FILMSICK OF THE WEEK /8/50

posted on 25 Aug 2007 03:04 by filmsick  in FILMFLU

หนังที่ได้ดูในช่วงนี้

1.THE RETURN (ASIF KAPADIA / 2006)

ดห่ดยกดนหดก

หนังของผกก.อังกฤษที่ข้ามมาทำงานในฮอลลีวู้ด ( THE WARRIOR หนังเรื่องแรกของเขาในปี2001 ได้เข้าชิงBAFTA ถึงสามรางวัล) เปิดตัวด้วยหนังชวนระทึกที่นำแสดงโดย SARAH MICHEL GELLAR ดูเผินๆนึกว่าเป็นหนังสยองขวัญสายสามัญที่ว่าด้วยเรื่องผู้หญิงคนหนึ่งที่ฝันหลอนๆ หลังจากประสบอุบัติเหตุในวัยเด็ก เธอฝันเเกี่ยวกับเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งที่เธอไม่เคยไปแต่รู้จักเป็นอย่างดี เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ฆาตกรรมเหี้ยมโหดของหญิงที่เธอไม่รู้จัก แต่มาหลอกหลอนเธอ

พลอตหนังพื้นๆนำไปสู่การคลี่คลายที่ไม่ยากเกินคาดเดา แต่สิ่งที่ทำให้ชอบหนังคือการไม่รีบร้อนของผู้กำกับ หนังเล่นกับบรรยากาศโดยไม่เน้นผีตกใจ และเหตุการณ์ตื่นเต้นกว่าจะเริ่มต้นขึ้นก็ผ่านไปเกือบครึ่งเรื่อง แล้ว ที่สำคัญ การสร้างบรรยากาศของTEXAS ให้เปลี่ยนจากเมืองร้อนสกปรก เป็นเมืองเย็นที่ยะเยือยกประหลาด ทำให้หนังน่าสนใจขึ้นเป็นกอง

แม้โดยรวมจะไม่ได้พิเศษอะไร แต่รู้สึกชอบบรรยากาศและวิธีการของหนังเรื่องนี้มากถือเป้นหนังเซอร์ไพรส์แห่งปี

หนังมีชื่อไทยว่า โสตพยาบาท (ชอบจัง) ไม่ค่อยมีใครใช้คำว่า โสต มาตั้งชื่อหนัง แต่มันดูไปกันได้กับเนื้อเรื่องดี ชอบ ๆ

2. ISOLATION (BILLY OBRIEN / 2005 )

ดห่ดยกดนหดก

หนังสยองขวัญอังกฤษไม่เคยทำให้คุณผิดหวัง ก่อนหน้านี้หนังอย่างDOG SOILDER (NEIL MARSHALL/2002) (หนังแอคชั่นทหารหาญปะทะมนุษย์หมาป่าที่ออกมามันสุดตีน) และ I.ZOMBIE ( ANDREW PARKINSON /1998 ) (นี่แป็นหนังซอมบี้ทุนต่ำที่ว่าด้วยความแปลกแยกของชายที่ค่อยๆกลายเป็นซอมบี้ไปช้า ๆ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ นี่เป็นหนังซอมบี้ที่ให้อารมณ์เดียวดายแบบหนังหว่องกาไว )กลายเป็นหนังสยองขวัญขึ้นหอ้งในใจผมมาก่อน และเรื่องนี้ฏ้ให้ผลลัพทธ์น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน

หนังสยองขวัญที่เล่าเรื่องในฟาร์มกันดารแพ่งหนึ่งในไอร์แลนด์ เมื่อมีการแอบทดลองทางวิทยาศาตร์เกี่ยวกับการดัดแปลงพันธุกรรมวัว ในฟาร์มของหนุ่มเดียวดายคนหนึ่ง ส่งผลให้เกิดสัตวืประหลาดที่ไล่ฆ่าคนทีละคนๆ

หนังใช้สถานที่จำกัดอยู่แค่ในฟาร์มและมีตัวละครหลักแค่ 5 ตัวแต่กลับเดินเรื่องได้อย่างระทึกใจแบบถึงถึงพริกถึงขิง ทั้งกหารสร้างบรรยากาศ เฉอะแฉะ สกปรก มืดทึบไม่น่าไว้ใจ หรือการไม่ให้คนดูรู้จักตัวละครหลักของเรื่องมากนัก ทุกคนในเรื่องนี้ ดูห่างเหินไม่น่าไว้ใจไม่น่าเอาใจช่วย และมีเป้าประสงค์ส่วนตัวที่น่าอันตรายทั้งสิ้น โดยรวมหนังให้ความรู้สึกปิดล้อมคนดูในที่แคบ และค่อยๆทำลายอย่างเลือดเย็น

