด้วยเงิน!

หนังตั้งคำถามถึงตัวตน (ผ่านทางความฝัน )ในโลกทุน เมื่อลูกค้าคนแรก มาหาเขาเพื่อที่จะปรับความฝันให้ถูกทิศทาง เผื่อว่ามันจะทำให้เงินเดือนสูงขึ้น และในที่สุด JOE เองก็ต้องเผชิญหน้ากับความฝันของตัวเอง เมื่อเขากลายเป็นไอ้ตัวเขียว ปีนบันไดที่พอปีนไปขั้นหนึ่ง ขั้นข้างล่างก็หายไป ราวกับผลักให้เขาไปข้างหน้าไม่รู้จบ หรือค่านิยม ผู้ชายดีมีสกุลของ สาวสรรพากร ที่ตั้งใจมาเก็บภาษีJOE ก็เสียดสีวิธีคิดอันน่าขัน

และด้วยความที่คนทำหนังทั้งหมดทั้งมวลเป็นศิลปิน หนังเรื่องนี้จึงออกมาซับซ้อน คลุมเครือ ยากต่อการตีความ (ในขณะเดียวกันก็เปิดกว้างต่อการตีความไปพร้อมกัน ) แต่ไม่ว่าอย่างไร นี่คือการเปิดพื้นที่ของทั้งภาพยนตร์ และศิลปะ เขยายขอบเขตของภาพยนตร์ให้กว้างขวางขึ้น(ซึ่งนั้นคือรางวัลที่หนังได้รับจาก เทศกาลVENICE ) และต่อให้เราไม่รู้เรื่องอะไรในหนังแม้แต่น้อย ภาพวิจิตรเคลื่อนที่ได้ ที่เหล่าศิลปินช่วยกันสร้างขึ้นก็ยังคงความพิลาศพิไล ทางดวงตา อย่างยิ่ง

ผมเชื่อว่า ภาพยนตร์คือรูปแบบหนึ่งของศิลปะสมัยใหม่ ที่มุ่งสนใจในสถานะของการจ้องมอง ภาพเขียนมีปัญหาเฉพาะของมันเอง และต้องการ การรับรู้ที่เฉพาะเจาะจงของมันเอง หนังก็เช่นกัน แต่มันก็มักมีปัญหาในการขจัดเส้นแบ่งของมันออกจากกัน หรือที่ไหนกันที่ทั้งสองรูปแบบจะได้ไปมาหาสู่กัน หรือกล่าวให้เฉพาะ ที่ที่ภาพยนตร์ จะเติมเต็ม คำสัญญาจากศิลปะโบราณ การตระหนักได้ว่า จิตกรรม และภาพยนตร์นั้น เปนเสมือนเพื่อบ้านกัน และ ย่อมต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน

HANS RICHTER เคยกล่าวไว้เช่นนั้น และบางที หนังเรื่องนี้อาจคือข้อพิสูจน์

อ่านเกี่ยวกับ DADAที่นี่ครับ

http://www.artgazine.com/shoutouts/viewtopic.php?t=74

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet