คนหิ้วหัว : ความพ่ายแพ้มีรสหวาน
posted on 04 Sep 2007 00:19 by filmsick in made-in-thailand
บทความชิ้นนี้ล้วนแล้วแต่เขียนขึ้นโดยอคติเชิงบวกที่ผู้เขียนมีต่อ พิง ลำพระเพลิง ซึ่งมีอิทธิพลต่อชีวิตวัยรุ่นของผู้เขียนเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นขอท่านผู้อ่าน พึงสดับอย่างมีสติ ครับ
คนหิ้วหัวเป็นหนังที่เกี่ยวกับศรัทธา คือผมตั้งใจไว้ว่าผมจะทำหนัง 4 เรื่อง โดยเดินบนเส้นของ ความรัก ศรัทธา ความฝัน แล้วก็ความเชื่อ ซึ่งส่วนของความรักทำไปแล้ว คือ โคตรรักเอ็งเลย พอเรื่องที่ 2 คนหิ้วหัว เนี่ย ก็จะเป็นเรื่องของศรัทธา เรื่องนี้มันจะเป็นเรื่องของพ่อที่ไม่ได้เรื่อง ตั้งใจจะเอาเงินไปให้ลูก แล้วบังเอิญคอขาดซะก่อน แต่ตั้งใจไว้แล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ คือเป็นเรื่องของพ่อลูก แต่ผมทำออกมาเป็นหนังตื่นเต้นผสมตลกนะ แต่ก็ยังแฝงเรื่องของชีวิตเอาไว้ตามสไตล์ของผม เหมือนกับว่าในชีวิตคนเรา เวลาเกิดเรื่องร้ายๆในชีวิต เวลาปัญหามันแก้ไม่ได้ ก็เลือกที่จะหัวเราะดับมันไปเลยดีกว่า
ย่อหน้าด้านบน คือปากคำของ พิง ลำพระเพลิง อดีต นักเขียนสาย ศิษย์สะดือ คนหนุ่มที่เต็มไปด้วยความพยายาม ว่ากันว่า เมื่อครั้งฝึกหัดเขียน เขาตื่นตีสี่มาเขียนหนังสือทุกวัน ตัวหนังสือของ พิง ลำพระเพลิง ไม่ได้ออกมาพิเศษจนเป็นที่กล่าวขวัญ มันเป็นเพียงเรื่องสั้นตลกๆเพี้ยนๆ ที่บางทีก็ไม่ค่อยตลก แต่สัมผัสได้ถึงความพยายาม อย่างยิ่งยวด จากนั้นเขาไปทำอีกหลายอย่าง ประสบความสำเร็จบ้างไม่ประสบความสำเร็จบ้าง มีชีวิตพลิกผันไปจนสามารถเอามาทำเป็นหนังได้หลายเรื่อง
แล้วเขาก็เอามันมาทำเป็นหนังจริงๆ ปีที่แล้ว เขาทำ โคตรรักเอ็งเลย หนังรักล้นๆ ที่หลายคนเสียน้ำตาและอีกหลายคนส่ายหัว ด้วยความที่หนังเล่าเรื่องไม่เรียงลำดับเวลา การแสดงที่ติดๆขัดๆ และความลักลั่นของผู้กำกับที่พยายามทั้งทำซึ้งและทำตลก ไปพร้อมๆกัน แม้หนังจะทำเงินไปพอสมควร แต่ในฐานะของหนัง มันก็ไม่ต่างจากเรื่องสั้นของ พิง ลำพระเพลิง งานล้นๆของคนที่พยายามอย่างยิ่ง
ปีนี้เขากลับมาพร้อมกับคนหิ้วหัว หนังเรื่องที่สอง จากสี่เรื่องตามความตั้งใจ หนังที่ว่าด้วยความศรัทธา ของ เตี้ย คนที่ขี้แพ้มาตั้งแต่เกิด เขามีเมียขี้เหล้า และลูกชายตัวเล็กที่ติดเขาอย่างยิ่ง เขาไม่เคยทำอะไรสำเร็จหลังออกจากทหาร เขาก็เอาแต่เตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆ จนในที่สุด เขาก็จับพลัดจับผลูไปเป็นส่วนหนึ่งของการปล้นโรงรับจำนำ เป็นเหตุให้ต้องถูกหักหลังจนเสียหัว แต่ด้วยแรงศรัทธาที่สาบานไว้ว่าหากไม่เอาเงินค่าเทอมกลับไปให้ลูกสำเร็จจะไม่ยอมตาย เขาจึงกลายเป็น วิญญาณเร่ร่อน ตัวไปทางหัวไปทาง ชักนำเอาหนุ่มลักเล็กขโมยน้อยกับสาวจากมูลนิธิเก็บศพให้มาร่วมผจญภัยไปกับเขาด้วย