หนังไม่เล่นอะไรอย่าง ผีตกใจ หรือฉากหวีดสยอง หนังมีฉากที่น่ากลัวที่สุดเป็นฉากการคลอดลูกวัวที่ถ่ายทำได้น่ากลัวมากกว่าฉากสัตว์ประหลาดไล่ฆ่า เป็นหนังที่สนุกจนน่าตกใจ

ชื่อไทยของหนังคือ มหันตวิกฤติ เชื้อนรก ลิขสิทธิ์ J- BICS

3.CLANS OF INTRIGUE (CHU YUAN /1977)

ดห่ดยกดนหดก

นี่คือ ชอลิ้วเฮียง ตอนศึกวังน้ำทิพย์นั่นเอง แต่เป็นฉบับ ที่นำแสดงโดย ตี้หลุง (สมัยหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว) และกำกับโดย ฉู่หยวน อีกหนึ่งขาประจำของ ชวื บราเดอรส์ หนังเล่าเรื่องของ จอมยุทธ์สามคนที่ตายหย่างประหลาด ด้วยสาเหตุจากการวางยาพิษ โดย น้ำทิพย์ ที่หายไปจากวังน้ำทิพย์ ทางองค์หญิงเจ้าวังน้ำทิพย์ สงสัยว่าชอลิ้วเฮียงเป็นคนขโมยไป เนื่องจากเขาคือจอมโจร ผู้โด่งดัง แล้วให้เวลาชอลิ้วเฮียงในการสืบหาความจริง จากนั้นพลอตของหนังเต็มไปด้วยเรื่องหักมุมซับซ้อนตามแบบหนังจีนกำลังภายใน

ให้ตายเถอะ หนังเรื่องนี้มันออกมาสนุกมากๆๆๆๆๆๆทั้งๆที่เป็นหนังเก่าปี 1977 สมัยที่งานเอฟเฟคต์เหาะเหินเดินอากาศเพิ่งเตาะแตะ ส่วนหนึ่งอาจเพราะพลอตสลับซับซ้อน แต่ตัวหนังเองก็ไม่ได้ยอกย้อนอะไร ถ่ายไปตรงๆตามแบบ ชอว์ บราเดอร์ส ทำให้เชื่อได้ว่า ความคลาสสิค มันอธิบายได้ยากจริงๆ ต้องสัมผัสเองถึงจะรู้

ที่จี๊มากคือหนัง ออกแบบฉากวังน้ำทิพย์ได้ไฉไลไฮโซมากๆ เพราะแม้จะเป็นหนังยุทธภพ แต่ฉากวังน้ำทิพย์กลับออกมาโมเดริ์น แบบยุค เจ็ดสิบอย่างรุนแรง ทั้งชิงช้าลอยน้ำ หรือ ห้องหอที่เป็นสีขาวทั้งหมด ดูเท่แบบยุค เจ็ดสิบจริงๆ แต่ที่เหนือชั้นไปกว่านั้น นี่คือหนังจีนกำลังภายในที่มีการพูดถึง เลสเบี้ยน อย่างโจ่งแจ้งเปิดเผย อีกด้วย!

4.A WOMAN ASCENDS THE STAIR (MIKIO NARUSE / 1960 ) (A++++++++++++++++++++++++)

ดห่ดยกดนหดก

หนังสุดแสนวิไลของ MIKIO NARUSE เรื่องนี้เกรงว่ามีแต่ต้องเขียนถึงยาวๆเท่านั้นจึงจะพอใจ!

5.คู่แรด ( นพรัตน์ พุธรัตนมณี / 2007)

หนังตลกกะเทยหนีตายเรื่องนี้อาจทำให้หล่ายคนเบือนหน้าหนี ด้วยข้อหาหนังตลกและหนังกะเทย แต่ตัวหนังออกมาสนุกมากๆๆๆ การแสดงของ พี่หม่ำ คือที่สุดของที่สุด เขาทำให้เราฮากลิ้งไปกับน้องลิลลี่ มากกว่าจะเป็นหม่ำ จ๊กมก และมันทำให้ ตั้ด สู้ฟุด ที่ไม่เอาอ่าว แย่ลงไปอีกหลายขุม เพราะเหมือนเราดู คนไม่ตลก พยายามเล่ตลกด้วยการเล่นเป็นกะเทย แต่ คู่แรดกลับทำให้เราขำได้ อย่างรุนแรง

แม้หนังจะไม่รอดพ้นประเด็นการเอากะเทยมาทำตลก แต่เนื้อหาในหนังทำให้รู้สึกว่า น่าจะมีบทวิเคราะห์ บทบาทของ กะเทยในหนังไทย ว่านับตั้งแต่ยุคฉัน ผู้ชายนะยะมาถึงยุคนี้ เปลี่ยนแปลงหรือไม่เปลี่ยนอย่างไร เ กะเทยได้รับการยอมรัยในฐานะไหนกันแน่ในหนังไทย น่าจะมีใครสักคนทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้หนอ

6.THE SIMPSON :MOVIE ( DAVID SILVERMAN / 2007)

ดห่ดยกดนหดก

ชั่วได้ใจ! คือคำง่ายๆที่เหมาะกับหนังเรื่องนี้ ไม่เคยดูฉบับการ์ตูนมาก่อน แต่หนังเรื่องนี้ คือการจำลองภาพ AMERICAN BEAUTYสุดเสื่อมได้เจ๋งที่สุด ชอบประธานาธิบดี อาร์โนลด์ และมุก TO LEAD BNUT NOT TO READ อย่างรุนแรง

ชอบชื่อ สุนทรพจน์ ของยายลูกสาวมาก นั่นคือ AN IRRITATING TRUTH

SPIDER PIG คือหนึ่งในกระบวนฉากคลาสสิคของหนังเรื่องนี้!

7.DONJUAN ( JAN SVANMAJER / 1970)

ดห่ดยกดนหดก

หนังสั้นของJAN SVANKMAJER เอาหุ่นชักสุดหลอนมาเล่าเรื่องดอน ฮวน แบบ สร้างบรรยากาศชวนสะพรึง เพราะภายใต้รูปโฉม อนิเมชั่น หนังเต็มไปด้วยฉากฆาตกรรมล้วนๆของดอน ฮวน กับผู้คนในเรื่อง แม้จะเป็นอนิเมชั่น แต่หนังออกมาในรูปแบบโศกนาฏกรรมที่โหดหี้ยมและชวนช๊อคมากๆ เป็นใบเบิกทางสู่โลกสุดหลอนของ SVANMAJER อีกชิ้นหนึ่ง

8.THE GARDEN ( JAN SVANKMAJER / 1968 ) (A++++++++++++++++++++++++)

ดห่ดยกดนหดก

หนังสั้นสุดขีดแบบที่ไม่ใช่อนิเมชั่นของ SVANKMAJER ปรมาจารย์ อนิเมชั่นชาวเชค หนังน่าจะถือว่าร่วมสมัยในเหตุการณ์ในหนังของชาวเชคนิววเวฟ ที่ว่าด้วยประเทศในยุคคอมมิวนิสต์ หนังเล่าเรื่องของชายคนหนึ่งที่ได้รับคำชวนไปเที่ยวบ้านของผู้ชายอีกคน เมื่อไปถึงเขาต้องตกใจที่พบว่ารั้วบ้านของเพื่อนเขานั้น คือมนุษย์เป็นๆที่ยืนรายล้มอรอบบ้าน คนทุกชนิดตั้งแต่ ข้าราชการ ทหารประชาชน หญิงชาย เด็ก คนชรา ดีไม่ดีเขาอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งในนั้นเสียเอง

หนังอธิบายโลกคอมมิวนิสต์ได้ชัดและตีแสกหน้าโดยไม่ต้องเสียเวลาเล่าเรื่องนาน และโดยไม่ต้องพึ่งเทคนิคอะไรเลย ฉากรั้วมนุษย์ เป็นฉากที่น่ากลัวมากๆ

9.THE OSSUARY (JANSVANKMAJER / 1970)

ดห่ดยกดนหดก

สารคดีสุดหลอนยาวสิบนาที ที่ไม่ต้องเล่าอะไรเลย เพราะทั้งเรื่อง ประกอบขึ้นด้วยสามอย่าง คือภาพบริสุทธิ์ที่เกิดจากการทัวร์เยี่ยมชม โบสถ์ที่ทั้งหลังตกแต่งประดับประดาด้วยกระดูกมนุษย์ส่วนใหย๋คือคนที่ตายจากาฬโรคในช่วงปี 38 สองคือ เสียงเล่าของไกด์(ที่เราไม่เห็นตัว)ขี้หงุดหงิดที่เล่าที่มาของโบสถ์ใบนี้ พร้อมทั้งขู่เข็ญให้ผู้ชมจ่ายเงนไปพลาง) และสาม สิ่งที่หสอนสุดๆนั่นคือเสียการถีบจักรยาน เซียงโซ่ครูดเกียร์เอี้ยดอ๊าดสุดสยอง ที่คลอไปตอลดเรื่องราวกับเพลงบรรเลงงานศพ

เพียงเท่านี้ภาพสุดสะพรึงก็มาปรากฏ ! .ครกันจะลืมภาพโคมไฟแชนเดอร์เลียร์ ที่สร้างจากกระดูกมนุษย์แขวนอยู่กลางโบสถ์!!!