พลอตของหนังฟังดูแข็งแรงพอจะเป็นหนังทำเงิน ได้ไม่ยากนัก เดาทางกันตั้งแต่ตอนต้น คงเป็นหนังสนุกปนสยอง ที่เต็มไปด้วยฉากไล่ล่า และเรื่องราวซาบซึ้งหัวใจ แน่นอน หนังเรื่องนี้ก็ออกมาตามคาดแต่สิ่งซึ่งพิเศษ และทำให้ผมในฐานะแฟนเก่าแฟนแก่ภาคภูมิใจ นั่นคือ ในความเป็นหนังดาดๆของหนังเรื่องนี้ พิง ลำพระเพลิงทำให้เราเห็นว่า นเขาทำให้มันกลายเป็น -หนังส่วนตัว- ได้อย่างไร

เวลาพูดถึง หนังส่วนตัว มันมักถูกนำไปผูกพ่วงกับหนังในมุมมองแบบศิลปิน ที่มุ่งหมายนำเสนอ ภาวะภายใน ผ่านทางงานศิลปะ (ในที่นี้คือภาพยนตร์ ) หนังส่วนตัว มักเข้าถึงได้ยาก หากไม่รู้จักตัวตนของศิลปิน และเนื่องจากศิลปิน ถูกทำให้กลายเป็นคำของคนสูงส่ง หนังส่วนตัวจึงมักกลายเป็น ยาขม ของผู้คน ทั้งๆที่ทุกคนล้วนมีเรื่องส่วนตัว และเอเข้าจริงหนังเรื่องหนึ่งในทางหนึ่งก็เป็นหนังส่วนตัวของผู้ชม อยู่แล้ว
เราอาจไม่สามารถจะเรียกพิง ลำพระเพลิงว่าศิลปินได้เต็มปากเต็มคำ (จากสาเหตุมากหลายรวมทั้งความสูงส่งดังที่ได้กล่าวไป) แต่หนังสนุกๆดาดๆ เรื่องนี้นับเป็น หนังส่วนตัวได้แน่แท้
กล่าวในทางร้าย นี่คือหนังที่เล่าเรื่องแบบไม่เรียงลำดับเวลาเพื่อหวังทำเท่ หนังเต็มไปด้วยมุกตลกเลอะเทอะ บางมุกก็ดูสกปรก และ ทำให้หนังออกทะเลไปจากเรื่องหลักของหนัง และการตัดต่อของหนังเปิดให้เก็นช่องโหว่ของหลายเหตุการณ์ที่ไม่ได้สานต่อ โดยเฉพาะเหตุการณ์ของ หนุ่ม กับ สาว ที่น่าจะมีอะไรมากกว่าเท่าที่ปรากฏในหนัง อย่างแน่นอน หนำซ้ำ หนังยังพยายาม ทำซึ้ง แบบซ้ำๆเชยๆ ความพยายามที่จะเรียหน้ำตาของหนังให้อารมณ์อิหลักอิเหลื่อ อันเป็นผลจากความตลกที่ครอบหนังอยู่
หากในอีกทางหนึ่ง ผมเองรู้สึกดีใจมากที่หนัง เป็นดังเช่นที่ย่อหน้าที่แล้วกล่าวไป มันคือจุดด้อยที่ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ในฐานะพวกขี้แพ้ ซึ่งหลงรักความไม่สมบูรณ์แบบ และ แทบทั้งหมดที่กล่าวไปในย่อหน้าที่แล้ว คือเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้ และในทางหนึ่ง มันคือความซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่ตัวเองคิด ซึ่งมันพิสูจน์ด้วยงานทั้งหมดที่ผ่านมาของ พิง ลำพระเพลิงนั่นเอง
มุกตลกของหนังทะลักล้นเหมือนเขื่อนแตก เขาเล่น ในทุกฉากที่เล่นได้ ตั้งแต่ฉาก สามัญที่สร้างความผ่อนคลาย ไปจนถึงกระทั่งฉากไคลแมกซ์ที่ทำให้ดูผิดที่ผิดทาง ซึ่งอารมณ์ทีเล่นทีจริงของหนัง(แต่หนักไปในทางเล่น) นี้เอง ที่ทำให้เรารู้ได้ทันทีว่านี่คือหนังของ พิงลำพระเพลิง คนตลก ที่ทำตลกได้กับทุกเรื่อง มุกตลกบางมุก (โดยเฉพาะมุกเป่าพัดลม ที่ทำให้ ไหม วิสา หลายเป็นนักแสดงหญิงที่กล้าหาญที่สุดคนหนึ่งไปเลย ) อาจอยู่ในระดับที่ห้าวเกินกว่าจะรับได้สำหรับบางคน แต่นี่ก็เป็น มุกแบบพิงๆ ที่จะหาดูหาอ่านได้จาก ชายคนนี้เท่านั้น

หนังมีแก๊กเล็กๆด้วยการผูกพ่วงแต่ละฉากกับศีลห้า ซึ่งจะว่าไป หากหนังเรื่องนี้เป็นหนังสอนศีลธรรม ก็เป็นหนังสอนศีลธรรมที่กระทรวงวัฒนธรรมคงจะไม่ปลาบปลื้มเป็นแน่แท้ เพราะหนังทั้งเรื่องว่าด้วยตัวละครที่ผดิศีลกันอยู่เรื่อย!