10. FUNERAL PARADE OF ROSE ( TOSHIO MATSUMOTO )

หนังที่ว่ากันว่าเป็นแรงบันดาลใจของ A CLOCKWORK ORANGE ของ KUBRICK ว่าด้วยเรื่องของสงครามระหว่างกะเทยแต่งหญิงสองนาง ทั้งในเรื่อง ผู้ชายและเรื่องความเป็นเจ้าแม่ หนังเต็มไปด้วยเทคนิคด้านภาพที่น่าตื่นเต้น ดังความสยดสยอง ไปจนถึงความวิปริตเพ้อคลั่งออกมาจากเรื่องธรรมดา หนังเต็มไปด้วยฉากคลาสสิคมากมาย (แทบจะทุกฉากเลยนั่นแหละ) การตัดต่อแบบกระโดดไปมา และฉากจบสุดหลอน

11. THE DEADLY SPAWN (DOUGLAS McKEOWN / 1983)( A++++++++++)

นี่คือความบันเทิงเริงใจส่วนบุคคลในเช้าวันเสาร์ครับ หนังว่าด้วยเรื่อง มนุษย์ต่างดาวบุกโลก โดยมนุษย์ต่างดาวมากับอุกกาบาต หน้าตาออกมาน่าเกลียดน่าชัง ตัวลูกนั้นเหมือนครึ่งปลิงครึ่งไอ้นั่น แต่บนหัวมีฟันยุบยั่บ ส่วนตัวแม่ มีขนาดใหญ่ยักษ์ น่าเกลียดน่ากลัว

หนังทุนโคดต่ำเรื่องนี้ดำเนินเรื่องอยู่เฉพาะในบ้านสองหลังเท่านั้น โดยมีตัวละครเป็นครอบครัวเจ้าของบ้านนั่นเองตามสไตล์หนังสยองขวัญยุคแปดสิบ หนังจึงอุดมไปด้วยฉากชวนแหวะ ประเภท หัวหลุดหนังลอก ถลอกปอกเปิกและเต็มไปด้วยฉากฮาๆ คัลท์ๆ ประเภทที่ทำให้รู้ส่าทุนต่ำอย่ารุนแรงแน่ๆ

แต่ที่ชอบมากคือหนังให้ตัวเอกของเรื่องมีสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือพี่ชายวัยรุ่นเละเพื่อนซึ่งมีแนวโน้มเป็นนักชีวิวิทยา

กับน้องชายวัยPRE TEENที่เป็นแฟนหนังสยองขวัญตื่นมาดูหนังหวีดสยองตั้งแต่หกโมงเช้า (เหมือนเช้าเดียวกันที่ผมดูหนังเรื่องนี้!!!! )

หนังไม่ให้สองกลุ่มนี้ช่วยกัน และเชิดชูเด็กเนิร์ดคลั่งหนังสยองขวัญ เพราะไอ้ตัวพี่ชายนักชีววิทยา นอกจากผ่าดูตัวประหลาดดูก็วิ่งพล่านเหมือนคนบ้า ในขณะที่น้องชายผเชิญหน้ากับปีศาจในห้องใต้ดินอย่าสุขุม (โดยส่วนตัวฉากการผเชิญหน้าอันยาวนานนี้คลาสสิคมากๆๆๆ) และตัวน้องชายนั้นสู้โดยลำพังของแท้

ทำให้คิดจึ้นได้ว่า ตัวเองชอบหนังสยองขวัญ เพราะหนังสยองขวัญนั้นเชิดชูเด็กเนริ์ด ! (ไอ้พวกหน้าตาดี มีนมโต กล้ามใหญ่ มักตายสยองก่อนเพื่อนเสียร่ำไป )

หนังสยองขวัญจงมีชัย!!!!!!

ปล. ผมดูหนังเรื่องนี้จากหนังวีซีดีพากย์ไทยใส่ซอง ของค่าย elephant media link ในชื่อไทย เลื้อยสยอง ฝูงมฤตยูนอกโลก ภาพออกมาสีช้ำๆ ให้ความรู้สึกย้อนยุคแปดสิบมากๆๆๆๆ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดูไปเยอะเลยนะนี่

#1 By sofa on 2007-08-25 18:02

แวะผ่านมาโดยบังเอิญ...

เห็นชื่อคุ้นๆ ... "filmsick"
อ๊ะ.. พี่ชายที่ contribute Special Screening ให้เราเองนี่นา...

สวัสดีค่ะ
ไปภูเก็ตคราวหน้า หวังว่าคงมีโอกาสได้เจอกันนะคะ

#2 By kik : OOM (124.121.226.211) on 2007-08-26 19:13