และพิง ลำพระเพลิง เป็นคนโรแมนติค ความโรแมนติค แบบขี้แพ้ของเขา ชวนให้นึกถึงตลกคลาสสิคหลายๆคนบนโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง BUSTER KEATON (ซึ่งเป็นคนโปรดตลอดกาลของผม) ภายใต้เรื่องขำๆ ชีวิตของพวกเขาแวลกระอายไปด้วยเรื่องเศร้า KEATON หย่าเมีย และติดเหล้า ตกต่ำถึงขนาดเข้าโรงพยาบาลบ้า โทร่าซัง ตัวละคร อันเป็นที่รักของคนญี่ปุ่นนั้นเป็นเซลล์แมนขายของเสียงดัง หน้าตาไม่เอาไหน และไม่มีคนรักเป้นตัวตนไปจนตาย ในชีวิตจริง เสียงหัวเราะกับรอยน้ำตาคั่นกันแค่เส้นบางๆ
อย่างที่เรารู้ชีวิตจริงของ พิง ลำพระเพลิงไม่ตลก ภรรยาเขาตาย ( และคือแรงบันดาลใจสำหรับโคตรรักเอ็งเลย) ทิ้งเขาไว้กับลูกชาย (ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำหรับ คนหิ้วหัว ) และความโหยหาอาลัย ที่เขาน่าจะทำให้ดีกว่านี้ (สำหรับผม ฉากจบของ โคตรรักเอ็งเลย เป็นฉากจบที่เศร้ามากๆ เพราะมันคือการซื้อเวลาให้ตัวเองของผู้กำกับ ที่ชีวิตจริงไม่มีโอกาสได้ต่อเวลาแบบนั้น) และเพราะเขาเป็นคนตลก ความรัก ความเศร้า ความตาย ของเขาจึงกลายเป็นเรื่องตลก ที่ยางครั้งเราก็รู้สึกอยากร้องให้
เขาทำช่วงท้ายของคนหิ้วหัวให้กลายเป็นหนังโรแมนติค ดาดๆ(อีกแล้ว) ขายความประทับใจกันแบบตรงๆ แน่นอนหลายคนร้องให้ (รวมทั้งผม) แต่หลายคนคงปฏิเสธโดยสิ้นเชิง เพราะมันช่างฟูมฟาย เกินกว่าเหตุ แต่ความฟูมฟายนี่ก็เป็นอีกรูปแบบที่เราจะพบได้ ก็เฉพาะ ในหนังของ พิง ลำพระเพลิง ฉากผ้าห่มนั้นสำหรับคนดูอาจเป็นฉากจี๊ดๆ สามัญ แต่ว่ากันว่า ผ้าห่มผืนนั้น เป็นผ้าห่มที่พิง และภรรยาทำให้ลูกชายในชีวิตจริง ฉากนี้กลายเป็นฉากที่เศร้าขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ คราวนี้เขาเปลี่ยนคนตายเป็นตัวเอง คนที่หมกมุ่นอยู่กับความตายเล่าเรื่องนี้อีกครั้ง
คนหิ้วหัว อาจไม่ใช่หนังสมบูรณ์แบบ มันเต็มไปด้วยข้อติดขัดมากมาย หนังเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องเล่าของตลกคนหนึ่ง ที่แสดงตลกทางทีวีตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ทุกคืนค่ำในฉากสุดท้ายของรายการทีวี เขาจะกล่าวราตรีสวัสด์ กับผู้หญิงคนหนึ่งเสมอ ไม่มีใครรู้ว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร จนกระทั่งเขาตายลง จึงค้นพบว่า ชื่อของหญิงผู้นั้นคือชื่อของภรรยาเขาเอง ในทางหนึ่งมันเป็นเรื่องโรแมนติค แต่ในทางหนึ่งมันก็เป็นเรื่องของคนที่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่จบสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งนั้นเป็นคุณลักษณะอย่างหนึ่งของคนขี้แพ้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นผู้ชนะ และบ่อยครั้งที่เราพบว่าความพ่ายแพ้ก็มีรสหวาน
เคยเขียนถึง โคตรรักเอ็งเลยที่นี่ครับhttp://filmsick.exteen.com/20060729/entry

จากทีแรกไม่คิดจะไปดูเลยจริงจริ๊งง หน้าหนังมันไม่น่าดูอ่ะ บอกตรงๆนึกว่าหนังผีบ้าบอคอแตก
แต่ไปดูแล้วก็อึ้งแฮะ ไม่คิดว่าหนังจะมาไกลขนาดนี้ มันไม่ใช่หนังผีอ่ะ
แถมเป็นหนังที่ดูแล้วให้อะไรเยอะกว่าที่คิด
แม้ว่าบางมุขเราดูแล้วขมคอ 555(อย่างเช่นมุขพัดลมนี่แบบ เย้ยย) แต่บางมุขก็ขำก๊ากก เช่น มุขยีนส์ด้อย
ตอนท้ายๆเรื่องเรารู้อยู่แล้วว่าต้องซึ้งแน่ๆ แล้วก็ซึ้งแบบขายตรงด้วย 555 แต่เรากลั้นน้ำตาไม่อยู่ล่ะ 555
ดีค่ะ
#1 By gallantfoal on 2007-09-04 00:46